ใต้นภาสีแดงหมอกควันและเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่ว แสงตะวันไม่อาจส่องถึงผืนดินแม้เป็ราตรีก็ไม่อาจเห็นจันทราหรือดาราที่อยู่้าพิภพที่ลุกเป็เพลิงอยู่ตลอดเวลา มีเพียงธุลีสีเทาร่วงหล่นจากแผ่นโลหิตเข้มทึบไร้สิ้นสุด
เงาร่างอสูรแปลกตาทั้งสามอยู่ไกลออกไปริมขอบฟ้าสีชาดกำลังห้ำหั่นกันโดยไม่สนใจว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวจะเป็เช่นไรลูกหลงของการต่อสู้ทำใหู้เาสูงใหญ่พังทลาย พสุธาสั่นะเืแตกรอยแยกมหาสมุทรสีดำเกิดคลื่นใหญ่ สะเก็ดเพลิงจากท้องฟ้าทำให้แผ่นดินบางส่วนลุกเป็ไฟ
ทว่า ท่ามกลางการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสามก็มีมนุษย์ผู้หนึ่ง
เขาไม่ยอมแพ้ต่อภาพตรงหน้า
เขามีพลังมากพอที่จะยืนหยัดอยู่หน้าการต่อสู้ที่สั่นะเืฟ้าดินนี้ได้
เขาคนนั้นเป็ใครกันนะทำไมเมื่อผมมองไปยังตัวเขาถึงรู้สึกเศร้าอย่างไม่มีสาเหตุในอกเจ็บชาหนึบอึดอัดจนคล้ายหายใจไม่ออก
แม้ไม่เห็นใบหน้าคนที่หันหลังให้แต่เรือนผมเงินประกายคล้ายส่องแสงกลางฝนเถ้าถ่านยาวถึงสะโพกปลิวสยายไปตามสายลมแห่งความตาย มุมเสี้ยวหน้าเห็นน้ำตาค่อยๆไหลลงมาถึงแก้มหยดลงสู่ผืนดินแตกแห้งไร้ชีวิต
“ทั้งหมดมันเป็เพราะข้าสินะ”สุรเสียงทุ้มนั้นช่างนุ่มนวลเศร้าโศกแก่ผู้ฟังยิ่ง
ทันใดนั้นเอง
“พี่จ๋าาา!!!เตรียมตัวรับแรงกระแทกน้าาาา”เสียงใสของเด็กผู้หญิงดังะเืแก้วหูเป็สัญญาณเ้าของความฝันรีบได้สติขึ้นก่อนจะได้เป็เ้าชายนิทราเบี่ยงตัวกลิ้งหลบไปหาสุดเตียงด้านหนึ่งทันทีตัวการโดดลงกลางเตียงนุ่มไม่มีคนเหมือนเมื่อครู่ เตียงไม้ถึงกับหักฟูกยุบพังคล้ายหลุมจนเ้าของเตียงตัวเอียงไปข้าง ไม่กี่วิต่อมา สภาพเตียงถูกฟื้นฟูด้วยวงเวทย์เศษไม้หักพังและฟูกผิดรูปค่อยๆคืนกลับสภาพเดิม
“โหย…..พี่ขี้โกง หลบทำไมอ่ะ”เด็กหญิงตัวน้อยประท้วงอย่างเสียดายเมื่อจุดที่เคยะโทับทุกวันไร้ผู้รับเคราะห์ดวงตาสีอำพันกลมโตทอประกายสดใสเริ่มมีหยดน้ำตาคลอเบ้า ผมสีขาวยาวถึงกลางหลังริมฝีปากน้อยๆและแก้มยุ้ยๆเริ่มแบะออก ถ้าคนอื่นเห็นคงกอดโอ๋ปลอบขวัญไปแล้วแต่คนที่ถูกปลุกด้วยความโหดร้ายเสี่ยงอันตรายทุกวันย่อมไม่มีทางหลงกล
