นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 350 คำตอบของผู้สูงศักดิ์

        ตอนที่ 350 คำตอบของผู้สูงศักดิ์

         

         

        “แต่คำตอบยังคงเป็นเช่นเดิม ข้าไม่คิดยุ่งเกี่ยวใด ๆ”

         

        ดั่งน้ำเย็นที่สาดซัดลงบนกองไฟ ประกายตาอันเจิดจ้าของไลล่ากะพริบไหว คิ้วและขนตาสั่นระริกกับคำตอบที่ได้รับ แม้กระนั้นไฟกัลป์ภายในดวงตาก็ยังมิได้ดับสูญลง

         

        ไลล่าเพียงจ้องมองผู้สูงศักดิ์เฟกอลอย่างเงียบเชียบ หากแต่คำตอบของผู้สูงศักดิ์ยังคงไม่เปลี่ยนไป เธออยู่มานานเกินไปแล้ว เธอย่อมไม่หวั่นไหวเพียงเพราะความมุ่งมั่นของชนรุ่นหลัง

         

        “ไลล่าขอทราบเหตุผลได้มั้ยคะ”

         

        ผู้สูงศักดิ์เฟกอลหัวเราะเสียงเบา สตรีเหล็กผู้แทบไม่ยิ้มคนนี้ยามเผชิญหน้ากับชนรุ่นหลังที่อายุห่างกันหลายเท่าตัวกลับดูจะมีความสุขไม่น้อย ทางด้านเลโอเองก็ลอบเป่าปากยาว

         

        คำถามเมื่อกี้ของไลล่านั้นกล้าจนถึงขั้นบ้าบิ่นเกินไปจริง ๆ ก่อนมาพวกเขาไม่เคยพูดถึงเรื่องการดึงผู้สูงศักดิ์มาเข้าร่วมสักนิด เป็นไลล่าตัดสินใจเองทำเองหน้างานล้วน ๆ

         

        “นั่นเป็นคำถามที่ห้าแล้ว” ผู้สูงศักดิ์เฟกอลอมยิ้มมุมปาก เมินคำถามของเธอไปโดยสิ้นเชิง

         

        ผู้สูงศักดิ์ ตัวตนชั้นบนสุดของทุกขุมกำลัง การตัดสินใจของผู้สูงศักดิ์นั้นแทบไม่ต่างอะไรกับการตัดสินใจของทั้งขุมกำลัง การจะให้ตัวตนระดับนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสงครามการเมืองของตัวตนเล็กจ้อยที่ยังไม่แม้แต่จะเป็นนักสลักนั้นน่าหัวเราะเพียงไหน

         

        ในความเป็นจริงแล้ว ศึกชิงตำแหน่งผู้ประคองบัลลังก์ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปจากครั้งอดีต สามผู้สืบทอดล้วนเป็นยอดคนที่มีความสามารถเหนือล้ำน่าจับตา

         

        องค์ชาย 1 ผู้ลึกลับและไม่เปิดเผยตัว หากกลับเป็นแนวหน้าในการรบ กวาดล้างสัตว์อสูรและช่วยเหลือประชาชนไว้มากมาย ได้รับทั้งความนิยมจากประชาชน ขุนนางทั่วไปส่วนมาก และกองทัพทั้งมวล

         

        องค์ชาย 2 ผู้เดินหมากทั้งทางลับและทางแจ้ง เปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจนหากเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยกลยุทธ์หลากหลาย ได้รับการสนับสนุนจากมหาตระกูลใหญ่และขุนนางระดับสูง

         

        องค์หญิง 4 องค์หญิงผู้เป็นที่รัก เนื่องด้วยอายุที่น้อยและสถานะในราชวัง เธอจึงถูกมองข้ามเสมอมา แต่แล้วเธอก็พิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าจนมาถึงจุดนี้ จุดที่ประชาชนแทบทั้งอาณาจักรเทใจให้เธอ

         

        หากจบเพียงเท่านี้ ศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันของเหล่าผู้อ่อนแอ ในสายตาของตัวตนเช่นผู้สูงศักดิ์แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่นับเป็นอย่างใด

