บทที่ 92 อัปเกรดประตูมิติ
ในตอนที่ยาพิษกำลังเข้าปากหลวงสันติเสียงก็ดังข้างหูของเขามันเป็นเสียงเล็กแหลมดังเตือนเขาให้รีบตื่นขึ้นมา
“พ่อ พ่อ มีคนจะฆ่าพ่อ” มันลืมตาขึ้นทันทีแล้วหลบยาพิษได้ทันมือของมันคว้าไปที่ปืนที่เตรียมไว้เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนอย่างกับวันนี้ ดวงตาของทั้งสองสบกันหลวงสันติลั่นไกแบบไม่ต้องคิด ปังงงง มันดีดตัวขึ้นแล้วพุ่งขึ้นไป ตูมมมม หลังคาบ้านมันทะลุเมื่อมันมายืนบนหลังคาก็ไม่เห็นใครแล้ว
“บัดซบมันเป็นใคร” จากนั้นคนในเรือนก็ส่งเสียงกันวุ่นวาย
หลิงสันติ “มีคนลอบสังหารข้าไปหามันเร็ว “ทุกคนวิ่งออกไปส่วนหลวงสันติคิดอะไรได้มันกลับเข้าไปในห้องทำงานก็พบว่ามีคนชุดดำปรากฏอยู่ตรงหน้ามันกำลังหาเอกสารบางอย่างเขาสวมชุดแบบทหารยุคปัจจุบันทำให้มันสับสนไปหมด
” แกเป็นใคร “คนชุดดำชะงักก่อนที่จะสาดอาวุธลับใส่หลวงสันติ” เคร้งๆๆๆ หลวงสันติใช้ดาบปัดได้ทั้งหมดทว่า ตูมๆๆๆๆ หลวงสันติกระเด็นออกไป
หลวงสันติ “ไอ้สารเลว” มันดีดตัวขึ้นแล้วพุ่งตามไป พรืบบบ ร่างคนหายไปอีกครั้ง มันชะงักแล้วมองไปรอบๆ ร่างคนปรากฏขึ้นทางด้านหลังของมัน มีดสั้นแทงลงไปที่หลังของหลวงสันติ เคร้งงงหลวงสันติหันมาปัดมีดออกแล้วยืนมือออกไปจะเอาผ้าปิดหน้าคนร้ายออกทว่า ปังงง หมัดคนชุดดำต่อยไปที่หน้าของหลวงสันติมันกระเด็นออกไป โครมมม
หลวงสันติ “เป็นไปได้อย่างไร “มันท่องคาถาจากนั้นร่างมันก็มีอาคมอันรุนแรงขึ้นมา
หวงสันติ” ตาย “ดาบของมันพุ่งเจ้าใสร่างชายชุดดำ เคร้งๆๆๆ ชายชุดดำใช้มีดสั้นรับมือดาบของมัน เคร้งๆๆๆ
หลวงสันติ” มีฝีมือแค่นี้คิดสังหารข้าหรือ “เคร้งๆๆ มีดสั้นหลุดมือดาบพุ่งเขาหาลำคอชายในชุดคลุมทันที ทว่าชายในชุดคลุมยิ้มออกมา ปังงงง ร่างของหลวงสันติมีรูกระสุนอยู่ที่หน้าอกตามด้วย ปังๆๆๆ หลวงสันติถึงกับทรุดลงไปกับพื้น
” แกเป็นใคร” ชายในชุดคลุมไม่กล่าวอะไรฟันดาบเข้าหัวของหลวงสันติสุดแรงทว่า ควับบบบ ชายในชุดคลุมหลบได้ที่แท้คนที่โดนยิงไม่ใช่หลวงสันติแต่เป็นผีที่มันเลี้ยงไว้ มันดินออกมาจากในเงามืด
“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนหลบอาวุธของข้าได้” ชายในชุดคลุมสีหน้าบิดเบี้ยว
