เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 49 คำอวยพรยามค่ำคืน

            ทุกสิ่งคงเดิมไม่นาน  แต่ในความรู้สึกของโยชิโร่  มันเหมือนผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์  และเมื่อทุกสิ่งสิ้นสุด  กล้าก็เลิกตั้งท่าต่อสู้  พร้อมหันกลับมายิ้มให้เด็กน้อย 


    “ อ้าว….โยชิโร่ตื่นแล้วเหรอ ” 


    “ อ่า…ครับ….ว่าแต่….” โยชิโร่ติดอ่าง  เพราะยังทึ่งไม่หาย  ทำให้กล้าเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย 


    “ ว่าแต่…อะไร ” 


    “ เอ่อ…ว่าแต่…พี่เซย่าทะ…ทำแบบนั้นได้ยังไง ” 


    “ เอ๋…แบบนั้นคือแบบไหน ” กล้างง  โยชิโร่จึงรีบลุกขึ้นยืน  แล้วเลียนแบบท่วงท่าเมื่อครู่ของพระเอกหนุ่ม 


    “ ก็กางฝ่ามือไปที่ต้นไม้  แล้วทำให้ใบไม้พัดแรงยังไงล่ะครับ ” 


    “ อ้อ…..รู้แล้ว  ไม่มีอะไรมากหรอก  แค่ชั้นพอจะจับเคล็ดการใช้คอสโมได้เล็กน้อยเท่านั้น ” 


    “ หมายความว่า….พี่เซย่าฝึกสำเร็จแล้ว  ใช่มั้ย ” โยชิโร่ทำท่าดีใจ  แต่กล้ากลับร้องขัด 


    “ ไม่ขนาดนั้น  เพราะถ้าฝึกสำเร็จจริง  ลำแสงที่ปล่อยออกมา  ต้องยิงโดนเป้าเล็กๆอย่างใบไม้ได้ไม่พลาด  และต้องทำให้มันหลุดจากขั้ว  โดยที่พื้นผิวไม่แตกสลาย  แต่ชั้นยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ”


     

              โยชิโร่คิดว่ากล้าถ่อมตัว  เพราะสำหรับเด็กน้อย  แค่บังคับให้ใบไม้สั่นไหวทั้งต้นได้  มันก็เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว  จึงเตร่ไปให้กำลังใจ 


    “ เอาเถอะ  พี่เซย่า  แค่นี้มันก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองแล้ว  และมันน่าจะช่วยให้พี่มั่นใจในการสู้ศึกอีกหลายระดับ ” 


    “ ใช่แล้ว  ตอนนี้ชั้นเริ่มหายกลัวขึ้นมานิดๆ ” กล้าก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง  พลางจินตนาการไปว่า….ถ้าเอาสิ่งที่เพิ่งฝึกสำเร็จ  ไปใช้กับ….เพกาซัส หมัดดาวตก  จะให้ผลยังไงกันนะ


     

             โยชิโร่มองฮีโร่ในดวงใจด้วยท่าทีปลาบปลื้ม  ก่อนจะหันไปปลุกสองลูกน้อง  พร้อมชวนกันไปกินข้าว 


    “ เอาล่ะ  ในเมื่อทำสำเร็จ  ก็ต้องฉลอง  ดังนั้น…พวกแกรีบตื่นเร็ว  เราจะได้ไปเฮกัน….” 


    …………………………..


