ทำภารกิจ
ฟางเฉินตอบรับภารกิจครั้งนี้ในทันที จากนั้นพวกฟางเฉินก็แยกย้ายกันไป แต่ในขณพที่ฟางเฉินกำลังเดินทางกลับยอกเขาเต้าจีนั้น ฉินเย่และหนิงเซี่ยก็เข้ามาทักทายฟางเฉินและยังบอกอีกว่าจะเข้าร่วมภารกิจเดียวกับพวกฟางเฉินด้วย“สหาย ตอนนี้เจ้าปรุงยาได้ถึงระดับใหนแล้ว” ฉินเย่กล่าวพร้อมกับถูมือ“ก็ระดับปฐพีขั้นสูงแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“สุดยอดเวลาไม่นานเจ้าทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว พอดีเลยข้าพึ่งได้สมุนไพรจำนวนมากมาข้าเลยอยากให้เจ้าช่วยปรุงยาให้หน่อย แน่นอนว่าเม็ดยาแบ่งกันคนละครึ่ง” ฉินเย่กล่าว“ย่อมได้ อีกสองวันตอนทำภารกิจข้าจะมอบให้กับเจ้าตอนนั้น” ฟางเฉินกล่าว“ตกลง” ฉินเย่ส่งสมุนไพรให้กับฟางเฉินทันที“เจ้าเองก็ต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดีเพราะถ้าตำหนักปรุงยารู้เข้าพวกมันก็คงไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เพราะสำหรับพวกมันการปรุงยาคือธุรกิจที่พวกมันไม่ยอมให้ใครมาแย่งได้” หนิงเซี่ยกล่าว“ถึงเจ้าไม่บอกพวกมันก็ไม่คิดจะปล่อยข้าอยู่แล้ว และถ้าพวกมันกล้ามาตอแยข้าจริง ๆละก็ข้าจะทำให้พวกมันเสียใจ” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม“มันต้องแบบนั้นถึงจะเป็นสหายข้า เอาละข้ายังมีของที่ต้องเตรียมพวกข้าไปก่อนนะ” ฉินเย่กล่าวพร้อมกับเดินจากไปกับหนิงเซี่ย“เห๋ ทั้งสองคนนั่นสนิทกันมากจริง ๆ” ฟางเฉินยิ้มออกมาจากนั้นฟางเฉินก็นึกได้ว่าตัวเองและเย่เซียนไม่ได้พบกันนานแล้ว แต่จากข่าวที่ฟางเฉินรู้นอกจากเวลาทำภารกิจเย่เซียนจะฝึกฝนอยู่บนยอดเขาตลอดแม้พวกชายหนุ่มหลายคนจะพยายามไปพบนางเย่เซียนก็ไม่คิดจะออกมาและด้วยอำนาจของราชาเซียนเฉิงอู่ก็ไม่มีชายคนใดกล้าขึ้นไปบนยอดเขาเลยฟางเฉินคิดว่าหลังจากทำภารกิจเสร็จค่อยไปหาเย่เซียนก็ได้ จากนั้นฟางเฉินก็กลับไปปรุงยาที่ยอดเขาเต้าจีเหมือนเดิม เวลาผ่านไป 2 วันก็มาถึง ครั้งนี้หัวหน้ากลุ่มคืออู่เย่หลานซึ่งนางคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มและเป็นระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดอีกด้วย“น้องชายในที่สุดเจ้าก็มา” อู่เนี่ยโบกมือไปมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“พอดีเสียเวลาไปหน่อยต้องขออภัย” ฟางเฉินกล่าว“ไม่เป็นไรเพราะยังมีคนมาช้าอยู่อีกคน” อู่เย่หลานกล่าว“หืม ยังมีคนที่ช้ากล่าวข้าอีกเหรอ” ฟางเฉินกล่าวและมองไปยังคนในกลุ่มซึ่งตอนนี้มี อู่เย่หลาน อู่เล่ย อู่เม่ย อู่เนี่ย ฉินเย่ หนิงเซี่ย และตัวเขาเองซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 7 คนแล้ว“ต้องขออภัยทุกท่านที่มาช้า” ในตอนนั้นเองเสียงที่ไพเราะก็ดังขึ้นพร้อมกับสตรีในชุดสีฟ้าอ่อนวิ่งมาที่กลุ่มฟางเฉิน“เซียนเอ๋องั้นเหรอ” ฟางเฉินแสดงสีหน้าแปลกใจเวลาผ่านไป 1 ปี เย่เซียนดูงดงามมากยิ่งขึ้น และออร่ารอบ ๆตัวนางเองก็ยังทรงพลังและคมกริบดุจกระบี่อีกด้วย“พวกเจ้าสมกับเป็นคู่รักกันจริง ๆปรากฎตัวในเวลาไม่ต่างกันเลย” อู่เย่หลานกล่าว“แม้พวกเจ้าทำเอาข้าอิจฉาแล้วนะเนี่ย” อู่เล่ยกล่าวฟางเฉินและเย่เซียนยิ้มให้กันทั้งสองต่างเข้าใจดีว่าพวกเขาไม่มีเวลาให้กันเพราะช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทั้งสอง