ส่วนิกวานก็หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ตลอดเวลาเขามองว่าหญิงสาวขี้กลัวผู้นี้มักจะคอยหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หรือคอยก้มหน้าหลบตาผู้คน ไม่คิดว่าการให้เวลาและโอกาสเพียงเล็กน้อยกับนาง จ้าวซือหยางจะสามารถแสดงความกล้าหาญออกมาได้โดดเด่น ตอบคำถามได้ชัดเจน เขาไม่อยากเชื่อแต่ใจก็เอนเอียงไปไม่น้อยว่านางอาจจะเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริง ในเมื่อแม่น้ำสุ่ยซีไม่เคยแห้งเหือด จ้าวซือหยางรู้ได้อย่างไรกันว่ามีสิ่งใดอยู่ก้นบึ้งใต้แม่น้ำ?
เื่เหล่านี้จ้าวซือหยางไม่ได้รู้สึกว่าต้องใช้ความรู้ความสามารถพิเศษเลยสักนิด การขุดลอกคูคลองรณรงค์ไม่ให้ทิ้งของเสียลงแม่น้ำ เป็ความรู้เบื้องต้นที่คนในยุคใหม่ทุกคนล้วนกระทำกันเป็ประจำ ที่มากไปกว่านั้นก็เป็ความรู้จากการเป็นักแสดงตัวประกอบในกองถ่ายภาพยนตร์จีนโบราณ ทำให้นางรู้จักข้าวของเครื่องใช้และวิธีดำเนินงานก็เท่านั้น
"ในแม่น้ำสายเล็กหรือคลองแคบที่น้ำแห้งไปแล้ว พวกท่านก็จะทำการขุดลอกตะกอนดินขึ้นมาได้ง่ายหน่อย แต่กับแม่น้ำสุ่ยซีพวกท่านจะต้องสร้างอุปกรณ์กั้นน้ำเพื่อชะลอความเร็วของกระแสน้ำขึ้นมา มิเช่นนั้นก็อาจจะเกิดอันตรายกับแรงงานได้ง่าย"
เมื่อหญิงสาวอธิบายมาถึงเื่การชะลอน้ำที่ตนได้เห็นวิธีการมาจากฉากในการถ่ายทำ บุรุษทั้งหกคนที่นั่งล้อมรอบโต๊ะก็แทบจะกลั้นหายใจเอาไว้กันตลอดเวลา การใช้เครื่องจักสานมาสานเป็รูปทรงยาว บรรจุก้อนหินขนาดใหญ่แล้วนำไปแขวนกับเสาหลักที่ยึดเรียงกันขวางทางน้ำเอาไว้นั้น แค่ฟังพวกเขาก็คิดตามได้โดยไม่ยากว่ามันสามารถต้านทานกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวให้เบาบางลงจนสามารถส่งคนลงไปอยู่ใต้น้ำได้โดยไม่เกิดอันตราย
"การชะลอความแรงของน้ำสามารถนำมาใช้ในยามนี้ได้พอดีเลย ทหารจากหกกองธงที่องค์จักรพรรดิส่งมา กำลังช่วยกันแบกน้ำไปส่งทางฝั่งตะวันออก หลายครั้งก็เกิดอุบัติเหตุเพราะความแรงของกระแสน้ำทำให้ทหารต้านเอาไว้ไม่อยู่" ว่านหย่วนเจิงเบิกบานกว่าผู้ใด ชีวิตความปลอดภัยของทหารเป็เื่ที่แม่ทัพอย่างตนกังวลมากที่สุด
"ขอบคุณแม่นางจ้าว" แม่ทัพหนุ่มหันมามองจ้าวซือหยางพร้อมกล่าวคำขอบคุณ
"หันกลับไป!!" ิกวานคำรามลั่น ยังดีที่ทุกคนต่างก็รีบก้มหน้าก้มตาหันหน้าหนีไม่ทันได้เห็นความขวยเขินบนใบหน้าแดงก่ำของชายหนุ่ม เขารู้ว่าหญิงสาวรวบรวมสติได้แล้วและไม่ได้นั่งบีบมือจนแดงอีกต่อไป แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขายังไม่อยากให้บุรุษอื่นจ้องมองใบหน้างามนั้น
เป็จ้าวซือหยางที่แอบเหล่ตามองจอมเผด็จการแต่ยังกลัวเกรงอยู่เล็กน้อยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นางรีบอธิบายถึงเื่ที่นึกได้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
"บริเวณก้นแม่น้ำที่แห้งขอด พวกท่านจะเห็นสันดอนดินทรายที่ก่อตัวเป็ร่อง จุดนี้ท่านจะต้องดูทิศทางของมันว่ายังคงวิ่งเป็เส้นตรงทอดไปกับทางน้ำหรือไม่ หากว่าสันดอนใต้น้ำเซาะร่องลึกเปลี่ยนทิศทางไปที่ริมฝั่งอาจทำให้ริมตลิ่งและคันดินเสียหาย จะต้องใช้แรงงานคนในการขุดสันดอนเ่าั้ให้ราบเรียบ ปรับเส้นทางน้ำให้ตรงไปในทิศทางที่ถูกต้อง"
หลังจากการบรรยายอันยาวนาน จ้าวซือหยางก็ยังต้องตอบคำถามจากคนทั้งสามและช่วยตรวจทานเนื้อความที่องครักษ์สามคนบันทึกไว้ให้เรียบร้อย
"เ้าเข้าไปพักในห้องก่อนเถิด" ิกวานสังเกตว่าเสียงของหญิงสาวที่นุ่มเบาอยู่แล้ว เริ่มจะแหบแห้งใบหน้างามซีดเซียวไปเล็กน้อยก็รู้สึกสงสาร
"อีกนิดเดียวเท่านั้นเ้าค่ะ" จ้าวซือหยางกำลังนั่งตรวจทานว่าตนเองได้หลงลืมสิ่งใดไปอีกหรือไม่ จึงอยากรีบจัดการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะถึงเวลากลับไปที่หอจี้อิน
"เข้าไปในห้องเดี๋ยวนี้!!"