               วงกับข้าวในวันนั้นก็เหมือนเป็นมื้อพิเศษ  ด้วยมีอาหารดีๆสารพัด  ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโสะ  ปลาไหลย่างราดซอส  ซึ่งผสานกันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ  นอกจากนี้ยังเสริมด้วยโคร็อกเกะ  ผักดอง  เกี๊ยวซ่า  ทำให้เด็กๆดูสนุกสนานกันถ้วนหน้า 


    “ ว้าว….สุดยอดไปเลย  อาหารมื้อนี้เด็ดดวงและมากมายกว่าตอนฉลองปีใหม่อีกนะเนี่ย ” 


    “ แล้วทำไม  ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ  วันนี้สำคัญเหรอ ” เด็กหลายคนนึกสงสัย  โยชิโร่จึงเฉลย 


    “ ก็เป็นวันที่….พี่เซย่าฝึกสำเร็จไง  ดังนั้นพวกเราต้อง…เฮ ” 


    “ เฮ………” เด็กทุกคนร่วมกันชนแก้ว  ซึ่งในนั้นอุดมไปด้วยน้ำชาเขียว


     

                ในขณะที่ทุกคนสรวลเสเฮฮา  กล้าและมิโฮที่นั่งประจันหน้ากัน  ก็ยังคงนิ่งเงียบ  มีเพียงโต๊ะไม้แบบพับได้ขวางกั้นเท่านั้น


     

                 แน่นอนว่าทั้งสองย่อมมีอิริยาบถที่ต่างกัน  ด้านกล้านั้นดูกระสับกระส่ายและทำตัวไม่ถูก  ส่วนมิโฮแลเรียบเฉย  พร้อมคีบอาหารเข้าปากแบบไม่รีบร้อน  ไม่นาน  ก็เกิดอุบัติเหตุอย่างนึง  เมื่อมีเด็กหญิงวัยสิบขวบรีบรุดเข้ามากระแซะพระเอกหนุ่ม 


    “ รู้มั้ย  พี่เซย่าต้องกินให้มากๆนะ  เพราะพี่มิโฮตั้งใจทำมา  เพื่อเลี้ยงฉลองให้พี่เลย ” 


    “ อึก….” กล้าแทบจะสำลักน้ำชา  ส่วนมิโฮแกล้งกระแอมเบาๆ  พร้อมเรียกชื่อเด็กหญิงเจ้าปัญหา 


    “ ฮะ…แฮ่ม….จุนโกะ ”


     

              เหมือนยิ่งว่า…จะยิ่งยุ  แทนที่จุนโกะจะยอมรับฟัง  หนูน้อยกลับฝ่าฝืนหนักกว่าเดิม  ด้วยการชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม  พร้อมแฉต่อ 


    “ แล้วรู้มั้ย  พี่มิโฮบรรจงปรุงอาหารทุกเมนูอย่างประณีต  เพื่อหวังให้พี่เซย่ามีความสุข ” 


    “ จุนโกะ  พูดมากไปแล้วนะ ” มิโฮเริ่มเสียงดังขึ้น  แต่ยังก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อ  สองแก้มแดงระเรื่อ  ด้วยอารมณ์ใดไม่ทราบได้  ทว่ายังหยุดเด็กหญิงจอมแก่นไม่ได้ 


    “ อีกอย่าง  พี่มิโฮเฝ้าดูพี่เซย่าอยู่ตลอด  และคอยแอบเชียร์อยู่ลึกๆ ” 


    “ จุนโกะ  ถ้ายังไม่เลิกก่อกวนอีก  พี่จะงดข้าวเย็นในวันถัดไป ” คราวนี้  มิโฮถึงกับเสียงแข็ง  พร้อมส่งสายตาเพชณฆาตไปที่หนูน้อยวัยสิบขวบ  ทำให้เจ้าตัวดีสงบปากในบัดดล  พร้อมเผ่นหนีไป 


    “ โอ้…หนูจะไม่ปากมากแล้วค่ะ  อ่า…พี่เซย่า  ที่พูดเมื่อกี้  หนูล้อเล่นนะคะ ”


     

                กล้าส่ายหัว  ระคนขบขันในความแก่นแก้วของเด็กหญิง  จากนั้นก็คิดเล่นๆว่า…..ถ้าจุนโกะเกิดไปชอบกับโยชิโร่ขึ้นมาจริงๆ  โลกนี้คงป่วนบรรลัย  เพราะทั้งสองแสบสันไม่แพ้กัน  แต่ไม่ทันได้ล่องลอยไปมากกว่านี้  มิโฮก็กล่าวออกมาเบาๆ 


    “ ที่จุนโกะพูดเมื่อครู่นี้  เป็นเรื่องไม่จริง ”


     

                 กล้าอยากจะถามอีกหลายประเด็น  เพราะถ้าจุนโกะแค่ล้อเล่น  ทำไมมิโฮถึงดูจริงจังขนาดนั้น  แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มขี้อาย  จึงทำได้แค่รับคำแผ่วเบา 


    “ ครับ….”


     

               แม้ในวงอาหารจะเต็มไปด้วยความครึกครื้นจากเหล่าทโมนวัยเยาว์  แต่สองหนุ่มสาวดูเหมือนจะแตกต่าง  เพราะทั้งคู่สงบเงียบ  คล้ายมีโลกที่มองไม่เห็นห่อหุ้มตัวของพวกเขาไว้  และเมื่อความกดดันเดินทางถึงที่สุด  มิโฮก็เอ่ยปาก 


    “ พรุ่งนี้จะไปแข่งกี่โมง ”


     

              กล้าแทบจะสำลักซุปมิโสะที่เพิ่งซด  ก่อนจะทำหน้าเหลอหลา  เพราะไม่แน่ใจว่ามิโฮพูดกับเขาหรือไม่  ด้วยคุณเธอยังตีหน้าขรึม  พร้อมก้มลงไปกินอาหาร  ไม่ยอมสบตากับเขา  จวบจนคำถามชุดต่อไปถูกส่งออกมา  เด็กหนุ่มก็เริ่มมั่นใจว่าเด็กสาวน่าจะคุยกับตน 


    “ ว่ายังไงล่ะ  เซย่าจะไปแข่งกี่โมง ” 


    “ อ่า…..ก็น่าจะประมาณเก้าโมงเช้าล่ะมั้ง  แต่ผมคงต้องออกไปก่อน  เพราะทางมูลนิธิจะส่งรถมารับในตอนเจ็ดโมง ” กล้าอธิบาย  ในใจสับสนเหลือประมาณว่ามิโฮจะถามทำไม  เพราะเท่าที่ดู  เธอน่าจะโกรธเขาอยู่ 


    “ อืม……” มิโฮรับคำสั้น  ก่อนจะคีบกับข้าวเข้าปากอย่างสงบ


     

                  ต่อจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย  แน่นอนว่างานฉลองดำเนินต่อได้ไม่นาน  ดวงตาของเหล่าเยาวชนก็เริ่มหลี่ต่ำ  ด้วยถูกความง่วงเข้าครอบงำ  และพอสะลึมสะลือได้ที่  พวกเขาก็พากันเข้านอน  รวมทั้งกล้าด้วย


    ….…………………….


                    ค่ำคืนนั้น  กล้านอนไม่ค่อยหลับ  เขาได้แต่กระสับกระส่ายใต้ผ้าห่ม  ดวงตาเหม่อมองเพดานที่ปรากฏให้เห็นอยู่สลัวๆกลางความมืด  และในจังหวะที่กำลังข่มใจอยู่นั้นเอง  โสตประสาทก็แว่วเสียงฝีเท้าประหลาด 


    “ ตึก  ตึก  ตึก….” 


    “ เอ๊ะ!  ใครเดินมานะ  ฟังจากเสียงฝีเท้าที่เบาและถี่รัว  คาดว่าน้ำหนักตัวน่าจะน้อย  ก้าวก็ค่อนข้างสั้น  ถ้าไม่ใช่เด็ก  ก็ต้องเป็นผู้หญิงแน่ ” กล้าลองคาดการณ์  พร้อมแสร้งทำเป็นหลับตาลงครึ่งนึง  แล้วนอนตะแคงไปอีกด้าน  เพื่อหันหลังให้ 


    “ ครืด……”


     