“ไม่หลบก็ตายสิ พี่ไม่อยากไส้ทะลักออกทางปากพร้อมหลังหักนะนับวันตัวหนักขึ้นเรื่อยๆ กะเอาพี่ให้ตายอีกรอบรึไง”เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงียพลางขยี้ตาจากความง่วง
“นี่แนะขี้โกง” เมื่อไม่มีคนรองรับเคราะห์กรรมผู้เป็น้องจึงทุบหลังพี่ชายด้วยความไม่พอใจ แต่ด้วยกำลังที่เกินเด็กอายุ10ขวบทั่วไป กระดูกหลังของเด็กหนุ่มถึงกับดังกร๊อบ ความปวดแล่นจี๊ดทั้งแนวสันหลัง
“โอ้ย! นี่เป็เด็กก็หัดป่าเถื่อนแล้วเรอะระวังเหอะไม่มีผู้ใหญ่ให้ขนมเธอบ่อยๆแน่ยัยตัวแสบ”ต่อว่าเสร็จก็ลูบหลังพร้อมทุบๆบิดตัวไปมาจัดกระดูกคืน ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่อยากเอาคืนน้องจริงจังนัก เพราะแม่้าดัดนิสัยตื่นสายโดยการให้เทียมาปลุกด้วยวิธีแบบนี้ทุกวันน้องซึ่งเป็ญาติจึงนับว่ามีเส้นใหญ่กว่าเขาซึ่งเป็ลูกเ้าของบ้านไปโดยปริยาย
ถึงแม่เขาจะไม่ได้กำหนดวิธีปลุกลูกชายจอมขี้เซาขึ้นจากเตียงแต่ผลลัพธ์ที่หลานสาวทำไปดันได้ผลดียิ่งกว่านาฬิกาปลุกที่เขามักจะเผลอกดปิดแล้วนอนต่อเพราะรำคาญเธอจึงมองข้ามเื่เจ็บตัวถึงตายของลูกชายไปเสียดื้อๆสรุปใครเป็ลูกกันแน่ล่ะเนี่ย!
“ก็พี่ขี้โกงอ่ะ เอ่อ” เ้าหญิงน้อยทำท่าจะเถียงกลับ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็พี่ชายคนทำก็รีบขอโทษเสียงอ่อนทันที
“เทียขอโทษ…..พี่คงเจ็บมากเลยสินะ”
“หืมมม?” เ้าตัวแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปฉับพลันปกติต้องงอแงต่อเวลาเขาโต้กลับแล้วเถียงไม่ออกสิ
“ก็พี่ร้องไห้นี่น่า” แม่หนูน้อยตอบด้วยใบหน้าสำนึกผิดหาดูยากพร้อมชี้ไปที่หางตาของผู้เป็พี่
“ห้ะ?” ผู้ถูกชี้ได้แต่งงพลางััขอบตาตามนิ้วป้อมๆที่ชี้มา ก็รู้สึกถึงความชื้นของน้ำตาไหลเป็ทางผ่านแก้มจรดปลายคาง
เรา.....ร้องไห้?
