บทที่29
ยอมรับคำขอ
จางหยวนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แผ่ซ่านออกมาจากภาพความทรงจำหลังจากที่ได้มองเหตุการณ์จากความทรงจำของโม่เยี่ยน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้สึกภายในใจยามนี้รู้สึกอินไปกับมันจนน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากภายในดวงตา
ภาพที่มองเห็นไม่ได้แตกต่างจากหนังม้วนนึงที่มันปรากฏขึ้น
ในตอนนี้ความรู้สึกภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้
“ พอแล้วขอรับ… ”
หลังจากนั้นตะเกียงที่กำลังส่องแสงสว่างสวายค่อยๆเบาบางลงอย่างช้าช้าภาพความทรงจำที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าเองก็ค่อยๆจางหายไป
ผลของตะเกียงมันค่อยๆเบาบางลงสถานที่แห่งนี้กลับเข้าสู่ความมืดมิด
พ่อบ้านโม่เดินไปเปิดประตูหน้าต่างเพื่อรับแสงแดดยามเช้าเข้ามาเช่นเดิม
โม่เยี่ยนหลุดออกมาจากภาพความทรงจำหลังจากที่หลุดออกมาจากภาพความทรงจำภายในหัวแววตาก็ดูเศร้าหมองเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้แม้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงท่าทางสุขุมและเคร่งขรึมเพียงใดก็ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกภายในดวงตาได้
อีกฝ่ายแสดงใบหน้าที่เศร้าหมองแม้ว่าจะพยายามซ่อนเร้นด้วยท่าทางสุขุมของตนเอง
ดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถลอกจางหยวนได้เพราะว่าเขาจำเป็นจะต้องนึกย้อนถึงเหตุการณ์และความทรงจำที่มีต่อภรรยาเพื่อที่จะให้ตะเกียงความทรงจำสามารถแสดงภาพออกมาได้
และเพราะนึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้นภายในใจก็รู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาในทันที
ตอนนี้มองดูแล้วความรู้สึกภายในจิตใจของเขาก็รู้สึกไม่แตกต่างจากโม่เยี่ยน
ราวภาพความทรงจำความรู้สึกสามารถสัมผัสได้ทั้งหมดจากภาพความทรงจำที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตะเกียง
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมาทั่วทั้งบริเวณก็ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ
ไม่มีผู้ใดพูดออกมาแม้แต่น้อยจางหยวนเองก็นั่งเงียบโม่เยี่ยนก็นั่งเงียบ
ผ่านไปสักพักเมื่อเริ่มทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นมาได้แล้วทั้งสองถึงหันหน้ามาสนทนากัน
จางหยวนพยักหน้าไปและก็พูดขึ้นมา “ เข้าใจแล้วขอรับข้าจะรับนะทำงานนี้ในเมื่อตอนนี้มองเห็นหน้าของภรรยาท่านแล้วคาดจะสามารถวาดและรังสรรค์งานออกมาได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุด”
ในตอนนี้จางหยวนล่วงรู้ถึงความรู้สึกความรักที่คนผู้นี้มีต่อภรรยาของตนเองอย่างแท้จริง
ในตอนแรกจะรับทำงานศิลปะในครั้งนี้การวาดภาพขึ้นมาก็เป็นเพียงแค่การทำรายได้
แต่ในตอนนี้เมื่อได้มองเห็นความทรงจำของโม่เยี่ยนภายในใจก็มีความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป
ในเมื่อชายผู้นี้อยากจะให้เขาวาดภาพเพื่อที่จะนึกย้อนถึงภรรยาภายในอดีตการลงมือทำในครั้งนี้ลงมือทำด้วยความเต็มใจไม่ใช่เพราะรายได้ที่มาก
กระนั้นปัจจัยที่จะได้มาต่อจากนี้แม้ว่าจะเป็นเงินทองแต่มันก็คือผลประโยชน์รองที่อีกฝ่ายยอมมอบให้
