บทที่8
วันถัดมาพ่อบ้านเจียงก็มาหาิซินที่ตำหนักพร้อมกับเสื้อผ้าสีขาวเนื้อดีทั้งยังมีลวดลายสวยงามประดับในจำนวนไม่น้อยที่สามารถใส่ไม่ซ้ำกันได้ไปเป็เดือนๆ นี่ไม่ใช่ว่าท่านอ๋องประชดเขาอยู่หรอกหรือ?!
“คุณชาย วันนี้เราไม่ไปสวนกันอีกหรือขอรับ เห็นคุณชายบอกว่าจะไปเก็บดอกไม้เพิ่ม”
“ไม่เอาอ่ะ เอาไว้วันอื่นดีกว่า ข้ากลัวออกไปแล้วจะเจอท่านอ๋องอีก”
ยามนี้เขากำลังนั่งจิบชาสบายใจอยู่ที่ชานระเบียงหน้าตำหนักตนเอง พูดถึงท่านอ๋องแล้วเมื่อวานเขายังหงุดหงิดไม่หาย หากเป็คนธรรมดาเขาคงตอกกลับไปเสียหลายชุดแล้ว แต่นี่อีกฝ่ายเป็ถึงชินอ๋อง เป็ทั้งแม่ทัพ หรืออีกทางก็อนุชาของฮ่องเต้ จะตำแหน่งไหนก็ดูน่ากลัวทั้งสิ้น เขาไม่ได้ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นที่จะตอกกลับอะไรที่รุนแรงไปได้ ไม่เช่นนั้นคงได้กลายเป็ิ่เบื้องสูงเอาน่ะสิ เสี่ยงหัวหลุดออกจากบ่าอีกต่างหาก ทว่ายังไม่ทันได้คิดไปไกล เสียงเรียบที่เริ่มคุ้นหูกลับดังขึ้นมาจากเื้ัิซินเสียก่อน
“เจอข้ามันเป็อย่างไร”
“!!!”
ิซินถึงกับสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ คนที่ตนกำลังพูดถึงก็มาโผล่อยู่หน้าตำหนักตนเองเสียได้ ถ้วยชาในมือเกือบจะหลุดลงพื้นดีที่เขาดึงสติกลับมาได้เสียก่อน
“…..”
“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ! ท่าน…มาได้อย่างไรข้าไม่เห็นได้ยินเสียง”
“ก็เดินมาเรื่อยๆ เห็นตำหนักเ้าพอดีเลยแวะเข้ามาดู”
เหตุผลท่านช่างบัดซบนัก! ตำหนักใหญ่อยู่ตั้งไกลเดินเล่นแล้วแวะเข้ามาดู ท่านคิดได้อย่างไร!
“…..”
“เดินมาไกลถึงที่นี่ ชายาจะไม่ต้อนรับข้าด้วยน้ำชาสักถ้วยเลยหรือ”
“อ่อ อาลู่นำน้ำชามาให้ท่านอ๋องเร็ว”
“……”
จากนั้นหานตงก็นั่งอยู่ที่หน้าตำหนักท้ายวังของิซินอยู่นาน ไร้การพูดคุยใดๆ เพียงแค่นั่งจิบชาไปเรื่อยๆ มองนกมองไม้ เหมือนคนไม่มีอะไรจะทำ ส่วนเขาน่ะหรือจะไปไหนได้ ท่านอ๋องยังนั่งอยู่เขาก็ต้องนั่งอยู่ตรงนั้นเช่นกัน! นั่งจนเมื่อย….แล้วท่านอ๋องก็กลับไปดื้อๆ ในยามเซิน ไม่รู้ว่า้าอะไร แต่มานั่งแบบนี้เขาก็กดดันเป็นะ!! จากวันสบายๆ กลายเป็วันปวดเมื่อยเสียได้…นั่นเพราะนั่งเกร็งมากจนเกินไปนี่สิ ลำบากอาลู่ต้องมานวดเหน็บชาให้เขาทั้งตัว!! บัดซบ!