“เอ่อ เทียไม่กวนพี่ชายแล้ว ท่านอาบอกว่าถ้า10นาทีไม่ลงไปอาจะขึ้นมาปลุกเอง”
เมื่อได้ยินว่าผู้เป็แม่จะขึ้นมาเ้าตัวก็รีบลงจากเตียงและลืมฝันประหลาดนั่นไป
ใช่แล้วล่ะ…….แค่ลืมมันไปซะ เ้าก็จะไม่ต้องเ็ปอีก
เด็กหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำ ส่องกระจกเผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานราวกับสตรีดวงตาสีแดงทับทิมกลมโตแม้ยังปรือๆไม่ตื่นเต็มที่รับกับขนตาแพยาวชนิดว่าผู้หญิงหลายคนชิดซ้ายคิ้วสีน้ำตาลเรียวยาวถึงปลายหางตาชัดเจนทว่าไม่หนา จมูกโด่งนิดๆเรียวเล็กโหนกแก้มเนียนใส ริมฝีปากบางแดงระเรื่อธรรมชาติ โครงหน้าละมุนไม่ปรากฏสันกรามชัดเจนหรือลูกกระเดือกที่บุรุษวัยรุ่นควรพึงมีผมสีน้ำตาลเปลือกไม้เลยบ่าเล็กน้อยดูฟูยุ่งพันกันผิวสองสีไม่ขาวจัดตามประสามนุษย์ติดดิน รูปร่างผอมสูงราวๆ170กว่าๆโดยรวมแล้วถ้าไม่ติดเครื่องหน้าชวนเข้าใจผิด ก็คงดูเหมือนเด็กหนุ่มปกติคนหนึ่ง
“เห้อ…..” เขาอยากมีใบหน้าที่เป็บุรุษมากกว่านี้แต่ก็ทำได้แค่ปลงและถอนหายใจอยู่ทุกวันหน้ากระจก ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าตอนอายุ20ถ้าใบหน้ายังเป็แบบนี้จะไปศัลยกรรมให้รู้แล้วรู้รอดรีบจัดการล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยแล้วหวีผม ด้วยอากาศเย็นและวันนี้ไม่น่าจะได้ออกนอกบ้านจึงไม่อาบน้ำ่เช้าเปลี่ยนชุดเป็ชุดลำลองอยู่บ้าน ลงไปข้างล่างหาผู้เป็มารดา
เมื่อลงจากบันไดมาข้างล่างก็พบกลับสาวงามที่เจออยู่ทุกวันดวงหน้าหวานสวยเบ้าเดียวกับเขา ผิวพรรณผ่องใสราววัยรุ่นจนไม่น่าคิดว่าคนตรงหน้าอายุปาเข้าไป380ปีแล้วดวงตาสีมรกตน่าหลงใหลผมสีเดียวกับดวงตาหยักศกปลายโดยไม่ได้ดัดเป็ลอนปล่อยยาวถึงกลางหลังเอวคอดบางรูปร่างสะโอดสะอง หากเปรียบเทียบเป็คนงามล่มเมืองก็คงเหมาะสม
แน่นอนว่าหล่อนไม่ใช่มนุษย์ หล่อนเป็ัแปลงกาย และไม่ใช่ัธรรมดาเป็ถึงชนชั้นสูงสุดของเผ่า ผู้มีสายเืนักปกครอง าาั
ตัวตนระดับนั้นกำลังทำลังทำอาหารในบ้านหลังเล็กๆห่างไกลชุมชนฝีมือนั้นัด้วยกันไม่อาจเลียนแบบ กลิ่นหอมกระตุ้นน้ำลายโชยขึ้นมาผ่านบันไดแตะจมูกล่อลวงเขา และลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยที่กำลังนั่งเอาคางเกยโต๊ะทานข้าวน้ำลายหยด
“อรุณสวัสดิ์ครับแม่” เด็กหนุ่มกล่าวทักแม่เป็ครั้งแรกของวันพร้อมกับความรู้สึกหิวที่ก่อตัวให้กระเพาะกรีดร้อง
