มองเห็นเป็นชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทราคาแพงที่ถูกสั่งตัดขึ้นมาเป็นพิเศษ เขาสวมถุงมือข้างซ้าย นัยน์ตาสีดำคู่นั้นเริ่มกวาดมองห้องประชุม
ข้างกายนอกจากเลขาซองอิลแล้วยังมีสุภาพบุรุษสวมสูทอาร์มานี
ภาพลักษณ์ที่เห็นครั้งแรกราวกับอีกฝ่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นผู้กุมอำนาจของโลกมืด
แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ในฐานะผู้ก่อตั้งค่าย NG คนอย่างคังโยซอนยังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไหวติง ผิดกับผู้ถือหุ้นอีกสองคนที่เหลือทยอยเดินเข้าไปทักทายชายหนุ่มผู้ที่แย่งทุกอย่างไปจากเขา
“ผมซูจิน ผู้ถือหุ้นอันดับสาม ยินดีที่ได้พบประธานเจมส์ ตัวจริงของคุณเนี่ยดูต่างจากที่ไทเกอร์เคยพูดเลยนะครับ” ซูจินเป็นผู้เฒ่าผมยาว หลังงองุ้ม ดูภายนอกเหมือนกับเจ้าบ้านมากอารมณ์ที่ยากจะเข้าไปทำความรู้จัก แต่ถ้าหากได้สนิทคุ้นชินกับอีกฝ่าย จะรู้ว่าเขาเป็นตาแก่จิตใจดีคนหนึ่ง
“ผมซานดงแพ ผู้ถือหุ้นอันดับสี่ รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบประธาน มีคนหนุ่มไฟแรงแบบนี้เป็นหัวเรือใหญ่ ผมเชื่อว่าไม่นานคุณจะนำค่ายเพลง NG ไปสู่ความสำเร็จ!” ซานดงแพต่างจากผู้เฒ่าซูจิน เขายังหนุ่มแน่น แม้ใบหน้าจะมีริ้วรอยบ้างประปราย แต่กลับแฝงด้วยความแข็งแรงที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูด
“ฝากตัวด้วยนะครับ และผมก็สัญญาว่าจะนำบริษัทไปสู่ความสำเร็จ” เจมส์ยิ้มตาหยี แล้วหันไปมองผู้ถือหุ้นอันดับสองที่ยังนั่งนิ่งเหมือนหุ่น
สำหรับคังโยซอน ต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงประธานบริษัทเขาก็รังเกียจเกินกว่าที่จะลุกขึ้นมาต้อนรับ
หมอนี่มีสิทธิ์อะไรเข้ามายึดกิจการที่เขาสร้างมาเองกับมือ1
อาศัยช่วงจังหวะที่หุ้นร่วงใช้เงินช้อนซื้อเป็นว่าเล่น นี่เขาคิดว่ากำลังตักปลาอยู่ในงานเทศกาลหรือไง!
“ประธานเจมส์ เชิญนั่งก่อนสิครับ ฮาฮา ที่นี่ดูจะเล็กเกินไปหน่อย อาจทำให้ประธานเจมส์อึดอัดไปบ้าง” ผู้เฒ่าซูจินปฏิบัติต่อเจมส์ด้วยความนอบน้อม
ต่อให้อีกฝ่ายอายุเท่าหลานของเขาแต่คนที่มากด้วยความสามารถ คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจอายุเป็นเพียงตัวเลข พวกเขาต่างนับถือในความสามารถของกันและกันต่างหาก
“ใช่ๆ นั่งลงก่อนประธานเจมส์ นี่คือเก้าอี้สำหรับประธานเลยนะ รับรองนั่งแล้วจะรู้สึกสบายไม่ปวดเมื่อย” ซานดงแพไม่สนใจผู้ถือหุ้นอันดับสอง เนื่องเพราะลงทุนกับค่ายเพลงไปมาก หากต้องล้มละลายเพราะไม่มีเงินหมุนคงเป็นเรื่องเศร้า เวลานี้เปลี่ยนหัวเรือใหญ่เป็นคนหนุ่มไฟแรง แล้วจะไม่ให้เขาเข้าไปประจบสอพลอได้ยังไง
เจมส์พยักหน้านั่งลงบนเก้าอี้
บอกตามตรงว่ามันไม่ได้รู้สึกดีสำหรับเขาเก้าอี้ก็แค่ของราคาถูก เทียบไม่ได้กับบนเรือหรือเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
เมื่อท่านประธานฯ นั่งลงแล้ว ทั้งซูจินและซานดงแพต่างก็ทยอยถอยกลับไปนั่ง
“ผมไม่ยอมรับคุณหรอกนะ เพราะถึงยังไงที่นี่ผมก็สร้างเองกับมือ!” คังโยซอนค่อนข้างไม่พอใจจนแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าและคำพูด
ทั้งซูจินและซานดงแพถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าตาแก่จะพูดตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อม
“พูดจาไร้สาระ บริษัทกำลังจะล้มละลายแท้ๆ แต่ยังกล้าวางท่า หากไม่เป็นเพราะประธานเล็งเห็นความสามารถของศิลปินในค่าย คงไม่ซื้อหุ้นอย่างนี้หรอก!” ไทเกอร์ตวาดเสียงดัง ในฐานะหุ่นแบนเนอร์ต่อให้ตาแก่คนนี้จะไร้เรี่ยวแรง แต่เพื่อเจ้านายคำว่าแบ่งแยกด้วยอายุจึงไม่อยู่ในฐานข้อมูล
ทุกคนเท่าเทียม!