ทว่าในวันถัดมาก็ไม่ต่างจากเมื่อวานนัก ในยามอู่ (11.00-12.59น.) ชินอ๋องแวะมาที่ตำหนักเขาเช่นเมื่อวาน แต่วันนี้ข้าไม่ได้ออกไปนั่งเล่นหน้าตำหนักหรอกนะ เพราะขนาดนี่ตอนเที่ยงแท้ๆ แต่อากาศกลับเย็นอย่างกับอะไรดี คาดว่าไม่นานหิมะคงตกแน่ๆ ใครจะออกไปนั่งท้าลมเย็นๆ นั่นกันสู้นอนอู้ใต้ผ้าห่มเล่นยังจะดีซะกว่า ไหนๆ ก็ออกไปขายของไม่ได้อยู่แล้วด้วย
“คุณชาย ท่านอ๋องรออยู่ที่หน้าตำหนักนะขอรับ คุณชายจะไม่ออกไปรับท่านอ๋องหน่อยหรือขอรับ”
อาลู่ถามอย่างกังวล ซึ่งปกติแล้วมันเป็หน้าที่ของคนเป็ภรรยาที่ต้องออกไปรับคนเป็สามีมิใช่รึ หากสามีมาหาที่ตำหนัก
“ออกไปรับทำไม เขาก็ไม่ได้เรียกหาข้าเสียหน่อยมิใช่รึ”
ิซินที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก เขารู้ว่าหานตงคงไม่เข้ามาตามเขาหรอก เพราะเขาบอกอาลู่ไปแล้วว่าหากมีคนมาหาให้บอกว่าข้านอนอยู่ ที่พูดถึงนี่ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าชินอ๋องจะมาตำหนักเขาวันนี้ ที่บอกกันไว้นี่เผื่อพวกพ่อบ้านหรือบ่าวรับใช้คนอื่นที่จะมาหากะทันหันต่างหาก กลายเป็ชินอ๋องไปซะได้ ดีเลยหากเข้ามาจะได้เห็นว่าเขานอนอยู่จริงๆ คราวหน้าถ้าเขาแอบออกไปอีกแล้วอาลู่ออกไปรับหน้าชินอ๋องจะเชื่อด้วย
“แต่ท่านอ๋องถามถึงคุณชาย”
“แล้วเ้าตอบว่าอะไร”
“ตอบว่าคุณชายนอนพักหลังจากไปเดินเล่นออกกำลังมาขอรับ”
“นั่นสิข้านอนอยู่ข้าจะออกไปพบได้อย่างไร อีกอย่างนะอาลู่ การเรียกหาก็คือเรียกหา หากเขาบอกเ้าว่า ตามชายามาซิ นั่นคือเรียก แต่ถ้าถามมิได้แปลว่าเรียกหาเสียหน่อย อีกอย่างใครใช้ให้เขามากันเล่า ข้าจะนอนกลางวัน ไหนๆ วันนี้ก็ได้พัก เผื่อว่าท่านอ๋องไปทำงานในวังพรุ่งนี้ข้าจะได้มีแรงไปทำขนมพรุ่งนี้เต็มที่ไงล่ะ แต่ถ้าเขาให้เ้ามาตามข้าเราก็ค่อยว่ากัน”
จะบอกว่าการพักผ่อนนี้เป็เพียงแค่ข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงการพบหน้าชินอ๋องของเขาก็ได้นะไม่ผิดหรอก
“คะ…คุณชาย”
“เอาเถอะน่าอาลู่ ท่านอ๋องอยากจะนั่งอยู่หน้าตำหนักหรือจะเข้ามาตามข้าเองก็ปล่อยเขาเถอะ เ้าก็ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก”
หานตงนั่งรออยู่หน้าตำหนักอยู่นาน ิซินก็ยังไม่ออกมา
หลังพักงานจากตำหนักตนเองหานตงก็เดินมุ่งหน้ามายังตำหนักนี้ทันที หวังจะเจอใครบางคน ทว่าบ่าวประจำตัวก็แจ้งว่าชายาผู้นั้นกำลังนอนพักอยู่ เขาที่ไม่อยากกวนเวลาพักจึงมิได้ให้ไปตาม และเลือกที่จะนั่งรออยู่หน้าตำหนักแทน
อากาศวันนี้ค่อนข้างเย็นกว่าเมื่อวานนักหากได้ชาสักชุดคงดีไม่น้อย…
“อาลู่”
ิซินงัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากเผลอหลับไป เขาเรียกหาบ่าวคนสนิทที่มักอยู่ข้างกายเขาเสมอ
“คุณชายตื่นแล้วหรือขอรับ”
“อืม…ข้าเผลอหลับไปงั้นรึ นี่ยามใดแล้ว”
ตอนแรกว่าจะนอนอ่านหนังสือเล่นเฉยๆ ดันเผลอหลับไปจริงเสียได้
“ตอนนี้ใกล้ยามเซิน (ใกล้15.00น.) แล้วขอรับ”
“งั้นเหรอ”
“คุณชายน้ำล้างหน้าขอรับ”
ลู่ฉางนำน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้สักพักมาให้ิซินล้างหน้า คิดว่าอีกสักครู่ถ้าคุณชายตนยังไม่ตื่นเขาจะปลุกเอง เพราะนี่ก็นอนนานแล้วคุณชายจะป่วยได้ อีกอย่างคือ…..ท่านอ๋อง
“ขอบใจ”
ิซินรับน้ำมาล้างหน้าและเช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จเรียบร้อยก็ลุกออกจากเตียงพร้อมบิดตัวเล็กน้อยให้หายเมื่อยเนื้อเมื่อตัวเพราะนอนนานเกินไป
“ข้าจะออกไปยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย เมื่อยชะมัดสงสัยนอนผิดท่า”
“เอ่อ….คุณชาย”
“ไปด้วยกันสิอาลู่”
อาลู่ที่ตอนแรกจะพูดอะไรสักอย่างเงียบไป ิซินที่ไม่ทันได้ยินเสียงอึกอักของอาลู่ก็ชวนอาลู่ออกไปเดินเล่นด้วยกัน
“อ่า ขอรับ”
เขาใส่เสื้อคลุมตัวหน้าพร้อมกับผ้าปิดหน้าเรียบร้อยก็เดินนำลู่ฉางออกมาทันที
“หือ…เห้ย!”
