ทุกสิ่งคงเดิมไม่นาน แต่ในความรู้สึกของโยชิโร่ มันเหมือนผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์ และเมื่อทุกสิ่งสิ้นสุด กล้าก็เลิกตั้งท่าต่อสู้ พร้อมหันกลับมายิ้มให้เด็กน้อย
“ อ้าว….โยชิโร่ตื่นแล้วเหรอ ”
“ อ่า…ครับ….ว่าแต่….” โยชิโร่ติดอ่าง เพราะยังทึ่งไม่หาย ทำให้กล้าเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
“ ว่าแต่…อะไร ”
“ เอ่อ…ว่าแต่…พี่เซย่าทะ…ทำแบบนั้นได้ยังไง ”
“ เอ๋…แบบนั้นคือแบบไหน ” กล้างง โยชิโร่จึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วเลียนแบบท่วงท่าเมื่อครู่ของพระเอกหนุ่ม
“ ก็กางฝ่ามือไปที่ต้นไม้ แล้วทำให้ใบไม้พัดแรงยังไงล่ะครับ ”
“ อ้อ…..รู้แล้ว ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ชั้นพอจะจับเคล็ดการใช้คอสโมได้เล็กน้อยเท่านั้น ”
“ หมายความว่า….พี่เซย่าฝึกสำเร็จแล้ว ใช่มั้ย ” โยชิโร่ทำท่าดีใจ แต่กล้ากลับร้องขัด
“ ไม่ขนาดนั้น เพราะถ้าฝึกสำเร็จจริง ลำแสงที่ปล่อยออกมา ต้องยิงโดนเป้าเล็กๆอย่างใบไม้ได้ไม่พลาด และต้องทำให้มันหลุดจากขั้ว โดยที่พื้นผิวไม่แตกสลาย แต่ชั้นยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ”
โยชิโร่คิดว่ากล้าถ่อมตัว เพราะสำหรับเด็กน้อย แค่บังคับให้ใบไม้สั่นไหวทั้งต้นได้ มันก็เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว จึงเตร่ไปให้กำลังใจ
“ เอาเถอะ พี่เซย่า แค่นี้มันก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองแล้ว และมันน่าจะช่วยให้พี่มั่นใจในการสู้ศึกอีกหลายระดับ ”
“ ใช่แล้ว ตอนนี้ชั้นเริ่มหายกลัวขึ้นมานิดๆ ” กล้าก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง พลางจินตนาการไปว่า….ถ้าเอาสิ่งที่เพิ่งฝึกสำเร็จ ไปใช้กับ….เพกาซัส หมัดดาวตก จะให้ผลยังไงกันนะ
โยชิโร่มองฮีโร่ในดวงใจด้วยท่าทีปลาบปลื้ม ก่อนจะหันไปปลุกสองลูกน้อง พร้อมชวนกันไปกินข้าว
“ เอาล่ะ ในเมื่อทำสำเร็จ ก็ต้องฉลอง ดังนั้น…พวกแกรีบตื่นเร็ว เราจะได้ไปเฮกัน….”
…………………………..
วงกับข้าวในวันนั้นก็เหมือนเป็นมื้อพิเศษ ด้วยมีอาหารดีๆสารพัด ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโสะ ปลาไหลย่างราดซอส ซึ่งผสานกันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากนี้ยังเสริมด้วยโคร็อกเกะ ผักดอง เกี๊ยวซ่า ทำให้เด็กๆดูสนุกสนานกันถ้วนหน้า
“ ว้าว….สุดยอดไปเลย อาหารมื้อนี้เด็ดดวงและมากมายกว่าตอนฉลองปีใหม่อีกนะเนี่ย ”
“ แล้วทำไม ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ วันนี้สำคัญเหรอ ” เด็กหลายคนนึกสงสัย โยชิโร่จึงเฉลย
“ ก็เป็นวันที่….พี่เซย่าฝึกสำเร็จไง ดังนั้นพวกเราต้อง…เฮ ”
“ เฮ………” เด็กทุกคนร่วมกันชนแก้ว ซึ่งในนั้นอุดมไปด้วยน้ำชาเขียว
ในขณะที่ทุกคนสรวลเสเฮฮา กล้าและมิโฮที่นั่งประจันหน้ากัน ก็ยังคงนิ่งเงียบ มีเพียงโต๊ะไม้แบบพับได้ขวางกั้นเท่านั้น