“ไอ้นี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ” จากนั้นเขาก็โดนล้อมโดยคนของหลวงสันติชายในชุดคลุมยิ้มออกมาแล้วนำปืนออกมาเป็นปืนยาวทว่ากระสุนนั้นรัวเร็วยิ่งนัก ปังๆๆๆๆๆ ร่างพวกมันล้มลมไปหลวงสันติก็โดยไปหลายนัดจนทรุดลงไป
” มึงเป็นใครวะ “เสียงของคนจากด้านนอกตามมา
” ยังไม่ตายอีกหรือ” เขายกปืนขึ้นมาอีกครั้ง ทว่า วูบบบบ ลูกเพลิงจากดวงดาววิญญาณสีม่วงพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างแรง ตูมมมมม ร่างของเขาถึงกับกระเด็นออกไปเขาไม่อยากจะเชื่อว่าขนาดนี้แล้วมันยังไม่ตายอีก
” เวรเอ๊ย “ร่างของชายในชุดคลุมหายไป ชายชดดำหนีมาที่ตรอกแคบแห่งหนึ่งก่อนที่เขาจะเข้าไปมิติหยกใช่คนที่ลงมือเมื่อครู่คือนินนั่นเอง
นิน “เวรเอ๊ยมันตื่นขึ้นมาแบบนั้นได้ยังไงแถมโดนไรเฟิลจู่โจมเข้าไปยังไม่ตายอีก” จากประสบการณ์ของเขาการแบบนั้นได้นั่นแปลว่าต้องหลับลึกพอแล้วไม่ใช่หรือก่อนที่เขาจะลงมือเขารอให้มันหลับลึกแล้วแท้ๆที่สำคัญเขาหาหลักฐานเล่นงานมันๆไม่ได้สักอย่างแต่ยังดียกตู้ของมันมาทั้งตู้เลย
นิน “เดี๋ยวนะฉันลืมไปได้ยังไง” นินนึกได้ว่าในยุคที่เขาอยู่นั้นเต็มไปด้วยหมอผีมนต์ดําพวกมันอาจเลี้ยงผีไว้แจ้งเตือนภัยร้ายก็ได้ นินตัดสินใจนอนในมิติหีบเพื่อรอให้คนของหลวงสันติกลับไปก่อนตอนนี้คนจากกรมพระตำรวจคงจะมากันแล้ว นินเอาสร้อยขึ้นมาดูหรือก็คือประตูมิตินั่นแหละเขาค่อนข้างกังวลมากการไหลของเวลาของทั้งสองโลกเท่ากันมันจะทำให้เขาใช้ชีวิตยากมากหากเขาอยู่อีกฝั่งนานเกินไปการหายตัวไปของเขาต้องเป็นเรื่องแน่ๆ
นิน “ตาแก่หลินนั่นเคยศึกษาประตูมิติมาก่อนนี่มีบันทึกอยู่ไหมนะ” นินเข้าไปดูในฝ่ามือปรากฏว่าไม่พบจึงเข้าไปยังหอตำราจึงพบหนังสือที่ยังเขียนไม่เสร็จบนโต๊ะนั่นคือบันทึกของประตูเคลื่อนย้ายนั่นเอง
นิน “เขียนว่าไงนะ” จากการที่นินอ่านพบว่าเครื่องรางเคลื่อนย้ายนี้สามารถพาเขาไปที่ไหนก็ได้ทว่าจะต้องเติมเต็มพลังงานของมันให้เพียงพอจากคำบอกเล่าของมนุษย์ในป่าหิมพานต์กล่าวว่ามันไม่สามารถย้อนเวลาได้แต่สามารถทำให้เวลาของทั้งสองมิติมีเวลาไหลที่ต่างกันได้ กล่าวคือเวลาของทั้งสองโลกยังไหลไปข้างหน้าเหมือนเดิมแค่เร็วช้าต่างกันหลักการคล้ายๆ มิติหยกนั่นเองแต่ก่อนที่นินจะเข้าไปในมิติที่ต้องการโกงเวลาจำเป็นต้องตั้งค่ามันเสียก่อนว่าอย่างโกงกี่วันในบันทึกไม่ได้มีอธิบายส่วนมากมาจากคำบอกเล่าทั้งนั้น แล้วคำถามคือเวลาในมิติหยกจะเป็นอย่างไรเมื่อนินทำให้เวลาไหลต่างกันคำตอบคือมิติหยกก็แค่อ้างอิงเวลาของมิติที่เขาอยู่ก็แค่นั่นเอง