         

        แต่แล้วทุกสิ่งกลับขยายตัวอย่างไม่อาจคาดเดา องค์ชาย 2 เป็นพันธมิตรกลาย ๆ กลับกลุ่มการค้าเชียนเป่า และยังร่วมมือกับมหาตระกูลเอเทลอย่างแน่นแฟ้นจนสามารถใช้งานปีกแห่งผืนฟ้าได้

         

        องค์หญิง 4 ดึงกลุ่มการค้าอิสึกะเข้ามาร่วมวงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ได้รับการสนับสนุนจากมหาตระกูลแห่งเผ่ารูเบียสและได้รับการยอมรับจากผู้สูงศักดิ์แห่งมหาตระกูล

         

        สิ่งเหล่านี้ทำให้ศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้เหนือล้ำกว่าครั้งอื่นไปไกล น่าแตกตื่นเสียจนตัวเธอที่เป็นผู้สูงศักดิ์เช่นกันยังต้องอดใจไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

         

        อดใจนั้นเป็นคำที่ถูกต้อง ในยุคสมัยแห่งปาฏิหาริย์ที่เรื่องธรรมดา ๆ กลับน่าแตกตื่นได้ถึงเพียงนี้ ในฐานะอัครสาวกแล้ว สิ่งที่เธอทำได้คือการอดใจ ไม่ยุ่งเกี่ยวและไม่แส่หาเรื่อง

         

        เธอยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่อาจปล่อยตัวตามใจได้ดังเช่นอัครสาวกคนอื่น ๆ เธอจึงเลือกที่จะขอนั่งชมอยู่ที่ตรงนี้ ดูมรสุมที่ชนรุ่นหลังกำลังก่อ และแน่นอนว่าความคิดทั้งหมดนี้ เธอไม่อาจบอกกล่าวแก่มหานักบวชน้อยตรงหน้าได้

         

        บางทีอาจเป็นเพราะความสนใจ เธอจึงได้ตอบรับคำขอขอเข้าพบของทายาทแห่งอิสึกะ

         

        บางทีอาจเป็นเพราะเธอให้การยอมรับในความมุ่งมั่นของเด็กหญิงตรงหน้า เธอจึงเอ่ยปากและหยอกเย้าไปเสียมากมาย

         

        บางทีอาจเป็นเพราะแม้เธอจะพยายามอดใจเท่าไหร่ แต่ในฐานะนักสลักที่มาจนถึงจุดสิ้นสุดของวิถีของตนเองแล้ว การได้มองดูชนรุ่นหลังพยายามไขว่คว้าตามหาวิถีของตนนั้นคือความบันเทิงที่ยากจะต้านทาน จนเธอเผลอสอดมือเข้าไปยุ่งเยอะจนเกินไป

         

        หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธออยากเห็นว่ายุคสมัยแห่งปาฏิหาริย์นี้จะก่อให้เกิดปาฏิหาริย์แบบใดอีก

         

        ความคิดเหล่านี้ยังคงประทับอยู่ในใจ แม้ชนรุ่นหลังทั้งสามจะค้อมกายจากใจไปแล้วก็ตาม

         

        ————————————————————————————————————————————

         

        “คุณไลล่าครับ เมื่อครู่นี้คุณหุนหันเกินไปมากเลยนะครับ” โฮโจขมวดคิ้ว การชักชวนผู้สูงศักดิ์เฟกอลเข้าร่วมฝักฝ่ายไม่อยู่ในแผนของทั้งสามเลยแม้แต่น้อย

         

        ตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่านักบวชหญิงใจดียิ้มแย้มเช่นไลล่าจะกล้ากระทำอะไรบ้าบิ่นเช่นนั้นออกไป ถ้าเรื่องเมื่อครู่หลุดออกไปหรือผิดพลาดแม้เล็กน้อย โฮโจไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงผลของการยั่วโมโหผู้สูงศักดิ์

         

