บทที่ 49
ในขณะที่ลูกสาวตระกูลอื่นๆกำลังคิดหาทางเพื่อเข้าหาตัวของโอ๊ต มีทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว มีทั้งเข้าหาเพราะความจำเป็น ทั้งความรัก และทั้งความเสียใจ หรือมันอาจจะเรียกได้ว่าโอ๊ตนั้นคือหนุ่มที่ฮอตที่สุดในเชียงใหม่เลยก็ได้ที่มีผู้หญิงสวยระดับดาราดัง และชาติตระกูลรายล้อมอย่างนี้ แต่ทว่าเจ้าตัวนั้นกลับไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย“เออ.. น้องชาย คนพวกนี้เป็นลูกค้าแน่เหรอ มองดูยังไงก็เหมือนพวกยากูซ่าอย่างไรอย่างนั้นเลยนะ..” พลอยที่มองไปยังกลุ่มของกิตติกล่าวถามอย่างไม่แน่ใจสักเท่าไร โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับเกาแก้มของตัวเองอย่างมึนๆ มันก็เหมือนจริงๆนั่นแหละ“พวกเขาเป็นลูกค้าวีไอพีของผมเอง.. จะว่ายังไงดีล่ะครับ พวกเขาชื่นชอบแพนเค้กของผมมาก จนบางครั้งถึงกับเรียกผมด้วยชื่อเล่นว่า ‘คุณชายแห่งแพนเค้ก’ เลยล่ะครับ ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาก็เหมือนเจ้าพวกบ้ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถ้าคุณได้ยินอะไรแปลกๆก็อย่าไปถือสาอะไรพวกเขาเลยนะครับ”โอ๊ตกล่าวเพื่อดักทางเอาไว้ก่อน ไม่แน่ว่ากิตติอาจจะเผลอหลุดปากอะไรออกมาก็ได้ พลอยที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับเล็กน้อย แต่เธอก็ดูว่าจะยังกล้าๆกลัวๆอยู่ดี หญิงเองก็ไม่ต่างกันมากเท่าไร เธอเอาแต่จ้องมองโอ๊ตอย่างสงสัยเช่นกัน และยังไม่ทันที่โอ๊ตจะได้พูดขาดคำนั้นเอง เสียงของกิตติก็ดังขึ้นมา..“คุณชายกลับมาแล้ว.. ยินดีต้อนรับกลับขอรับคุณชาย” กิตติกล่าวพร้อมกับทำตาใสให้กับเขา แน่นอนว่าโอ๊ตถึงกับออกอาการเซ็งๆ ประมาณว่าถ้าไม่พูดกับทั้งสองสาวเอาไว้ก่อน เขาจะต้องเสียเวลาในการอธิบายอะไรอีกแน่ๆ“กลับมาแล้ว.. ส่วนเรื่องในวันนี้ให้ช่างมันเถอะ ถ้าผมไม่ได้สั่งให้ทำอะไรก็อย่าได้เข้ามายุ่งกับชีวิตของผมล่ะ เข้าใจไหม...” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกิตติที่พยักหน้ารับเหมือนลูกสุนัขผู้ซื่อสัตย์รับคำสั่งจากเจ้านาย กิตติพยายามคิดว่าจะขออภัยกับคุณชายยังไงดี แต่ดูเหมือนว่าแผนที่คิดมาจะไม่ต้องใช้มันแล้ว“เออ.. ขอโทษนะครับทั้งสองคน พวกเขาก็จะบ้าๆบอๆอย่างนี้แหละ วันนี้ดันไปก่อปัญหาสั่งแป้งทำแพนเค้กหลาย 100 กิโลกรัมเลยล่ะ เราเอาซะเกือบจะเคลียร์กับเจ้าของร้านไม่ได้แหนะ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเกาหัวตัวเองเบาๆ เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่เขากล่าวไปนั้นทั้งสาวสองจะเชื่อหรือเปล่า แต่เขาคิดได้เพียงเท่านี้เท่านั้น“ขออภัยขอรับ.. ผมจะไม่ทำอะไรอย่างนั้นอีกแล้วขอรับ” กิตติที่รู้งานก็เริ่มที่จะเลี่ยงคำเฉพาะออกไป ก่อนจะเออออห่อหมกไปกับคุณหนูของเขา ทั้งสองสาวได้แต่มองหน้ากัน พวกเธอไม่คิดเลยว่าจะมีบุคคลประเภทนี้อยู่บนโลกนี้ด้วย“ฉันเข้าใจแล้วน้องชาย.. แล้วจะเริ่มทำเลยหรือเปล่า หรือว่าจะทำอย่างอื่นก่อนล่ะ” พลอยกล่าวรับ และพยายามทำความเข้าใจ แต่เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรเธอก็ไม่อยากจะรู้อะไรเพิ่มอีกแล้ว แค่ความลับของเขาก็เล่นเอาเธอปวดหัวแทบแย่ และดูเหมือนว่าไอ้เรื่องที่พูดว่าจะฆ่าพวกเธอนั้น ไม่ได้พูดลอยๆ และทำไม่ได้เสียแล้ว วันนี้เธอมาที่นี่เพื่อกินแพนเค้กเท่านั้น และจะไม่คิดเรื่องอื่นอีก“อะไรกันพี่พลอย คนพวกนี้น่าสงสัยจะตายไป พี่ไม่สงสัยบ้างหรือยังไง..” หญิงกระซิบที่ข้างหูของรุ่นพี่สาวเพื่อที่จะเรียกสติให้เธอคิดตาม เหตุผลที่เธออยู่ตรงนี้ก็เพื่อสืบหาความจริง และหาวิธีการที่ชายคนนี้ใช้รักษาคนไข้บันยาเท่านั้น ถึงจะมีเรื่องแพนเค้กหน่อยๆก็ตามในเหตุผลนั้น“ก็..เขาบอกมาอย่างนั้น เราก็เก็บข้อมูลเอาไว้ก่อนสิ! เราจะแย้งทุกเรื่องเลย เขาก็จะระวังตัวมากขึ้น แล้วทีนี้เราจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มกันเล่า” พลอยที่พยายามหาเหตุผลมาตอบกับรุ่นน้อง ทั้งๆที่เธอรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง แต่ถ้าเธอพูดเปิดเผยอะไรไปในตอนนี้เธอได้ถูกเจ้าพวกคนชุดดำนี้เก็บแน่นอน“เข้าใจแล้วค่ะ.. พี่พลอยนี่ฉลาดจริงๆ” หญิงกล่าวก่อนจะพยักหน้ามั่นใจ และเธอก็เริ่มต้นเก็บข้อมูลของเธอต่อในทันที พลอยก็แทบจะปาดเหงื่อตัวเองเลยที่เธอหาเรื่องมาเนียนได้ทันเวลา“เออ.. คือว่าทั้งสองคนจะปรึกษาอะไรกันที่มันเป็นความลับก็อย่าพูดเสียงดังกันสิครับ ทำอย่างนี้ผมก็รู้เรื่องกันหมด ฮ่าๆ.. ก่อนอื่นผมจะออกไปซื้อแป้งกับไข่ เครื่องปรุงแต่งรสชาตินิดหน่อยที่ตลาดก่อน คงต้องขอให้พวกคุณสองคนรอที่นี่.. จริงสิ! กิตติฉันขอตัวแทนลูกน้องของนายสัก 3-4 คนมาช่วยยกของหน่อย เดี๋ยวจะตอบแทนด้วยการทำแพนเค้กให้ทานคนละชิ้น”โอ๊ตกล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้ทั้งสองสาวถึงกับหน้าแดงไปด้วยความเขินทันที เหมือนพวกเธอจะลืมไปว่าชายคนนี้อยู่ตรงหน้า ดันทำเรื่องที่น่าอายไปซะได้ ก่อนที่โอ๊ตจะสั่งกิตติให้เตรียมลูกน้องไปช่วยขนวัตถุดิบจากร้านเจ๊หมึกที่ตลาด และด้วยการที่โอ๊ตบอกว่าจะทำแพนเค้กให้คนละชิ้นนั้นก็มีแต่คนแย่งทำงานนี้กันทั้งนั้น จนมันวุ่นวายเหมือนจะเริ่มบานปลาย“ฉันบอกว่าขอตัวแทนแค่ 3-4 คน และจะทำให้ทุกคน ฉันหมายถึงพวกแกที่ไม่ได้ไปด้วยคนละชิ้น แค่ส่งตัวแทนมาแค่นั้นแหละ จัดการให้ด้วยกิตติ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง เพื่อเตรียมตัวจะไปจ่ายตลาด ในหัวของเขากำลังนึกถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ กับแก๊สที่กำลังจะหมด มันถึงคราวที่จะต้องสั่งเพิ่มในทีเดียวเลย“รับทราบขอรับ.. เฮ้ย! แก! แก! แก! แล้วก็แก ตามไปช่วยคุณชายถือของ..” กิตติกล่าวตอบรับคำสั่งของโอ๊ตก่อนที่เขาจะชี้หน้าไปที่บอดี้การ์ด 4 คนแบบสุ่ม แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธ พวกเขาถือว่ามันเป็นงานที่ทรงเกียรติเลยด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่งพวกเขาได้รับใช้คุณชายในการถือของ พวกเขาตะเบะเหมือนกับตำรวจ ท่ามกลางความสงสัยของหญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่ด้วย ไม่นานโอ๊ตก็เตรียมตัวเสร็จ ก่อนจะเดินนำบอดี้การ์ดทั้ง 4 ไปยังตลาดตามกำหนด โดยที่เขาฝากให้กิตติดูแลสองสาวให้เป็นอย่างดี ยังไงก็ตามพวกเธอก็เป็นแขกที่เขาเชิญมาด้วยตัวเอง ถึงจะยังไม่เข้าใจว่าไปสนิทกับพวกเธอในตอนไหนก็ตาม เริ่มแรกโอ๊ตเดินเข้าไปที่ร้านแก๊สก่อนที่ร้านจะปิดบริการไปเสียก่อน ด้วยความที่เขาเป็นเด็กของชุมชนมานานแล้ว เจ้าของร้านแก๊สเองก็รู้จักเขาดี และจะจัดการให้ตามที่โอ๊ตสั่งเอาไว้ มันเป็นถังแก๊สขนาดมาตรฐานถึง 2 ถังใหม่ ด้วยราคาราวๆเกือบๆ 4,000 บาท แน่นอนว่าโอ๊ตก็จ่ายไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ก่อนที่จะเดินไปอีกร้านที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ แน่นอนว่าเขาสั่งสินค้าล็อตใหญ่ ราคารวมเกือบหมื่นบาทเลยทีเดียว โอ๊ตจดทุกอย่างลงสมุดเล็กๆของเขา เพื่อที่จะได้เอาไปคำนวณรายรับ-รายจ่ายให้มันถูกต้อง สินค้าเองก็จะส่งไปที่หอพักของเขาหลังจากพวกเขาจัดแจงอะไรทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่สุดท้าย ใช่แล้วมันเป็นร้านของเจ๊หมึกนั่นเอง ..อีกด้านหนึ่ง กิตติ และสองสาว..“สวัสดีครับแขกทั้งสองท่าน.. ผมขออนุญาตแนะนำตัวสักเล็กน้อย ผมมีชื่อว่ากิตติ..” กิตติกล่าวพร้อมกับเอ่ยแนะนำตัวตามประสาพ่อบ้าน แน่นอนว่ามันเป็นมารยาทที่ดีที่พ่อบ้านอย่างเขาจะต้องทำการดูแลแขกของผู้เป็นนายให้เป็นอย่างดี“สะ..สวัสดีค่ะคุณกิตติ ฉันชื่อพลอย ส่วนนี่รุ่นน้องของฉันชื่อ หญิง ค่ะ..” พลอยที่ถูกทักอย่างกะทันหันเธอก็ตกใจไม่น้อย มันเหมือนว่าโอ๊ตนั้นหลอกพวกเธอมาฆ่าตามที่เขาขู่อย่างไรอย่างนั้นเลย“ทำตัวตามสบายเถอะครับ ในเมื่อพวกคุณเป็นแขกของคุณโอ๊ตแล้ว ผมก็ยินดีที่จะดูแลเป็นพิเศษครับ ว่าแต่ทั้งสองท่านเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของคุณโอ๊ตอย่างนั้นเหรอครับ..” กิตติกล่าวถาม“ออ..เปล่าหรอกค่ะ จริงๆแล้วพวกเราเป็นหมอน่ะค่ะ..” พลอยกล่าว และมันเล่นเอากิตติถึงกับมึนงงไปเลยทีเดียว แต่ก็เหมือนว่าเขาจะนึกขึ้นมาได้ เหมือนชุนตงจะเคยบอกว่าเขาถูกรักษาโดยคุณชาย ชุนตงเรียกว่า ‘เซียนแพทย์’ หรือ ‘แพทย์เทวะ’ อะไรนี่แหละ“เออ.. พวกคุณเป็นหมอนี่เอง ผมเข้าใจดีว่าคุณโอ๊ตมีทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม หรือว่าพวกคุณจะมาขอเป็นศิษย์เหมือนในนิยายกำลังภายในอะไรพวกนั้น..”กิตติพยายามกล่าวให้บรรยากาศมันดูเป็นกันเอง พวกเขาจะได้พูดคุยกันไม่ลำบาก แต่ทว่าหลังจากที่สองสาวได้ฟังสิ่งที่หลุดมาจากปากของกิตติพวกเธอก็อึ้งไปเลยทันที โดยเฉพาะหญิงที่ตกใจเป็นพิเศษ ส่วนพลอยก็ไม่คิดว่าชายคนนี้จะพูดออกมาให้มันเหมือนเรื่องตลก ทั้งๆที่เธอยังต้องปิดบังมันเป็นความลับเลยด้วยซ้ำ มันช่างไม่ยุติธรรมเลย“มันหมายความว่ายังไงคะ เขาเองก็เป็นหมอเหมือนกันเหรอคะ..” หญิงกล่าวถาม กิตติที่ได้ยินก็มึนงง เขาก็คิดว่าเป็นเพื่อนหมอด้วยกันเสียอีก ส่วนเรื่องลูกศิษย์นั้นเขาก็แค่เล่นมุขเท่านั้น“เห็นว่าคุณโอ๊ตท่านเป็นหมอจีนอะไรอย่างนั้นนะครับ.. รู้สึกเหมือนว่าชุนตง อ๊ะขอโทษครับ คนรู้จักน่ะครับ จะเรียกคุณโอ๊ตว่า ‘แพทย์เทวะ’ นะครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณพอจะรู้จักไหม” กิตติกล่าว หญิงที่ได้ยินก็ยิ่งตกใจ“คุณชุนตงอย่างนั้นเหรอคะ.. นี่มันชัดเจนมากเลยนะคะรุ่นพี่ แล้วเรื่องแพทย์เทวะนี่มันยังไงกันอีก” หญิงกล่าว เมื่อกิตติพูดถึงชุนตงหนึ่งในคนไข้ผู้ต้องสงสัยว่าได้โอ๊ตรักษา เธอกล่าวย้ำก่อนจะหันไปหารุ่นพี่สาวของเธอ เพราะเรื่องนี้มันเข้าเค้าโครงเรื่องมาแล้ว“เอออ.. คือว่า... ฉันรู้มาตั้งแต่แรกแล้วน่ะ..” พลอยกล่าว พร้อมกับตาของหญิงที่โตเท่าไข่ห่าน