สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิจวัตรประจำวันของเยว่ซินได้ลงหลักปักฐานอย่างมั่นคง เช้าตรู่คือเวลาของครอบครัว การเตรียมอาหารที่ดีขึ้น การดูแลปรนนิบัติท่านแม่ และการเล่นกับน้องชาย หลังจากนั้นคือการเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพรเป็ฉากบังหน้า และเมื่อถึง่บ่าย โลกทั้งใบก็จะกลายเป็ของเธอ ณ ถ้ำลับหลังม่านน้ำตก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เธอได้เริ่มต้นเส้นทางของ "นักบ่มเพาะพฤกษา"
สวนผักิญญาลับของเธอให้ผลผลิตรอบที่สองแล้ว คราวนี้ ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจใน "ศิลปะแห่งการบ่มเพาะ" ที่มากขึ้น ผลผลิตที่ได้จึงมีคุณภาพสูงและมีปริมาณมากกว่าเดิมเล็กน้อย กะหล่ำปลีิญญาแต่ละหัวส่องประกายสีเขียวหยกสดใสยิ่งขึ้น หัวไชเท้าหยกก็ดูอวบอิ่มและเปี่ยมไปด้วยพลังงานมากกว่าเก่า
เยว่ซินยืนมองผลผลิตกองโตที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นด้วยความพึงพอใจ แผนการของเธอกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่เธอก็รู้ดีว่านี่เป็เพียงก้าวเล็กๆ เท่านั้น เงินที่ได้จากการขายผักิญญานั้นมากพอที่จะสร้างความสุขสบายให้ครอบครัวได้ในระยะสั้นๆ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเธอ การรักษาท่านแม่ให้หายขาด ยังคงอยู่ห่างไกลออกไป
เธอ้าเมล็ดพันธุ์สมุนไพริญญา
นี่คือเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจนในใจของเธอ เธอต้องเดินทางไปยังเมืองชิงเฟิงอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพื่อขายผลผลิต แต่เพื่อเสาะหาวัตถุดิบที่จะยกระดับ "ธุรกิจ" ของเธอไปอีกขั้น
"ท่านแม่เ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองอีกครั้งนะเ้าคะ" เย็นวันนั้น เยว่ซินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังช่วยแม่พับผ้า "ผักิญญาที่ข้าเคยเจอใน 'แอ่งดินลับแล' นั่นมันงอกขึ้นมาอีกแล้ว ข้าว่าจะลองนำไปขายดูอีกสักครั้ง"
คำโกหกเื่ "แอ่งดินลับแล" ได้กลายเป็เื่เล่าประจำตัวของเธอไปแล้ว แม้ในใจจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่มันก็เป็วิธีที่ดีที่สุดในการอธิบายโชคลาภที่ไม่คาดฝันนี้โดยไม่ทำให้ครอบครัวต้องกังวลใจ
"ไปอีกแล้วรึลูก" เยว่หลานขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเป็ห่วง แม้จะเห็นว่าชีวิตดีขึ้นมาก แต่นางก็ยังคงอดกังวลเื่ความปลอดภัยของบุตรสาวไม่ได้ "คราวที่แล้วเ้าโชคดีนะลูก อย่าประมาทเชียวนะ"
"ข้าทราบดีเ้าค่ะท่านแม่" เยว่ซินยิ้มบางๆ "ข้าจะระวังตัวให้ดีที่สุด อ้อ แล้วข้าว่าจะไปดูด้ายเย็บผ้าดีๆ มาให้ท่านด้วยนะเ้าคะ ด้ายที่บ้านเราเริ่มเปื่อยหมดแล้ว" เธอเสริมเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปเพื่อให้การเดินทางดูสมจริงและเป็เื่ปกติมากยิ่งขึ้น
เยว่หลานพยักหน้ารับอย่างอ่อนใจ นางรู้ดีว่าไม่อาจห้ามความมุ่งมั่นของบุตรสาวได้อีกต่อไปแล้ว "เช่นนั้นก็ รีบไปรีบกลับนะลูก"
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตลาดสดเมืองชิงเฟิง
การกลับมาครั้งที่สองในฐานะผู้ขายทำให้เยว่ซินรู้สึกคุ้นเคยและประหม่าน้อยลง เธอยังคงสวมหมวกฟางใบเก่าและเลือกทำเลที่ค่อนข้างสงบเหมือนเดิม แต่ทันทีที่เธอเริ่มนำกะหล่ำปลีิญญาและหัวไชเท้าหยกที่ส่องประกายสดใสออกมาวางเรียงบนแผง สายตาของผู้คนก็จับจ้องมาที่เธอทันที
ชื่อเสียงเล็กๆ จากการขายครั้งก่อนดูเหมือนจะยังคงหลงเหลืออยู่ พ่อค้าแม่ค้าบางคนจำเธอได้และมองมาด้วยสายตาที่เจือปนด้วยความอิจฉาและความทึ่งระคนกัน
เธอยังไม่ทันจะได้นั่งลงดี ก็มีร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาที่แผงของเธออย่างรวดเร็ว
"แม่หนู ในที่สุดเ้าก็มาเสียที"
เยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็เฉินก่วนซื่อ หญิงวัยกลางคนคนเดิม วันนี้นางยังคงแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมที่ดูเรียบง่ายแต่ประณีตเหมือนเดิม แต่มาพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนที่ดูแข็งแรงและมีพลังิญญาแผ่ออกมาจางๆ
"ท่านเฉินก่วนซื่อ" เยว่ซินเอ่ยทักอย่างนอบน้อม
"ข้ารอเ้ามาหลายวันแล้ว" เฉินก่วนซื่อกล่าว "คุณภาพของผักิญญาจากครั้งก่อนนั้นยอดเยี่ยมมาก นายหญิงของข้าพอใจยิ่งนัก วันนี้เ้ามีของมาเท่าไหร่?"
เยว่ซินนำกะหล่ำปลีิญญาและหัวไชเท้าหยกออกมาวางอย่างละครึ่งหนึ่งของที่เตรียมมา
เฉินก่วนซื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างรวดเร็วแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "คุณภาพยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ดีเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก ตระกูลของเราพอใจมาก" นางคำนวณครู่หนึ่ง "กะหล่ำปลีสิบหัว หัวไชเท้าอีกยี่สิบหัว ทั้งหมดนี่ ข้าให้เ้า ยี่สิบเหรียญเงิน"
เยว่ซินใจเต้นแรง ยี่สิบเหรียญเงิน! นี่คือรายได้ที่มั่นคงและมากมายมหาศาลสำหรับเธอแล้ว! เธอรีบพยักหน้ารับทันที
การซื้อขายจบลงอย่างรวดเร็ว เฉินก่วนซื่อจ่ายเงินแล้วจากไปพร้อมกับบอกว่าจะกลับมาอีกในครึ่งเดือนหน้า ส่วนของที่เหลือของเยว่ซินก็ถูกลูกค้าขาจรคนอื่นๆ ที่จำเธอได้และเฝ้ารออยู่เข้ามาซื้อไปจนหมดอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่แผงว่างเปล่าอีกครั้ง เยว่ซินก็ไม่รอช้าที่จะทำตามแผนการขั้นต่อไป การตามหาเมล็ดพันธุ์สมุนไพริญญา
เธอเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่คุ้นเคย จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้า "ร้านร้อยเมล็ดพันธุ์" ร้านเล็กๆ เก่าๆ ที่เธอเคยมาซื้อเมล็ดผักิญญาในครั้งก่อน
คราวนี้ ชายชราเ้าของร้านไม่ได้หลับสัปหงก แต่กำลังนั่งใช้แว่นขยายส่องดูเมล็ดพืชเล็กๆ ในจานอย่างตั้งอกตั้งใจ
"ท่านลุง" เยว่ซินเอ่ยทักอย่างนอบน้อม
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองเธอช้าๆ "อ้อ แม่หนูคนเดิมที่มาซื้อเมล็ดผักิญญานี่เอง กลับมาอีกครั้งมีธุระอะไรล่ะ? หรือว่าเมล็ดที่ซื้อไปมันไม่งอก?"
"งอกดีเ้าค่ะท่านลุง" เยว่ซินยิ้มบางๆ "วันนี้ข้าอยากจะมาดู เมล็ดพันธุ์สมุนไพริญญาเ้าค่ะ"
ชายชราหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ "สมุนไพริญญารึ? นั่นไม่ใช่ของที่จะปลูกกันได้ง่ายๆ นะแม่หนู มัน้าการดูแลเอาใจใส่และพลังิญญาที่มากเป็พิเศษ"
"ข้าแค่อยากจะลองดูน่ะเ้าค่ะ"
เมื่อเห็นความตั้งใจในแววตาของเด็กสาว ชายชราก็ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินนำเธอไปยังชั้นวางที่อยู่ลึกเข้าไปในร้าน "สมุนไพริญญาระดับต่ำที่ข้ามีอยู่ตอนนี้ก็ไม่กี่ชนิด นี่คือ 'หญ้าเพลิงอัคคี' เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรธาตุไฟ ถุงนี้ราคาสามตำลึงเงิน ส่วนนี่คือ 'เถาวัลย์เกล็ดวารี' เหมาะกับธาตุน้ำ และนี่ "
เขาหยิบถุงผ้าใบเล็กที่สุดที่ดูเก่าที่สุดออกมา "นี่คือเมล็ด 'หญ้าจันทรา'"
เยว่ซินตาโตเป็ประกาย "หญ้าจันทราก็มีเมล็ดขายด้วยหรือเ้าคะ? ข้านึกว่ามันขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น"
"มันก็ขึ้นเองตามธรรมชาติเสียส่วนใหญ่นั่นแหละ" ชายชราตอบ "เพราะมันเป็สมุนไพรที่ปลูกยากที่สุดชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ มัน้าดินที่มีพลังธาตุไม้บริสุทธิ์และไวต่อแสงจันทร์อย่างยิ่ง คนส่วนใหญ่ที่ลองปลูกมักจะได้แต่หญ้าธรรมดาๆ ที่มีแก่นิญญาจันทราเพียงน้อยนิด สู้ไปเก็บเอาในป่ายังจะง่ายกว่า ด้วยเหตุนี้ เมล็ดของมันจึงมีราคาไม่แพงนัก ถุงนี้แค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น"
นี่คือโอกาสทองของเธอ! สิ่งที่ยากสำหรับคนอื่น อาจจะง่ายสำหรับเธอก็เป็ได้!
"ข้าเอาถุงนี้เ้าค่ะ!" เยว่ซินตัดสินใจทันที "ข้าเอาทั้งหมดที่ท่านมีเลย"
ชายชรามองเธออย่างแปลกใจอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาหยิบถุงเมล็ดหญ้าจันทราออกมาอีกสองถุงส่งให้เธอ เยว่ซินจ่ายเงินสามตำลึงเงิน (30 เหรียญเงิน) ไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นี่คือการลงทุนครั้งสำคัญที่จะตัดสินอนาคตของเธอ
เยว่ซินเดินออกจากร้านร้อยเมล็ดพันธุ์ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นยินดี เธอซ่อนถุงเมล็ดพันธุ์และเงินที่เหลือไว้อย่างดีแล้วเตรียมตัวเดินทางกลับหมู่บ้าน
แต่ขณะที่เธอกำลังจะเดินพ้นประตูเมืองชิงเฟิงนั่นเอง สัญชาตญาณที่เฉียบคมขึ้นของเธอก็ััได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
มีคนกำลังมองเธออยู่
มันไม่ใช่สายตาของคนทั่วไปที่มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เป็สายตาที่จ้องมองมาอย่างมีเป้าหมายและไม่ละไปไหน เยว่ซินไม่ได้หันกลับไปมองในทันที เพราะนั่นจะเป็การเปิดเผยว่าเธอรู้ตัวแล้ว เธอแสร้งทำเป็เดินต่อไปตามปกติ แต่ในใจนั้นเย็นเยียบลงในบัดดล
ใครกัน? เธอแอบใช้กระจกทองแดงเล็กๆ ที่พกติดตัวไว้ส่องดูข้างหลังอย่างรวดเร็ว และเธอก็เห็นมัน เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ในชุดชาวบ้านธรรมดาๆ แต่ร่างกายดูสูงใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกัน ท่าทางการเดินของเขาวางท่าโตเหมือนนักเลง กำลังเดินตามเธอมาห่างๆ และเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือหนึ่งในลูกสมุนที่คอยเดินตามหวังหู่เสมอ!
หัวใจของเยว่ซินหล่นวูบ! หวังหู่ส่งคนมาสะกดรอยตามข้า!
ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือการวิ่งหนีเข้าป่า แต่เธอก็ระงับมันไว้ได้ทัน ไม่ได้! เธอบอกกับตัวเอง ถ้าข้าวิ่งหนี เขาก็จะรู้ว่าข้ามีบางอย่างต้องปิดบัง และจะยิ่งสงสัยเื่ในป่ามากขึ้นไปอีก
คำสอนของแม่ดังขึ้นมาในหัว จงเป็สายน้ำ
เยว่ซินตัดสินใจในทันที เธอจะแสร้งทำเป็ไม่รู้ตัวและเดินกลับบ้านตามปกติ นี่คือการแสดงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
เธอปรับลมหายใจให้เป็ปกติ บังคับให้หัวใจที่เต้นระรัวสงบลง แล้วเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอเหมือนทุกครั้ง เส้นทางกลับหมู่บ้านที่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่น่ารำคาญนั้นจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของเธอตลอดเวลา ทุกย่างก้าวเหมือนมีหินหนักๆ ถ่วงอยู่ แต่สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย
เธอเดินเข้าสู่เขตหมู่บ้านเมฆาขจีอย่างเปิดเผย เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงตามมาไม่เลิก เขาแอบซ่อนตัวอยู่ตามมุมบ้านและพุ่มไม้ พยายามทำตัวลับๆ ล่อๆ แต่ในสายตาของเยว่ซินที่มีประสาทััเหนือคนทั่วไปแล้ว การกระทำของเขาช่างดูตื้นเขินและน่าขบขัน
เยว่ซินเดินตรงไปยังกระท่อมซอมซ่อของเธอ ผลักประตูเข้าไปแล้วปิดลงเสียงดัง ปัง
ทันทีที่เข้ามาอยู่ในบ้าน เธอก็รีบวิ่งไปแอบดูที่รอยแตกของผนังไม้ทันที เธอเห็นลูกสมุนของหวังหู่แอบซุ่มดูอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก
มันยังไม่ไป เยว่ซินคิดในใจ มันกำลังรอ รอว่าข้าจะทำอะไรต่อไป
"ซินเอ๋อร์ กลับมาแล้วรึลูก?" เสียงของเยว่หลานดังขึ้น
"เ้าค่ะท่านแม่" เยว่ซินตอบกลับ พยายามทำน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุด "วันนี้ขายของดีมากเลยเ้าค่ะ ข้าซื้อด้ายกับเนื้อกลับมาด้วย"
เธอเริ่มแสดงละครฉากใหญ่ เธอเดินไปที่เตาไฟ ก่อไฟขึ้นมาส่งเสียงดังเป๊าะแป๊ะ ทำทีเป็เตรียมอาหารเย็น คุยกับน้องชายเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย ทุกการกระทำของเธอคือการสร้างภาพของ "ชีวิตประจำวัน" ที่แสนจะธรรมดาและน่าเบื่อ
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม
เด็กหนุ่มที่ซุ่มซ่อนอยู่เริ่มแสดงอาการกระสับกระส่าย เขาคงจะเบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องมาเฝ้าดูเด็กผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งทำอาหารเย็น ในที่สุด เขาก็สบถออกมาเบาๆ แล้วหันหลังเดินจากไปอย่างหัวเสีย
เยว่ซินที่ใช้ประสาทหูคอยเงี่ยฟังอยู่ตลอดเวลา ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่เดินจากไปจนลับหายไปในที่สุด เธอจึงค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พิงประตูไม้อย่างหมดแรง
เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมอยู่เต็มแผ่นหลัง แม้จะไม่มีการต่อสู้ แต่การเผชิญหน้าทางจิตใจครั้งนี้กลับทำให้เธอเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวด
เธอล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบถุงผ้าสามใบที่บรรจุเมล็ดหญ้าจันทราออกมาถือไว้แน่น มันคือความหวังในการรักษาแม่ของเธอ แต่ตอนนี้ เธอกลับไม่สามารถนำมันไปปลูกได้ในทันที
คืนนั้น หลังจากที่ทุกคนหลับไปแล้ว เยว่ซินก็นอนกอดถุงเมล็ดพันธุ์ไว้แน่น เธอนับเงินที่หามาได้ในวันนี้ สี่สิบเหรียญเงิน! มากกว่าครั้งก่อนถึงสิบเหรียญเงินเต็มๆ มันคือผลตอบแทนจากความก้าวหน้าของเธอ แต่ความสุขจากเงินก้อนโตกลับถูกบดบังด้วยความกังวล
กำแพงที่เคยปกป้องความลับของเธอ บัดนี้ได้ปรากฏรอยร้าวขึ้นแล้ว และเธอรู้ดีว่าสายตาของอสรพิษแห่งความอิจฉาได้จับจ้องมาที่ครอบครัวของเธอแล้ว ชีวิตที่สงบสุขที่เธอใฝ่ฝัน ดูเหมือนจะต้องใช้พลังในการปกป้องมากกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากนัก