ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 12-1 : สถานะ อยากคบหาดูใจ

            คืนนั้นผมหมดเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใดโชคยังดีที่ไม่มีงานสรุปข่าวคั่งค้างเช่นเมื่อวาน ผมทอดกายนอนแผ่หลาบนโซฟา สายตาจ้องมองเพดานอย่างไร้จุดหมายในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับความรู้สึกผิดต่ออิสรา อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็ว ๆจะได้ไปขอโทษเธออีกครั้ง ภาวนาว่าเธอจะให้อภัยผมและกลับมาเป็นคนน่ารักสดใสตามเดิม

            “ทำอะไรของท่าน”ธรณีทักเมื่อเปิดประตูออกมาเห็นผมในสภาพนี้ นี่คือคำทักทายประจำของเขา

            “เหนื่อยไม่อยากทำอะไร” ผมตอบ ไม่ได้พูดถึงวีรกรรมเมื่อตอนบ่าย

            “ยังรู้สึกผิดอยู่อีกเหรอทุกคนรู้ว่าท่านเพิ่งมาทำงานใหม่ ไม่มีใครว่าหรอก เขาแค่ตลกขำขันแล้วก็จบไป”ธรณีกล่าวน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย

            “ทำไมนายรู้เรื่องนั้น”ผมยันตัวลุกขึ้นนั่ง ประหลาดใจที่เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้มีใครคุยในกลุ่มแชตในแอปของบริษัท

            “แค่เข้าเอ็นทีเอฟก็รู้กันทั้งบริษัทแล้วมั้งโซเชียลมีเดียก็เกิดมาตั้งแต่ยุคของท่านแล้วไม่ใช่เหรอ” ธรณีบอก ผมไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองจึงไม่รู้ว่าถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์ยังไงบ้าง

            “อิสราเป็นคนโพสต์เหรอ” ผมถาม

            “ไม่ใช่หรอกมีสหาย แล้วก็คนที่เห็นเหตุการณ์อีกสองคนก็โพสต์ตรงกันว่าเรื่องวุ่นวายในบริษัทมีแต่สหายนี่แหละที่บอกว่าเด็กใหม่น่าจะเรียนรู้เองบ้างไม่ใช่ให้บริษัทมาสอนเรื่อง ท่านอยากอ่านตัวเต็มไหม”

            “ไม่เอาดีกว่า”ผมปฏิเสธในทันที ขืนทำกลัวจะฉุนเฉียวยิ่งกว่านี้ชายผู้นั้นรู้ดีว่าผมไม่มีบัญชีเอ็นทีเอฟเลยกล้าพาดพิงถึงผมได้เต็มที่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่านิสัยของมันไม่ใช่คนดีแน่

            “หรือจะดูของอิสรา”ธรณีเสนอ ผมส่ายหน้า แต่เขาถามย้ำ สีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์

            “ไม่เอาจริงเหรอนึกว่าอยากได้ซะอีก”

            “นายรู้เหรอเรื่องฉันกับอิสราเหรอ” ผมถามเขาตรง ๆ รู้สึกเขินอายเล็กน้อยไม่รู้ว่าเขาจะเห็นผมหน้าแดงเรื่อมากขึ้นหรือไม่

            “แสดงอาการชัดขนาดนั้นยืนบิดไปบิดมาแบบนั้น ไม่เป็นตัวของตัวเองแน่ ๆ เราก็เห็น อัญชันก็เห็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราไม่มีหลักฐานที่ยืนยันเลยถามท่านไปตรง ๆ ดีกว่า“

            “ใช่ฉันรู้สึกพิเศษกับเธอ ... เออ ก็คงชอบละมั้ง” ผมสารภาพต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรก

            “‘รักแรกพบ’ เหรอ”

            “ไม่ใช่หรอก... เออ จริง ๆก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตนเองอย่างไร มันไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนบอกแน่ๆ โดยส่วนตัวไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ารักแรกพบจะสำเร็จได้จริงผมไม่เคยเจอเธอก่อนที่จะมาทำงานที่สำนักข่าวนี้แต่ใบหน้าของคนที่คล้ายอิสราผ่านตาผมมาเป็นพัน ๆ ครั้ง แต่ไม่มีทางเป็นคนเดียวกันอยู่แล้วถ้าการเวียนว่ายตายเกิดมีจริงก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเกิดใหม่แล้วหน้าตาเหมือนเดิมอยู่ดี

            ไหน ๆธรณีก็รู้แล้ว ผมเลยเล่าเหตุการณ์ชุลมุนในวันนี้ให้เขาฟังจนหมดเปลือกย้อนไปถึงตอนที่เธอสอนผมใช้เอไอช่วยทำงาน รู้สึกราวกับได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาธรณีฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่พูดแทรกเลยสักประโยคนี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ผมเห็นเขาสนใจฟังอะไรยาว ๆ ที่ไม่ใช่งานการเมืองบางทีชายผู้เย็นชาคนนี้อาจใส่ใจเพื่อนมากกว่าที่ผมคิดไว้แต่แรก

            “ท่านก็ยังมีหวังนะ”ธรณีบอกเมื่อฟังจนจบ

            “แต่สหายไม่ได้เป็นแฟนอิสราเหรอเห็นกลับไปด้วยกัน” ผมแย้ง แม้ว่าอิสราจะมีทีท่าปฏิเสธในทีแรก แต่สุดท้ายก็ยอม

            “ไม่ใช่หรอกเรามีหลักฐานนะ... ดูนี่” ธรณียื่นมือถือของเขาให้ผมดูจึงได้เห็นสมาร์ตโฟนโปร่งแสงนั่นอีกครั้งรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนในยุคผมแต่ดูได้จากทั้งสองด้านเซนเซอร์จะช่วยกลับซ้ายขวาตามสายตาของผู้ใช้โดยอัตโนมัติมีกล้องแค่หลังแค่อันเดียวก็ถ่ายภาพเซลฟีได้สบาย ๆเขาเคยบอกว่ารุ่นนี้ยังสามารถพับเก็บให้เล็กลงหรือยืดขยายขนาดได้ เดาว่าเครื่องฉายฮอโลแกรมที่ติดอยู่มุมหนึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เพื่อนเลือกติดเพิ่มเองเพราะดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ จอภาพโอเอลอีดีทั้งแบบโปร่งใสและแบบพับได้มีมาตั้งแต่ยุคผม บางทีการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีก็อาจเริ่มถึงทางตัน

            “ดูในหน้าจอไม่ใช่ดูตัวเครื่อง”เพื่อนตำหนิ คงเห็นผมมัวแต่ชื่นชมความงามภายนอก แอปนีโอไทยเฟรนด์ถูกเปิดทิ้งไว้ผมเพิ่งเคยเห็นตอนที่ล็อกอินเข้าไปในโปรแกรมนี้เป็นครั้งแรก การจัดหน้าไม่ต่างจากเฟซบุ๊กในยุคของผมไม่ว่าจะเป็นรูปหน้าโพรไฟล์ การโพสต์ การตอบคอมเมนต์ หรือช่องค้นหาสิ่งที่ต่างอย่างชัดเจนคือไม่มีโฆษณา ธรณีกำลังเปิดหน้าเพจของอิสราอยู่

            ภาพโพรไฟล์ของหญิงสาวกลับตรึงสายตาผมจนนิ่งงันเป็นภาพจริงที่เธอกำลังเดินลงบันไดแล้วหันข้างน่าจะกำลังถูกถ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัวคล้ายภาพแคนดิดไม่ได้ผ่านกระบวนการปรับแต่งรูปภาพใด ๆ หมวกสีขาวและชุดเดรสเบา ๆ สบาย ๆที่เธอสวมทำให้ผมเดาว่าเธอน่าจะไปเที่ยวชายทะเล ภาพที่ดูเป็นธรรมชาตินั้นขับเน้นความน่ารักสดใสของเธอให้เด่นชัดขึ้นอีกจนผมเผลอไผลจ้องมองเนิ่นนานอย่างหลงใหล ตรงข้ามกับรูปโพรไฟล์ของธรณีอย่างสิ้นเชิงในภาพเครื่องเอวีเอสอีตัวที่เขาซื้อมาใหม่วางบนโต๊ะอย่างสงบเรียบร้อยไม่สื่ออะไรถึงเพื่อนผมเลยแม้แต่น้อย นอกจากการอวดทรัพย์สมบัติชิ้นใหม่แก่ชาวเน็ต

            “ท่านจะให้เราดูอะไร”ผมกวาดสายตาไปรอบเพจ แต่ก็ไม่พบอะไรผิดสังเกตอิสราไม่ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุเย็นนี้เลย สหายชี้ไปที่ข้อมูลโพรไฟล์ของอิสราที่บ่งบอกข้อมูลส่วนตัว ซึ่งผมพบว่ามันมีมากกว่าที่ค้นหาได้ในอินเทอร์เน็ตจริง ๆมีทั้งวันเกิด จังหวัดที่เกิด โรงเรียนที่เคยเรียน อาชีพที่เคยทำ และอาชีพปัจจุบันอาจเป็นเพราะว่าเธอตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้รับรู้ได้เฉพาะเพื่อนจึงไม่สามารถค้นหาแบบสาธารณะได้ บรรทัดที่ธรณีชี้หมายถึงสถานะซึ่งระบุว่ายังโสด

            “พวกเขาก็แค่คบกันโดยที่ยังไม่เปลี่ยนสถานะก็ได้นี่”ผมโต้แย้ง ในยุคผมบางคนยังไม่ยอมอัพเดทสถานะ ไปจนเห็นอีกทีมีลูกเลยก็มีผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่แตะบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเองเลยมีแต่สอดส่องดูชาวบ้านชาวช่อง กับข่าวสารบ้านเมืองไปวัน ๆ ดูเหมือนว่าธรณีเองก็นิสัยเดียวกัน

            “ไม่ได้หรอกถ้าไม่ใส่ อีกฝ่ายก็จะเรียกร้องให้ตั้งสเตตัสอยู่ดี เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้” ธรณีเอามือถือคืนไปใช้นิ้วกดหน้าจอสองสามครั้งก่อนยื่นให้ผมดูอีกที รอบนี้เป็นหน้าจอของสหาย ซึ่งตั้งภาพโพรไฟล์เป็นหนุ่มหล่อที่ตกแต่งดูดีเกินกว่าตัวจริงในชุดสูทผมเดาว่าคงใช้เอไอตกแต่งมาแน่ๆ ธรณีชี้ให้ดูสถานะตำแหน่งเดียวกันของสหาย

            อยากคบหาดูใจกับอิสรา ลิขิตชีวิน[1]

            “หา!บอกโจ่งแจ้งแบบนี้ไม่น่าเกลียดเกินไปหน่อยเหรอ”ผมขึ้นเสียง

            “ไม่เห็นเป็นไรเลยตรงไป ตรงมาดี”ธรณีตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติของค่านิยมเปิดเผยในยุคนี้ถ้าเป็นสมัยผมคงไม่มีใครหน้าด้านพอที่จะประกาศอย่างชัดเจนในโซเชียลมีเดียว่าจะจีบใครพลอยสร้างความกดดันให้อีกฝ่ายไปด้วย เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ช่วยยืนยันความคิดก่อนหน้า สหายคิดอะไรกับอิสราจริง ๆแต่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจที่ธรณีต้องการสื่อ ธรณีกดเข้าไปเพจอิสราอีกครั้ง ไปดูช่องสเตตัสที่เขียนว่าโสดผมเห็นว่ามีส่วนที่เขียนว่า รายละเอียด เขียนอยู่ด้านใต้ตัวเล็ก ๆเขากดลิงก์เข้าเข้าไปเพื่อแสดงผล ข้อความที่ซ่อนอยู่ปรากฏขึ้นมา

     

    กำลังตัดสินใจ2 สัปดาห์ที่แล้ว– สหายวราภัชรธาดา;  ปฏิเสธ 8 เดือนที่แล้ว - ปกปิดชื่อ, ปฏิเสธ 7 ปีที่แล้ว – ปกปิดชื่อ, ยกเลิก 8 ปีที่แล้ว - ปกปิดชื่อ

             

            “แปลว่าอีฟยังไม่กดตอบรับสหายใช่ไหม แล้วก็เดาว่าเคยกดปฏิเสธไปสองคนด้วย”ผมเริ่มปะติดปะต่อได้

            “ถูกต้องท่านเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่คาดไว้” ธรณียิ้มน้อย ๆ ขณะกล่าวชมผมเขาเล่าเพิ่มเติมว่าคนส่วนใหญ่ในยุคนี้ยังมีค่านิยมคู่ครองคนเดียว จึงต้องหาวิธีป้องกันการคบซ้อนการนอกใจ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการหย่าร้าง หนึ่งในวิธีที่ช่วยคือการบอกสถานะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ชัดเจน แม้จะไม่ได้บังคับแต่คนเกินกว่า 90% ที่ยังอยากมีคู่ก็มักจะเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปิดเผยความสัมพันธ์ว่าเป็นระดับไหนเช่น อยากเป็นเพื่อน อยากเป็นเพื่อนสนิท อยากแต่งงานเราสามารถกดดูว่ากำลังตัดสินใจกับใครบ้าง และเคยปฏิเสธกี่ครั้งแต่จะปกปิดไว้จนกว่าความสัมพันธ์จะก้าวหน้าไปกว่านี้แน่นอนว่ามีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เคยมีงานวิจัยว่าผู้หญิงมีโอกาสเปลี่ยนจากสเตตัสเพื่อนที่มีอะไรกันได้[2] ไปเป็นอยากคบหาดูใจในขณะที่ผู้ชายมักคิดแค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน[3]มากกว่า

            “แต่ถ้าสมมุติว่าท่านกด ‘อยากคบหาดูใจ’ ไปแล้วอีฟกดตอบรับหน้าเพจของอีฟก็จะแสดงสเตตัสอยากคบหาดูใจเหมือนกันจากนั้นท่านจะเข้าไปดูชื่อได้ว่า เขาเคยกดปฏิเสธใครไปบ้างพอรู้ว่าเคยคิดอะไรกับใคร เมื่อไหร่ก็จะใช้เป็นหลักฐานได้กรณีที่เกิดคดีฟ้องร้องคุกคามทางเพศขู่เข็นบังคับทำร้ายจิตใจ แก๊สไลต์ติง[4] หรือฟ้องหย่าได้”ธรณีกล่าวเสริม

            ผมพอนึกภาพออกสมมุติว่ามีชายคนหนึ่งพูดด้อยค่าหญิงคนหนึ่งจนเสียสุขภาพจิตและหลอกให้ทำตามที่เขาสั่ง พอหญิงคนนั้นฟ้องศาลฝ่ายชายอาจอ้างว่าฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องทำตามที่สั่งก็ได้แต่หากมีหลักฐานความสัมพันธ์ว่าฝ่ายหญิงหลงรักฝ่ายชายอยู่ก็จะเป็นหลักฐานว่าฝ่ายชายหลอกฝ่ายหญิงให้หลงเชื่อได้อย่างน้อยก็มีน้ำหนักมากกว่าการให้ปากคำเปล่า ๆแม้เพื่อนผมจะย้ำว่ามันช่วยลดภาวะบอบช้ำทางจิตใจหลังจากอกหักและอัตราฆ่าตัวตายลดลงได้ แต่ผมยังตงิดอยู่ว่า ต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอผมรู้สึกว่ามันเปิดเผยความเป็นส่วนตัวมากเกินจำเป็น ความรักมันควรจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกันมากกว่า

            แต่ทว่าไม่ใช่เวลามาคิดมากในตอนนี้อย่างน้อย อิสราก็ยังไม่ได้ตอบรับตกลงเป็นแฟนกับสหาย

            แปลว่าผมยังมีโอกาส

     


    [1]Status: Want to be in a relationship with…

    [2]Status: Friend with benefits / FWB

    [3]Status: One night stand

    [4]Gaslighting คือพฤติกรรมบิดเบือนข้อมูลอย่างตั้งใจและต่อเนื่องเพื่อให้เหยื่อรู้สึกสับสนและสูญเสียความมั่นใจในตัวเองจนรู้สึกพึ่งพิงผู้กระทำมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่มาคำมาจากละครเวทีและภาพยนตร์เรื่อง Gas Light