ต่อให้แก่แล้วแต่สันดานเสียก็ตบปากได้!
“ใช่แล้ว เจ้านายเป็นคนที่มองการณ์ไกล เล็งเห็นว่าพวกตาแก่อย่างคุณๆ บริหารไม่ดีจึงเข้ามาช่วยเหลือ คำพูดของผู้ถือหุ้นอันดับสองแสดงให้เห็นว่าไม่ให้ความเคารพเจ้านาย! คนแบบนี้อยู่ไปรังแต่จะทำให้บริษัทเกิดความแตกแยก เพียงสั่งมาคำเดียวผมจะโยนเขาออกไปจากตึกเอง ดูสิว่าจะลุกขึ้นมาพล่ามได้อีกไหม!” ทอยตวาดลั่นห้องประชุม ไม่สนขื่อสนแป สำหรับเขาที่เป็นหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอยู่แล้ว
“ว่าไงนะ...จะจับผมโยนออกไปเนี่ยนะ!” คังโยซอนมือไม้สั่นริกๆ
ไม่คิดเลยว่านอกจากไทเกอร์ที่เข้ามาติดต่อกับบริษัทเรื่องผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ยังมีนายฝีปากกล้าอีกคนเพิ่มเข้ามา แถมคำพูดคำจายังก้าวร้้าว ราวกับอันธพาลข้างทาง
“ใช่! ผมจะจับคุณโยนออกไป” เห็นว่าอีกฝ่ายกลัวจนมือสั่น ทอยยิ่งได้ใจ เหมือนเด็กน้อยกำลังหยอกไก่
“ไม่เอาน่า ใจเย็นไว้วันนี้ผมไม่ได้มาหาเรื่องนะ แค่จะเข้ามาจัดระเบียบในค่ายเพลง NG เท่านั้นเอง” เจมส์ตบไหล่หุ่นแบนเนอร์ หันไปมองหน้าผู้ถือหุ้นอีกสามคน
“หลังจากที่ผมเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง บริษัทจะต้องเดินไปยังทิศทางที่ผมชี้ ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา”
เผด็จการ หมอนี่มันเผด็จการ!
โดยไม่รอการตอบสนองของผู้ถือหุ้นดันอับสอง เจมส์หยิบเอกสารที่ถูกไทเกอร์เตรียมไว้ขึ้นมาอ่าน
“รายได้ปีก่อนลดลงไปเยอะมากเลยนะ หลังจากลงทุนไปกับศิลปินบอยแบนด์ที่คิดว่าจะทำกำไรได้ แต่ปรากฏว่าอัลบั้มขายได้ไม่ถึงหนึ่งหมื่นชุด...ไม่สิต้องพูดว่าไม่ถึงหนึ่งพันชุดต่างหาก!”
คำพูดของเจมส์จี้ใจดำ ทำให้คังโยซอนแทบกระอักเลือด
“เราแค่ยังโจมตีไม่ถูกตลาด ใครจะคิดละว่าค่ายคู่แข่งจะปล่อยกลุ่มบอยแบนด์พร้อมกัน” แม้ไม่อาจไม่ยอมรับแต่ในฐานะผู้คุมโปรเจคด้วยตัวเอง คังโยซอนย่อมเข้าใจตลาด
ชายหนุ่มพยักหน้า “คุณเป็นคนแก่ วิสัยทัศน์คงแคบและดำเนินตามแบบแผนสมัยเก่า ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องในวงการเพลงเกาหลีสักเท่าไหร่ แต่ก็บอกได้ว่าศิลปินบอยแบนด์ที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มมีเพลงที่โคตรห่วย ท่าเต้นเหมือนลูกเป็ดกำลังอาบน้ำ เสื้อผ้าหน้าผมนึกว่ามาจากโรงถ่ายเอกสารเดียวกัน ถามจริงนี่บอยแบนด์หรือหางเครื่องวงบ้านนอก”
เป็นอีกครั้งที่คังโยซอนหน้ามืด แต่เขามีเหตุผลมาแย้งในข้อกล่าวหา “การทำอัลบั้มต้องใช้เงินมากกว่ายี่สิบล้านวอน ค่าโฆษณา ค่าเขียนเพลง โปรดักชั่นรวมถึงค่าโฆษณา...เราไม่สามารถนำเงินส่วนนี้ไปลงที่ชุดได้ นอกจากนั้น...เพลงก็ไม่ได้แย่!”
เจมส์พยักหน้า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ก็ถูกของคุณที่ต้องเน้นด้านอื่นๆ บ้าง แต่ส่วนสำคัญนอกจากการโปรโมทก็ต้องเป็นเพลง ท่าเต้นและชุดของศิลปิน หากขาดปัจจัยสำคัญทั้งสามไป ต่อให้คุณโฆษณาให้ตายมันก็คงไม่มีใครอยากเข้ามาฟัง ทำไมน่ะเหรอ...ก็เพราะมันห่วย!”
แทนที่ซูจินจะค้านหัวเรือคนใหม่แล้วสนับสนุนผู้ก่อตั้งอย่างคังโซยอน กลับกันเลือกที่จะปรบมือดัง “ท่านประธานพูดได้ถูกต้อง ตอนนั้นพวกเรามุ่งเน้นโฆษณาเกินไป หมดเงินส่วนนี้มากไปจริงๆ จึงไม่มีเงินมาจ้างนักแต่งเพลงดีๆ แต่ถ้าหากเป็นท่านประธานละก็ ผมเชื่อว่าต้องนำบริษัทเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
“ผู้ถือหุ้นอันดับสาม ตอนนั้นเป็นคุณเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่า ใส่ชุดยังไงก็ได้โฆษณาสิต้องมาก่อน!” คังโซยอนกระตุกยิ้มมุมปาก
ซูจินแบมือว่า “จะพูดอย่างนั้นได้ยังไง ตอนนั้นสถานการณ์บริษัทไม่ได้เป็นอย่างตอนนี้นี่นา เมื่อก่อนผมยังเป็นแค่ผู้ถือหุ้นอันดับสิบ จะกล้าค้านเสียงส่วนมากได้ยังไง”
ซานดงแพเห็นด้วย “จริงของผู้ถือหุ้นอันดับสาม ตอนนั้นพวกเราเป็นเพียงตัวตนเล็กๆ ถ้าหากผู้ถือหุ้นหลายคนไม่ทิ้งหุ้นของตัวเอง ป่านนี้เราสองคนคงนั่งอยู่ท้ายโต๊ะ”
อาจกล่าวได้ว่าค่าย NG มีขนาดเล็ก แต่ผู้ถือหุ้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ด้วยเพราะด้านปัญหาการจัดการหลายอย่างที่ทำให้เสียเงินลงทุน พวกเขามองตรงจุดนี้ว่าหากอยู่ต่อไปรังแต่จะเจ็บหนัก สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็น มีหัวเรือคนใหม่เข้ามากุมบังเหียน
คังโยซอนกัดฟันกรอด หมดคำจะกล่าวไปพักใหญ่
ซูจินรู้สึกราวกับได้หน้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเขาที่นั่งอยู่ท้ายสุด ตอนนี้แม้แต่ผู้ถือหุ้นอันดับสองยังไม่อยากมีปากเสียง เฮ้อการเปลี่ยนผ่านนี่มันดีจริงๆ
“ประธานเจมส์ ตอนนี้เราต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับท่านประธาน นอกจากนั้นทางบริษัทฯ กำลังปลุกปั้นวงศิลปินห้าคน ในชื่อ Bad Girls ผมเชื่อว่าท่านประธานรู้อยู่แล้ว แต่ว่าการจะเป็นมืออาชีพในเกาหลีต้องใช้เวลาฝึกซ้อมนานหลายปี ยิ่งตอนนี้เป็นปี 2011 ผมว่าอีกนานกว่าที่เด็กๆ จะผลิดอกออกผล” ซานดงแพพูดถึงปัญหาที่กำลังพบ
พวกเขาต้องการปั้นนักร้องกลุ่ม
แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้เงินลงทุนระยะยาว ซึ่งไม่รู้ว่าจะวืดเหมือนกับก่อนหน้านี้ หรือจะปังจนฉุดไม่อยู่
“การฝึกซ้อมก็เพื่อพื้นฐาน ผมว่าตรงนี้เราไม่สามารถย่นระยะเวลาได้ ทางที่ดีกำหนดแนวทางไว้แบบไหนก็ควรเป็นแบบนั้น ไม่ควรจะรีบเดี๋ยวงานใหญ่จะเสีย” สำหรับเจมส์มันก็เหมือนการตกเบ็ด เราต้องรอให้เหยื่อเข้ามาติดกับ โดยไม่รู้ว่าตัวเล็กหรือตัวใหญ่ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหนมันย่อมเป็นเพราะความพยายามของเรา
“ท่านประธานพูดได้ถูกต้อง ทีนี้วง Bad Girls ยังไม่สามารถเดบิวต์ได้ ต้องรอให้พื้นฐานแน่น ถ้างั้นเราควรจะให้วงบอยแบนด์ที่เดบิวต์มาแล้วทำอัลบั้มใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ท่านประธานคิดเห็นยังไงบ้างครับ” ซูจินไม่กล้าตัดสินใจเอง เพราะถึงอย่างไรเขาก็แค่ผู้ถือหุ้นตัวเล็กๆ
สำหรับคำถามนั้นคังโยซอนลอบยิ้มมุมปาก อยากรู้เหลือเกินว่าผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง
ถ้าหากแก้ไม่ได้เขาก็มีสิทธิ์ที่จะท้วงติงในที่ประชุม
จากนั้นเก้าอี้ประธานบริษัทก็จะตกเป็นของเขาโดยชอบธรรม!