เพียงแค่พวกเขาออกมาพ้นประตูสุสานได้ไม่นาน มิติเอกเทศแห่งนั้นก็พังทลายลง พวกเขาหันหลังกลับไปมองดูการเปลี่ยนแปลงของมัน
ครืด!!!!!
วูบ!!!
เกิดเสียงดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา ประตูทางเข้ามิติแตกออกเป็นเสี่ยงๆพังละลายลงในทันที ไม่นานก็เกิดหลุมดำทะมึนหน้าสยดสยองขึ้นมา แรงดูดมหาศาล ดูดเอาเศษประตูมิติที่แตกกระจายเขาไปในนั้นแล้วหายวับไปกลับตา
เหตุการณ์ใหญ่โตเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวเพียงเท่านั้น! ตรงหน้าของพวกเขาก็ไม่หลงเหลือล่องลอยการคงอยู่ของประตูมิติอยู่อีกเลย มันหลงเหลือเพียงแค่ผนังปิดทึบโง่ๆแห่งหนึ่งเพียงเท่านั้น...
"ไม่อยากจะคิดเลยว่า? หากพวกเราออกมาไม่ทัน สภาพศพของพวกเราจะเป็นเช่นไร!?"ลั่วหนานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น แววตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว คนอื่นๆก็มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก
"ไปกันเถอะ ถึงเวลาออกไปจากที่นี้กันแล้ว" หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบพุ่งทะยานออกไปจากตรงนี้ในทันที ผู้อาวุโสคนอื่นๆเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งทะยานตามไปติดๆ โดยไม่หันหลังกลับมามองข้างหลังอีกเลย....
เมื่อขึ้นมาพ้นจากทะเลสาบ พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในด้านในค่ายกลหมื่นมายานี้ต่อ พวกเขามุ่งตรงออกไปด้านนอกในทันที...
..........................................
"นี่ก็ผ่านไปหกวันแล้ว แต่ท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโสก็ยังไม่ออกมาเลย... หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกลับพวกเขาน่ะ!?..."อิงฮวาเดินไปเดินมาพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยความเป็นกังวล
ตั้งแต่ที่ท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโสเข้าไปในค่ายกลหมื่นมายา นี่ก็ล่วงเลยเขาวันที่หกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพวกเขาจะกลับออกมาเลยแม้แต่น้อย? เหลืออีกหนึ่งวันก็จะครบกำหนดเจ็ดวันแล้ว จะไม่ให้นางเป็นกังวลได้เช่นไร?...
"ศิษย์พี่หญิง! พวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน ข้าเชื่อว่าในเมื่อท่านประมุขตัดสินใจที่จะเข้าไปด้านใน ก็หมายความว่าท่านมีความมั่นใจว่าจะสามารถกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย!"มู่หลางกล่าวขึ้นมาเพื่อให้อิงฮวาคลายความกังวลลง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วงท่านประมุขและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ถึงจะอย่างไรท่านอาจารย์ที่เลี้ยงดูตนและน้องสาวมาก็เข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน แต่ในเมื่อตนเป็นบุรุษเพียงคนเดียวในศิษย์ทั้งสามคนของภูเขาเทพเซียน เขาจึงจำเป็นจะต้องเข้มแข็ง เพื่อที่จะเป็นเสาหลักให้ศิษย์พี่หญิงและน้องสาวของตนได้
"ใช่! เราต้องเชื่อมั่น! พวกท่านทั้งหมดจะต้องกลับออกมาอย่างปลอดภัย! ข้าจะต้องเข้มแข็ง! ข้าจะไม่อ่อนแอเด็ดขาด!"เมื่อได้ยินมู่หลางกล่าวเตือน อิงฮวานางก็เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางก็หยุดเดินไปเดินมา แต่ก็ยังคงจับจ้องไปที่ค่ายกลหมื่นมายาอย่างเฝ้ารอ
"ศิษย์พี่หญิง พี่ใหญ่ ท่านประมุข เหล่าผู้อาวุโส และท่านอาจารย์จะกลับออกมาอย่างปลอดภัยใช่หรือไม่เข้าค่ะ!?"มู่ชิงชิงที่นั่งกอดแขนพี่ชายของตนอยู่บนพื้นเรือ กล่าวถามขึ้นมาด้วยความเป็นกังวล
นางและพี่ชายของนางออกมาจากห้องตั้งแต่สองวันที่ท่านอาจารย์ของนางตามท่านประมุขเข้าไปในค่ายกลหมื่นมายาแล้ว เดิมที่นางเพียงแค่ออกมาสูดอากาศภายนอกเพียงเท่านั้น
หลังจากนั้นจึงจะค่อยกลับไปฝึกฝนต่อ แต่พอนางขึ้นมาถึงชั้นบน กับเห็นศิษย์พี่หญิงกำลังยืนทอดสายตามองไปทางภูเขาหมื่นมายาตรงหน้าด้วยสีหน้าเป็นกังวล
นางจึงได้เดินเข้าไปถามดู ว่าศิษย์พี่หญิงเป็นอะไรหรือไม่? จึงได้รู้ว่าท่านประมุขได้พาเหล่าผู้อาวุโสทุกท่านเข้าไปด้านในนั้น
นางจึงได้กล่าวถามต่อว่า พวกเขาเข้าไปด้านในนั้นทำไมนางถึงต้องเป็นกังวล? แต่พอได้ยินสิ่งที่ศิษย์พี่หญิงเล่าให้ฟังถึงความอันตรายของมันเท่านั้นเหละ!
นางจึงต้องรีบวิ่งแจ้นลงไปที่ชั้นสอง เพื่อเรียกพี่ชายของนางให้หยุดฝึกฝนก่อนแล้วออกมาจากห้อง ด้วยเหตุนี้นางและพี่ชายของนางจึงมารอทุกคนกลับออกมาจากด้านในภูเขาหมื่นมายาเป็นเพื่อนของศิษย์พี่หญิง
"ด้วยความสามารถที่แข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว พวกเขาจะต้องกลับออกมาอย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน!!"อิงฮวาละสายตาจากคายกลหมื่นมายาและหันกลับมามองทางมู่ชิงชิง จากนั้นจึงกล่าวขึ้นด้วยความหนักแน่น
"ใช่แล้ว! พวกเขาจะต้องกลับออกมาอย่างปลอดภัย!!"มู่หลางก็กล่าวตอบน้องสาวของตนด้วยความหนักแน่เช่นกัน
".......ข้าเชื่อพวกท่าน ทุกคนจะต้องกลับออกมาอย่างปลอดภัย!!"เมื่อได้ยินทั้งสองกล่าวออกมาเช่นนั้น มู่ชิงชิงนางก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ใบหน้าเล็กๆของนางค่อยๆคลายความกังวลลง
.........................................
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไหลผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน จวบจนเช้าวันที่เจ็ดมาเยือน สุริยาทอแสงสาดส่อง ลอยโผล่พ้นขึ้นมาจากเส้นขอบว่า หมู่มวลสกุณาส่งเสียงแซ่ซ้อง กระพือปีกไผลบินออกจากรวงรัง
บินถลาเล่นลมขึ้นสู่ท้องนภากว้าง สยายปีกรับแสงแดดเพื่อซับเอาความอมอุ่นเข้าสู่ร่างกาย เป็นการวอมร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกหาอาหาร มาเติมเต็มความหิวสำหรับมื้อเช้าของวันใหม่
"วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ท่านประมุขบอกกล่าวกับข้า หากว่าผ่านพ้นวันนี้ไป เขาและเหล่าผู้อาวุโสยังไม่กลับออกมา ก็ให้ข้าพาพวกเจ้าและทุกๆคนออกจากที่นี้ในทันที จากนั้นก็หาสถานที่ลงหลักปักฐาน..."
อิงฮวากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล สายตาของนางยังคงทอดมองออกไปยังค่ายกลหมื่นมายาด้วยความหวัง นางหวังว่าจะเห็นท่านประมุขและคนอื่นๆเดินออกมาจากข้างในนั้น
"ศิษย์พี่หญิง หากว่าผ่านพ้นวันนี้ไป แต่ท่านประมุขยังไม่พาท่านอาจารย์และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ออกมา พวกเราจะต้องออกไปจากที่นี้ในทันทีเลยหรือเจ้าค่ะ? รอพวกท่านอีกประมาณสองสามวันไม่ได้หรือ?"เมื่อได้ยินศิษย์พี่หญิงของนางกล่าวออกมาเช่นนั้น มู่ชิงชิงนางก็ยิ่งมีสีหน้าเป็นกังวลมากยิ่งขึ้น นางจึงกล่าวถามออกไป
"เฮ้อ~ ข้าก็อยากรอพวกเขาจนกว่าที่พวกเขาจะออกมา? แต่นี่เป็นคำสั่งของท่านประมุข หากว่าผ่านพ้นวันนี้ไปแล้ว ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือเปล่า ท่านประมุขถึงได้กล่าวกำชับกลับข้าเช่นนั้น?"เมื่อได้ยินมู่ชิงชิงกล่าวถามออกมา อิงฮวาจึงกล่าวตอบกลับออกไป
ในตอนนี้นางยิ่งเป็นกังวลมากกว่าเดิม เนื่องด้วยเวลาเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ใกล้จะครบกำหนดที่ท่านประมุขนัดเอาไว้ ตอนนี้นางทำใดเพียงแค่สวดภาวนาขอให้ท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโสออกมาจากค่ายกลหมื่นมายากันโดยเร็ว
"ชิงชิง ศิษย์พี่หญิง อย่าพึ่งกังวลไปเลย ข้าเชื่อว่าท่านประมุขและผู้อาวุโสคนอื่นๆ จะต้องกลับออกมาทันอย่างแน่นอน นี่ก็พึ่งจะเช้าเอง ถึงมันจะเป็นวันสุดท้ายที่ท่านประมุขบอกว่าจะออกมา แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังไม่เลยนัดไม่ใช่หรือ? อีกอย่างตอนนี้ก็ยังเป็นตอนเช้าอยู่ ยังเหลือเวลาอีกมาก มาทานอะไรกันก่อนเถอะ!"
มู่หลางกล่าวขึ้นมา เพื่อไม่ให้ทั้งสองคนเป็นกังวลมากเกินไป ถึงแม้ว่าพวกเข้าจะเป็นจอมยุทธ์ แต่พวกเขาก็ยังไม่ถึงระดับจักรพรรดิ พวกเขาจึงยังถือว่าเป็นมนุษย์อยู่ ยังคงจำเป็นที่จะต้องกินต้องดื่ม เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต
"เฮ้อ~ ขอบใจเจ้ามักมู่หลาง เจ้าเหมาะที่จะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของภูเขาเทพเซียนมากกว่าข้าเสียอีก พอหันกลับมามองที่ตัวข้า!? ข้ากลับไม่มีความสุขุมเอาเสียเลย..." อิงฮวาถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาพร้อมกับยื่นมือไปรับหมั่นโถวจากมู่หลาง
"ศิษย์พี่หญิงอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ท่านก็เพียงแค่เป็นห่วงท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโสเพียงเท่านั้น"มู่หลางกล่าวขึ้นมาเพื่อปลอบใจอีกฝ่าย
"ศิษย์พี่หญิง! พี่ใหญ่! พวกท่านรีบดูนั้นเร็วววว!!!"
...............................