นิน “เยี่ยมแล้วจะเพิ่มระดับของมันได้ยังไง” นินอ่านดูพบว่าอาจารย์ได้มาฟรีๆ คนนี้ได้ทำการค้นคว้าอย่างหนักจนพบว่าสิ่งที่เพิ่มพลังให้แก่ของวิเศษของดินแดนหิมพานต์ได้นั่นคือผลึกพลังจากในร่างของสัตว์หิมพานต์หรือจะเรียกง่ายว่าแกนเวทย์นั่นเองความแตกต่างของแก่นเวทย์ของสัตว์หิมพานต์กับสัตว์เวทย์ธรรมดาคือมันจะมีลวดลายเป็นเส้นๆ และด้านในจะมีแสงเรืองจางๆ ด้านในจุดสำคัญคือเมื่อสัมผัสมันแสงด้านในผลึกจะเคลื่อนที่ไปมาได้
นิน “แบบนี้นี่เอง” นินจำได้ว่าในห้องสมบัติมีแกนเวทย์หลายชนิดเขาจึงเข้าไปดูก็พบว่ามีแกนเวทย์ที่มีแสงเรืองที่ตรงตามบันทึกแค่สองก้อนเท่านั้น
นิน “เวรเอ๊ยมีแค่นี้เองหรือ” ปัญหาคือทำอย่างไรมันถึงจะดูดกลืนพลังกันเขาหยิบมันมาว่างใกล้ๆ กันจากนั้นมันก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองทันที ครืนนนน พลังจากแกนเวทย์ไหลเข้าสู่ประตูมิติจากนั้นรูปร่างมันก็เปลี่ยนไป
นิน” นี่มัน “จากที่เคยเป็นป้ายศิลาธรรมดาตอนนี้มันกลายเป็นสีเขียวสลับดำแล้วมีหน้าปัดที่มีตัวเลขหนึ่งถึงสามอยู่ด้วย
นิน “นี่คือเวลาใช่หรือไม่หมายถึงวันอย่างนั้นหรือ” เขาคิดสักพัก
นิน “ต้องใช้แน่ๆ เท่ากับว่า 3 ต่อ 1ในอนาคตอาจจะมากกว่านี้ก็ได้” หลังจากที่มันอัปเกรดเป็นแบบนี้นินก็มั่นใจแล้วว่าเขาจะสามารถคำนวณเวลาที่แน่ชัดได้ไม่อย่างนั้นถ้าให้เขาเข้าๆ ออกคงวุ่นวายแน่นอนอย่างไรก็ตามต้องทดสอบก่อน
นินทำทุกอย่างเรียบร้อยก็มองไปด้านนอกพบว่าพวกนั้นยังคงตามหาเขาอยู่นินไม่สนใจยังคงอยู่ในมิติหยกเมื่อพวกมันไปแล้วเขาจึงออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านท่านเจ้าคุณ ที่บ้านท่านเจ้าคุณได้รับรายงานแล้วว่าหลวงสันติโดนลอบสังหารทำเอาเขาไม่สบายใจเพราะคิดว่าไอ้นินอาจจะเป็นคนทำจึงสั่งให้พวกนายจั่นไปสืบ หลังจากที่จั่นกลับมาก็พบว่าพวกนั้นจับคนร้ายไม่ได้ ท่านเจ้าคุณจึงโล่งใจ เมื่อท่านเจ้าคุณกำลังจะเดินไปเขาก็สัมผัสว่ามีคนมายืนอยู่บนหลังคาบ้านท่านเจ้าคุณเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นคนชุดดำทำท่าให้เขาเงียบแล้วชี้ไปยังห้องทำงานของท่านเจ้าคุณ ท่านเจ้าคุณสั่งให้ทุกคนไปนอนจึงไปยังห้องทำงาน เมื่อเปิดประตูเขามาเขาก็เห็นคนชุดดำที่แปลกตานินสวมชุดแบบพวกทหารหน่วยรบพิเศษปัจจุบันครบชุด
” ไอ้นนินนั่นเอ็งใช่หรือไม่ “นินถอดไอ้โม่งหรือผ้าปิดหน้าแบบทหารออกก็เผยให้เห็นชายหนุ่มหล่อเหล่าออกมาท่านเจ้าคุณผงะไปแล้วเตรียมปลุกของ
” ใคร “นินหลอกตา
นิน” ผมเองจำไม่ได้หรือลูกเขยลุงไง “เสียงนี้ของนินแน่นอนเพื่อยืนยันนินปลุกของตัวเองให้ท่านเจ้าคุณดู
” เกิดอะไรขึ้นกับเอ็งทำไมหน้าตาเป็นแบบนั้น “นินเล่าให้ฟังว่าเขารอดมาได้อย่างไรแต่ไม่เล่าเรื่องตาแก่หลินให้ฟังเพราะมันเกินจริงไปหน่อยแต่เล่าว่าเข้าเข้าขั้นกลั่นลมปราณขั้นที่ 4 ทำให้เขาทรงพลังขึ้นแค่นั้น
” เวรจริงหรือเนี่ยทำให้หน้าเอ็งเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเอ็งหล่อกว่าไอ้แผนอีกนะเนี่ย “นินหลอกตา
นิน” อย่ามาพูดเอาใจผมเลยถึงจะหล่อขึ้นแต่ไอ้เวรนั้นมันหน้าตามันดีเกินมนุษย์ไปหน่อย” นินนั่งลง
นิน “ก่อนอื่นสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างลุง” ท่านเจ้าคุณเล่าเรื่องที่นินไม่อยู่ให้ฟังนินขมวดคิ้ว
นิน “หมายความว่ามีคนขายข่าวผมให้ขอมมากว่าหนึ่งพวกงั้นหรือ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
“ใช่กลุ่มแลก ค่าคิดว่าเป็นไอ้เชษฐ์กลุ่มที่สองพวกวังตะวันตกส่วนกลุ่มที่สามข้าไม่แน่ใจ” นินสีคางไปมา
นิน “ดูเหมือนผมมาอยู่ไม่เท่าไรก็มีคนรักขนาดนี้แล้ว” ท่านเจ้าคุณหัวเราะ
” แล้วนี่มันชุดอะไรของเอ็งช่างพิลึกนัก “นินยิ้ม
นิน” ไม่รู้สิผมก็หยิบๆ มานั่นแหละว่าแต่ทุกคนสบายดีนะ “ท่านเจ้าคุณเล่าเรื่องพิมและคนอื่นๆ ให้ฟัง
” จริงสิพรุ่งนี้พิมจะไปที่สามโคกเอ็งไม่ไปเจอหน่อยหรือลูกข้าถึงแม้จะทำเป็นเข็มแข็งแต่ว่าเป็นห่วงเอ็งมากนะ “นินชะงักไป
นิน” พิมเห็นผมจะไม่ตกใจหรือไง “ท่านเจ้าคุณยิ้ม
” ตกใจทำไมเอ็งหล่อขึ้นขนาดนี้ “นินคิดสักพักก็ตัดสินใจเขากลับไปแต่ตัวที่บ้านก่อนจะไปเคาะหน้าต่างห้องพิม ก๊อกๆ นินมาเคาะห้องก็ไม่ดูเวลาว่าตีสองแล้วทว่าพักนี้พิมมักจะสะดุ่งตื่นอยู่เสมอนางสะดุ้งตื่นมาอีกครั้งก่อนจะพบว่ามีคนมาเคาะหน้าต่างนางขมวดคิ้วแล้วเดินไปเปิดไฟหยิบดาบก่อนจะไปเปิดหน้าต่าง ก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหล่ายืนอยู่ที่หน้าต่างนางฟันดาบออกไป