จากนั้นอู่เย่หลานก็นำอุปกรณ์บินออกมาซึ่งมันคือเรือเหาะ ทวีปแต่ละทวีปนั้นจะถูกแบ่งกันด้วยทะเลที่กว้างขวางและในทะเลเองก็มีพวกอสูรที่ทรงพลังอาศัยอยู่จำนวนมากดังนั้นการเดินทางส่วนใหญ่นิกายจะเดินทางบนท้องฟ้าเท่านั้นและอู่เย่หลานเป็นถึงบุตรสาวของผู้นำตระกูลไม่แปลกที่นางจะมีของดีติดตัวจำนวนมากและครั้งนี้ตำหนักภารกิจก็ไม่ได้เคลื่อนใหวเพราะมีตำหนักคุมกฎคอยจับตามองอยู่ ทางประมุขนิกายตอนนี้ให้ความสำคัญกับฟางเฉินมากเพราะไม่เพียงระดับจิตวิญญาณของฟางเฉินเท่านั้นแต่ฟางเฉินยังมีพรสวรรค์หลายด้านซึ่งยากมากที่จะนิกายจะปรากฎคนที่มีพรสวรรค์แบบนี้ดังนั้นประมุขนิกายจึงไม่อยากสูญเสียคนแบบฟางเฉินไปแม้แต่ตระกูลฟางเองก็ยังต้องทำตัวสงบเสงี่ยมลงเพราะถ้าขืนลงมือติดต่อกันเกินไปทางนิกายอาจจะไม่ยอมนิ่งเฉยและตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมให้ฟางเฉินเติบโตแน่พวกฟางเฉินเดินทางไม่เร็วมากนักเพราะเรือเหาะลำนี้ค่อนข้างช้า และในขณะรอคนอื่น ๆถ้าไม่พูดคุยวางแผนกันก็จะบ่มเพะกัน“1 ปีมานี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ฟางเฉินกล่าว“อืม ท่านอาจารย์ท่านดีกับข้ามาก ท่านช่วยเหลือข้าหลายๆอย่างเลยทั้งทักษะบ่มเพาะ ทักษะกระบี่ และยังทรัพยากรจำนวนมากอีกด้วย” เย่เซียนกล่าว“แล้วเจ้าคงไม่มีปัญหากับคนในหุบเขาใช่ใหม” ฟางเฉินกล่าวด้วยความกังวลเพราะถ้าเย่เซียนที่พึ่งมาใหม่ถูกปฏิบัติอย่างดีเกินไปมันจะทำให้ศิษย์คนอื่น ๆพากันอิจฉาและอาจจะหาทางสร้างปัญหาให้เย่เซียนได้“ก็มีบ้างแต่อาจารย์บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ เพราะว่าเรื่องนี้ถือเป็นการฝึกจิตใจไปด้วย” เย่เซียนกล่าว“ยอดไปเลยนะราชาเซียนเฉิงอู่เนี่ย” ฟางเฉินกล่าวชื่นชม“แล้วเจ้าละ 1 ปีมานี้มีเพื่อนเพิ่มมากมายเลยนี่แถมยังเป็นศิษย์พี่อู่เย่หลานอีกด้วย” เย่เซียนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มของนางทำให้ฟางเฉินต้องหลั่งเหงื่อ“เรื่องนั้น.......” จากนั้นฟางเฉินก็เล่าสิ่งที่ตนเองพบเจอให้กับเย่เซียนฟัง“เป็นแบบนี้เองหรอกหรอก สรุปว่าตอนนี้นอกจากอาจารย์ของเจ้าแล้วเจ้ายังมีตระกูลอู่คอยช่วยเหลืออีกแรงสินะ” เย่เซียนกล่าว“อืมก็คงงั้น แต่ตอนนี้ข้าเองก็กำลังร่วมมือกับตำหนักยุทธพันธ์อยู่และถ้าการร่วมมือเป็นไปได้ด้วยดีข้าก็จะมีพันธมิตรเพิ่ม” ฟางเฉินกล่าว“ตำหนักยุทธพันธ์งั้นเหรอ ทำไมเจ้าถึงไปร่วมมือกับพวกเขาได้ละ” เย่เซียนกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย“เพราะนี่ไงละ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับส่งระเบิดเพลิงวินาศให้กับเย่เซียน 10 ลูก และจากนั้นฟางเฉินก็เล่าถึงการร่วมมือและสอนวิธีใช้ให้กับเย่เซียนอีกด้วยในแหวนมิติของฟางเฉินยังมีระเบิดเพลิงวินาศอีก 20 ลูกซึ่งมันมากพอที่จะช่วยในการฆ่าล้างสังหารพวกอสูรจำนวนมาก และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่จะทดสอบระเบิดเพลิงวินาศในการสังหารพวกอสูรพวกฟางเฉินต้องใช้เวลาถึง 1 เดือนกว่าจะไปถึงทวีประดับต่ำที่อยู่ในภารกิจ ซึ่งตอนนี้ทวีปแห่งนี้ถูกพวกอสูรยึดไปแล้วครึ่งหนึ่งถึงแม้ในทวีปแห่งนี้จะไม่มีพวกอสูรระดับ 7 เลยแต่คนในทวีปแห่งนี้ก็ยังไม่สามารถต่อกรพวกอสูรได้