“แม่เหนื่อยใจกับลูกจริงๆตื่นสายเป็นิสัยจนต้องให้เทียไปปลุก”ผู้เป็แม่เอ่ยตำหนิทั้งที่มือบางก็จับกระทะผัดอาหารอย่างคล่องแคล่ว
“เหอะๆ” เด็กหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำกับตัวเองทั้งที่ไม่ขำเมื่อคิดถึงวิธีปลุกของญาติตัวแสบ พลางมองไปทางเซเลสเทีย หรือเรียกสั้นๆว่า เทียต้นเหตุให้เขาเกือบตายทุกเช้า
“เอาเถอะ รีบกินข้าวเช้าได้แล้ว” เมื่ออาเซเรีย แม่ของเด็กหนุ่มและเป็อาของเด็กหญิงทำอาหารเสร็จแล้วยื่นจานสองใบที่มีข้าวผัดสีทองหอมๆพูนล้น และน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวหกชั่งโมงภายในมีหัวไซเท้าและผักท้องถิ่นอีก2-3ชนิดมาให้ทั้งสองก็หยิบอุปกรณ์พร้อมสวาปามทันที พลางซึมซับรสมืออันคุ้นเคย
ความหอมของน้ำมันจากเบคอนอสูรหมู ที่หมักร่มควันเองผัดด้วยไฟอ่อนให้น้ำมันออกก่อนเอาขึ้น ผัดกับกระเทียม หอมหัวใหญ่ แครอทโดยใช้ความร้อนจากถ่านจนเกรียมนิ่มส่งกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว ข้าวท้องถิ่นที่หุงจากถ่านเอาไปคลุกเคลือบกับไข่ัยิ่งทำให้นัวเข้มข้นเป็สีทอง ผัดกับจากเบคอนตัวเดิมที่เอาน้ำมันออกแล้วกรอบนิดๆมีรสเค็มอ่อนๆโรยด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดปิดท้ายน้ำซุปใสสีน้ำตาลทองหอมกระดูกซี่โครงหมูป่าหมักเคี่ยวนิ่มเด้งกับน้ำผักหวานโล่งคอมื้อนี้เลยเรียกว่าอร่อยกลมกล่อมโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
“ท่านอาทำอาหารอร่อยที่สุดเลย” เซเลสเทียกินเอากินเอาแต่ทางเด็กหนุ่มนั้นยิ่งกว่า กินจนข้าวเต็มปากไม่สามารถพูดได้ทำให้ผู้เป็แม่และอายิ้มอย่างเอ็นดู กล่าวชมเด็กหญิง
“เทียใช้ช้อนส้อมได้คล่องแล้ว”
เทียยิ้มแป้นรับคำชม เด็กหนุ่มหรี่ตา สมัยก่อนเขาเป็คนสอนเทียใช้ช้อนส้อมด้วยัทารกที่ใช้ชีวิตเป็มนุษย์ไม่เข้าใจศีลธรรมคิดว่าส้อมเป็อาวุธล่าสัตว์และป้องกันตัวเลยเอาส้อมไปล่าสัตว์และเคยฆ่าเขาด้วยส้อมแล้ว
แม้ภายหลังวีรกรรมจะเบาลงไปมาก และเข้าใจความรู้สึกผิดรู้จักคำขอโทษบ้างแล้วแต่เขาก็เสียไปหลายชีวิตกับน้องคนนี้อยู่….
จะว่าเขาชินชากับความตายและมองมันเป็เื่ปกติระดับหนึ่งก็ได้แม้จะไม่มีศาสตร์การชุบชีวิตที่สิ้นไปแต่มีวิธีที่ทำให้ชีวิตที่ยังอยู่ไม่สามารถตายได้….