                ไม่นาน  กล้าก็ได้ยินเสียงประตูแบบญี่ปุ่นถูกเลื่อนออก  แล้วคนๆนั้นก็กล่าวเข้ามา  มีเสียง “ตุ้บ” ดังแผ่วเบา  คล้ายมีสิ่งมีชีวิตทิ้งตัวลงมานั่ง  แน่นอนว่าตำแหน่งนั้นอยู่ไม่ห่าง  บ่งบอกว่าตอนนี้  เขากำลังถูกใครบางคนเข้าประชิด 


    “ ตายล่ะ  หรือว่านี่จะเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมาฆ่าเรา  ว่าแต่ในเรื่องนี้  เซย่ามีคนลอบปองร้ายด้วยหรือ ” กล้าพยายามเค้นสมองคิด  แต่ไม่ว่าทบทวนถึงเรื่องราวในการ์ตูนซักกี่รอบ  ก็ยังสาวไปไม่ถึง


     

                 ขณะที่กล้าขบคิดนั้นเอง  เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ามีฝ่ามือบางยื่นมาแตะศีรษะอย่างแผ่วเบา  ทำให้ภาพเพชณฆาตที่กำลังง้างมีดคม  เพื่อเตรียมปักหัว  ผุดขึ้นมาในสมอง 


    “ โอ้ว….มันกำลังจะฆ่าเราแล้ว  ต้องต่อสู้  เพื่อเอาชีวิตรอด  จะยอมอยู่เฉยไม่ได้ ” กล้ากำหมัดแน่น  และคิดว่าจะลุกขึ้นไปต่อยสวน  แต่ไม่ทันได้ขยับ  หูก็ประสบกับเสียงที่สดใสของเด็กสาว 


    “ ขอให้ปลอดภัยกลับมา  อย่าให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับเซย่า….”


     

                   ทันทีที่ได้ยิน  กล้าก็กลับมาสงบ  เพราะจดจำได้ดีว่านี่คือเสียงของ…มิโฮ 


    “ เอ๊ะ!  นี่มัน…คุณมิโฮ นี่นา  ทำไมเธอถึงได้…..”


     

                 กล้ายอมรับว่า….ไม่เข้าใจ  แต่พอนึกดูอีกที  ก็รู้ว่ามิโฮคือเด็กสาวที่แอบหลงรักเซย่า  ดังนั้นเธอจะมีความผูกพันกับตัวละครนี้  ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย 


    “ งั้นแบบนี้  ก็แปลว่า…..” ถึงตรงนี้  ใบหน้าของกล้าเริ่มแดงก่ำ  ทั้งที่รู้ดีว่าคนที่มิโฮรักจริงๆเป็นเซย่า  ไม่ใช่เขา  เด็กเนิร์ดผู้จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในโลกของการ์ตูนดัง


     

                  และในระหว่างที่กล้านอนตัวแข็งทื่ออยู่นั้นเอง  มือบางก็ค่อยๆเลื่อนออกจากศีรษะ  จากนั้นก็มีเสียงเลื่อนประตูปิด  พร้อมเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆถอยห่าง 


    “ โอ้ว….นี่มันทำให้ตื่นเต้นหนักกว่าเดิมอีก  แล้วคืนนี้  ชั้นจะนอนหลับได้มั้ยเนี่ย ”



            กล้าลืมตาโพลงในความมืด  หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ  รอยสัมผัสบนศีรษะยังคงอุ่น  ราวกับว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นในตอนนี้  ความคิดวิ่งพล่านทั้งเรื่องการแข่งในวันพรุ่งนี้  คำอวยพรที่สะท้อนในรูหู  อันทำให้รู้สึกสับสน…นี่คือความรู้สึกของเซย่าหรือตัวเขากันแน่  เด็กหนุ่มจึงกอดอกแน่น  พลางถอนหายใจยาว


    “ ราตรีนี้คงเป็น…..ค่ำคืนที่ยาวนานที่สุด ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน