จุดที่หลินเสวี่ยจู๋อยู่คือนอกศาลาที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบที่อยู่ลึกเข้าไปในจวนเหวินจงโหวโชคดีที่บริเวณนั้นมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นนางที่เป็แขกไม่ได้รับเชิญจึงไม่ถูกค้นพบโดยสามคนในศาลา
หลินเสวี่ยจู๋แหวกกิ่งไม้แล้วมองออกไปเห็นว่าฝั่งตรงข้ามพระชายาเหยี่ยนอ๋องมีชายชราคนหนึ่งที่แต่งกายหรูหรายืนอยู่
นางได้ยินพระชายาเหยี่ยนอ๋องกล่าวว่า “หลักฐานกระทำผิดในจวนเซียงอ๋องหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุฝ่าาจับตัวเซียงอ๋องไว้แล้ว ตอนนี้กลับไม่อาจอธิบายได้ว่าเหตุใดถึงต้องจับตัวเขาไว้ฮองเฮารับสั่งให้ข้านำทรัพย์สินของเซียงอ๋องเข้าไปในวัง อีกทั้งให้ท่านโหวตามข้าไปกราบทูลฝ่าาว่าเซียงอ๋อง้าติดสินบนท่านโหวเพื่อปลงพระชนม์ฝ่าาเพื่อเป็หลักฐานยืนยันว่าเซียงอ๋องคิดก่อฏ”
หลินเสวี่ยจู๋ตกตะลึง ฮ่องเต้สุนัขผู้นี้ทำเื่ชั่วช้าทั้งยังปรารถนาที่จะลากคนอื่นให้เดือดร้อนตามไปด้วยเสียจริงๆ เหวินจงโหวที่เป็พ่อตาของเขาก็อายุมากแล้วจะให้อีกฝ่ายสั่งสมความดีเอาไว้บ้างไม่ได้เชียวหรือ?
ทว่าเมื่อเหวินจงโหวเปิดปากหลินเสวี่ยจู๋ก็รู้ทันทีว่าตนเองกังวลเกินไป
เขากล่าวว่า “ทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ แค่ทรัพย์สินของเซียงอ๋องเพียงอย่างเดียวย่อมไม่พอเอาอย่างนี้ ข้าจะนำทรัพย์สินบางส่วนจากในจวนไปด้วย เพื่อเป็หลักฐานแสดงความผิด”
พระชายาเหยี่ยนอ๋องพยักหน้า “เื่ราวทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างกะหันหันโชคดีที่ท่านโหวคิดรอบคอบ”
เหวินจงโหวเอ่ย “พระชายาเหยี่ยนอ๋องไปรอข้าในรถม้าก่อนเถิดข้าจัดการเสร็จก็จะออกเดินทางทันที”
พระชายาเหยี่ยนอ๋องทำความเคารพเล็กน้อยแล้วจากไปอย่างคนที่รู้ทิศทางในจวนเป็อย่างดี
ส่วนเหวินจงโหวรีบรุดไปยังทิศทางตรงกันข้าม
เนื่องจากพระชายาเหยี่ยนอ๋องมาหารือเื่ลับบ่าวไพร่ในจวนจึงได้รับคำสั่งจากเหวินจงโหวให้กลับห้องพักของตนเอง ทำให้ตอนนี้ทุกคนล้วนอยู่ในห้องพัก
หลินเสวี่ยจู๋ติดตามเหวินจงโหวไปอย่างเงียบงันและไร้ซึ่งแรงกดดัน
นางเห็นเขาเข้าไปหยิบกุญแจที่ห้องหนังสือจากนั้นก็ตรงไปที่คลังสมบัติ
ไม่นานชายชราก็เดินถือตั๋วเงินปึกหนาออกมาเขาไม่สนใจแม้แต่จะลงกลอนประตูก็รีบร้อนออกจากจวนไป
หลินเสวี่ยจู๋เบิกบานใจยิ่งนักนี่คือพ่อตาที่เปรียบได้กับเทพเซียนใช่หรือไม่? เพื่อที่จะช่วยเหลือลูกเขยทำเื่ชั่วช้าแม้แต่ทรัพย์สินของตนเองยังไม่สนใจ
เช่นนี้นางก็จะไม่เกรงใจแล้ว
เมื่อเข้าไปในคลังสมบัติของเหวินจงโหวหลินเสวี่ยจู๋ก็ตกตะลึงไปชั่วครู่กับทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงในนิยายว่าเหวินจงโหวเก็บภาษีสูงลิ่วจึงทำให้มีทรัพย์สินมหาศาล
แต่นางไม่คาดคิดว่าจะมากมายถึงเพียงนี้!
