การโจมตีด้วยหมัดของฉินจุนครั้งนี้นั้นมันรุนแรงจริงๆ เพราะว่าฉินจุนได้ใส่พลังเกือบทั้งหมดของเขาลงไปในการโจมตีครั้งนี้ แน่นอนว่าพวกคนของนิกายวารีสังหารไม่ได้สังเกตเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะกำลังตกใจกับพลังการโจมตีของฉินจุนอยู่นั้นเอง
ศิษย์ทั้งหมดของนิกายวารีสังหารถูกพลังของหมัดนี้สังหารจนหมดเลยทีเดียวเหลือก็เพียงแต่เจ้านิกายรองเจ้านิกายและผู้อาวุโสเพียงเท่านั้น แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ได้รับบาดเจ็บกันไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าการโจมตีครั้งนี้ของฉินจุนนั้นมันรุนแรงถึงขนาดไหนที่สามารถจะทำให้ผู้ที่บ่มเพาะอยู่ในระดับราชาศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บกันได้ถึงขนาดนี้
ฉินจุนมองผลงานตัวเองอย่างภูมิใจ แต่ตัวเขานั้นก็รู้สึกอ่อนแรงไม่น้อยที่ใช้พลังวิญญาณและพลังปราณจนเกือบหมดเช่นนี้
"เหนื่อยชะมัดใช้พลังจนเกือบหมดเช่นนี้ข้าจะไม่ใช้มันเป็นครั้งที่สองแน่ถ้าไม่จำเป็นน่ะนะ" ฉินจุนบ่นกับตัวเองและหายใจเข้าออกด้วยความเหนื่อยหอบ
"อ๊ากกก! ฉินจุน!!! เจ้าบังอาจสังหารคนของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!!!" เจ้านิกายวารีสังหารตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
แต่เมื่อเจ้านิกายวารีสังหารสังเกตเห็นอาการเหนื่อยหอบของฉินจุนเขาก็รู้ได้ทันทีว่าฉินจุนนั้นได้ใช้พลังของตัวเองเกือบทั้งหมดกับการโจมตีเมื่อสักครู่นี้ จากที่โมโหอยู่นั้นเจ้านิกายวารีสังหารก็ได้หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
"ฮ่าๆๆ ฉินจุนเจ้าถึงขั้นทุ่มถึงเพียงนี้เชียวรึ ฮ่าๆๆ แต่น่าเสียดายจริงๆที่การโจมตีนี้ของเจ้านั้นมันไม่ได้รุนแรงถึงขั้นสังหารพวกข้าได้ทั้งหมด!!" เจ้านิกายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ฉินจุนไม่ได้พูดสิ่งใดเพื่อตอบโต้เจ้านิกายวารีสังหารเลยแม้แต่น้อย เพราะที่อีกฝ่ายพูดมานั้นมันคือเรื่องจริงนั้นเอง เขาใช้พลังของเขาไปเกือบหมดเลยจริงๆ
"ฮ่าๆๆ ฉินจุนเจ้านี่มันไม่ระวังตัวเอาซะเลย ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้อย่างกะเด็กน้อยพึ่งเห็นโลกเลยนะ" เจ้านิกายวารีสังหารยังพูดแซะต่อไป
ฉินจุนยังไม่พูดสิ่งใดเพียงหอบเหนื่อยและมองหน้าอีกฝ่ายก็เพียงเท่านั้น สายตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
"คราวนี้คงถึงคราวตายของเจ้าจริงๆแล้วล่ะฉินจุน!!" เจ้านิกายพูดออกมาพร้อมนำหอกอาวุธประจำตัวของตนออกมาและโจมตีเข้าใส่ฉินจุนทันที
หอกของเจ้านิกายวารีสังหารนั้นได้พุ่งตรงเข้ามาหาฉินจุนด้วยความรวดเร็ว ฉินจุนยังไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อยแต่สายตาของเขาก็ไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวเช่นกันทั้งๆที่คมหอกกำลังเข้ามาใกล้ตัวของเขาแล้วก็ตามที
เมื่อการโจมตีเข้ามาเกือบจะถึงตัวของฉินจุนแล้วนั้นเขากลับยิ้มออกมาและนำเม็ดยาบางอย่างเข้าปาก จากนั้นปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้นพลังวิญญาณและพลังปราณของฉินจุนก็ได้ฟื้นฟูขึ้นมาจนเต็มอีกครั้ง จากนั้นฉินจุนก็ได้ชักดาบออกมาและรับการโจมตีจากหอกของเจ้านิกายวารีสังหารได้อย่างง่ายดาย
"อะ..อะไรกัน! ทำไมพลังวิญญาณและพลังปราณของเจ้าถึงฟื้นฟูกลับมาเร็วเช่นนี้ มันเป็นไปได้ยังไงกันเจ้าทำได้ยังไงฉินจุน!!" เจ้านิกายวารีสังหารตะโกนอย่างบ้าคลั่งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
"ข้าคงไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกมั้ง จริงไหมเจ้านิกายวารีสังหาร" ฉินจุนพูดเสียงทะเล้นกับอีกฝ่าย
ความจริงที่พลังวิญญาณและพลังปราณของฉินจุนฟื้นฟูกลับมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่ฉินจุนมีนั้นมันก็คือความโกงของระบบนั่นเอง แน่นอนว่าคนอื่นรวมถึงเจ้านิกายวารีสังหารจะไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวที่มีระบบนั่นเอง
จากนั้นฉินจุนก็ได้ระเบิดปราณดาบออกมาอย่างรุนแรง ทำให้คนของเจ้านิกายวารีสังหารตกใจเป็นอย่างมาก
"จะ..เจ้ามีปราณดาบได้อย่างไรกัน มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อครั้งก่อนที่ข้าเจอเจ้านั้นเจ้าไม่เห็นจะมีมันเลย" เจ้านิกายวารีสังหารพูดขึ้น
ไม่ใช่ว่าเจ้านิกายวารีสังหารสัมผัสถึงปราณพวกนี้ไม่ได้ เพราะว่าเมื่อตอนที่เขามาถึงและล้อมฉินจุนนั้นเขาเองก็สัมผัสปราณพวกนี้ในอากาศและลมบริเวณโดยรอบได้แต่เขาคิดว่าปราณพวกนี้มันคือปราณของคู่ต่อสู้ของฉินจุนนั่นเอง เพราะครั้งอดีตเมื่อครั้งที่เขาปะทะกับฉินจุนนั้นชินจุนยังไม่มีปราณดาบแบบนี้เลยนั่นเอง และการที่คิดว่าฉินจุนเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีปราณดาบแบบนี้ทำให้เขาคิดว่าฉินจุนจะต้องเหนื่อยล้าอย่างมากแน่นอนเขาจึงมีความมั่นใจเป็นอย่างมากที่จะสังหารฉินจุนลงนั่นเอง
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าข้ามีมันได้อย่างไร เพราะคนที่กำลังจะตายรู้เยอะไปก็ไม่มีประโยนช์อันใด" ฉินจุนกล่าวเสียงเรียบ
จากนั้นฉินจุนก็ได้ระเบิดปราณดาบออกมามากมายมหาศาลและนำปราณดาบห่อหุ้มดาบของตนเอาไว้ จากนั้นฉินจุนก็ได้เหวี่ยงดาบเข้าไปหากลุ่มคนของนิกายวารีสังหารทันที
บูมมมม~!!
ตู้มมมมมม~!!!
และด้วยการเหวี่ยงดาบที่ไม่ได้บอกลวงหน้าแบบนี้ของฉินจุนนั้นได้ทำให้คนจากนิกายวารีสังหารล้มตายกันเพิ่มทันที
"อ้ากก! ม่ายยยย!"
"อักกก! ข้ายังไม่อยากตายยย!!"
"อัากกกก! ชะ..ช่วยด้วยขอรับท่านเจ้านิกาย"
มีเสียงตะโกนกรีดร้องมากมายดังระงมไปทั่วพื้นที่ เศษซากชิ้นส่วนมนุษย์ปลิวว่อนมากมายเลือดกระจัดกระจายไปทั่วช่างเป็นภาพที่น่ากลัวและชวนขนลุกยิ่งนัก
"อักกกกก!!!" เจ้านิกายกระอักเลือดออกมาคำโตเขาไม่ได้ฟังหรือได้ยินอะไรทั้งสิ้นเพราะตอนนี้นั้นภายในหัวของเขาก็อื้ออึงไปหมดเช่นกัน
หลังจากตั้งสติได้แล้วนั้นเจ้านิกายวารีสังหารก็ได้มองออกไปรอบๆและสิ่งที่เขาได้เห็นนั้นมันก็มีเพียงเศษเนื้อและรอยเลือดก็เพียงเท่านั้น ไร้สัญญาณของสิ่งมีชีวิตโดยสิ้นเชิง
เมื่อเขาได้เห็นสิ่งนี้นั้นจากความบ้าคลั่งและความโกรธแค้นก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวโดยทันที เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวของฉินจุนจะมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ เพียงหนึ่งดาบก็สามารถสังหารผู้บ่มเพาะประดับราชาศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายคนได้อย่างง่ายดาย
เขาได้นึกถึงอดีตที่ผ่านมาโดยทันที ในครั้งอดีตนั้นตัวของเขาและพรรคพวกได้ลอบโจมตีตัวของฉินจุนเพื่อที่จะแย่งสมบัติฟ้าดินบ้างอย่าง แต่เรื่องมันดันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย เขาคิดว่าฉินจุนจะต้องมอบสมบัตินั้นให้กับตัวของเขาอย่างแน่นอนเพราะว่าตัวเขามีพรรคพวกมากกว่านั้นเองและอีกอย่างตอนนั้นเขาก็เป็นถึงศิษย์สายตรงของเจ้านิกายคนก่อนอีกด้วย แต่สิ่งที่ฉินจุนทำนั้นมันคือการมองพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและค่อยๆเดินจากไปแน่นอนถ้าการเดินจากไปในครั้งนี้ตัวของเขาปล่อยฉินจุนไปนั้นมันก็คงไม่เกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้มันเป็นเรื่องค้างคาใจของเขามาจวบจนทุกวันนี้ก็เป็นได้ เมื่อเขาเห็นฉินจุนกำลังจะเดินจากไปนั้นเขาก็ได้เข้าไปโจมตีในทันทีและนรกก็ได้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่วินาทีนั้น ฉินจุนไม่ได้ถอยหนีแต่กลับต่อสู้กับพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตายจนสังหารพวกเขาไปหลายคน และฝ่ายที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนมันคือตัวเขาเองนั่นเอง และนั้นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาหวาดกลัวความตายมากนั้นเองเพราะมันคือการเข้าใกล้ความตายครั้งแรกในชีวิตเขาเลย และความรู้สึกแบบนั้นมันก็กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรืออะไรคนที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้ดันเป็นคนเดียวกันอีกด้วย
"เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่รึ" เสียงเบาๆของฉินจุนดังขึ้น
เสียงเบาๆเสียงนี้สำหรับเจ้านิกายวารีสังหารนั้นมันช่างเย็นอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
เขาค่อยๆหันไปตามเสียงนั้น และสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันก็คือมัจจุราชที่กำลังถือดาบอยู่นั่นเอง มัจจุราชตนนั้นได้เดินมาหาเขาอย่างเชื้องช้าบนในหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอันน่ากลัว
"อ้าาาาา!! ย...อย่าเข้ามา ไปไกลข้าๆ อย่าเข้ามาน้า!!" เจ้านิกายวารีสังหารตะโกนอย่างคนไร้สติ
ช่างหน้าแปลกใจที่เจ้านิกายวารีสังหารผู้เคยเห็นและสัมผัสกับเผ่าปีศาจมาแล้วนั้นจะหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้
มัจจุราชตนนั้นไม่ได้หยุดตามคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเดินเข้าไปหาอย่างมั่นคงเหมือนเดิมเสมือนไม่ได้ยินหรือไม่ได้สนใจเสียงพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
มัจจุราชค่อยๆยกดาบขึ้นและฟันลงไปใส่คอของอรกฝ่ายทันที ด้วยความกลัวและจิตใจที่ไม่มั่นคงนั้นทำให้เจ้านิกายไม่สามารถขยันได้เลย ได้แต่มองดาบที่ฟันลงมาใส่คอตัวเองด้วยความหวาดกลัวนั่นเอง
และแล้วดาบนั้นก็ได้ฟันคอของเจ้านิกายวารีสังหารจนขาดกระเด็น ภาพสุดท้ายของเจ้านิกายวารีสังหารที่เขาเห็นนั้นมันคือถาพของมัจจุราชอันน่าหวาดกลัว แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่ามัจจุราชตนนั้นก็คือฉินจุนคนที่เขามาเพื่อที่จะฆ่านั้นเอง