ตอนที่ 28สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงิน
.......................................................................................................................
“มันคือเสียงของสัตว์อสูรประเภทไหนกัน..ช่างน่ากลัวจนสุดบรรยายจริงๆ”ฟงอวิ๋นคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก เพราะเสียงนั้นดังมาจากทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไปนั่นเองเขารู้สึกลังเลในใจอยู่บ้างเห็นได้ชัดว่าเจ้าของเสียงที่น่ากลัวนี้เป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าวัวกระทิงเนตรทองที่ถูกเขาสังหารไปนั่นเอง
ฟังจากเสียงคำรามไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ามันบาดเจ็บหนักหรือไม่!
ในตอนนี้ ฟงอวิ๋นได้รับแก่นพลังมา 1 เม็ดแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเสี่ยงชีวิตอีกถึงอย่างไรเขาก็สามารถเข้าเป็นสาวกภายนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรแน่นอนและอาจจะได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งด้วยก็ได้
แต่...ด้วยความสงสัยและอยากรู้!
มันช่าง! รุมเร้าจนฟงอวิ๋นอดทนไม่ไหวเลยตัดสินใจเดินย่องเข้าไปตามเสียงคำรามอย่างน้อยเขาก็อยากจะรู้ว่ามันเป็นสัตว์ประเภทใดกันแน่เขาเดินลัดเลาะไปตามใต้ต้นไม้ใหญ่เข้าไปในเทือกเขาใหญ่ที่เริ่มกลายเป็นหน้าผาสูงชัน
โฮก!ๆๆ
เสียงคำรามยังคงดังมาเป็นระยะๆคล้ายกับว่าเจ้าของเสียงกำลังเริ่มกระวนกระวายใจบางอย่างแต่ก็ยังคงหยิ่งทะนงไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา
ฟงอวิ๋นเพ่งสายตามองไปที่ถ้ำใหญ่ข้างหน้าด้วยความระแวดระวังเสียงนั้นดังออกมาจากด้านในถ้ำใหญ่ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบลูกธนูออกมาแล้วฉาบหัวลูกธนูด้วยน้ำยาวิเศษบริสุทธิ์ จำนวน 1 หยดจากนั้นก็ค่อยๆย่องเข้าไปในถ้ำอย่างเงียบกริบ
ภายในถ้ำใหญ่เป็นโถงขนาดใหญ่ตรงกลางโถงของถ้ำมีร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาสองร่างกำลังนอนบาดเจ็บอยู่
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้ค่อนข้างได้รับบาดเจ็บหนักกว่าคู่ของมันในตอนนี้รอยแผลตรงหน้าท้องฉีกขาดเป็นรอยบาดแผลขนาดใหญ่ แหวะหวะลำไส้ทะลักไหลออกมากองบนพื้นเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย คาดว่าอีกไม่นานมันคงจะตายแน่นอนส่วนสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียแม้จะบาดเจ็บน้อยกว่าแต่เท้าหน้าทั้งสองข้างก็หักสะบั้นจนไม่สามารถเดินได้อีกมันกำลังนอนอยู่ใกล้ๆร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้เพื่อเฝ้าคู่ของมันด้วยความห่วงใย
อาการบาดเจ็บเหล่านี้ของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองเกิดจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองนั่นเอง
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียเป็นผู้ส่งเสียงคำรามเพื่อส่งเสียงเตือนสัตว์อสูรตัวอื่นๆไม่ให้เข้ามาใกล้นั่นเองเพราะสัตว์ทั้งสองตัวบาดเจ็บสาหัส
โฮก!
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียแยกเขี้ยวส่งเสียงคำรามเบาพร้อมกับใช้ดวงตาเรืองแสงสีฟ้าจ้องมองมายังจุดที่ฟงอวิ่นแอบซ่อนตัวอยู่มันถึงกับรับรู้แล้วว่าตอนนี้ได้มีมนุษย์คนหนึ่งเข้ามาใกล้พวกมันทั้งสอง
ฟงอวิ๋นสังเกตสถานการณ์อยู่สักพักหนึ่งเมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตายไม่สามารถเคลื่อนไหวเขาจึงรวบรวมกำลังใจเดินเข้าไปจนใกล้เพื่อตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ตอนนี้ร่างของฟงอวิ่นยื่นห่างจากร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองเพียง4-5 ก้าวเท่านั้นเอง เขายังดึงสายคันธนูเตรียมพร้อมที่จะยิ่งทันทีถ้ามีเหตุการณ์ผิดปกติ
“อะแฮ่ม!...ฉันรู้ว่าพวกเจ้าทั้งสองเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงมีจิตวิญญาณและภูมิปัญญาที่สามารถฟังคำพูดของฉันเข้าใจ ดังนั้น ฉันมีข้อเสนอที่ดีฉันสามารถรักษาพวกเจ้าทั้งสองไห้หายเป็นปกติได้ เพียงแต่ว่าพวกเจ้าต้องยินยอมกลายเป็นทาสของฉันตลอดไปหรือ.....ตาย”ฟงอวิ๋นพูดกับสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองตัว
ในความเป็นจริงสัตว์อสูรที่สามารถฝึกตนในชั้นรวบรวมปราณจะเป็นสัตว์ระดับสามัญที่ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณไม่มีภูมิปัญญาเพียงทำตามความต้องการเท่านั้น แต่ถ้าสัตว์อสูรที่สามารถฝึกฝนตนเองจนบรรลุชั้นเริ่มต้นจะเริ่มเรียนรู้และมีภูมิปัญญามากขึ้นเทียบเท่ากับเด็กอายุประมาณ 3 ขวบซึ่งสัตว์อสูรในชั้นนี้จะเริ่มบ่มเพาะแก่นพลังของตนเองในระดับที่ 1จากนั้นเมื่อพวกสัตว์อสูรพัฒนาร่างกายและภูมิปัญญาจนสามารถบรรลุชั้นปฐพีมันจะมีการพัฒนาภูมิปัญญาในระดับที่สูงขึ้น เทียบเท่ากับเด็กอายุประมาณ 5ขวบที่มีความคิดและตัดสินใจได้ในระดับหนึ่งแก่นพลังที่สัตว์อสูรชั้นปฐพีบ่มเพาะจะมีระดับที่ 2
ครั้งแรกฟงอวิ๋นมีความต้องการที่จะสังหารสัตว์อสูรที่เป็นคู่ต่อสู้ของวัวกระทิงเนตรทองเพื่อเก็บรวบรวมแก่นพลังสัตว์อสูรแต่หลังจากที่เขาพบว่าสัตว์อสูรที่เป็นคู่ต่อสู้กับสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองนั้นเป็นสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งและทั้งสองก็บาดเจ็บหนักซึ่งดูจากสภาพแล้วคงไม่สามารถต่อสู้ได้อีกและต้องตายแน่นอนถ้าไม่ได้รับการรักษาด้วยยาวิเศษ
ฟงอวิ๋นตัดสินใจเปลี่ยนความคิดทันทีเขาต้องการให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่มาเป็นสัตว์เลี้ยงของตัวเอง
แต่ปกติพยัคฆ์ลายเงินเป็นสัตว์อสูรที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเองสูงมาก!
ฟงอวิ๋นตัดสินใจเจรจากับพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองดูถ้าสำเร็จเขาจะรักษาอาการบาดเจ็บให้พวกมันทั้งสอง
ถ้าไม่สำเร็จเขาจะสังหารมันทั้งคู่เพื่อเก็บเกี่ยวแก่นพลังในสถานการณ์ที่สัตว์อสูรทั้งสองไม่สามารถต่อสู้ได้แบบนี้ยังไงเขาก็สามารถฆ่าสัตว์อสูรทั้งสองได้แน่นอน
โฮก!ๆ..
