[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    48 ตลุมบอล

    “เข้ามา ไอ้พวกชั่ว!”


    “อย่าปากดีไปหน่อยเลย ตายซะ”


    ชายราว 5 คนพุ่งเข้ามาหาตงฟางด้วยความรวดเร็วของพวกมัน ภายใต้การพุ่งเข้ามานั้นพวกมันล้วนเปิดใช้งานทักษะจนกำปั้นและฝ่ามือมีพลังวิญญาณโอบอุ้ม สำหรับตงฟางการต่อสู้ครั้งนี้เขาไม่สามารถล้มพวกมันในระยะเวลาอั้นสั้นได้ ไม่อย่างนั้นแผนที่เขาวางมาช้านานจะล้มเหลว เขาจำเป็นต้องเอาชนะพวกมันด้วยท่าทางฝืนทน จนพวกมันคิดว่าต้องพาคนที่เก่งกว่านี้มาเพิ่มอีก 1 - 2 คน ไม่ใช่เพิ่มเป็น 10


    ตู้ม~!


    หมัดของตงฟางอัดกระแทกกับหมัดของอีกฝั่ง ทำให้ร่างของเขาและคนที่กระโดดเข้ามาชกพุ่งออกไปคนละทิศทาง ทว่าเขากลับต้องรีบลุกขึ้นยืนมาตั้งหลักเพราะชายอีก 4 พุ่งตามเขามาติดๆ ตงฟางจึงชกหมัดออกไปอีกครั้งปะทะกับกรงเล็บ ฝ่ามือ และกำปั้น ทุกๆครั้งที่เขาและพวกมันปะทะกัน ร่างของเขาและพวกมันจะกระเด็นออกไปคนละทิศทาง


    ตงฟางจะไม่ยืนอยู่กับที่เพราะมันจะทำให้อีกฝั่งสงสัย เขาต้องสร้างช่องว่างที่อีกฝั่งคิดว่าสามารถทำร้ายเขาได้ เพื่อให้พวกมันเข้ามาจัดการเขาทั้ง 20 คน ไม่ใช่เข้ามาสู้กับเขาเพียงแค่ 5 คนแล้ววิ่งหนี


    หากเขาแสดงพลังออกมาเต็มกำลังจน  5 คนแรกบาดเจ็บหนัก อีก 15 คนมันจะต้องวิ่งแน่นอน เขาจึงใช้แผนสู้อย่างยากลำบอกเพื่อให้พวกมันคิดว่าคนที่ส่งเข้ามาจัดการเขากลุ่มแรกไม่เอาไหน จนหัวหน้าออกมาจัดการเขาเอง


    ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ


    เสียงการต่อยตีดังขึ้นหน้าทางเข้าเส้นทางการค้า แม้จะมีกฎห้ามต่อสู้กันหากตำแหน่งนั้นไม่ใช่สนามประลองก็ตาม ภายในเส้นทางการค้ากลับมีเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นทุกวัน แม้แต่ผู้คุมกฎก็ไม่อยากเข้ามายุ่งด้วย การต่อยตีของตงฟางและคนของร้านจงกู่จึงดำเนินต่อไป


    ตอนนี้บนร่างกายของตงฟางมีรอยช้ำมากมายจากการรับหมัดของคู่ต่อสู้ ส่วนคู่ต่อสู้ของเขาไม่ขาหักหนึ่งข้าง พวกมันก็แขนหัก ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครคิดจะวิ่งหนีเลยสักนิดเพราะตงฟางพยายามเปิดช่องว่างแล้วแสดงท่าทางว่าเขากำลังเหนื่อยหอบ ทำให้พวกที่คิดจะวิ่งหนียืนยิ้มพยายามเข้ามาจัดการเขาที่ใกล้จะหมดพลัง


    ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ


    “ลูกพี่ ลูกพี่ ไม่~!”  เป่าและจ้านร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พวกเขาไม่สามารถลุกขึ้นไปช่วยตงฟางได้เลยสักนิด ตอนนี้พวกมันบาดเจ็บไปทั่วร่าง ฉานที่เป็นคนเงียบๆทำได้เพียงแค่ร้องไห้ออกมาเท่านั้น สำหรับลู่จิวเขาทำเพียงนอนมองจ้องท้องฟ้าไม่สนอะไรเลยสักนิด เขาเคยเห็นตงฟางใช้พลังมาหลายครั้ง แล้วรู้อีกด้วยว่าการต่อสู้ที่กำลังเกิด ตงฟางยังไม่ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าศิลปะการต่อสู้ที่สอนให้พวกเขาเลยสักนิดเดียว เขาจึงปล่อยให้ตงฟางเล่นละครต่อไป 


    “พี่ลู่จิว พี่ลู่ ลุกเร็วเข้า เราต้องไปช่วยพี่ตงฟาง”


    “ลุก ใช่ เราต้องลุก” ลู่จิวพยายามคลานไปบนพื้นด้วยสองแขน แม้เขาจะมีแรงอีกจำนวนมากในการลุกกลับไม่คิดทำเพราะจะทำให้แผนของตงฟางล้มเหลวได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็พาฉาน เป่า จ้านคลานไปยังร่างของคนที่นอนร้องโอดโอยแล้วใช้กำปั้นประเคนใส่หน้าพวกมัน ที่ทำให้พวกเขาแขนหัก เกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างคนที่ยืนด้วยสองข้าและคลานบนพื้นดิน


    ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ


    “เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาต่อยกัน” 


    “มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ”


    ศิษย์มากมายที่เข้ามาในเส้นทางการค้าล้วนแล้วเดินมายังตำแหน่งที่เกิดเสียงเอะอะโวยวายและผู้คนมากมายกำลังยืนล้อมวง ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นคนกำลังสู้กัน บางครั้งประเคนหมัด บางครั้งคลานเข้าไปจิกผมกลิ้งม้วนตัวบนพื้นจนเกิดฝุ่นตลบ ตบตีด้วยมือและเล็บพยายามเล็งส่วนหัว


     โดยอีกฝั่งมีคนอยู่เพียงแค่ 5 ส่วนอีกฝั่งมีคนอยู่ราว 20 ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนล้วนลงไปคลานบนพื้นดิน ถึงอย่างนั้นพวกเขายังพยายามต่อยตีกันเช่นเดิมไม่มีทีท่าว่าจะยอมกันเลยสักนิดเดียว


    ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ


    “เห็นว่าร้านน้อยหน่าถูกหาเรื่อง พวกนี้มาจากร้านจงกู่มาเก็บค่าคุ้มครอง เดิมทีพวกเขาเสีย 20 หินวิญญาณต่อวัน แต่วันนี้กลับถูกเก็บ 100 หินวิญญาณ”


    “เฮ่ย เยอะมาก”


    “ไม่เพียงเท่านั้นนะ หลังจากร้านน้อยหน่าไม่ยอมจ่ายพวกมันก็เพิ่มเป็น 1,000 หินวิญญาณ ร้านน้อยหน่าไม่ยอมเช่นกันพวกมันจึงจะหักแขนอีกข้างจนเกิดเป็นการสู้กันแบบนี้แหละ”


    “แล้วทำไมไม่มีใครเข้าไปยุ่ง”


    “ทุกคนไม่กล้า กลัวว่าร้านยี่จงจะไม่ขายยาให้พวกเขา”


    “นี่ๆ ฉันได้ยินมาช่วงที่เจ้าของร้านน้อยหน่าร้องตะโกน เขาบอกว่ายาที่ขายแบ่งกำไรให้หมู่บ้านพวกเขาด้วย การที่ร้านจงกู่ทำลายร้านของเขากระทบถึงปากท้องคนในหมู่บ้าน เขาจึงสู้สุดชีวิตแบบนี้แหละ”


    “น่าสงสารจริงๆ”


    ต่างคนต่างพูดถึงเรื่องของร้านน้อยหน่า ในระหว่างกำลังคลานไปออกหมัดประเคนใส่หน้าพวกที่เข้ามาทำลายร้านตงฟางก็แอบยิ้มภายในใจของเขา หลังจากรู้ว่ามีคนเริ่มเกิดความสงสารร้านของเขาแล้ว เขาจึงหยุดหมัดเปลี่ยนไปเป็นร้องตะโกนแทน


    “แก ไอ้พวกสารเลว แม้วันนี้พวกเราจะบาดเจ็บหนัก หากวันหน้าพวกแกมาหาเรื่องเราอีก เราก็จะสู้”


    พรวด~! เลือดสีแดงมาพร้อมกับฟันหลุดร่วงออกมาจากปากหัวหน้าคนทั้ง 20 มันรู้สึกเจ็บไปทั่วใบหน้า นอกจากเจ็บแล้วมันยังรู้สึกโกรธมากเพราะอีกฝั่งโยนหินวิญญาณ 20 ก้อนใส่หน้าของมัน


    “เอานี่ พวกเราเคยจ่าย 20 พวกเราก็จะจ่าย 20 อย่าคิดว่าเป็นร้านใหญ่แล้วจะรังแกกันได้ ไปซะ ไป~!”


    “แก ฝากไว้ก่อนเถอะ วันหน้าเราจะมาเอาคืนเป็น 10 เท่า”


    “ไป~!”


    ตงฟางร้องตะโกนไล่พวกมันให้หนีไป ทว่าเขาก็ไม่ลืมคลานไปกระซิบข้างหูหัวหน้าคนทั้ง 20 จนมันแสดงท่าทางโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยคำพูดนี้ตงฟางไม่ยอมให้ใครได้ยิน เพราะมันจะไม่เป็นไปตามแผน


    “ถ้าคิดว่าแกทำได้ก็ลองดู พวกเรามีหลายวิธีในการทำร้ายแก จำใส่หัวของแกไว้ร้านน้อยหน่า”


    “งั้นก็ไปฟ้องหัวหน้าของแก ไปชิ้ว~!”


    ตงฟางคลานไปนั่งพิงร้านของเขา พร้อมกับมองจ้องผู้คนมากมายมองมายังเขาและเพื่อนอีก 4 คนที่คลานมานั่งพิงร้านด้วยกัน


    “ต้องขอโทษด้วย ร้านน้อยหน่าของเราปิดทำการแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ”


    “ลูกพี่” เป่าและจ้านรวมไปถึงฉานเข้ามากอดตงฟางด้วยความเป็นห่วง ตงฟางกลับเบือหน้าหนีใช้แรงผลักพวกมันออกจากตัวด้วยอาการขนลุกที่ถูกผู้ชายกอดด้วยกัน


    “ออกไป ออกไปชิ้วๆ ร่างของฉันให้แค่สาวๆกอด”


    “ลูกพี่ ลูกพี่ไม่เป็นอะไรนะ”


    “ไม่ เอาล่ะ ยังดีที่วันนี้ไม่มีใครกระดูกหัก เอายาไปโรยตัวไป มันรักษารอยช้ำได้ด้วย”


    ตงฟางให้ยายี่จงกับลูกน้อง เขาก็โรยยาไปยังจุดที่เกิดรอยฟกช้ำไม่ต่างกัน ศิษย์มากมายที่มุงดูล้วนมองจ้องด้วยอารมณ์หลากหลายจากนั้นพวกเขาก็เดินจากไปปล่อยให้คนของร้านน้อยหน่าดูแลกันเอง


    “ตงฟาง เป็นยังไงบ้าง มันจะล้มเหลวไหม” ลู่จิวถามด้วยความสงสัย ใบหน้าที่กำลังบวมเป่งจากการนอนแลกหมัดก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติช้าๆด้วยผลของยายี่จง ทันใดนั้นตงฟางก็ฉีกยิ้มกว้างให้ทุกคนเห็น


    “โอเค แล้วเราต้องโดนเตะอีกกี่วันเนี๊ย”