นิน “เวรแล้ว” เขารีบหลบทันทีแล้วคว้ามือนางเอาไว้
นิน “นี่ผมเองนินไง” นางดิ้นทันทีแล้วกำลังจะตะโกนเขารีบกระโดดเข้าไปแล้วปิดปากเธอไว้
นิน” ผมเองจริงๆ ไม่เชื่อไปถามลุงเลยใจเย็นๆ ก่อน “พิมสงบลงนินค่อยๆ เอามือออกจากปากเธอ
นิน” อย่าร้องนะคุณนี่ผมเองแค่หล่อขึ้นเฉยๆ “พิมไม่เชื่อจ้องเขาด้วยดวงตาดุร้ายมือกำดาบแน่น
พิม” ข้าไม่เชื่อ “นินกลอกตา
นิน” นี่ไง “เขาชูแหวนหมั้นให้เธอดู
นิน” แหวนหมั้นของเรายังอยู่เลยเห็นไหมอีกอย่างผมเคยจับหน้าอกคุณด้วยเรื่องนี้มีแค่เราสองคนที่รู้จริงไหม “ดวงตาพิมเบิกกว้าง
พิม” เจ้า นาย นาย คือเขาจริงๆ หรือ” นินกลอกตา
นิน “เขาไหนเล่าฉันเองนินคู่หมั้นเธอนั่นแหละที่ฉันหน้าเปลี่ยนไปเพราะฉันสำเร็จขั้นกลั่นลมปราณแล้วไงล่ะ” พิมดวงตาเป็นประกายแล้วทั้งตัวเข้าอ้อมกอดของเขา นินไม่ได้กอดตอบเพราะเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันนี่มันยุคโบราณนะอีกอย่างระหว่างทั้งสองก็ยังไม่ใช่คนรักด้วยแค่คู่หมั้นที่ถูกสถานการณ์บังคับเท่านั้น
นิน “เธอผอมลงไปนะ “นินตบหลังเธอเบาๆ
พิม” เพราะนายนั่นแหละ “นินถอนใจ
นิน” ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไงเอาล่ะเลิกร้องเสียทีฉันเอาของมาฝากด้วยนะ” นินหงายฝ่ามือเป็นตุ๊กตาหมูที่แกะสลักด้วยไม้ระหว่างเดินทางมาที่นี่เขาใช้ช่วงที่นอนในมิติหยกทำมันออกมา
พิม “หมูอีกแล้วหรือ” นินทำหน้างง
นิน “เธอชอบหมูไม่ใช่หรือเจอกันครั้งแรกเธอก็อยากไปดูหมูแล้วนี่ “พิมกลอกตา
พิม” ใครจะชอบหมูกันเล่าข้าชอบแมวต่างหาก “นินหัวเราะออกมา
นิน” ครั้งหน้าเป็นแมวแล้วกัน “นินนั่งลงที่เก้าอี้
นิน” หลายวันมานี่เอาแต่คิดถึงผมใช่ไหมถึงผอมขนาดนี้ “พิมรีบวางท่า
พิม” ใครจะไปคิดถึงนายกัน “นินหัวเราะ
นิน “นอนเถอะผมก็จะไปนอนแล้วอย่าเพิ่งบอกใครว่าผมกลับมาแล้วพรุ่งนี้ไปสามโคกใช่ไหมเอานี่ไป” นินส่งปืนให้นางกระบอกหนึ่งแล้วสอนวิธีใช้เขาปรับให้แรงถีบเบาลงแล้ว
นิน “เธอเคยใช้ปืนคาบศิลาใช่ไหมล่ะเหมือนกันนั่นและเพียงแต่นี่ยิงได้ต่อเนื่อง” พิมฉลาดจึงเรียนรู้ได้ไม่ยากเมื่อสอนแล้วเขาก็กระโดดหน้าต่างออกไป พิมอยากจะรั้งไว้แต่ก็ไม่กล้า