จางหยวนตอบรับทำงานนี้โม่เยี่ยนพยักหน้าขึ้นลงแล้วพูด “ ในเมื่อเจ้าตอบรับทำงานนี้ค่าจ้างในการจ้างวานก็ยังคงเป็นเช่นนี้ถ้าเจ้าสามารถทำมันออกมาได้ดี ข้าจะมอบเงินให้กับเจ้าเป็นจำนวนหนึ่งร้อยตำลึง”
“ เรื่องนั้นท่านไม่ต้องเป็นกังวลข้าจะวาดมันออกมาให้ดีอย่างแต่ว่าข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาไม่มีชื่อเสียงเงินทองอยากจะขอรบกวนท่าน ”
“ ขอรบกวนอย่างงั้นรึอยากจะรบกวนอะไร? ” โม่เยี่ยนแสดงใบหน้าสงสัย
“ สิ่งที่ข้าอยากจะได้คือกระดาษและก็พู่กันรวมไปถึงน้ำหมึกชั้นดี ”
“ องค์ประกอบของงานศิลปะถ้าอยากจะทำออกมาได้ดีเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็นจะต้องดีด้วยเช่นเดียวกัน” จางหยวนร้องขอออกไป
ในตอนนี้เขามีเพียงแค่กระดาษธรรมดาธรรมดาน้ำหมึกเองก็ธรรมดาพู่กันเองก็ธรรมดาทุกอย่างล้วนแล้วเป็นของธรรมดา
ถ้าอยากจะสร้างสรรค์ผลงานที่มันดูดีขึ้นมาก็คงจะต้องใช้องค์ประกอบเหล่านี้ที่มันดีขึ้น
แต่ว่าของพวกนี้แน่นอนว่ามีราคาสูงลำพังเพียงแค่เงินของเขาก็เกรงว่าจะไม่เพียงพอกับการซื้อพวกมัน
เพราะว่าเงินส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ลงทุนกับการปลูกผักวิญญาณและก็อย่างอื่นอีก
โม่เยี่ยนพยักหน้าหันไปมองพ่อบ้านโม่แล้วก็พูดขึ้น “ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเตรียมนำหมึกกระดาษและพู่กันที่ดีให้กับเขาด้วย ”
พ่อบ้านโม่ที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายพยักหน้าตอบรับผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม
“ นี่คือคำขอร้องทั้งหมดที่ท่านอยากจะขอร้องใช่หรือไม่ขอรับ ”
“ มีเพียงแค่นี้สิ่งที่ข้าอยากได้คืออยากให้เจ้าวาดภาพออกมาให้กับข้าแน่นอนว่าบุตรทั้งสี่คนเจ้าก็คงจะเห็นจากความทรงจำของข้าไปแล้ว ”
“ เห็นแล้วขอรับ ” จางหยวนตอบกลับ
“ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าน้อยขอลาก่อน ”
โม่เยี่ยนพยักหน้าตอบรับกลับ
จางหยวนลุกขึ้นจากท่านั่งเมื่อเขาลุกขึ้นโม่เยี่ยนหันไปสังเกตขาของจางหยวน “ เจ้ามีบุคลิกท่าทางที่สง่างามเปรียบเทียบได้กับพวกคุณชายตระกูลใหญ่ๆเพียงแต่ว่าเครื่องเเต่งกายดูธรรมดาแถมท่าทางของเจ้ายังคงเต็มไปด้วยความนอบน้อมกล่าวกับบ้านเรียนกฎระเบียบและมารยาท”
“ แต่เหตุใดข้าของเจ้าถึงเป็นแบบนั้น? ”
ขาของเขาพิการโม่เยี่ยนสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ในตอนแรกแล้วเพียงแต่ว่าไม่ถามออกมาในตอนนี้หลังจากสนทนากันเสร็จก็เลยเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
จางหยวนยิ้มเล็กน้อยด้วยแววตาตัดพ้อแล้วก็พูดขึ้น “ ชะตากรรมโหดร้ายน่ะขอรับข้าผู้นี้เป็นเพียงแค่คนต่ำต้อย ชะตาของคนต่ำต้อยเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลก ”
โม่เยี่ยนได้ยินเช่นนั้นไม่เอ่ยถามต่อ
จางหยวนหลังจากที่สนทนาเสร็จก็ได้เดินออกมาจากจวนแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
การสนทนากับโม่เยี่ยนดูจะง่ายดายกว่าที่คิดหรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่สนทนาไม่ใช่เรื่องธุรกิจหรือเรื่องกำไรแต่เป็นเรื่องงานศิลปะอีกฝ่ายเลยดูมีท่าทางที่เบาลงเป็นอย่างมากแตกต่างจากคนที่เล่ากัน
…..
จางหยวนกลับจากตระกูลโม่หลังจากนั้นก็มาดูแลสวนของตนเองต่อ
ผ่านไปเพียงวันเดียวเท่านั้นในวันรุ่งขึ้นก็มีพวกอุปกรณ์อย่างเช่นน้ำหมึกและก็พู่กันรวมไปถึงกระดาษชั้นยอดถูกส่งมาที่บ้านของเขาอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าโม่เยี่ยนอยากให้เขาเริ่มวาดงานฝีมือในครั้งนี้ให้รวดเร็วที่สุด
จางหยวนยืนอยู่บริเวณด้านหน้ากองแผ่นกระดาษที่ถูกส่งมาพร้อมกับน้ำหมึกและก็พู่กันอีกหลายชุด
เขาใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองพวกมันก่อนจะเริ่มลองสำรวจและก็ลองตรวจดูถึงคุณภาพ
“ กระดาษพวกนี้เป็นกระดาษเนื้อดีเกรงว่าต่อแผ่นราคาคงจะเกือบหนึ่งตำลึงอย่างแน่นอน” นั่นคือสิ่งที่รู้หลังจากลองตรวจสอบดูแล้วกระดาษแผ่นนี้ถ้ามองดูแล้วมีแต่พวกเศรษฐีหรือว่าพวกขุนนางเท่านั้นที่ใช้พวกมัน
กระดาษชนิดพิเศษถูกทำขึ้นมาด้วยกรรมวิธีและก็ความปราณีตเนื้อกระดาษเต็มไปด้วยความเงางามไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นกระดาษที่สามารถทนต่อน้ำ
รู้สึกแปลกใจที่ภายในยุคสมัยนี้มีพวกกระดาษแบบนี้จนทำความเข้าใจและลองหาความจริงจึงรู้ว่ามันเป็นกระดาษที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยผู้ฝึกฝนพลัง
ตัวกระดาษถูกทำขึ้นมาเป็นอย่างดีไม่เพียงเท่านั้นมันยังถูกเคลือบด้วยพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งกลายเป็นกระดาษชั้นยอดที่ถูกใช้กันในหมู่ขุนนางทนทานต่อไฟและน้ำ
ราคาของพวกมันต่อหนึ่งแผ่นเลยมีสูงถึงหนึ่งตำลึง
ตอนนี้ตระกูลโม่ส่งมาให้เขาเกือบยี่สิบถึงสามสิบแผ่นเกรงว่ามูลค่าของทั้งหมดที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึง
เพราะว่าตัวของน้ำหมึกและก็ตัวของผู้กันก็เป็นชั้นยอด
น้ำหมึกนี้เป็นน้ำหมึกพิเศษที่ถูกใช้กันในหมู่คนชั้นสูงมันเป็นน้ำหมึกที่ถูกเขียนลงไปแล้วจะไม่มีทางที่จะละลายตัวผู้กันเองก็เป็นผู้กันพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุดิบชั้นยอด
แต่มันก็ยังคงไม่สามารถเทียบเท่าได้กับพู่กันนึกคิดที่เขาใช้ในการวาด
เห็นของที่อยู่เบื้องหน้าเริ่มจัดแจงพวกมันอย่างรวดเร็ว
จางหยวนคิดจะลงมือในการวาดงานฝีมือออกมาเขาเก็บตัวอยู่ภายในห้องตั้งใจจะเอางานฝีมือเข้ามาวาดภายในห้องเงียบๆเพื่อจะใช้จินตนาการของตนเองได้อย่างเต็มที่
ภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมที่เงียบสงัดโต๊ะไม้เล็กๆถูกตั้งเอาไว้ใจกลางห้องจางหยวนนั่งอยู่เบื้องหน้าของมันพร้อมกับภายในมือที่ถือพู่กันหยก
“ เอาละเริ่มเลย… ” ตัวของพู่กันเริ่มสัมผัสลงผิวกระดาษและเริ่มขีดเขียนอย่างรวดเร็วตามจินตนาการที่อยู่ภายในหัว
ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่างานฝีมือที่ออกมาจะเยี่ยมยอดเพียงใดและจะออกมาในรูปลักษณะใด
จบบท