และเมื่อเปิดประตูหน้าตำหนักออกมาลมเย็นจัดก็ตีเข้าหน้าิซินทันที ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ิซินใจนถอยตัวกลับก็คือคนที่นั่งอยู่หน้าตำหนักของเขา
“ตื่นแล้วงั้นรึ”
หานตงหันมามองิซินที่เปิดประตูออกมาก่อนจะถามเสียงนิ่งตามแบบฉบับตนเอง
“ท่าน….ทำไมถึงอยู่นี่!”
ิซินถามด้วยความใ ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วเหรอ หรือมาใหม่?
“ข้ามาเดินเล่น เห็นตำหนักเ้าจึงมานั่งพัก มานั่งนี่สิ”
“….!”
ิซินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกมือเย็นๆ ดึงให้ลงไปนั่งข้างๆ
มือเย็นเฉียบเลย อย่าบอกนะว่านั่งอยู่นี่ั้แ่ตอนนั้นน่ะ!
ิซินมองถ้วยชาที่วางอยู่ข้างชินอ๋องก่อนจะจับที่กาดู ปรากฏว่ามันเย็นมาก! นี่นั่งอยู่ตลอดจริงๆ เหรอ
“ชานั่นบ่าวเ้าจัดมาให้ข้า”
“งั้นรึ…อาลู่เ้าไปนำชาชุดใหม่มาให้ท่านอ๋องเถอะ ชานี่เย็นหมดแล้ว”
เขาตอบชินอ๋องเสร็จก็หันไปบอกอาลู่ให้นำชาชุดใหม่มาให้แทน
“ขอรับ”
ลู่ฉางอยากจะบอกว่าชานั่นเขาจัดมาให้เป็ชุดที่สี่แล้ว ไม่ทราบว่าในท้องของท่านอ๋องเวลานี้เต็มไปด้วยชาหรือยัง
“ไม่ต้อง อีกเดี๋ยวข้าก็จะกลับแล้ว”
หานตงปฏิเสธเพราะอีกประเดี๋ยวเขาก็คงต้องกลับแล้วเพราะยังมีงานรอเขาอยู่
“…”
ิซินพยักหน้าเข้าใจ
“…มือเ้าอุ่นดี”
นั่งเงียบไปอีกครู่หนึ่งหานตงก็พูดขึ้น
“หือ? ....!!!”
ิซินที่นั่งมองหน้าหานตงอย่างไม่เข้าใจก้มลงไปมองมือตนเองก็เข้าใจทันที เอ้า นี่ยังไม่ปล่อยมือข้าอีกรึ! เดี๋ยวนะผู้ชายจับมือกันเช่นนี้ท่านไม่คิดว่าประหลาดไปหน่อยรึ?
“หึหึ ข้าต้องกลับแล้ว”
“…”
หานตงหัวเราะเล็กน้อยกับปฏิกิริยาตอบรับที่ไม่ได้เคอะเขิน แต่ออกจะไปทางใแบบงงๆ เสียมากกว่าซึ่งมันน่ามองกว่าท่าทางเขินอายของสตรีที่เขาเคยพบเห็นมาเสียอีก เขาปล่อยมือนั่นช้าๆ และเดินออกมาอย่างพึงพอใจ ปล่อยให้ิซินงงกับการกระทำแปลกประหลาดและเข้าใจยากของชินอ๋อง อย่าว่าแต่ชายาตนเองจะไม่เข้าใจเพราะตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจกับการกระทำของตนเองเช่นกัน…
ในวันถัดมาหานตงก็โดนเรียกเข้าวังหลวงแต่เช้าตรู่ เห็นว่าครั้งนี้คงอยู่อีกหลายสิบวัน สบายเขาล่ะที่ไม่ต้องมานั่งระแวดระวังว่าท่านอ๋องจะมาแล้วไม่เจอเขาเพราะเ้าตัวไม่อยู่เอง แต่หากมีคนนำของมาให้เื่นี้เขาให้อาลู่อยู่รับหน้าเรียบร้อยแล้ว เพราะหลังจากที่ท่านอ๋องกลับไปวันนั้น ท่านอ๋องก็ให้คนนำของใช้ต่างๆ มาให้เขาที่ตำหนักอีกเรื่อยๆ พ่อบ้านแจ้งว่าเป็รับสั่ง สงสัยพ่อบ้านกลัวเขาปฏิเสธอีกมั้งจึงต้องบอกว่าเป็รับสั่งเพราะหากเป็รับสั่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยปฏิเสธได้
แต่ถึงงั้นก็เถอะเขาก็ไม่เคยออกไปรับของเ่าั้ด้วยตนเองเลย อย่างที่บอกว่าเขาให้อาลู่อยู่รับหน้าดังนั้นจึงมีแต่อาลู่ที่ออกมารับของพวกนั้นแทน แล้วจากนั้นค่อยให้อาลู่ตามเขาออกไปที่หลัง ไม่งั้นเขาคงไม่เป็อันขายของกันพอดี
เมื่อมาถึงิซินก็ทักทายทุกคนเช่นปกติ ก่อนจะรีบคิดเมนูถัดไปเพื่อทำขนมขายทันที เพราะนี่ก็หยุดมาหลายวันแล้ว หากช้ากว่านี้เกรงลูกค้าจะหนีหมด
“เอาล่ะ เมนูต่อไป เราจะทำอะไรกันดี….อืม วัตถุดิบที่มีก็ใช้ไปเกือบหมดแล้วคงต้องไปหาซื้อเพิ่ม อาเฉียนเ้าพอจะรู้ที่ๆ ขายวัตถุดิบต่างแคว้นบ้างไหม เพราะที่ร้านวัตถุดิบของเมืองหลวงบางอย่างก็ไม่มีซ้ำหายากนัก”
“คุณชายถ้าเื่วัตถุดิบต่างแคว้นจะมีแถวท่าเรือที่จะมาขายอยู่ขอรับ หนึ่งเดือนจะมีมาลงประมาณ5วัน วันนี้เป็วันสุดท้ายของเดือนพอดี คุณชายจะไปดูไหมขอรับ”
“ไปสิ งั้นเ้าพาข้าไปเลย เด็กๆล่ะไปด้วยไหม”
ิซินเห็นว่าจะไปเดินเล่นตลาดจึงคิดชวนเด็กๆ ทั้งสองไปด้วย แต่เฉียนต้ากลับขัดเสียก่อน
“ข้าว่าให้เด็กๆ อยู่บ้านดีกว่าขอรับ ที่ตลาดท่าเรือคนต่างถิ่นเยอะ เกรงว่าจะไม่เหมาะกับพวกเด็กๆ”
คนต่างถิ่นเยอะ ผู้คนก็เยอะ เกิดเด็กๆ หลงมาจะเป็อันตรายเสียเปล่า อีกทั้งคุณชายจะได้เดินดูของได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องคอยห่วงเด็กๆ ด้วย
“งั้นรึ เช่นนั้นพวกเ้าอยู่บ้านกันดีๆล่ะ แล้วข้าจะรีบไปรีบกลับมาพร้อมของฝากนะ”
เด็กๆ ทำหน้าจ๋อยจนน่าสงสาร แต่ิซินก็เชื่อเฉียนต้า เพราะเป็คนที่รู้เื่ต่างๆ ในเมืองเยอะ เขาจึงไม่คิดจะขัด
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เด็กๆ ถึงจะหน้าจ๋อยไปแต่ก็ตอบรับและเชื่อฟังไม่คิดดื้อรั้น
.
“ที่นี่แหละขอรับคุณชาย”
เมื่อมาถึงตลาดท่าเรือ ิซินก็ต้องร้อง หือ…ออกมาเบาๆ ด้วยเพราะคนที่ค่อนข้างเยอะกว่าที่คิด แถมตลาดก็ใหญ่พอสมควร ถูกแล้วที่ไม่นำเด็กๆ มาด้วย เกรงว่าเดินไม่ถึงเค่อคงหลงกันไปหมด
“คนเยอะกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”
“ขอรับ ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะขอรับ ยิ่งคนเยอะแบบนี้ ขโมยก็เยอะตามไปด้วยขอรับ”
“อืม ข้าจะระวัง”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยิซินและเฉียนต้าก็ออกเดินสำรวจแต่ละร้านทันทีว่ามีสิ่งใดน่าสนใจบ้างเพราะดูแล้วถ้าไม่รีบพวกเขาคงเดินไม่ทั่วแน่ๆ เดินกันไปได้สักพักก็มาพบกับร้านค้าร้านหนึ่งที่มีของน่าสนใจอยู่
“อันนี้เท่าไหร่รึท่านน้า”
“60 เหรียญทองแดงเท่านั้นขอรับคุณชาย”
“แล้วนี่ล่ะ”
“อันนั้น 30 เหรียญทองแดง ขอรับ”
“คุณชายสนใจเ้าสิ่งนี้หรือขอรับ”
เฉียนต้าถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นิซินดูจะสนใจมากเพราะเมื่อเห็นสิ่งนี้ก็รีบหยิบมันขึ้นมาดูทันที
“ใช่ มันเป็เทียนอบ เอาไว้ใช้อบขนมให้มีกลิ่นหอม ไม่นึกว่าที่นี่จะมีขายด้วย”
ิซินอธิบาย เขาไม่คิดจริงๆ ว่าจะเจอของชนิดนี้ที่นี่
“ขอรับ ยังมีอีกหลายร้าน คุณชายเดินดูให้ทั่วก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
“อืม ก็ได้”
ิซินคิดว่าของร้านนี้ถูกแล้วนะ แต่ก็เชื่อเฉียนต้าเดินดูส่วนอื่นก่อน หากไม่มีค่อยกลับมาที่เดิมก็ยังได้
.
“นับว่าไม่เสียเที่ยว ข้าได้ของที่้ามากพอสมควรเลยล่ะอาเฉียน แถมยังได้ของบางอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีที่นี่ด้วย คุ้มค่าจริงๆ แต่เทียนอบเห็นทีจะมีแค่ร้านแรกที่ข้าถามเท่านั้น เรากลับไปที่ร้านนั้นซื้อเ้านั่นเสร็จก็กลับกันเลยแล้วกัน ข้าจะได้เริ่มทำขนมขายสักที”
“ขอรับ”
“เ้าถือไหวหรือไม่ เอาแบ่งมาให้ข้าอีกก็ได้นะ”
เห็นของพะรุงพะรังที่เฉียนต้าถือแล้วเขาก็คิดจะขอแบ่งมาบ้าง เพราะตัวเขาเองถึงจะถือสองไม้สองมือแต่ก็ไม่เยอะเท่าอาเฉียนล่ะนะ
“ไม่เป็ไรข้าไหวขอรับ คุณชายเลือกของต่อเถอะขอรับ”
“อืม ถ้าไม่ไหวก็บอกข้าล่ะ”
จากนั้นเขาและอาเฉียนก็เดินกลับมาที่ร้านเดิมกัน
“ท่านน้า ข้าขอเ้านั่นสักสี่ชิ้น คิดราคาเท่าไหร่”
“อ่อคุณชายนี่เอง เ้านี่ขายยากเพราะคนไม่ค่อยรู้จักมันเท่าไหร่ ข้าคิด 1 เหรียญเงินแล้วกันขอรับ แต่ถ้าท่านเหมาหมดนี่ข้าจะคิดแค่สองเหรียญเงินเท่านั้นขอรับ”
พ่อค้าลดราคาให้เพราะคิดว่าอย่างไรก็คงขายของชนิดนี้ไม่ออกแล้ว
อืม ชิ้นละ 30 เหรียญทองแดง 9 ชิ้น 2 เหรียญเงิน ประหยัดไปตั้งเยอะ นับว่าคุ้ม!
“ขอบคุณท่านน้ามากขอรับ”
.
เมื่อได้ของมามากมายเรียกว่าครบยิ่งกว่าครบพวกเขาก็พากันกลับมาทำขนมที่้าทันที
“วันนี้ไหนๆ เราก็ได้สมุนไพรแห้งมาทำสีหลายสีแล้ว งั้นเมนูขนมที่เราจะทำต่อไปคือ ลูกชุบ”
“…?”
เฉียนต้าและเด็กๆ ที่ได้ยินต่างทำหน้ามึนงงเมื่อได้ยินชื่อขนมแปลกหูนั่น
“มันคืออะไรหรือขอรับ”
“พวกเ้าคอยดูล่ะ”
ขนมลูกชุบ เขาจะทำเป็รูปผักและผลไม้พื้นเมืองของที่นี่ ชิ้นเล็กๆ หลายๆ สีรับรองสวยงามและอร่อยไม่แพ้ขนมชนิดอื่นๆ ยิ่งตอนนี้สีที่เขามีทำขนมชนิดนี้ให้สวยงามได้สบายเชียว วัตถุดิบก็ครบไม่มีสิ่งใดขาด เยี่ยมนัก!
“โห…ข้าไม่คิดว่ามันจะทำมาจากถั่วจริงๆ! ขอรับ”
“ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยขอรับ มันดูเล็กแต่ก็สวยจนข้าคิดว่ามันคือผักและผลไม้จริงๆ เสียอีก”
หลังจากที่ทำเสร็จออกมาชุดแรก เขาก็จัดใส่จานและนำมาวางไว้ตรงหน้าให้เฉียนต้า ไป๋อู่ และผิงผิงเผื่อให้ดูชมและชิมขนมพวกนี้เสียก่อนเป็การทดสอบความอร่อยก่อนขายล่ะนะ
“อ่ะ พวกเ้าลองทานดู แล้วบอกข้าว่าเป็อย่างไรบ้าง”
ิซินลองให้ทั้งสามคนชิมดู ซึ่งเ้าตัวก็อดที่จะทึ่งไม่ได้ ทั้งรูป รส กลิ่น สี ทุกอย่างล้วนดียิ่ง!
“อร่อยขอรับ เ้าพวกนี้เล็กจิ๋ว รู้สึกกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ!”
“ข้าจะจัดเป็ชุดๆ เหมือนเดิม แล้วขายสักสามวันเหมือนเคย เ้าว่าขนมนี่จะทำกำไรให้ข้าได้ไหม”
“ได้แน่นอนเ้าค่ะ ขนมแปลกและสวยงามเช่นนี้ ทุกคนต้องชอบแน่ๆ”
“อร่อยมากด้วยขอรับ”
เด็กๆ ทั้งสองที่ไม่พูดไม่จาเสียตั้งนานเพราะมัวแต่เอาขนมลูกชุบเข้าปากไม่หยุด หันมาพูดกับเขาทั้งที่ขนมยังคาปากกันอยู่คนละชิ้นสองชิน
ิซินเห็นก็อดที่จะดึงแก้มของเด็กทั้งสองเบาๆ ไม่ได้ น่ารักไม่พอยังปากหวานช่างพูดกันจริงๆ เชียว
“อาผิง อาไป๋ พวกเ้านี่ปากหวานกันจริงๆ งั้นเรามาช่วยกันทำเถอะ นี่เราไปเปิดร้านสายกันอีกแล้วนะ”
“ขอรับ / เ้าค่ะ”
หลังจากวางขายก็ได้รับความสนใจไม่ต่างจากครั้งที่แล้วมา สามวันถัดมาเขาก็ทำขนมชนิดอื่นๆ อีก เช่น บุหรันดั้นเมฆ ขนมดอกไม้ ขนมไข่ปลา ซึ่งทุกอย่างได้รับการตอบรับที่ดีทั้งหมด จนกระทั่ง
“คุณชายขอรับ! บ่าวได้ข่าวมาว่าท่านอ๋องจะกลับวังในสามสี่วันนี้ขอรับ”
เอาแล้ว!! ใกล้ถึงเวลาไอ้ซินต้องกลับวังเสียแล้ว นี่มันยิ่งกว่านางซินที่กลัวแม่เลี้ยงจะกลับบ้านอีกนะเนี่ย!!
“งั้นเหรอ นี่ข้าเตรียมจะขายขนมตระกูลทองอยู่พอดี งั้นข้าจะทำเผื่อเอาไว้ อาเฉียนวันสองวันสุดท้ายเ้าไปขายคนเดียวจะไหวหรือไม่”
ิซินตั้งใจจะกลับภายในสองวันนี้คงจะทันกันกับท่านอ๋องกลับมา นั่นเพราะิซินกลัวความไม่แน่ไม่นอนว่าท่านอ๋องจะกลับตรงวันอีกหรือเปล่าน่ะสิ จึงคิดฝากร้านเฉียนต้าให้ขายกับเด็กๆ จะไหวมั้ยนะ?
“อืม ข้าเกรงจะไม่ไหว ข้าขอเอาคนมาช่วยได้หรือไม่ขอรับ”
เฉียนต้าคิดถึงจำนวนคนที่มารุมซื้อขนมที่ร้านแล้วก็ต้องส่ายหน้าออกมา ขนาดทำกันสามคนอีกทั้งมีเด็กๆ ช่วยยังเกือบจะไม่ทัน เช่นนั้นเขาคนเดียวไม่ทันแน่นอน หาคนไปช่วยน่าจะเป็วิธีที่ดีกว่า
“ได้สิ ว่าแต่เขาเป็ใครรึ”
“เอ่อ เขาเป็สหายที่ข้าเคยไปนั่งเล่นดนตรีแลกเงินด้วยกัน เ้านั่นก็ไม่มีงานที่ทำอยู่ประจำขอรับ คอยแต่รับงานทั่วไปแล้วแต่คนจะจ้าง อีกอย่างเ้านั่นมีลูกและภรรยาต้องคอยดูแล ถ้ารู้ว่ามาช่วยงานแล้วได้เงิน เ้านั่นต้องมาแน่นอน ข้าไม่เอาเงินส่วนของข้าก็ได้ขอรับ คุณชายแบ่งให้เ้านั่นได้เลย”
“ไม่ได้! ข้าก็ต้องให้เ้าทั้งคู่นั่นแหละ งั้นวันนี้เ้าไปพาเขามาคุยกับข้าหน่อยแล้วกัน”
“ขอรับ”
เขาไม่เอาเปรียบใครอยู่แล้ว ใครทำงานย่อมต้องได้เงินทุกคน เพราะกำไรที่ได้มาก็เยอะมากพอดู เงินค่าแรงทุกคนเขาไม่มีทางเอาเปรียบแน่นอน
จากนั้นเฉียนต้าก็พาสหายของตนมาที่บ้านท้ายป่าไผ่ จากนั้นิซินก็เริ่มซักถามพอเป็พิธี
“อาเฉียนคงอธิบายงานคร่าวๆ ไปแล้ว เช่นนั้นเ้าจะมาช่วยงานอาเฉียนได้ใช่หรือไม่”
“ได้ขอรับ ข้าทำงานได้หมดคุณชายบอกมาได้เลยว่า้าให้ข้าทำอะไร”
“แล้วตอนนี้เ้ายังไม่มีงานที่ใดทำประจำอย่างที่อาเฉียนบอกใช่ไหม”
“ขอรับ”
“ถ้าข้าจะจ้างเ้าตลอด เ้าจะมาทำงานกับข้าไหม รวมถึงภรรยาเ้าด้วย ถ้านางว่างไม่มีงานเหมือนกันก็ให้มาทำกับข้าได้ เ้าสนใจหรือไม่”
ได้คนมาเพิ่มก็น่าจะดี ทุกวันนี้แค่เฉียนต้าคนเดียวเกรงจะไม่ไหว ถึงจะมีเด็กๆ คอยช่วยแต่ก็ยังช่วยได้ไม่มากนัก อีกอย่างเขาอยากให้เด็กๆ อ่านหนังสือมากกว่า จะได้อ่านออกเขียนได้กัน โตขึ้นมาอีกสัก 3-4 ปี มาช่วยเขาดูแลร้านขนมก็ยังไม่สาย เพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะรับดูแลทั้งสองคนไปตลอด
“จะ...จริงหรือขอรับ! ข้าทำขอรับ ภรรยาข้าก็ด้วย นางต้องดีใจมากแน่ๆ ขอบคุณคุณชายมากๆ เลยขอรับ”
“ไม่เป็ไร ข้าเองก็กำลัง้าคน ยิ่งถ้าเป็ผู้หญิงยิ่งดี เพราะงานบางอย่าง ผู้หญิงก็ทำได้ดีกว่าผู้ชาย ส่วนลูกเ้าถ้ากลัวว่าจะไม่มีคนดูแล ก็เอามาที่นี่ได้ เพราะที่นี่ก็มีเด็กๆ อย่าง อาผิง และอาไป๋ คงเล่นด้วยกันได้ระหว่างที่เ้าและภรรยาทำงาน”
“ขอรับ! ขอบคุณคุณชายที่เมตตา”
“พอเถอะ เ้าคำนับแบบนี้บ่อยๆ ข้าคงอายุสั้นกันพอดี ว่าแต่เ้าชื่ออะไร”
ิซินร้องห้ามเมื่อถูกสหายของเฉียนต้าคำนับไม่หยุด อืม…สงสัยการหาเงินและหางานในโลกนี้ก็คงไม่ต่างจากปัจจุบันที่เขาจากมาเท่าไหร่สินะ เงิน…อย่างไรก็ถือเป็ปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตอยู่ดี เฮ้อ
“ข้าชื่อ จิ้นเหอ ส่วนภรรยาข้าชื่อ จิ้นหลิน คุณชายจะเรียกข้าทั้งสองว่าอาเหอกับอาหลินก็ได้ขอรับ”
“อืม…เป็ชื่อที่ดีทั้งคู่ ข้าถูกชะตา”
“ขอบคุณขอรับ งั้นคุณชายจะให้ข้าเริ่มงานเมื่อไหร่ดีขอรับ”
“เริ่มพรุ่งนี้เลย ภรรยาเ้าด้วย พรุ่งนี้มาพบข้าที่นี่แต่เช้า แล้วข้าจะสอนงาน”
“ขอรับ งั้นข้าขอรีบกลับไปบอกภรรยาก่อนนะขอรับ”
“อืม เ้าไปเถอะ”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อย จิ้นเหอก็รีบขอตัวกลับไปหาภรรยาตนทันที เพราะข่าวดีเช่นนี้ใช่ว่าจะมีบ่อยนัก
“ขอบคุณคุณชายที่เมตตาสหายข้า ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่านขอรับ”
“ไม่เป็ไร ว่าแต่…ข้าไว้ใจเขาได้ใช่หรือไม่”
“แน่นอนขอรับ ทั้งสองสามีภรรยาข้ารู้จักมานาน ทั้งคู่เป็คนดีและซื่อสัตย์มากขอรับ”
“ดี งั้นข้าฝากเ้าดูแลพวกเขาอีกทีแล้วกันอาเฉียน”
“ขอรับ”
ถ้าเฉียนต้ากล้ารับประกันขนาดนี้…เช่นนั้นเขาก็จะเชื่อใจทั้งสองสามีภรรยาเช่นกัน
หลังจากนั้นิซินก็เริ่มสอนงานเบื้องต้นทั้งสองทันที แต่เพราะมีเวลาน้อยจึงทำให้สอนได้ไม่มากนัก และโชคดีอีกอย่างหนึ่งคือ จิ้นหลิน ภรรยาของจิ้นเหอเป็คนที่มีความรู้ความสามารถพอตัวเพราะเคยเป็คุณหนูลูกเศรษฐีมาก่อน แต่พบรักกับบ่าวรับใช้จึงหนีตามกันมา และที่ไม่ได้ออกมาช่วยทำงานเพราะต้องคอยดูแลลูก ดังนั้นเพราะรักมากจึงอดทนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับจิ้นเหอมาตลอด และนี่คือความโชคดีของเขาเพราะเมื่อสอนอะไรจิ้นหลินไปนางก็เข้าใจได้ง่าย และทำตามได้อย่างรวดเร็ว และิซินก็คิดว่าเขามองคนไม่ผิดทั้งสองคนนี้ไว้ใจได้อย่างที่เฉียนต้าบอกไว้จริงๆ เพราะขนาดจิ้นหลินที่ยอมทิ้งฐานะและความเป็อยู่ที่สุขสบายมาอยู่กับจิ้นเหอได้ อีกทั้งยังดูมีความสุขดีกับสามีแบบนี้อีก นับว่าได้ใจเขาไปเลย
“วันนี้ข้าคงต้องรีบกลับก่อน เพราะช้ามาหนึ่งวันแล้ว และข้าจะรีบกลับมาอีกในสองสามวัน หรือถ้าติดขัดอะไรข้าจะให้อาลู่มาบอกข่าวพวกเ้า อย่างไรข้าฝากที่เหลือด้วยนะอาเฉียน”
จากตอนแรกตั้งใจว่าจะอยู่สองวัน กลายเป็สามวันเพราะสอนงานสองสามีภรรยากำลังลงตัวจึงไม่อยากทิ้งกลางทาง ในครั้งหน้าก็คงเริ่มสอนทำขนมได้แล้ว
“ขอรับ รักษาตัวด้วยขอรับคุณชาย”
“เ้าก็เช่นกัน ไปกันเถอะอาลู่”
เมื่อบอกลาและสั่งงานเสร็จเรียบร้อยิซินก็ไม่รีรอรีบเรียกอาลู่กลับวังทันทีด้วยใจที่ไม่ค่อยสงบนัก ความรู้สึกมันเหมือนจะเกิดเื่แปลกๆ น่ะสิ!
.
“อาลู่ ทำไมวันนี้ข้าว่าบรรยากาศมันวังเวงแปลกๆ”
ิซินถามลู่ฉางเมื่อทั้งคู่ปีนลงจากต้นไม้มาได้เรียบร้อย เวรยามแถวนี้หายไปไหนกันหมด ฟ้ามืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์เล็กน้อยพอส่องนำทางให้พวกเขาเดินได้โดยไม่สะดุดล้ม แต่ทว่ามันแปลกๆ มันเงียบเกินไป เงียบจนคิดว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับวังแห่งนี้กันแน่
“….บ่าวก็คิดเช่นนั้นขอรับ”
ลู่ฉางมองไปรอบๆ ก็พอเห็นความผิดปกตินี้ไม่ต่างจากเ้านายตน
“ข้าว่าเรารีบเดินกันเถอะ”
“ขอรับ”
ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าควรรีบเดินกลับตำหนักตนเองโดยไวจะดีกว่า ไม่รู้ว่าคิดไปเองมั้ยแต่เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรแปลกๆ ชอบกล
“อาลู่ เ้ารีบไปเตรียมน้ำเถอะ เดี๋ยวข้าเข้าไปจุดไฟในห้องเอง”
“ได้ขอรับ”
ิซินแบ่งหน้าที่เมื่อเห็นลู่ฉางเดินไปตักน้ำ เขาก็เปิดประตูเข้ามาในตำหนักและมุ่งหน้าเดินไปที่ห้องนอนตนทันที ก่อนจะใสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาใครสักคนที่ปลายเตียงของเขา
“…..เฮ้ย!!!”
“เ้าไปไหนมา”
เสียงเย็นเรียบๆ อันเป็เอกลักษณ์ถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนที่นั่งอยู่ที่ปลายเตียงในความมืด แต่แค่เสียงนั้น ก็ทำให้ิซินรับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือใครถ้าไม่ใช่ ชินอ๋อง!!!
--------------------------------------------
ขอบคุนมากคร้า
_____________________