เราได้พวกนกกระจอกช่วยกันกระจายข่าวการประชุมลงมติไล่ข้าลงจากตำแหน่งจึงเริ่มได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเราประชุมกันที่ลำธาร เพราะคราวนี้้าทุกเสียงในการลงคะแนนไม่เว้นแม้แต่พวกปลาข้าสงสัยว่าแล้วทำไมตอนพิธีสรรเสริญถึงไม่ต้องมาจัดใกล้น้ำบ้างแต่ก็ไม่กล้าถามใครตอนนี้
“ลิมุน”แม่กวางเรียกทั้งน้ำตาคลอเบ้า “เป็อย่างไรบ้างลูก”
“ท่านแม่”ข้าวิ่งเข้าไปคลอเคลียนาง ใจจริงไม่อยากร้องไห้ แต่น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ “ข้าไม่ผิดนะ”
“แม่เข้าใจและสัตว์ตัวอื่นก็ต้องเข้าใจ เ้าช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอดทำไมใครจะไม่รู้ว่าเ้าเป็เด็กดีแค่ไหน” แม่กวางเลียตามใบหน้าข้าเพื่อปลอบประโลม
“ลิมุนการประชุมจะเริ่มแล้ว” ผู้เฒ่าลิงเดินมาบอก ข้าซุกแม่ต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะผละออกเดินตามมันไป “เ้าดู...แปลกไปนะลิมุน ตอนแรกข้าเดาว่าเ้าจะต้องเชิดหน้าไม่รับความผิดแล้วก็ไม่ยอมมาเข้าประชุมด้วยเพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่ต้นเหตุแต่ตอนนี้เ้ากลับดู...” ลิงพูดค้างไว้ เหมือนเลือกคำพูดไม่ถูก
“อ่อนแอ”ข้าช่วยเติมคำให้ “หัวใจอ่อนไหวง่ายขึ้น...นี่มันไม่ใช่ตัวข้าเลย”
“ข้าไม่ได้จะบอกแบบนั้น”ลิงเฒ่าปฏิเสธ มันยกมือขึ้นมาลูบหัวข้าเบา ๆ “เ้าอ่อนน้อม เข้าสังคมได้ง่ายขึ้นได้ยินมาว่าเ้าช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ไว้มากใน่เดือนที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ได้ขออะไรยกเว้นพวกนั้นจะให้เอง จริงใช่ไหม”
ข้านิ่งไม่ตอบเ้าหน้าที่พิเศษตรงไปตรงมา ไม่จำเป็ต้องอ่อนน้อมหรือมีทักษะเข้าสังคมเพราะยังไงก็ทำงานลำพังโลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงข้า สำหรับสิ่งมีชีวิตด้วยกันอาจมองเป็เื่ดีแต่การเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกมากไปจะทำให้เราเกิดความลำเอียงขณะทำงานข้าไม่แน่ใจว่าหากได้กลับไปทำหน้าที่ ตัวเองจะยังมีคุณสมบัติอยู่หรือเปล่า
“เจี๊ยกกก!!” ลิงเฒ่าะโเรียกความสนใจ ตอนนี้ข้า ออซและผู้เฒ่ายืนอยู่หน้าสุดโดยมีสัตว์ต่าง ๆ ยืนออประจันหน้าเรา “ทุกตัวคงทราบเื่ที่เกิดขึ้นพอประมาณแล้วจิ้งจอกห้าตัว หมาป่าสี่ เสือโคร่งสามและสิงโตทั้งหมดในป่าเราถูกสังหารโดยไม่ได้ตั้งใจโดยฝีมือว่าที่ผู้พิทักษ์ลิมุน ข้าจะให้เขาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง”
ข้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเริ่มเล่าทั้งหมดแต่เริ่มแม่กวางและสัตว์หลายตัวที่ข้าเคยช่วยไว้ส่งสายตาให้กำลังใจ มันทำให้ข้าใจชื้นขึ้นแต่ความรู้สึกก็ดิ่งลงเหวอีกครั้งเมื่อต้องจำใจพูดว่า
“เวทของข้าสังหารหมู่สัตว์พวกนั้น”ข้าสารภาพตามสิ่งที่เกิด “จากนั้นออซและผู้เฒ่าก็ตามไปเจอพอดี เื่ก็แบบนี้ล่ะ”
วินาทีนั้นเองที่แม้แต่ลำธารก็เหมือนจะเงียบเสียงการมือเปื้อนเืโดยไม่ได้ตั้งใจครั้งแรกในฐานะสิ่งมีชีวิตต่างจากต้องทำให้ชะตาชีวิตใครสักคนจบลงตามโองการของท่านประธานลิบลับข้าไม่กล้าเงยหน้ามองใครเลย มันคือความรู้สึกผิดที่กัดใจเจ็บราวถูกทิ่มแทงด้วยเขี้ยวงู
“แม่กวางเป็พยานได้ว่าลิมุนไปกับลูกจิ้งจอกตัวหนึ่งจริงและเมื่อข้ากับออซไปถึงก็พบซากสัตว์นักล่าที่เคยก่อฏร่วมกับบิงกี้”ผู้เฒ่าช่วยเสริม “สิ่งที่เกิดขึ้น ข้ากับออซในฐานะผู้นำของป่าได้หารือกันแล้วว่าแม้ลิมุนไม่ได้ตั้งใจจริงแต่กฎก็คือกฎ ผู้พิทักษ์ไม่สามารถสังหารใครโดยไม่ใช่การกินเพื่ออยู่ได้ไม่เช่นนั้นจะถือว่า...”
“ถือเป็เื่ดีสิยะโฮ้ว!!” ตัวนากร้องพลางะโโลดเต้น“สัตว์นักล่าหายไปครึ่งหนึ่ง พวกเราก็ไม่ต้องกลัวเื่ถูกกินเท่าเก่าไงล่ะ!”
“หนึ่งในนั้นมีพ่อของลูกข้านะพวกเขาเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันก็ต้องขาดความอบอุ่นซะแล้ว ช่างไม่มีหัวใจเลยลิมุน!” เสือดาวตัวเมียคร่ำครวญ
“จิ้งจอกห้าตัวที่ตายไปนั่นเป็ญาติเราโฮฮฮ เพื่อนรัก วันก่อนเรายังล่าปลาด้วยกันอยู่เลย”จิ้งจอกอีกครอบครัวหนึ่งก้มหน้าร้องไห้หงิง ๆ
“ถึงคราวที่เราจะผงาดขึ้นอย่างองอาจ!!” แรดะโลั่น “นี่สินะผลกรรมที่พวกมันบังอาจก่อฏฆ่าพวกเราเมื่อสองปีก่อน ขอบคุณท่านลิมุนที่ล้างแค้นให้เหล่าเหยื่อทั้งหลายได้ตายตาหลับกวางเผือกจงเจริญ!!”
“กวางเผือกจงเจริญ!” ตัวกินมดเสริม ตามด้วยสัตว์เหยื่อตัวอื่น ๆ
“เดี๋ยว! แล้วชีวิตญาติพี่น้องข้าที่เสียไปล่ะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ต้องชดใช้!” หมาป่าหนุ่มเห่าแย้ง “ทีตอนปู่ข้าร่วมฏกับบิงกี้เพราะถูกชักจูงพวกเ้าเหยียดหยามกันจะเป็จะตาย ทีอย่างนี้ทำไมลำเอียงล่ะ”
ข้ามองภาพตรงหน้าด้วยใจสั่นไหว...หรือนี่คือการส่งสารของบิงกี้โลกทัศน์ของสรรพสัตว์แคบเกินไป การจำกัดอาณาเขตให้ใช้ชีวิตได้แค่ป่าเล็ก ๆ มันเสี่ยงต่อให้ไม่ใช่การฏ แต่เป็ไฟป่า น้ำท่วม ก็มีสิทธิ์จะทำให้ชีวิตนับร้อยต้องเสียไปโดยไม่อาจหวนคืนระบบนิเวศน์ช่างเปราะบาง ป่าผืนนี้้าอิสระที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
เช่นเดียวกัน...โลกใบนี้้าอิสระ
“ทุกตัวเงียบ!!” ข้าะโลั่นด้วยเสียงทั้งหมดที่มี “ฟังนะไอ้พวกสมองเล็ก!หากขาดนักล่าไปสักระยะ พืชพันธุ์ต่าง ๆ จะสูญสิ้นเพราะโดนสัตว์กินพืชถอนรากถอนโคนไปหมดผืนดินจะแห้งแล้ง น้ำจะขาดแคลน ธรรมชาติมีสมดุลของมันที่พวกโง่อย่างเ้าไม่เข้าใจอย่าคิดเอาแต่ได้สิวะ ตอนคลอดลืมสมองไว้ในท้องแม่หรือไงกันฮึ!”
“เอ่อ...ข้าฟักจากไข่”เต่าแย้ง
“ลิมุนเ้าไม่ควรผรุสวาทใส่ผู้อื่นแบบนั้น พวกเขากำลังชื่นชมเ้านะ” ผู้เฒ่าลิงปรามเสียงต่ำ
“เงียบไปเลยไอ้แก่บ้าน้ำลาย! ข้าไม่ได้สนคำชมหรืออะไรหรอกนะ ข้า้าอำนาจต่างหากตอนนี้ยังไงพวกเ้าก็ต้องปลดข้าจากตำแหน่งว่าที่ผู้พิทักษ์ข้าไม่มีความจำเป็ต้องสุภาพเพื่อทำคะแนนกับใครแล้ว พอกันที เหอะ!” ข้าเชิดคอขึ้นอย่างถือดี เบ้ปากเต็มที่ให้ดูร้าย
“ลิมุน...อย่าทำตัวแบบนี้ก้าวร้าวเกินไปแล้วนะ” ออซเอื้อมอุ้งเท้ามาแตะตัวข้า แต่ก็โดนสะบัดออก
“อย่า-แตะ-ข้า ไอ้กระต่ายสกปรกไม่สังเกตเหรอว่าข้าไม่อยากสุงสิงกับเ้ามาสักพักแล้ว ไอ้หูยาวจอมี้เีเ้าตั้งใจสอนข้าเพื่อจะออกจากตำแหน่งผู้พิทักษ์ไปเตร็ดเตร่ที่อื่น เอาภาระหนักอึ้งมาฝากไว้โดยไม่ถามความสมัครใจสักคำเห็นข้าเป็ลูกเ้าเหรอ หรือว่าน้องชายฝาแฝดล่ะ?”
“ลิมุน!” ออซตะคอก นี่เป็ครั้งแรกที่มันโกรธข้าจริงจัง “จเ้า...เ้ารู้เื่น้องชายฝาแฝดข้าได้ยังไง”
“ข้ารู้หลายอย่างโทษที” ข้าแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันไปทางเหล่าสัตว์ที่ทำหน้าอึ้ง “นับจากนี้อย่าได้มีใครมาขอให้ข้าช่วยอะไรอีกไม่มีผลประโยชน์ข้าก็ไม่ทำ หมดเวลาเล่นบทกวางที่แสนดีแล้ว!!”
“เ้าเห็นแก่ผลประโยชน์มาตลอดเลยเหรอลิมุน”หมีที่ข้าเคยรักษาอาการแพ้ให้ยืดตัวขึ้นถาม “ข้านึกว่าเ้าจริงใจกับพวกเรา”
“คิดไปเองทั้งนั้น”ข้าสะบัดตัวหันไปอีกทาง “ข้าจะอยู่เงียบ ๆ ไอ้พวกสัตว์หน้าขน ใครข้องใจก็มาท้าสู้กันนี่ข้าไม่ใช่ว่าที่ผู้พิทักษ์ ไม่ถูกคุ้มครองอีกต่อไปแล้วนี่”
“เรายังไม่ได้ปลดเ้าอย่างเป็ทางการแต่ได้เลยลิมุน...ในฐานะผู้พิทักษ์ตัวปัจจุบันขอปลดเ้าออกจากการเป็ว่าที่ผู้พิทักษ์และลูกศิษย์ของข้า ไปซะแล้วอย่าให้ข้าเจอหน้าเ้าเด็ดขาด” ออซเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าปลดเองไม่ต้องรอลงคะแนนเสียง ใครข้องใจก็เข้ามาคุยกัน”
“ก็แค่นั้น”ข้ายักไหล่ ก่อนจะก้าวเหยาะ ๆ ออกจากบริเวณนั้นข้าไม่ทันได้ฟังเลยว่าด้านหลังมันพูดอะไรถึงข้า รู้สึกเหมือนหูดับประสาทััอื่น ๆ ก็ทำงานช้าไปด้วย
“ลิมุน! ไม่นะลูก กลับไปขอโทษทุกตัวก่อน”แม่กวางวิ่งตามมาด้านหลัง แต่ข้าก็ไม่คิดจะหันไปคุยกับนาง
ถึงเวลายืดหยัดเพื่อเปิดประตูสู่โลกกว้างด้วยตัวเองแล้ว