    “ตอนนี้เหลือ 9 วันที่การประลองเลื่อนลำดับศิษย์จะจัดขึ้นใช่ไหม คาดว่าเราน่าจะถูกเตะอีก 2 - 3 วัน”


    “ลูกพี่ ผมจะไม่ไหวแล้วนะ”


    “ทนๆหน่อย ผ่านจุดนี้ไปได้เราก็จะเจ็บตัวน้อยลงแล้ว”


    ตงฟางหัวเราะพลางนำอาหารออกมาแบ่งคนอื่นๆ ในระหว่างรอฟื้นฟูพละกำลังให้กลับคืนพวกเขาได้กินข้าวพลางมองจ้องผู้คนเดินผ่านไปมา บางคนย่นคิ้วทำหน้าสงสัยว่าพวกเขาไปทำอะไรมาถึงอยู่ในสภาพนี้  บางคนขำ บางคนสงสาร ทันใดนั้นตงฟางได้วางแก้วน้ำที่ยกดื่มเขาก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหย่อนหินวิญญาณลงในแก้วด้วยท่าทางสงสาร


    “ลูกพี่ มีคนให้เงินลูกพี่ด้วย สงสัยจะคิดว่าลูกพี่หล่อ”


    “ไอ้เป่า ถ้าวันหนึ่งแกเห็นผู้หญิงสวยแกจะให้เงินเธอ 1 หินวิญญาณไหม”


    “ทำไมผมต้องให้ด้วยล่ะ”


    “แล้วทำไมเธอต้องให้ฉันด้วยล่ะ ดูจากสภาพตอนนี้คงไม่มีใครคิดว่าฉันหล่อหรอกนะ น่าจะให้เพราะสงสารหรือไม่ก็คิดว่าเราเป็นขอทานในสถาบัน”


    “ฮะ นี่เธอคิดว่าเราเป็นอย่างนั้นเหรอ”


    “พอๆ ช่างมันเถอะ อย่าตอกย้ำอีกเลย อยู่ด้วยกันตั้ง 4 คนดันให้ฉันคนเดียว ให้ตายเหอะ หรือว่าฉันจะเหมือนขอทานจริงๆ”


    ตงฟางถอนหายใจ แม้เขาจะมีรอยช้ำเต็มตัวมันกลับเป็นรอยที่เขายอมให้เกิดขึ้นเท่านั้น พละกำลังของเขาก็ยังไม่หมดเช่นกันเพียงแค่แกล้งบาดเจ็บ สำหรับคนทั้ง 20 ไม่ใช่เรื่องยากสักนิด เขาสามารถล้มพวกมันได้ง่ายๆโดยไม่ให้พวกมันสัมผัสตัวเขาได้ การถูกสัตว์อสูรระดับ 3 ล้อมรอบเขาก็ปะทะมาแล้ว 


    “เอาล่ะ กลับกันเถอะ วันนี้เราจะพักกัน แล้วพรุ่งนี้เราจะมาลุยต่อ”


    —----------------------------------


    เพี๊ยะ~!


    ฝ่ามือของซิงเยียนตบไปยังหน้าของชายคนหนึ่งที่ไม่ยอมจากไป ตอนนี้หน้าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มุงดูเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย หลังจากชาวบ้านเข้ามาร้องตะโกนกล่าวหายายี่จงว่ามันให้ผลข้างเคียงจนพวกเขาเกิดตุ่มแดงเต็มตัว


    เธอใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ ด้วยการขอดูขวดยาบรรจุยายี่จงของทุกๆคน ปรากฎว่ากลุ่มคนทั้งหมดที่นำขวดยายี่จงออกมากลับเป็นของปลอมทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านที่ถูกจ้างพยายามหนี