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองแยกคมเขี้ยวส่งเสียงคำรามอย่างดุร้ายพยายามขยับร่างกายหมายลุกขึ้น แต่ทำไม่ได้จึงได้แต่คำรามอย่างดุร้ายพวกมันถึงกับพยายามที่จะเข้ามาโจมตีใส่ฟงอวิ๋น
นั่นคือคำตอบของพวกมันด้วยศักดิ์ศรีเจ้าแห่งพงไพรระดับชั้นปฐพีอย่างพวกมันทั้งสองจะยินยอมกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ที่ฝึกพลังเพียงชั้นเริ่มต้นได้อย่างไร
สัตว์อสูรทั้งสองช่างหยิ่งทะนงจริงๆแม้ต้องตายพวกมันก็ไม่ยินยอมที่จะเสียศักดิ์ศรี!
แต่เพราะร่างกายที่บาดเจ็บพวกมันจึงทำได้เพียงแค่ส่งเสียงคำรามข่มขู่เท่านั้น!
“น่าสนใจๆ...ฉันรู้ว่าพวกเจ้าทั้งสองมีศักดิ์ศรีที่สูงส่งยินยอมตายเสียดีกว่าที่จะยินยอมเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน เพียงแต่......”ฟงอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ เสมือนไม่แยแสในชีวิตและความตายใช่ตอนนี้กำลังใจของเขาเพิ่มพูนอย่างมากมาย เขารู้สึกสงบและปรอดโปร่ง แววตาของฉายแสงโหดเหี้ยมก่อนที่จะพูดต่อว่า
“...พวกเจ้ายินยอมให้คู่ของพวกเจ้าตายไปต่อหน้าต่อตารึเปล่าล่ะถ้าพวกเจ้าไม่ยินยอมสยบมีทางเลือกเดียวคือตาย ฮะฮ่าฮ่าฮ่ามันอยู่ที่ตัวไหนจะตายก่อนกันก็เท่านั้นเอง และแน่นอนมันไม่ตายอย่างสะดวกสบายหรอกบางทีพวกเจ้าไม่เชื่อว่าเรามีความสามารถสังหารพวกเจ้าทั้งสองอย่างนั้นก็ดูนี่ก่อนเถอะ”ฟงอวิ๋นพูดข่มขู่สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองก่อนจะหยิบเอาแก่นพลังของวัวกระทิงเนตรทองออกมาแสดงให้สัตว์อสูรทั้งสองเห็น
ดวงตาของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองเมื่อเห็นแก่นพลังของวัวกระทิงเนตรทองก็มีความเปลี่ยนแปลงทันที พวกมันตื่นตระหนกและลังเลพวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองอันเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตของทั้งคู่ได้
เมื่อแก่นพลังนี้มาอยู่ในมือของฟงอวิ๋นก็แสดงว่าสัตว์อสูรวัวกระทิงเนตรทองต้องตายแล้วและอาจตายภายใต้ฝ่ามือของมนุษย์เบื้องหน้าของมันนี่เอง สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองแอบสบตากันเงียบๆ
“ แต่...ถ้าพวกเจ้ายินยอมกลายเป็นทาสของฉันแน่นอนฉันรับปากที่จะรักษาทั้งสองให้หายเป็นปกติอย่างแน่นอนให้พวกเจ้าได้ครองคู่ด้วยกันตลอดไป”ฟงอวิ๋นยื่นข้อเสนอที่ทำให้สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ต้องหันหน้าไปมองกันและกันเงียบๆ
พยัคฆ์ลายเงินตัวเมียเริ่มยื่นหน้าเข้าไปคลอเคลียที่ใบหน้าของพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้อย่างเศร้าสร้อยจากนั้นพวกมันทั้งคู่ก็ส่งเสียงครางในลำคอเบาๆพร้อมเสียงคำรามต่ำๆ
ใช่แล้วพวกมันทั้งสองกำลังปรึกษาหารือกันด้วยภาษาเฉพาะของเผ่าพันธ์
เวลาผ่านไปสักพักดวงตาของพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ก็ค่อยๆอ่อนลงการคาดคะเนของฟงอวิ๋นถูกต้อง ถ้าเขาพบกับพยัคฆ์ลายเงินตัวใดตัวหนึ่งที่กำลังจะตายและยื่นข้อเสนอแบบนี้รับรองได้เลยว่าพวกมันยินยอมตายเสียยังดีกว่าที่จะยอมกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาแต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป
ใช่แล้ว!.....พวกมันมีคู่รักที่บาดเจ็บใกล้ตาย!