“นี่ๆท่านอารู้ไหมพี่ครุสตอนตื่นนอนร้องไห้ด้วยล่ะ” เมื่อกินอิ่มขณะเอาจานไปเก็บ เด็กหญิงตัวน้อยก็แจ้งผู้เป็อา ด้วยกลัวว่าพี่ตนจะป่วยอะไรรายนี้ยิ่งไม่ค่อยแข็งแรง(ในสายตาของัทั่วไป)อยู่อีกอย่างญาติคนนี้ของเธอไม่ได้เ้าน้ำตานัก ถ้าไม่ทรมานมากจริงๆก็คงไม่ร้องออกมา
“พี่แค่แสบตาเอง อย่าคิดมากสิ”ครุสปัดเลี่ยงไม่อยากรื้อฟื้นฝันประหลาดนั่นอีก เพราะเขาเองก็ลืมมันไปแล้ว
“ไม่หรอกมั้ง แม่ว่าลูกแค่เข้าสู่่กำลังเติบโตไม่แน่อีกไม่นานลูกอาจจะใช้พลังัได้นะ”
เผ่าัเดิมทีแม้จะมีหลายเผ่าย่อยแต่กล่าวได้ว่าเป็เผ่าที่เด่นทั้งพละกำลังทางกายภาพและทักษะเวทมนตร์แต่ครุสนั้นไม่ใช่ ตอนเกิดมานั้นไม่ได้เป็ไข่เช่นลูกครึ่งั หรือัทั่วไปออกมาเป็ตัวเหมือนมนุษย์อีกทั้งรูปลักษณ์เป็มนุษย์โดยไม่มีลักษณะของัปรากฏั้แ่เกิดจนปัจจุบัน16ปีแล้ว ทำให้ทั้งญาติฝั่งแม่ต่างดูถูกว่าไม่มีเืัมีแต่เืของลิงไร้ขนที่เรียกว่ามนุษย์
แถมพี่สาวแท้ๆที่คลานตามกันมาเกิดเป็ัแต่กำเนิดซ้ำยังสามารถบินได้ภายในสามวัน สามเดือนแปลงร่างมนุษย์ได้อายุเจ็ดขวบก็สามารถผ่านบททดสอบของชนเผ่าได้ด้วยตัวคนเดียวโตเร็วเรียนรู้เร็วเทียบเท่าัาุโ เป็อัจฉริยะที่ทุกคนต่างยอมรับค่าพลังต่างกับน้องชายราวฟ้ากับเหว คงมีแค่หน้าตามั้งที่พอจะเทียบกับหล่อนได้
ในโลกที่สิ่งมีชีวิตมีสติปัญญาเกือบทุกตนมีพลังเหนือธรรมชาติไม่ได้ดำรงอยู่เพียงมนุษย์เผ่าเดียวใต้แผ่นฟ้ามาตรฐานการแข่งขันเพื่อมีชีวิตอยู่ย่อมโหดร้ายและสูงลิบความตายถือเป็เื่ทั่วไปของคนเอาตัวไม่รอดผู้ไร้พลังไม่ต่างจากคนพิการเท่าไหร่นัก ซึ่งครุสเข้าข่ายนั้น
นั่นทำให้ครุสไม่อยากก้าวเท้าออกจากบริเวณบ้านด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็เพราะไม่อยากสารพัดโดนลูกหลงของพวกนิสัยพิสดารไร้จิตสำนึกตรรกะความคิดของแต่ละเผ่ายิ่งไม่เหมือนกันอยู่ พวกสุดโต่งน่ากลัวก็เยอะ
“แล้วแต่แม่จะคิดเลย ว่าแต่วันนี้พ่อจะกลับมาเย็นหน่อยใช่ไหมครับ”เขาไม่อยากสนใจนักว่าตนจะมีพลังหรือไม่มีจึงเบี่ยงประเด็น มารดาก็ร้องอืมเป็คำตอบ
พ่อเขานั้นเป็มนุษย์ที่ไม่รู้ว่าไปพบรักกับแม่เขาได้ยังไงถึงทำให้ตัวตนระดับนี้ยอมใช้ชีวิตอยู่ได้แถมยังแบ่งพันธุกรรมออกมาให้ลูกได้สมดุลสุดๆ เป็ตัวประหลาดหนึ่งและตัวพิการหนึ่งกลับมาบ้านสัปดาห์ละครั้ง เป็นักผจญภัยระดับสูงที่ทางอาณาจักรต่างๆมักเรียกตัวไปให้เคลียร์ภารกิจสำคัญบ่อยๆ ทำให้ครุสถามออกไปอีกคำถาม
"แล้วแม่ไม่เหงาเหรอครับ ทั้งที่บ้านเราก็มีเงินแต่พ่อก็ยังออกไปข้างนอกตลอด"
หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ “พ่อเราเป็ตัวเต็งของสมาคม ภารกิจบางอย่างถ้าไม่ใช่เขาก็ไม่มีใครทำได้ อีกอย่างมีลูกกับเซเลสเทียอยู่ซนๆกันทั้งคู่แบบนี้แม่จะเหงาได้ไงกัน”ว่าเสร็จก็นำมือมาลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดูจนผมสีน้ำตาลยุ่งไปหมด
“เห็นแก่ส่วนรวมเกินไปแล้วถ้าพ่อแอบมีบ้านน้อยผมไม่ยุ่งนะ”ครุสว่าอย่างไม่สบอารมณ์นักเพราะไม่เคยเห็นคนอื่นที่ว่าทำอะไรให้เราเท่าไหร่แต่ก็ยอมรับััจากมารดาแต่โดยดี
เธอไม่สนใจที่ลูกกล่าวหาสามี“จะว่าไปลูกไปรดน้ำต้นไม้หลังบ้านให้แม่หน่อยสิ”
“ฮะแม่” ครุสตอบรับเดินไปนอกบ้านด้วยความี้เีไปตักน้ำที่บ่อมากรอกใส่ฝักบัวแล้วค่อยๆยกรดอีกทีเนื่องจากบริเวณนอกบ้านไม่มีระบบประปาแบบใช้การลงวงเวทย์เช่นในบ้านซึ่งมีแค่อาเซเรียที่ทำได้ เพราะนอกบ้านวงเวทย์มักเสื่อมสภาพไวจากปัจจัยหลายอย่าง
อีกทั้งไม่มีใครในบ้านจำเป็ต้องใช้ยกเว้นครุสซึ่งเ้าตัวก็ี้เีทักท้วงด้วยเื่เล็กน้อย จึงใช้เวทย์เสกน้ำขึ้นมาแทนกัดฟันรีดเค้นพลังเวทออกมาได้นาทีหนึ่งปรากฏว่าทำได้เพียงแค่บอลน้ำขนาดลูกเพียงฝ่ามือ
“ได้แค่นี้อีกแล้ว”ตัดพ้อจบก็ทำให้บอลน้ำแตกเพื่อรดน้ำต้นไม้รอบบ้านแม้บางต้นจะไม่ต้องรดเพราะไม่้าน้ำเยอะ แค่จับไอน้ำในอากาศและดินจากธรรมชาติก็เพียงพอระดับน้ำในการรดแตกต่างกันไปตามพันธุ์ไม้บางต้นก็มีวงเวทย์ของแม่ดูแลไม่ต้องไปยุ่งกับมัน โดยรวมนับว่าใช้น้ำไม่มาก
แต่เสร็จสิ้นเ้าตัวก็เหนื่อยหอบเกือบจะเป็ลมด้วยพลังเวทที่น้อยดุจน้ำในฝาขวด พอใช้หมดก็ดึงพลังกายมาใช้ด้วยอย่างควบคุมไม่ได้จึงพิงผนังบ้านพักหายใจขณะนั้นดวงตาสีทับทิมพลันเหลือบเห็นมุมซองขาวๆโผล่พ้นตู้จดหมายที่ฝุ่นเกาะมาหลายเดือนทำให้เด็กหนุ่มรีบเดินไปหยิบมาดูอย่างสงสัย
ถ้าถามว่าเ้าตัวเคยฝึกฝนไหม แน่นอนว่าฝึกอย่างสม่ำเสมอด้วยซ้ำ แต่ทำเท่าไหร่มันก็ไม่ขึ้นไอ้สำนวนว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น มันไม่จริง ไปหาหมอก็แล้วทั้งพ่อและแม่เอาของดีๆมาให้กินหรือใช้ก็แล้ว ความจุพลังเวทไม่เคยกระดิกแถมใช้ได้น้อยกว่ามาตรฐานชาวบ้านทั่วไป พลังัก็ไม่เคยใช้ได้พลังจิตก็ไม่ชัดเจนเหมือนจะมีแต่ก็ไม่มี ที่ใช้ได้แน่ๆคือร่างกายครบ32ตามมาตรฐานมนุษย์ กับสติปัญญาที่ยังไม่บ้าไปก่อน