        “ฉันรีบร้อนเกินไปเองค่ะ” ไลล่าเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาของเธอบัดนี้มุ่ยลง แก้มที่ตุ้ยอยู่แล้วของเธอพองออกอย่างน่าสงสาร

         

        เมื่อมาย้อนคิดดูแล้ว เมื่อครู่เธอบ้าดีเดือดเกินไปจริง ๆ ภายในใจของเธอนั้นร้อนรุ่ม บางสิ่งบอกให้เธอเอ่ยเช่นนั้นออกไป บางทีอาจเป็นสายเลือดของสตรีแห่งไฟภายในกายที่ทำให้เธอไม่ทันคิด

         

        “ท่านพี่ไลล่ากล้าเกินไปแล้ว! เมื่อกี้ฉันแทบไม่กล้าหายใจเลยนะ!” เลโอเข้ามาร่วมวง แม้เธอจะสนิทกับไลล่ามากแค่ไหนเธอก็ไม่อาจเห็นด้วยกับการกระทำก่อนหน้านี้

         

        เลโอนั้นอยู่กับไลล่ามาตั้งแต่เด็กจนโต เธอไม่เคยเห็นพี่สาวของตนในร่างนี้มาก่อน ร่างที่กล้าสบตาเอ่ยปากชวนอัครสาวกให้มาเข้าร่วมกับตน

         

        “แต่ผมต้องยอมรับเลยครับว่าคุณใจเด็ดมากจริง ๆ ถึงจะไม่สำเร็จก็เถอะ” โฮโจที่ทนสีหน้ามุ่ยของไลล่าไม่ได้รีบเปลี่ยนเรื่อง “ยังไงเราก็ได้ข้อมูลของขนปีกมาแล้วนะครับ เรียกได้ว่าจุดหมายแรกของเราประสบความสำเร็จด้วยดี”

         

        เลโอเหล่ตามองโฮโจอย่างไม่วางใจนัก เมื่อเห็นว่าภายในดวงตานั้นไร้ซึ่งจุดประสงค์แอบแฝงใด ๆ เธอจึงตบไหล่โฮโจอย่างชื่นชม “จริงค่ะท่านพี่!”

         

        “แต่ขนปีกอยู่ที่มหาตระกูลเอเทลนี่อย่างกับองค์เดรฟัสกลั่นแกล้งเลยนะคะ.. จะให้ส่งคนไปแอบติดต่อก็ต้องหลบสายตาขององค์ชาย 2 และกลุ่มการค้าเชียนเป่าอีก”

         

        “ทางด้านผมเองก็ยากครับ ถึงเส้นสายของกลุ่มการค้าอิสึกะจะมีมากแต่เส้นสายเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ถูกจับตาดูโดยกลุ่มการค้าเชียนเป่า” โฮโจถอนหายใจ สองกลุ่มการค้านั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ต่างฝ่ายต่างรู้ไส้รู้พุงของอีกฝ่ายดี

         

        “เพราะงั้นฉันก็เลยหวังว่าผู้สูงศักดิ์จะช่วยได้ค่ะ หากท่านเข้าร่วมทุกสิ่งจะง่ายขึ้นอีกมาก” การสนับสนุนจากศาสนจักรนั้นส่งผลเป็นอย่างยิ่งสำหรับศึกชิงตำแหน่งผู้ประคองบัลลังก์

         

        ในบางมุมแล้ว บางทีอาจจะเหนือกว่าการสนับสนุนจากกลุ่มการค้าเชียนเป่าและกลุ่มการค้าอิสึกะเสียอีก

         

        ศาสนานั้นเป็นความเชื่อที่สถิตอยู่ในใจของชาวไฟกัลป์มาเนิ่นนาน แม้จะมิได้ลึกซึ้งถึงระดับเผ่าซือบาสหากประชาชนส่วนมากก็นับยังนับถือปฐมมันตราและองค์เดรฟัส

         

        หากผู้สูงศักดิ์เฟกอลรับปากตกลง ขอเพียงเธอเอ่ยสั้น ๆ ชื่นชมองค์หญิงหรือกล่าวว่าองค์เดรฟัสคุ้มครองเธอ เสียงจำนวนมหาศาลจากเหล่าผู้ศรัทธาอันไร้ที่ไปย่อมมุ่งตรงลงมาที่เธอ