นางเก็บทรัพย์สินทั้งหมดเข้าไปในมิติโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
หลินเสวี่ยจู๋ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็จัดการเสร็จ จากนั้นนางก็ออกมาจากคลังสมบัติอย่างเบิกบาน
เมื่อเดินผ่านห้องอื่นๆ ก็ถือโอกาสกวาดทรัพย์สินในห้องนั้นจนเกลี้ยง
ขอเพียงสิ่งนั้นเคลื่อนย้ายได้นางจะไม่ปล่อยไว้เป็อันขาด รวมถึงหินฮวงจุ้ยในสวนดอกไม้หลังเรือนที่ได้รับการปลุกเสกจากมหาปุโรหิตด้วย
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ นางก็เดินกลับทางเดิมและกระโจนข้ามกำแพงออกจากจวนเหวินจงโหว
เป้าหมายถัดไปคือจวนเหยี่ยนอ๋อง
เนื่องจากองครักษ์ทุกคนในจวนถูกเหยี่ยนอ๋องพาไปตรวจสอบจวนสกุลหลินและจวนเซียงอ๋องตอนนี้จวนเหยี่ยนอ๋องจึงราวกับเมืองที่ว่างเปล่า
พอเ้านายไม่อยู่พวกบ่าวไพร่ก็เกียจคร้าน ไม่มีผู้ใดออกมาเดินตรวจตรา
เมื่อเป็เช่นนี้หลินเสวี่ยจู๋ย่อมไม่เกรงใจขณะที่ปล้นทรัพย์สินในเรือนต่างๆ ก็มองหาคลังสมบัติของเหยี่ยนอ๋องไปด้วย
แผนผังของจวนที่ร่ำรวยเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันยิ่งนักเนื่องจากตอนสร้างมักคำนึงถึงฮวงจุ้ย
เพียงครู่เดียวนางก็ค้นพบคลังสมบัติ ต้องขอบคุณที่นางเคยเรียนรู้ทักษะพิเศษหลายอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกไล่สังหารในชีวิตก่อน
ตอนนี้นางกำลังใช้เข็มที่ต่างหูแง้มบานประตูเมื่อสำเร็จก็เดินเข้าไปด้านในโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
คลังสมบัติของเหยี่ยนอ๋องไม่ได้มีเพียงทรัพย์สินธรรมดาๆเท่านั้น ยังมีสิ่งของมากมายที่ไม่เหมาะจะให้ผู้อื่นเห็นอีกด้วย
หลินเสวี่ยจู๋ไม่มีเวลาตรวจสอบจึงทำได้เพียงเก็บทุกอย่างเข้ามิติ แล้วค่อยหยิบออกมาดูแก้เบื่อทีหลัง
หลังออกจากจวนเหยี่ยนอ๋องหลินเสวี่ยจู๋คาดการณ์ว่าน่าจะใกล้ได้เวลาแล้ว จึงตรงไปที่วัดไฉเสิน
ตอนนี้เป็ยามวิกาลบนถนนจึงไร้ผู้คน
หลินเสวี่ยจู๋ไปถึงวัดไฉเสินอย่างราบรื่นนางทิ้งแท่งทองคำไว้บนโต๊ะบูชาแล้วมุดเข้าไปในทางลับ
นางตรงไปที่ตำหนักฉินเจิ้งก่อนทางออกของทางลับซ่อนอยู่ใต้บัลลังก์ัของฮ่องเต้สุนัข
ในเวลานี้เหวินจงโหวกำลังกล่าวหาเซียงอ๋องว่าก่อฏแม้แต่รายละเอียดก็ปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสมจริง ฟังดูไหลลื่นยิ่งนัก คนที่ไม่รู้ยังคิดว่าเขาเป็คนก่อฏเสียเอง
เมื่อฟังจบ ฮ่องเต้สุนัขแสร้งทอดถอนใจเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง
ท้ายที่สุดเขาจะแสดงออกว่าตนเองเป็ผู้ใหญ่จึงไม่ถือสาผู้น้อย แล้วแสร้งทำเป็มีเมตตาด้วยการลงโทษสถานเบาอย่างยึดทรัพย์สินและเนรเทศเท่านั้น
ทางฝั่งเซียงอ๋อง ท่านน้าที่เป็หม้ายซึ่งเป็ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในสกุลมารดาย่อมติดร่างแหไปด้วย
ส่วนสกุลหลินของพระชายาเซียงอ๋องซึ่งเป็บ้านเดิมของหลินเสวี่ยจู๋ก็ติดร่างแหไปด้วยเช่นกัน
เช่นนี้จึงนับว่าบรรเทาความเกลียดชังอันยิ่งใหญ่ในใจของฮ่องเต้สุนัขไปได้เขาจึงกลับไปนอนในตำหนักบรรทมด้วยความพึงพอใจ
หลินเสวี่ยจู๋มุดออกมาจากใต้บัลลังก์ันางพบกุญแจซ่อนอยู่ในกลไกของที่วางแขน จากนั้นก็ตรงไปที่ท้องพระคลัง
ถึง่เวลาสำคัญของค่ำคืนนี้แล้วนางตื่นเต้นเสียจนฝีเท้าล่องลอยเล็กน้อย
เมื่อเปิดประตูท้องพระคลังออกนางก็ต้องตกตะลึง
ท้องพระคลังกว้างเสียจนมองปราดเดียวไม่เห็นกำแพงทางเดินตรงกลางกว้างขวาง สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งของ
ท้องพระคลังเต็มไปด้วยทรัพย์สินหายากจำนวนนับไม่ถ้วนโดยแบ่งออกเป็หมวดหมู่ต่างๆ
หยิบมาอย่างส่งๆ เพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับหอประมูลแล้ว
หลินเสวี่ยจู๋ถูมือด้วยความตื่นเต้น นางสามารถทรัพย์สินเหล่านี้ได้จริงๆ น่ะหรือ?
ทว่าหลังจากตื่นเต้นได้สักพักอารมณ์ของนางก็ค่อยๆ สงบลง ถึงอย่างไรเมื่อมีเงินมากจนถึงระดับหนึ่งมันก็จะเป็เพียงตัวเลขเท่านั้น
ทรัพย์สินก็เช่นกัน เมื่อมีมากจนถึงระดับหนึ่งมันก็จะเป็เพียงสิ่งของที่มีไว้สำหรับชื่นชมเท่านั้น
ไม่ว่าจะใช้ชีวิตอย่างหรูหราเพียงใดก็กินข้าวได้แค่วันละสามมื้อไปชั่วชีวิต เมื่อเห็นอะไรบางอย่างมากเกินไป จิตใจของผู้คนก็จะเริ่มด้านชา
ดังนั้น นางจึงปล้นท้องพระคลังด้วยอารมณ์ปกติ
เมื่อก้าวข้ามประตูบานหนึ่งไปก็จะพบกับทรัพย์สินอีกหมวดหมู่
สิ่งที่ถูกเก็บในนั้นเป็สิ่งของจำเป็ในชีวิตประจำวันดูเข้าถึงง่ายและใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่า
โชคดีที่มิติของหลินเสวี่ยจู๋เป็มิติสำหรับตุนสินค้ายิ่งยัดสิ่งของเข้าไปมากเท่าไร มิติก็จะใหญ่มากเท่านั้น
นอกจากนี้ เมื่อเพิ่มระดับมิติไปจนถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถเปิดใช้งานคุณสมบัติอื่นๆ ที่นางไม่รู้จักได้อีกด้วย
เพราะฉะนั้นนางจึงชื่นชอบสิ่งของที่กินพื้นที่ยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไรก็ยิ่งดี
หลินเสวี่ยจู๋มัวแต่จดจ่ออยู่กับการเก็บทรัพย์สินจนเดินมาถึงทางเข้าท้องพระคลังหลักโดยไม่รู้ตัว
บริเวณมุมทางเดิน นางเห็นทรัพย์สินกองเล็กๆที่นางไม่มีเวลาจะเก็บเข้ามิติ
เมื่อพิจารณาให้ดีนางก็รู้สึกหน่วงที่หัวใจ เพราะนั่นคือทรัพย์สินที่ยึดมาจากจวนสกุลหลิน
บิดาของนางเป็ขุนนางน้ำดีจึงมีทรัพย์สินเพียงเท่านี้
ฮ่องเต้สุนัขไร้มนุษยธรรมแม้แต่ทรัพย์สินอันน้อยนิดก็ยังไม่ปล่อยผ่าน!
ส่วนทรัพย์สินที่ยึดมาจากจวนเซียงอ๋องนั้นถูกปฏิบัติดีหน่อยโดยกองไว้ในท้องพระคลังหลัก
หลินเสวี่ยจู๋พยายามระงับน้ำตาที่กำลังคลอหน่วย จากนั้นดีดนิ้วหนึ่งที ทำให้ท้องพระคลังว่างเปล่าแล้วหมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉินเจิ้งนางก็มองไปที่บัลลังก์ัสีทองอร่าม มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน
หลินเสวี่ยจู๋โบกมือตำหนักฉินเจิ้งก็กลายเป็ห้องที่ปราศจากของตกแต่งทันที ทั้งตำหนักว่างเปล่า เหลือเพียงเสาสี่ต้นเท่านั้นจากนั้นนางก็โยนกุญแจท้องพระคลังลงพื้น
แน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความเ็ปแต่ถือเป็การดูิ่มากกว่า พรุ่งนี้เช้าเมื่อฮ่องเต้สุนัขตื่นมาเห็นฉากนี้จะไม่โมโหจนควันออกหูได้หรือ?
หลินเสวี่ยจู๋มองผลงานชิ้นเอกของตนเองด้วยความพึงพอใจแล้วเดินไปที่ตำหนักปีกข้าง
นางจำได้ว่าที่ตำหนักปีกข้างมีกลไกเชื่อมไปยังห้องลับด้านในจัดเก็บพระราชลัญจกรของฮ่องเต้ทุกสมัยเอาไว้
หากของเล่นเหล่านี้หายไปหลังตายไปฮ่องเต้สุนัขย่อมไม่มีหน้าไปพบบรรพชนเป็แน่
หลินเสวี่ยจู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลงหลังจากกวาดพระราชลัญจกรทั้งหมดลงในมิติ ก็กวาดทรัพย์สินในตำหนักปีกข้างต่อ
จากนั้นจึงใช้ทางลับกลับไปที่ตำหนักเฟิ่งอี๋
นางรู้ว่าในตำหนักเฟิ่งอี๋มีคลังสมบัติของฮองเฮาอยู่โดยปกติจะถูกลงกลอนไว้สองชั้น ไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าใกล้
นางอาศัยที่ค่ำคืนนี้แสงจันทร์มืดสลัวและลมพัดแรงกวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยง
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็กลับตำหนักตามเส้นทางเดิมก่อนจะปีนหน้าต่างเข้าไปในห้อง แล้วนอนหงายบนตั่งอย่างหมดรูป
เด็กน้อยเหนื่อยแทบตายแล้วคืนนี้นางก่อเื่ไปมากมาย
คำนวณเวลาแล้วน่าจะมีเวลานอนต่อ
หลินเสวี่ยจู๋หาวหวอด ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข
.............................