แน่นอนว่าทั้งสองย่อมมีอิริยาบถที่ต่างกัน ด้านกล้านั้นดูกระสับกระส่ายและทำตัวไม่ถูก ส่วนมิโฮแลเรียบเฉย พร้อมคีบอาหารเข้าปากแบบไม่รีบร้อน ไม่นาน ก็เกิดอุบัติเหตุอย่างนึง เมื่อมีเด็กหญิงวัยสิบขวบรีบรุดเข้ามากระแซะพระเอกหนุ่ม
“ รู้มั้ย พี่เซย่าต้องกินให้มากๆนะ เพราะพี่มิโฮตั้งใจทำมา เพื่อเลี้ยงฉลองให้พี่เลย ”
“ อึก….” กล้าแทบจะสำลักน้ำชา ส่วนมิโฮแกล้งกระแอมเบาๆ พร้อมเรียกชื่อเด็กหญิงเจ้าปัญหา
“ ฮะ…แฮ่ม….จุนโกะ ”
เหมือนยิ่งว่า…จะยิ่งยุ แทนที่จุนโกะจะยอมรับฟัง หนูน้อยกลับฝ่าฝืนหนักกว่าเดิม ด้วยการชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม พร้อมแฉต่อ
“ แล้วรู้มั้ย พี่มิโฮบรรจงปรุงอาหารทุกเมนูอย่างประณีต เพื่อหวังให้พี่เซย่ามีความสุข ”
“ จุนโกะ พูดมากไปแล้วนะ ” มิโฮเริ่มเสียงดังขึ้น แต่ยังก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อ สองแก้มแดงระเรื่อ ด้วยอารมณ์ใดไม่ทราบได้ ทว่ายังหยุดเด็กหญิงจอมแก่นไม่ได้
“ อีกอย่าง พี่มิโฮเฝ้าดูพี่เซย่าอยู่ตลอด และคอยแอบเชียร์อยู่ลึกๆ ”
“ จุนโกะ ถ้ายังไม่เลิกก่อกวนอีก พี่จะงดข้าวเย็นในวันถัดไป ” คราวนี้ มิโฮถึงกับเสียงแข็ง พร้อมส่งสายตาเพชณฆาตไปที่หนูน้อยวัยสิบขวบ ทำให้เจ้าตัวดีสงบปากในบัดดล พร้อมเผ่นหนีไป
“ โอ้…หนูจะไม่ปากมากแล้วค่ะ อ่า…พี่เซย่า ที่พูดเมื่อกี้ หนูล้อเล่นนะคะ ”
กล้าส่ายหัว ระคนขบขันในความแก่นแก้วของเด็กหญิง จากนั้นก็คิดเล่นๆว่า…..ถ้าจุนโกะเกิดไปชอบกับโยชิโร่ขึ้นมาจริงๆ โลกนี้คงป่วนบรรลัย เพราะทั้งสองแสบสันไม่แพ้กัน แต่ไม่ทันได้ล่องลอยไปมากกว่านี้ มิโฮก็กล่าวออกมาเบาๆ
“ ที่จุนโกะพูดเมื่อครู่นี้ เป็นเรื่องไม่จริง ”
กล้าอยากจะถามอีกหลายประเด็น เพราะถ้าจุนโกะแค่ล้อเล่น ทำไมมิโฮถึงดูจริงจังขนาดนั้น แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มขี้อาย จึงทำได้แค่รับคำแผ่วเบา
“ ครับ….”
แม้ในวงอาหารจะเต็มไปด้วยความครึกครื้นจากเหล่าทโมนวัยเยาว์ แต่สองหนุ่มสาวดูเหมือนจะแตกต่าง เพราะทั้งคู่สงบเงียบ คล้ายมีโลกที่มองไม่เห็นห่อหุ้มตัวของพวกเขาไว้ และเมื่อความกดดันเดินทางถึงที่สุด มิโฮก็เอ่ยปาก
“ พรุ่งนี้จะไปแข่งกี่โมง ”
กล้าแทบจะสำลักซุปมิโสะที่เพิ่งซด ก่อนจะทำหน้าเหลอหลา เพราะไม่แน่ใจว่ามิโฮพูดกับเขาหรือไม่ ด้วยคุณเธอยังตีหน้าขรึม พร้อมก้มลงไปกินอาหาร ไม่ยอมสบตากับเขา จวบจนคำถามชุดต่อไปถูกส่งออกมา เด็กหนุ่มก็เริ่มมั่นใจว่าเด็กสาวน่าจะคุยกับตน
“ ว่ายังไงล่ะ เซย่าจะไปแข่งกี่โมง ”
“ อ่า…..ก็น่าจะประมาณเก้าโมงเช้าล่ะมั้ง แต่ผมคงต้องออกไปก่อน เพราะทางมูลนิธิจะส่งรถมารับในตอนเจ็ดโมง ” กล้าอธิบาย ในใจสับสนเหลือประมาณว่ามิโฮจะถามทำไม เพราะเท่าที่ดู เธอน่าจะโกรธเขาอยู่
“ อืม……” มิโฮรับคำสั้น ก่อนจะคีบกับข้าวเข้าปากอย่างสงบ
ต่อจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย แน่นอนว่างานฉลองดำเนินต่อได้ไม่นาน ดวงตาของเหล่าเยาวชนก็เริ่มหลี่ต่ำ ด้วยถูกความง่วงเข้าครอบงำ และพอสะลึมสะลือได้ที่ พวกเขาก็พากันเข้านอน รวมทั้งกล้าด้วย
….…………………….
ค่ำคืนนั้น กล้านอนไม่ค่อยหลับ เขาได้แต่กระสับกระส่ายใต้ผ้าห่ม ดวงตาเหม่อมองเพดานที่ปรากฏให้เห็นอยู่สลัวๆกลางความมืด และในจังหวะที่กำลังข่มใจอยู่นั้นเอง โสตประสาทก็แว่วเสียงฝีเท้าประหลาด
“ ตึก ตึก ตึก….”
“ เอ๊ะ! ใครเดินมานะ ฟังจากเสียงฝีเท้าที่เบาและถี่รัว คาดว่าน้ำหนักตัวน่าจะน้อย ก้าวก็ค่อนข้างสั้น ถ้าไม่ใช่เด็ก ก็ต้องเป็นผู้หญิงแน่ ” กล้าลองคาดการณ์ พร้อมแสร้งทำเป็นหลับตาลงครึ่งนึง แล้วนอนตะแคงไปอีกด้าน เพื่อหันหลังให้
“ ครืด……”
ไม่นาน กล้าก็ได้ยินเสียงประตูแบบญี่ปุ่นถูกเลื่อนออก แล้วคนๆนั้นก็กล่าวเข้ามา มีเสียง “ตุ้บ” ดังแผ่วเบา คล้ายมีสิ่งมีชีวิตทิ้งตัวลงมานั่ง แน่นอนว่าตำแหน่งนั้นอยู่ไม่ห่าง บ่งบอกว่าตอนนี้ เขากำลังถูกใครบางคนเข้าประชิด
“ ตายล่ะ หรือว่านี่จะเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมาฆ่าเรา ว่าแต่ในเรื่องนี้ เซย่ามีคนลอบปองร้ายด้วยหรือ ” กล้าพยายามเค้นสมองคิด แต่ไม่ว่าทบทวนถึงเรื่องราวในการ์ตูนซักกี่รอบ ก็ยังสาวไปไม่ถึง
ขณะที่กล้าขบคิดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ามีฝ่ามือบางยื่นมาแตะศีรษะอย่างแผ่วเบา ทำให้ภาพเพชณฆาตที่กำลังง้างมีดคม เพื่อเตรียมปักหัว ผุดขึ้นมาในสมอง
“ โอ้ว….มันกำลังจะฆ่าเราแล้ว ต้องต่อสู้ เพื่อเอาชีวิตรอด จะยอมอยู่เฉยไม่ได้ ” กล้ากำหมัดแน่น และคิดว่าจะลุกขึ้นไปต่อยสวน แต่ไม่ทันได้ขยับ หูก็ประสบกับเสียงที่สดใสของเด็กสาว
“ ขอให้ปลอดภัยกลับมา อย่าให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับเซย่า….”
ทันทีที่ได้ยิน กล้าก็กลับมาสงบ เพราะจดจำได้ดีว่านี่คือเสียงของ…มิโฮ
“ เอ๊ะ! นี่มัน…คุณมิโฮ นี่นา ทำไมเธอถึงได้…..”
กล้ายอมรับว่า….ไม่เข้าใจ แต่พอนึกดูอีกที ก็รู้ว่ามิโฮคือเด็กสาวที่แอบหลงรักเซย่า ดังนั้นเธอจะมีความผูกพันกับตัวละครนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย
“ งั้นแบบนี้ ก็แปลว่า…..” ถึงตรงนี้ ใบหน้าของกล้าเริ่มแดงก่ำ ทั้งที่รู้ดีว่าคนที่มิโฮรักจริงๆเป็นเซย่า ไม่ใช่เขา เด็กเนิร์ดผู้จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในโลกของการ์ตูนดัง
และในระหว่างที่กล้านอนตัวแข็งทื่ออยู่นั้นเอง มือบางก็ค่อยๆเลื่อนออกจากศีรษะ จากนั้นก็มีเสียงเลื่อนประตูปิด พร้อมเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆถอยห่าง
“ โอ้ว….นี่มันทำให้ตื่นเต้นหนักกว่าเดิมอีก แล้วคืนนี้ ชั้นจะนอนหลับได้มั้ยเนี่ย ”
กล้าลืมตาโพลงในความมืด หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ รอยสัมผัสบนศีรษะยังคงอุ่น ราวกับว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นในตอนนี้ ความคิดวิ่งพล่านทั้งเรื่องการแข่งในวันพรุ่งนี้ คำอวยพรที่สะท้อนในรูหู อันทำให้รู้สึกสับสน…นี่คือความรู้สึกของเซย่าหรือตัวเขากันแน่ เด็กหนุ่มจึงกอดอกแน่น พลางถอนหายใจยาว
“ ราตรีนี้คงเป็น…..ค่ำคืนที่ยาวนานที่สุด ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