ในเช้าวันถัดมานินไม่ได้ออกไปไหนข่าวเรื่องหลวงสันติโดนทำร้ายนั้นมันบังเอิญไปหน่อยถ้าเขาปรากฏตัวต้องน่าสงสัยแน่เขาจึงรออีกสองสามวันเก็บตัวในบ้านไปก่อน นินก็แค่วัดดวงดูว่าถ้ามันตายทุกอย่างก็จบและเป็นการเตือนฝ่ายนั่นด้วยว่าเขาไม่ใช่คนที่รังแกง่ายๆ หลังจากที่เขาไปส่งพิมตอนเช้าอย่างลับๆ เขาก็กลับไปในห้องทำงานของตัวเองใช่เขาจะทดลองประตูมิติว่าจะโกงเวลาได้จริงใหม่และต้องมีเงื่อนไขอย่างไรนินเอาประตูมิติออกมาแล้วมีเลขขึ้นมาให้เลือกหนึ่งถึงสามจริงๆ นินเลือกไปที่สามแล้วเข้าไปยังเทียนกวนทันทีในห้องที่โรงแรมที่เขาจอง เขาไม่ได้ออกจากห้องมาสองสามวันแล้วพนักงานต่างก็กังวลว่าเขาอาจจะฆ่าตัวตายหรือเปล่าเรื่องแบบนี้มีให้เห็นบ่อยๆไปจึงมีคนมาเคาะประตูห้องของเขาโชคดีที่นินกลับมาพอดี นินเปิดประตูออกมาพร้อมความหงุดหงิดเขาพยายามไม่ให้ใครเห็นชุดของเขา
นิน “ผมบอกว่านี่ว่าห้ามรบกวนไง” พนักงานสาวรีบขอโทษ
“ขอโทษค่ะฉันแค่คิดว่าคุณอาจจะเกิดเรื่อง” นินขมวดคิ้ว
นิน “ไม่มีอะไรแล้วก็แค่นี้แหละ” เขาปัดประตูทันทีเธอถึงกับพูดไม่ออกปกติคนที่เห็นหน้าเธอก็จะต้องมองด้วยความหลงใหลในความงามไม่ใช่หรือทำไมกันชายหนุ่มคนนี้ถึงไม่แยแสเธอเลยเล่า
“ใช่สิเขาหล่อขนาดนั้นจะสนใจคนอย่างฉันได้ไง” ความจริงเธอมีเจตนาแอบแฝงอยู่บ้างคนที่พักห้องระดับนี้ได้ต้องรวยอย่างแน่นอนแถมยังหล่อด้วยแน่นอนที่เธอชอบเขาก็เพราะหวังผลประโยชน์เท่านั้นต้องเข้าใจว่าหลินหนานหรือนินนั้นผู้หญิงหรือคนรุ่นๆ เดียวกันมักจะไม่ชอบเขายกเว้นสวีหนานและพิมพูดตามตรงไม่รู้เพราะอะไรเช่นกันแต่แปลกที่ผู้ใหญ่มักเมตตาเขาเสมอ
นิน” เอาล่ะรีบเปลี่ยนชุดก่อนที่กว่า “นินเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆ แล้วเดินออกจากโรงแรมเขากะว่าจะหายไปสักแปดชั่วโมงแล้วมาดูว่าที่นั่นจะเป็นเวลาอย่างไร” นินเปิดโทรศัพท์ดูก็ต้องสยองสวีหนานส่งข้อความมาด่าเขาเป็นชุด
นิน “เวรตอนมาถึงฉันลืมส่งข้อความบอกเธอ “นินจึงพิมพ์ลงไปว่า
นิน” ฉันผิดไปแล้วเธอกลับมาจะชดใช้ให้ “นี่จึงทำให้สวีหนานพอใจมาก
สวีหนาน “ไอ้สารเลวไม่ตอบข้อความฉันสามวันอย่าหวังว่าจะให้อภัยง่ายๆ” โดยไม่รู้ตัวสวีหนานติดนินไปแล้ว
นิน “เวรเอ๊ยยายนี่น่ารำคาญจริงๆ” แต่ถึงเขาจะรู้สึกรำคาญแต่เวลาอยู่ด้วยกันเขาว่ามันสนุกดีเหมือนอยู่กับเพื่อนที่ชอบพูดจาจิกกัดกันไปมา นินเข้าสู่โมททำงานทันที