สิ้นเสียง ร่างเล็กก็คลานหนีออกไปแทบไม่ทัน นางไม่ต้องคิดสิ่งใดให้มากความ ห้องที่มีม่านสีดำขลิบทองนั้นย่อมเป็เป้าหมายที่ยมทูตกวานกล่าวถึงเป็แน่
"ท่านมหาอุปราช ท่านยังไม่ปักใจเชื่ออีกหรือว่านางคือบุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริง ผ่านมาหลายเดือนจนถึงทุกวันนี้กองทหารทั้ง 7 กองธงยังตามหาครอบครัวหรือคนที่รู้จักนางมาก่อนไม่ได้เลยสักคนนะขอรับ" เจียงเป่าเฉียงตัดสินใจยอมเป็นกที่ยื่นหัวออกมาดูลาดเลาก่อน
ิกวานถลึงตาขวางใส่สหายใต้บังคับบัญชาไปทีหนึ่ง แม้ว่าในใจจะเอนเอียงมาถึง 6 ส่วนแล้วก็ตาม
"หากนางเป็ตัวจริงแล้วอย่างไร ในเมื่อเวลานี้นางก็ไม่ได้บริสุทธิ์แล้ว" ว่านหย่วนเจิงเห็นเจียงเป่าเฉียงรอดตัวไปได้จึงริเริ่มมีความกล้าหาญกล่าวถึงจ้าวซือหยางตามอย่างสหายบ้าง
"ไม่บริสุทธิ์?" ิกวานขมวดคิ้วเป็เชิงถามกลับ
"ก็มิใช่ว่านางเป็สตรีของท่านหรอกหรือ คนเขาลือกันไปทั่วเมือง" ว่านหย่วนเจิงตอบเสียงอ่อย
"ลือกันไปทั่วเมือง? เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยิน"
สองสหายแอบสบตากันอย่างท้อแท้ จะมีผู้ใดขวัญกล้าเทียมฟ้าสูงออกหน้าไปกล่าวถึงเื่ส่วนตัวของท่านต่อหน้าท่านกันเล่าท่านยมทูตกวาน!
เจียงเป่าเฉียงและว่านหย่วนเจิงสลับกันเล่าสาเหตุที่มาที่ไปกันคนละประโยคหวังจะแบ่งโทษทัณฑ์โทสะเอาไว้คนละครึ่ง แต่ยิ่งเล่าคล้ายว่ามหาอุปราชผู้ยิ่งใหญ่กลับยิ่งเผยรอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาจนเห็นได้ชัด ทำให้คนทั้งสองยิ่งหวั่นเกรงถึงความคิดที่ไม่ธรรมดาของสหายผู้เป็นายยิ่งนัก
ิกวานนั้นรู้สึกสดชื่นเป็ที่สุดเมื่อได้รู้ว่าตนไม่ได้ล่วงเกินหญิงสาวที่ตนหมายจะกลืนกินลงท้องไปด้วยร่างกาย แต่เขายังมีโอกาสล่วงเกินนางด้วยชื่อเสียง อย่างนี้ก็นับว่าตนสมชายชาตรีแล้ว!!
จากก่อนหน้าที่นอนไม่หลับกินไม่ได้มาหลายวันเพราะคิดว่าตนอาจจะถูกหยามหยันว่าเนื้อมานอนรอเข้าปากอยู่บนเตียงแต่ตนไม่ได้จับกิน เนื่องเพราะตนเคยสัญญากับตัวเองว่าอย่างน้อยต้องสร้างเขื่อนแก้ปัญหาภัยแล้งให้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะคิดเื่การหาภรรยามาเอาใจมารดา มีข่าวออกมาเช่นนี้เขารู้สึกหายใจคล่องยืดอกได้เต็มส่วนขึ้นมาทันทีเลยทีเดียว!
"เอาล่ะๆ ข้ายอมรับกับพวกเ้าก็ได้ว่าข้าเริ่มคิดว่านางเป็บุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริง แต่แล้วอย่างไรเล่า! เวลานี้นางก็เป็เพียงเทพธิดาตก์เท่านั้น คนเขาจะลือกันอย่างไรก็ปล่อยไปตามสบาย" ิกวานเอ่ยน้ำเสียงปนหัวเราะร่วนอารมณ์ดี
"ตกมาลงท้องท่านสิไม่ว่า" ว่านหย่วนเจิงเผลอสบถด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากไว้แน่น
"เดี๋ยวข้าไปดูเทพธิดาของข้าก่อนก็แล้วกัน พวกเ้าตามสบาย" ิกวานเน้นเสียงอย่างจงใจให้คนบนเรือทุกคนได้ยิน เดินลอยหน้าลอยตาจากไปพร้อมกับความสุขท่วมท้น
..........
จ้าวซือหยางเหม่อมองไปทางนอกหน้าต่าง มองเห็นทหารจำนวนมากกำลังทยอยตักน้ำจากในแม่น้ำสุ่ยซีลำเลียงขึ้นไปเทใส่โอ่งดินใบโตที่วางเรียงรายอยู่้า
"มีคนตกน้ำ! รีบเข้าไปช่วยกันเร็วเข้า!"
ร่างของทหารนายหนึ่งพลัดตกลงไปแม่น้ำ ครู่เดียวกระแสน้ำก็พัดพาร่างของเขาห่างออกจากฝั่งลอยออกไปไกลขึ้นทุกที
ทหารอีกสองคนใช้เชือกที่เตรียมไว้ล่วงหน้าผูกเข้าที่เอวะโลงไปช่วย แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ทหารคนแรกที่ตกลงไปครู่หนึ่งแล้วได้ง่าย จนคนผู้นั้นเริ่มเหนื่อยอ่อน ศีรษะของเขาจมลงไปใต้น้ำพยายามช่วยเหลือตัวเองอยู่หลายครั้ง ผุดหัวขึ้นๆ ลงๆ คล้ายว่าจะจมหายไปได้ทุกขณะ
หญิงสาวมองเหตุการณ์ระทึกขวัญตรงหน้าด้วยหัวใจที่หดหู่สิ้นหวัง พลันคิดถึง่เวลาที่ตนสำลักน้ำอยู่ใต้ทะเลขณะที่กำลังถ่ายทำฉากในละคร เวลานั้นนางไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ขึ้นมาสูดอากาศเบื้องบนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะขาทั้งสองข้างเป็ตะคริว
ในขณะที่ร่างของนางจมดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ นางเห็นเงาร่างของคนที่พยายามว่ายเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่ากระแสน้ำกลับทำให้นางห่างไกลจากคนเ่าั้ออกไปทุกที
ตามบทละครที่ซักซ้อมมานับพันครั้ง หญิงสาวพลิกฝ่ามือสองข้างเป็วงกลมหมายจะควบคุมกระแสน้ำให้ได้อย่างตัวละครที่นางกำลังสวมบทบาทอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาและนางก็หมดสติไปเสียก่อน
จ้าวซือหยางคาดว่านางอาจจะถูกระบุให้เป็ผู้สูญหายในทะเล ไม่มีผู้ใดพบร่างไร้ิญญาของตน และแน่นอนว่าคงจะไม่มีผู้ใดสนใจค้นหาสตรีกำพร้าคนหนึ่งให้เสียเวลาเป็แน่
ิกวานเลิกผ้าม่านสีดำขลิบทองเข้ามาในห้องพักโดยสารบนเรือด้วยฝีเท้าแ่เบา เขาเห็นจ้าวซือหยางนั่งเหม่อมองออกไปด้านนอก มือสองข้างของนางพลิกไปพลิกมาท่าทางแปลกประหลาดอยู่หลายรอบ
"เ้ากำลังทำอะไร"
จ้าวซือหยางตื่นจากภวังค์ความคิด หันมาสบตาเข้ากับชายหนุ่มโดยตรง
"ข้าเห็นคนจมน้ำเ้าค่ะ ข้าแค่ในิดหน่อยเท่านั้น" หญิงสาวรีบตอบอย่างลนลาน
"ออกมานี่!!" ไวเท่าความคิด ิกวานดึงข้อมือข้างหนึ่งของหญิงสาวออกมานอกห้อง มุ่งตรงไปยังท้ายเรือทันที
มหาอุปราชหนุ่มทบทวนความคิดอีกครั้งระหว่างที่กึ่งลากกึ่งจูงหญิงสาวที่ดิ้นรนด้วยความไม่เข้าใจถึงการบันดาลโทสะของยมทูตกวานอย่างกะทันหัน
เมื่อครู่ที่จ้าวซือหยางหันกลับมาสบตาเขา ิกวานเห็นดวงตานางเปลี่ยนเป็สีฟ้าแล้วก็แปรเปลี่ยนกลับเป็สีดำด้วยตาของเขาเอง เมื่อหญิงสาวบอกว่านางใที่เห็นคนจมน้ำ เขาจึงคิดจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง!!