พวกมันมีภูมิปัญญาที่คล้ายมนุษย์ มีรัก โลภ โกรธและหลงพวกมันอาจยอมตาย แต่ด้วยความรักต่อคู่ของมัน...พวกมันต่างไม่ยินยอมให้คู่ของมันตายและไม่อยากให้คู่ของมันตายอย่างทรมานจากน้ำมือมนุษย์ต่อหน้าต่อตาของมัน พวกมันทั้งสองรู้ว่าฟงอวิ๋นมีความสามารถสังหารพวกมันทั้งสองแน่นอนพวกมันจึงตัดสินใจยอมแพ้ต่อฟงอวิ๋น
เพื่อรักษาชีวิตคู่ครองของตนเองให้รอด...เพราะรัก! คำเดียวเท่านั้น!
โฮก!ๆ....
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองส่งเสียงคำรามเบาๆพร้อมกับก้มหัวลงอย่างช้าๆแม้จะไม่ค่อยยินยอมแต่พวกมันไม่มีทางเลือก
ฟงอวิ๋นยื่นฝ่ามือข้างขวาออกมาช้าๆสัญลักษณ์รูปวงรีสีฟ้าสดใสที่ดูลึกล้ำคล้ายท้องฟ้ายามราตรีขนาดเล็กบนหลังมือของเขาก็เปล่งแสงออกมาเล็กน้อยพร้อมกับศิลาผนึกตราทาสโบราณก็ค่อยๆผุดขึ้นมาช้าๆจากฝ่ามือของเขา
เช่นเคย ฟงอวิ๋นยื่นมือที่ถือศิลาผนึกตราทาสโบราณไปตรงหน้าของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองก่อนจะเริ่มร่ายพันธะสัญญา
"ด้วยพันธะสัญญาโบราณจงกล่าวคำสัตว์ปฏิญาณด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของเจ้าว่าเจ้าจะยินยอมเป็นข้าทาสผู้จงรักภักดีของข้าฟงอวิ๋นตลอดไป" ฟงอวิ๋นกล่าวตามคำปฏิญาณที่ปรากฏในหน้าต่างของระบบ
เมื่อฟงอวิ๋นกล่าวเสร็จสิ้นก็มีแสงสีน้ำเงินปนดำเปล่งประกายออกมาจากศิลาผนึกตราทาสโบราณในมือแล้วพวยพุ่งไปรายล้อมร่างของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองทันที
“โฮกๆ”สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองคำรามเบาๆเป็นการตอบรับคำปฏิญาณหลังจากนั้นกลุ่มควันที่รายล้อมร่างสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินคู่สามีภรรยาทั้งสองก็ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างของพวกมันทันทีพร้อมด้วยดวงแสงสีขาวสดใสคล้ายดวงแก้วที่รายล้อมด้วยเปลวไปสีขาวจากสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียและดวงแสงสีแดงสดใสคล้ายดวงแก้วที่รายล้อมด้วยเปลวไปสีแดงจากสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้ก็หลุดลอยออกมาจากหน้าผากของพวกเขาทั้งสองแล้วลอยไปยังศิลาผนึกตราทาสโบราณก่อนจะค่อยๆจมลงไปในศิลาจนหมด