นิน” ก่อนอื่นต้องหาตึกสำนักงานที่น่าสนใจก่อนที่เทียนกวนนี้จะแบ่งเขตเมืองเป็นเขตต่างๆ โดยเขตที่มีการพัฒนามากที่สุดคือส่วนของเมืองหลักที่นี่เต็มไปด้วยสำนักงานและบริษัทต่างๆ อยู่เต็มไปหมดก่อนที่จะประกาศเป็นเศรษฐกิจพิเศษทางรัฐบาลได้พัฒนาพื้นที่นี้มายี่สิบปีแล้วดังนั้นผังเมืองและตึกต่างๆ จึงวางรากฐานสวยงามมาก แถมสนามบินที่กำลังสร้างก็ไกล้แล้วเสร็จในปลายปีแล้วด้วยกล่าวได้ว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดในอนาคตแน่นอน นินเข้าไปติดต่อบริษัทอสังหาทันทีเพื่อติดต่อขอเช่าตึกสำนักงานรวมถึงที่ดินเพื่อที่จะสร้างตึกของตัวเองในอนาคตราคาที่ดินในเทียนกวนแน่นอนว่าจะไม่เท่าปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ดังนั้นจึงมีช่องว่างมากที่เขาจะกอบโกยที่ดินไว้ให้มากที่สุดด้วยเงินที่ถูกกว่าแต่นั่นก็ต้องมีเงินเสียก่อน เขามาถึงตึกสำนักงานของบริษัทอสังหาแล้วตึกนี้ค่อนข้างใหญ่และสวยมาก
” ติดต่อเรื่องอะไรคะ “นินยิ้มแล้วกล่าวอย่างสุภาพ
นิน” ผมต้องการตึกสำนักงานขนาดใหญ่มีพนักงานสองสามร้อยคนรวมไปถึงเช้าโรงงานผลิตสินค้าด้วยครับ “หญิงสาวหน้าตาสะสวยยิ้มออกมานี่ลูกค้ารายใหญ่แน่นอน เธอรีบหยิบแฟ้มตึกสำนักงานมาให้นินดู
“นี่ค่ะเรามีสำนักงานหลายแบบทั้งสะดวกและทันสมัยใกล้รถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินค่ะ” เขาดูไปเรื่อยๆ ก็ลังเลระหว่างสองตึกใหญ่ ที่ชื่อว่า อีเธอร์ และ เวกเตอร์
นิน “เวกเตอร์ราคาเช่าต่อชั้นเท่าไรครับ” มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามา
“ขออภัยด้วยครับตึงเวกเตอร์โดนคนเช่าไว้ทั้งตึกแล้วครับ” นินประหลาดใจ
นิน “ใครกันรวยขนาดนั้น” เขาไม่ได้ดื้อดึง
นิน “งั้นผมจองตึกอีเธอร์ห้าชั้นครับเอาติดกันเลยครับ” พนักงานสาวยิ้มออกมา
” ดีมากเลยค่ะตึกนี้เพิ่งเปิดคุณเป็นเจ้าแรกเอาชั้นไหนดีคะ “นินคิดสักพักเขาอยู่ตึกนี้แค่สามปีก็ไปแล้วจะอยู่ชั้นไหนก็ได้แต่มันสูงถึงหกสิบชั้นขึ้นลงลิฟต์สูงขนาดนั้นก็เสียเวลาชีวิตตายห่า
นิน “ผมเอาชั้นหนึ่งถึงห้าครับ “ทั้งสองคนประหลาดใจ
” แปลกจังโดยมากเขาจะเลือกชั้นบนสุดกันนะคะ “นินหัวเราะ
นิน” จะให้ผมมายืนรอลิฟต์ขึ้นลงเนี่ยนะผมบ้าตายก่อนสิครับ “ทุกคนคิดว่าก็จริงตึก 60 ชั้นถ้าคนเต็มก็มีคนพันๆ คนทำงานแน่ๆ มีจะมีลิฟต์ถึงสิบตัวแต่ถ้ามันจอดทุกชั้นเขาต้องบ้าตายแน่
” ได้ค่ะ เนื่องจากคุณเป็นลูกค้าท่านแรกงั้นราคาจะลดลงเป็นชั้นและสองแสนหยวนต่อเดือนนะคะ” นินพยักหน้า
นิน “ไม่มีปัญหาแต่ผมขอเข้าไปดูก่อนได้ไหมว่ามันเป็นอย่างไร” เธอพยักหน้า
“คุณต้องการตกแต่งข้างในไหมคะเรามีทีมตกแต่งภายในด้วยนะคะ” นินพยักหน้า
นิน “ได้” จากนั้นเธอก็พานินไปยังตึกอีเธอร์ที่อยู่กลางย่านเศรษฐกิจของเทียนกวนกว่าได้ว่าตึกนี้รูปร่างใหญ่โตมากมันอยู่ฝั่งตรงข้ามของเวกเตอร์เลย นินมองตึกหลังนี้พบว่ามันเจ๋งมากทำออกมาได้ทันสมัยดีมาก นินคิดว่าจะสร้างตึกให้มีความทันสมัยและยิ่งใหญ่กว่านี้ในอนาคตขึ้นมาเองบ้างมันต้องสุดยอดแน่นอน จากนั้นก็มีโทรศัพท์จากเจียงถิงโทรมา
นิน “ผมขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” พนักงานสาวพยักหน้า
” ผมเองหลินหนาน “เจียงถิงกล่าว
เจียงถิง “ติดต่อเธอยากจริงๆ นะฉันติดต่อหยางเชอร์รี่ให้เธอได้แล้วนะสัมภาษณ์ไปบางส่วนแล้วเธอโอเคแต่เธออยากคุยเรื่องโปรเจคนายก่อนจะกลับมาวันไหน” นินคิดสักพัก
นิน “น่าจะครึ่งเดือนเลยครับคุณป้าให้เธอมาหาผมที่นี่ได้ไหมครับเอาจริงๆ นะผมต้องการเลขาด่วนมากผมทำคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ” เจียงถิงกลอกตา
“ได้ฉันจะหาคนที่เหมาะสมไปเป็นเลขาเธอให้ แล้วก็ฉันหาคนที่จะซื้อยาของเธอได้แล้วนะ” นินเผยยิ้มออกมา
นิน “ราคาเท่าไรครับ” เจียงถึงกล่าว
“เขาบอกว่าถ้าทำให้เขายื่นชีวิตได้จริงๆ เขาจะให้ 500 ล้าน” นินส่ายหน้า
นิน “อายุเท่าตอนนี้เท่าไรครับ” เธอกล่าวออกมา
“89 ปีป่วยติดเตียง” นินยิ้มออกมา
นิน “ผมขอ 1000 ล้านผมจะทำให้เขาอยู่ได้ 15 ปีเป็นอย่างน้อยไม่แค่นั้นอาการป่วนของเขาจะหายทันทีเขาจะเหมือนคนวัยหกสิบปีในทันที” เจียงถิงอึ้ง
เจียงถิง “ถ้าทำได้จริงๆ กระปุกต่อไปราคาเท่าไร” นินยิ้มร้าย
นิน” ขึ้นห้าเท่าครับ…อ้อประวัติของเขาไม่แย่ใช่ไหมครับ “เจียงถิงพยักพยักหน้า
เจียง” ถิงไม่เชื่อใจฉันหรือไง “นินยิ้มออกมา
นิน” เชื่อใจสิครับ “ส่วนที่พม่าเกิดเรื่องขึ้นเกิดการปะทุครั้งใหญ่จากในรอยแยกคนที่อยู่ด้านในโดนพลังงานอาบไปทั่วร่างสถานการณ์ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้เลย…