    ซิงเยียนรู้ดีว่าการค้าขายที่ดีเกินหน้าคนอื่นจะต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เธอจึงออกแบบขวดพิเศษที่มีเฉพาะร้านของเธอขึ้นมา โดยข้างขวดยาเมื่อโดนน้ำร้อนจะปรากฎตราสัญลักษณ์ของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าขึ้นมา ซึ่งทุกคนที่พกขวดยามาร้องตะโกนด่าให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ารับผิดชอบ ไม่มีตราสัญลักษณ์ข้างขวดยาเลยสักคนเดียว


    ถึงอย่างนั้นกลับมีคนเหลือ 10 คน พวกมันไม่ยอมกลับ เธอจึงรู้ได้เลยว่าพวกมันทั้ง 10 เป็นคนของหอประมูลโคมกระจ่างจึงเข้าไปตบสั่งสอน


    “นี่ นี่มัน เจ้าค่าเอ่ย ลูกสาวหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าลงมือตบหน้าคนที่มาร้องเรียนยาของพวกเขา แบบนี้ใครจะกล้ามาซื้อยาของพวกเขาอีก เจ้าค่าเอ่ย~!”


    เสียงของชายที่ถูกตบหน้ายังคงร้องตะโกนไปทั่ว ถึงอย่างนั้นซิงเยียนกลับหัวเราะเยาะแล้วนำยาทั้งหมดที่เธอเก็บออกมาวางบนโต๊ะอย่างดีให้ทุกคนเห็น


    “เอาล่ะทุกคน วันนี้จะเป็นวันที่ร้านของเราเปิดเผยบางอย่างให้ทุกคนดู โต๊ะตัวนี้มียันต์วาดเอาไว้ใต้โต๊ะ มันสามารถตรวจสอบคุณภาพของเม็ดยาได้ทุกชนิด สามารถบอกได้ว่ายาตัวนี้มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ดูเหมือนว่าคนที่ร้องตะโกนใส่หอประมูลของเราจะไม่ยอมง่ายๆ ดังนั้นข้าซิงเยียนจะบอกทุกคนว่า ร้านยาของเราขายยายี่จง ยาทงเทียน และยาเสวียนอู่คุณภาพ 10 ส่วน หากเม็ดยามีระดับต่ำกว่านี้เราไม่นำออกมาขาย แล้วนี่คือยาทั้งหมดที่พวกเราหลอมขึ้นมาจากผู้หลอมยานิรนาม”


    วิ๊ง~!


    แสงสีทองวิ่งอาบไปทั่วเม็ดยาสร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคนไม่น้อย หลังจากเห็นตัวเลขลอยอยู่เหนือเม็ดยาเป็นแสนๆเม็ด มันเป็นเลข 10 ทั้งหมด


    “ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่าเราขายยาคุณภาพ 10 ส่วน สำหรับพวกที่ร้องตะโกน ยาของมันคุณภาพแค่ 7 ส่วนเท่านั้น แล้วสีเม็ดยาของเราก็พิเศษมากๆ เพราะมันจะมีสีคล้ายเลือด ส่วนของชายพวกนี้มีสีแดงเลือด แม้จะคล้ายของพวกเราแต่ก็แยกได้อย่างชัดเจนเมื่อนำมาวางรวมกัน”


    ซิงเยียนอธิบายทุกๆอย่าง ทันใดนั้นคนในหอประมูลของเธอก็วิ่งออกมาจับตัวพวกที่เข้ามาป่วนเพื่อส่งทหาร เธอจะไม่ยอมให้พวกมันหนีไปเหมือนชาวบ้านที่ถูกจ้างมา เพราะพวกมันเป็นคนของหอประมูลโคมกระจ่าง


    “จับพวกมันไปส่งทหาร เราจะทำให้ทุกคนรู้ว่านี่คือผลจากการใส่ร้ายหอประมูลของเรา ข้าซิงเยียนยืนยันว่าเราขายแต่ของคุณภาพดี ไม่มีผลข้างเคียง ขอให้ทุกคนไม่ต้องวิตกกังวลไป หากของเรามีตำหนิหรือผลข้างเคียงจริง เรายินดีชดใช้เต็มกำลัง”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน