ตู๊ดตู๊ด...... ตู๊ดตู๊ด...... ตู๊ดตู๊ด......
เสียงโทรศัพท์ภายในที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของวริทธิ์นันท์ดังขึ้น ทำให้วริทธิ์นันท์ที่ตาจ้องอยู่หน้าคอม มือเรียวเล็กที่กำลังกดแป้นพิมพ์แบบรัวๆ จากการร่างหนังสือชะงักค้าง วริทธิ์นันท์หันไปมองดูโทรศัพท์ภายใน พร้อมกับยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
“สวัสดีค่ะ นันท์พูดค่ะ”
วริทธิ์นันท์กรอกเสียงหวานๆ ไปตามสาย โดยที่เธอนะรู้ว่าเสียงดังสั้นๆ อย่างนี้จะต้องเป็นคนภายในบริษัทนี่แหละที่โทรเข้ามาหาเธอ และเธอคิดว่าก็คงจะไม่พ้นเรื่องงานแต่อย่างใด
“สวัสดีค่ะพี่นันท์ มีคนส่งพัสดุมาให้พี่น่ะค่ะ คนส่งเขารออยู่ด้านล่างนะคะ”
คนที่โทรเข้ามาก็เป็นคนภายในบริษัทอย่างที่คิด และก็เป็นพนักงานต้อนรับที่ทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับชั้นล่างของตึก ซึ่งเป็นชั้นระดับพื้นดิน นั้นไม่น่าแปลกใจอะไร แต่ที่แปลกใจคือใครกันที่ส่งพัสดุมาให้ วริทธิ์นันท์จำได้ว่า เธอไม่ได้นัดใครให้ส่งอะไรมาให้ และก็ไม่ได้ส่งซื้อของทางออนไลน์ด้วย
“ใครส่งมาเหรอคะ??......”
“แป๊บหนึ่งนะคะ!!...... เขาไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่งน่ะค่ะ”
วริทธิ์นันท์ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากันอย่างครุ่นคิด พร้อมกับกรอกเสียงถามไปตามสายด้วย เผื่อว่าที่พัสดุดังกล่าวนั้นจะระบุชื่อผู้ส่ง พนักงานต้อนรับได้ยินคำถามของวริทธิ์นันท์ จึงได้หันไปถามพนักงานส่งพัสดุ แล้วจึงหันมาตอบไปตามคำพูดของพนักงานส่งพัสดุ
“โอเคค่ะ เดี๋ยวพี่ลงไป ขอบคุณค่ะ”
เมื่อวริทธิ์นันท์ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ส่งพัสดุนั้นมา เธอจึงตัดบทและวางสายจากพนักงานต้อนรับ ยื่นหูโทรศัพท์กลับไปวางไว้ที่แท่นโทรศัพท์ตามเดิน ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินออกจากโต๊ะทำงาน ตรงไปที่ลิฟต์ และกดลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างนั้นอย่างไม่รอช้า
“ไหนเหรอคะ?? พัสดุที่ว่าน่ะค่ะ”
วริทธิ์นันท์กวาดสายตามองหาพนักงานที่มาส่งพัสดุ ก็เห็นมีพนักงานส่งพัสดุหลายคนเหลือเกิน จึงไม่รู้ว่าคนไหนที่มาส่งพัสดุให้เธอ จึงเดินเข้ามาถามพนักงานต้อนรับที่อยู่ภายในเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับจึงส่งเสียงเรียกพนักงานที่มาส่งพัสดุ ซึ่งหนึ่งในพนักงานส่งพัสดุก็ลุกขึ้น เดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกับในมือถือช่อดอกกุหลาบหลากหลายสีมาด้วย
“คุณวริทธิ์นันท์นะครับ??”
พนักงานส่งพัสดุเอ่ยถามชื่อวริทธิ์นันท์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าถูกต้อง
“ใช่ค่ะ!! ไหนคะพัสดุที่ว่านั้นน่ะค่ะ”
วริทธิ์นันท์ก็ต้องรับชื่อของเธอไป และก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันไป จนแทบจะผูกกันเป็นโบ เพราะเกิดความสงสัยเป็นอย่างหนัก คือ เธอเห็นแต่ดอกไม้ ไม่เห็นมีพัสดุสักชิ้น
“นี่แหละครับ มีคนส่งดอกไม้มาให้คุณวริทธิ์นันท์ครับ กรุณาเซ็นรับตรงนี้ด้วยครับ”
“ใครเป็นคนส่งช่อดอกไม้นี้มาให้ฉันเหรอคะ??”
พนักงานส่งพัสดุยื่นช่อดอกกุหลาบหลากหลายสีให้วริทธิ์นันท์ ซึ่งหญิงสาวก็ยื่นมือเรียวเล็กไปรับไว้แบบงงๆ พร้อมกับถามพนักงานส่งพัสดุผู้นั้นอย่างใคร่รู้ เพราะดูภายในช่อดอกกุหลาบ เธอไม่เห็นมีการ์ดอะไรเสียบมาเลยสักใบ แต่ก็ยังไม่เซ็นชื่อรับพัสดุ
“เขาแจ้งไม่ให้บอกครับ เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะบอกเองครับ”
พนักงานส่งพัสดุกล่าวไปตามที่ได้รับคำสั่งมา ให้วริทธิ์นันท์ได้รับทราบ และยื่นเอกสารเซ็นชื่อรับของ ให้วริทธิ์นันท์ไปอีกครั้ง วริทธิ์นันท์จึงรับเอกสารดังกล่าว มาเซ็นชื่อลงไปในเอกสารแต่โดยดี โดยที่ก็ยังมีสีหน้างงๆ อยู่ไม่จางหาย จนกระทั่งเธอหอบช่อดอกกุหลาบหลากสีนั้นขึ้นมาที่โต๊ะทำงาน ก็ยังคงงงอยู่อย่างเดิม งงว่าใครกันนะที่ทำเซอร์ไพรส์เธออย่างนี้ เธอเดาไม่ถูกเลยจริงๆ
ซึ่งในระหว่างที่วริทธิ์นันท์ หอบช่อดอกกุหลาบหลากสีเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง พนักงานที่นั่งทำงานกันอยู่ ต่างพากันพร้อมใจกันหันมามองวริทธิ์นันท์เป็นตาเดียวกัน อย่างไม่ได้นัดหมาย จนวริทธิ์นันท์แทบทำตัวไม่ถูก รู้สึกเขินอายขึ้นมา เพราะปกติเธอก็ไม่เคยจะถูกเซอร์ไพรส์อย่างนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้
๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔
ใครหน่าที่ส่งช่อดอกกุหลาบมาให้นันท์ จะเป็นดน หรือจะเป็นผู้จัดการรุต หรือว่าจะมีใครอื่นนอกจากสองคนนี้ มาติดตามลุ้นกันนะคะ........ ^_^