แม้เขาจะไปเอาดีทางด้านกายภาพแต่ทักษะเ่าั้มันก็เก่งได้แค่กับตัวตนระดับล่างไม่สามารถเอาไปงัดกับโลกของตัวประหลาดได้สักนิด มาตรฐานต่างกันแบบเทียบไม่ติดฝุ่นเขาจึงไม่อยากหวังเื่พลังของตนเท่าไหร่นัก พลังมากก็วุ่นวายพลังน้อยๆแบบนี้ทำตัวจืดจางหลีกหนีความวุ่นวายได้ง่ายกว่าเยอะ
“ถึง ครุส เทียเมียซิส งั้นเหรอ” จดหมายจ่าถึงเขาล่าสุดนี่กี่ปีก่อนนะคิดได้ดังนั้นจึงเปิดจดหมายอ่านเนื้อความดูพักใหญ่ ตอนแรกแค่ขมวดคิ้วแล้วเพ่งมองอ่านซ้ำอยู่หลายรอบเมื่อไม่ได้คิดว่าตนตาฝาดไป มือที่ถือกระดาษก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้รีบก้าวเท้าวิ่งเข้าบ้าน คล้ายเจอเ้าหนี้นอกระบบยืนจังก้าอยู่หน้ารั้ว
“แม่…นะ…นี่…มัน” เขาหน้าซีดกางจดหมายให้มารดาดู น้ำเสียงสั่นใจหายใจคว่ำเ้าตัวไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันนี้ และไม่อยากให้มาถึงด้วย จึงได้แต่ภาวนาให้จดหมายฉบับนี้เป็เพียงขบวนการต้มตุ๋นหลอกคนไปขายเป็ทาส จดหมายคำสาปลูกโซ่หรือจดหมายก่อกวนจากญาติฝั่งแม่ที่ไม่ถูกด้วยก็ยังดี ขอให้ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดผู้เป็มารดาเพียงตอบกลับไปด้วยท่าทีสบายๆ คล้ายเป็เื่สภาพอากาศประจำวัน
“ใช่แล้วจ้ะลูกแม่ นี่คือใบสมัครเข้าโรงเรียนบาเซนไฮด์จ้ะทางโรงเรียนส่งมาเชิญลูกเองเลยนะ”
โรงเรียนบาเซนไฮด์ นับว่าเป็โรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาก ว่ากันว่าเข้ายากแสนยากตำแหน่งของโรงเรียนยังเป็ปริศนาอยู่ในประเทศปกครองตนเองกลางทะเลที่ไม่ขึ้นตรงกับมหาอำนาจใดว่ากันว่าแม้แต่ราชันย์ทั้งห้าถ้าจะส่งบุตรหลานเข้าเรียนยังต้องสอบเข้าหลายต่อหลายรอบอำนาจใดๆล้วนนำมาใช้กับโรงเรียนนี้ไม่ได้นักเรียนทุกคนหากจบจากสถาบันนั้นจะถูกบรรจุให้เป็หนึ่งในประชากรของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดและได้การรับประกันในการทำงานกับองค์กรระดับสูงหรือราชวงก์ทั่วโลกพี่สาวผมก็เรียนที่นั่นเช่นกัน แถมยังเป็นักเรียนดีเด่นอีกด้วย
“และแม่ก็เซ็นอนุมัติแล้วจ๊ะ”
"หาาาาา!"
ความสามารถอะไรก็ไม่โดดเด่น เวทมนตร์ก็แย่ยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไปร่างกายก็ไม่ได้ถึกทน สมองก็ไม่ได้ฉลาดมาก มีดีแค่หน้าตาไม่ตรงเพศที่แม่ให้มาแล้วผมจะเอาอะไรไปเรียนครับ!? ถามสุขภาพผมก่อน!