         

        สันตะปาปามิได้เอ่ยปากห้ามเรื่องนี้แต่อย่างใด อัครสาวกแต่ละคนล้วนมีขุมกำลังที่ตนสนิทชิดเชื้อเป็นพิเศษ

         

        อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ไลล่าร้อนใจจนกล้าเอ่ยปากเช่นนั้นเป็นเพราะอัครสาวกคนอื่น ๆ เริ่มแสดงจุดยืนของตน ผู้สูงศักดิ์เอดันนั้นเป็นมนุษย์และประจำอยู่ในนครรัตนะจริง หากแต่ตัวเขาก็มิได้แสดงท่าทีสนับสนุนใครเป็นพิเศษ

         

        ผู้สูงศักดิ์เอดันนั้นเป็นสหายกับมหาตระกูลใหญ่ในไฟกัลป์มากมายรวมถึงสนิทชิดเชื้อกับเหล่าผู้สูงศักดิ์ในราชวงศ์ มีความเป็นไปได้ที่เขาอาจสนับสนุนองค์ชายคนใดคนหนึ่งอยู่ รอถึงเวลาที่เหมาะสมในการเผยตัว

         

        ในทางกลับกัน ผู้สูงศักดิ์เอดันเองก็ค่อนข้างสนิทกับองค์หญิงไพลินและผู้พันลาลันตา รวมถึงเคยออกหน้าช่วยเหลือนิทานด้วยตนเอง ดังนั้นตำแหน่งของผู้สูงศักดิ์เอดันนั้นยากจะกล่าว

         

        ผู้สูงศักดิ์เรรินนั้นไม่เหมือนกัน เธอสนับสนุนเผ่าซือบาสอย่างเต็มตัว หากองค์ชาย 2 สามารถเล่นกลบางอย่างจนมหาตระกูลเอเทลช่วยกล่อมได้สำเร็จ บางทีองค์ชาย 2 อาจได้รับการสนับสนุนจากอัครสาวกขึ้นมาจริง

         

        แม้จะเป็นเรื่องยากแต่องค์หญิงไพลินเองก็เคยทำได้มาแล้วกับมหาตระกูลอารัน ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการประมาทองค์ชายผู้นั้น

         

        อัครสาวกคนอื่นนั้นละทางโลกและไม่ค่อยเปิดเผยตัวมากนัก ส่วนมากจะกระจายกันอยู่ในมหาทวีป ไลล่าจึงไม่รับรู้ข้อมูลใด ๆ

         

        “คงได้แต่หวังพึ่งไพลินแล้วค่ะ พวกเราเองก็ทำหน้าที่ของฝั่งเราหมดแล้ว” ไลล่าส่ายหน้าน้อย ๆ แม้เธอจะทำหน้าที่สำเร็จดีหากในสายตาเธอมันยังคงไม่เพียงพอ

         

        “ผมจะลองพูดคุยกับคุณอารากะดูครับ บางทีเขาอาจมีความคิดดี ๆ บ้าง ในเอเทอรัมบางทีอาจจะมีขุนนางสักคนที่สนิทชิดเชื้อกับกลุ่มการค้าอิสึกะเป็นการส่วนตัว” โฮโจเองก็รู้สึกเช่นนั้น

         

        “เปลี่ยนอารมณ์เดินเที่ยวนครเฟเบิลกันเถอะค่ะ สถาปัตยกรรมวิหารของที่นี่สวยมาก ๆ เลยนะคะ วิหารหลายแห่งเองเป็นแรงบันดาลใจให้สถาปัตยกรรมทั่วมหาทวีปเลยค่ะ” เลโอเดินเข้าไปคล้องแขนของทั้งสอง

         

        ไลล่านั้นสนิทกับองค์หญิงไพลินจึงต้องการจะช่วยเพื่อนของตน ส่วนโฮโจนั้นพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้องค์หญิงไพลินหันมามองตนบ้าง พวกเขาทั้งสองจึงตั้งใจเป็นพิเศษ เธอจึงต้องทำหน้าที่คลายเครียดและดึงบรรยากาศหดหู่นี้

         

        โฮโจส่ายหน้าน้อย ๆ ดึงแขนของตนออกจากวงแขนของเลโออย่างเบามือ “ขอโทษด้วยนะครับ ระหว่างที่คุณนิทานกำลังออกไปเสี่ยงชีวิตผมคงปล่อยตัวแบบนั้นไม่ได้”

         

        ตัวโฮโจเองพึ่งจะรู้เรื่องตัวปลอมของนิทานเมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างที่พวกเขากำลังรวบรวมข้อมูลตัวนิทานเองก็ได้ออกไปตามล่าหาวัตถุดิบแล้ว ตอนที่องค์หญิงไพลินบอกแก่เขาว่านิทานออกไปได้หลายวันแล้วในตอนนั้นเขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง

         

        เขาไม่รู้ทั้งตัวตนที่นิทานใช้และจุดหมาย องค์หญิงไม่บอกเขาและใครเลย แม้เขาจะเข้าใจว่าทำไปเพื่อกันข้อมูลหลุดแต่เขาก็แอบรู้สึกลึก ๆ ไม่ได้ว่าเธอยังไม่ไว้ใจเขาถึงขนาดนั้น

         

        “รีบกลับไปตอนนี้ยังไงเราก็ยังทำอะไรเพิ่มมากไม่ได้ สู้พักผ่อนคลายหัวให้โล่งก่อนดีกว่าค่ะ” คราวนี้กลับเป็นไลล่าที่เห็นด้วย

         

        “อย่างน้อยผมจะได้ไปบอกองค์หญิงเรื่องขนปีกครับ หลังจากนั้นผมจะได้ตามสืบเรื่องศิลาแม่เหล็กบรรพกาลต่อ”

         

        “เดียวคืนนี้ฉันจะติดต่อผ่านศิลาส่งผ่านไปเองค่ะ ไวกว่าอยู่แล้ว” ไลล่าหยิบศิลาส่งผ่านสีทองออกมาถือ ศิลาส่งผ่านก้อนนี้ย่อมไวกว่าการเดินทางกลับมาก

         

        การได้เห็นอีกฝ่ายมีศิลาที่สามารถใช้ติดต่อกับองค์หญิงได้ส่วนตัวยิ่งทำให้โฮโจเครียดหนัก ตัวเขาเองไม่มีศิลาส่งผ่านสำหรับติดต่อส่วนตัวกับองค์หญิงเช่นนั้น

         

        “แค่ขอเธอก็ให้แล้วค่ะ” ไลล่ากลอกตาอย่างรำคาญเมื่อเห็นโฮโจมองศิลาสีทองในมือด้วยสายตาละห้อย เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าชายคนนี้คือคนเดียวกันกับที่กล้าเผชิญหน้ากับผู้สูงศักดิ์เฟกอลเมื่อครู่จริงหรือ

         

        เลโออดหัวเราะไม่ได้ ไลล่าไม่ค่อยแสดงอารมณ์รำคาญชัดเจนเช่นนี้บ่อยนัก ผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรองต้องสำรวมตนอยู่เสมอ เลโอเริ่มรู้สึกคุ้มค่าแล้วที่ติดสอยห้อยตามมายังนครเฟเบิล

         

        “แต่ว่า..”

         

        “ไม่มีแต่ค่ะ คุณเองก็ต้องเรียนรู้คำให้ถ่องแท้เพื่อจะขึ้นเป็นนักสลักเอก เพราะงั้นไปเปิดหูเปิดตาบ้างค่ะ ที่นี่คือนครเฟเบิลเลยนะคะ” ไลล่าคว้าไหล่ของโฮโจพาเดินชี้ไปยังวิหารรอบตัว

         

        เลโอได้เพียงเดินตามหลังทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ฟังไลล่าอธิบายสิ่งปลูกสร้างและรูปปั้นต่าง ๆ ให้โฮโจที่ขมวดคิ้วตลอดทาง


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน