“แกไม่อยู่ห้องหรอ” ทันทีที่เหรียญกดรับสาย นับก็ถามขึ้นมาอย่างเร็ว เขากลับถึงคอนโดตอนห้าทุ่มกว่า เคาะห้องเธอก็ไม่เปิด บิดลูกบิดเธอก็ล็อก รออยู่นานสองนานก็ไม่มีการตอบกลับ
“อื้อ ไม่อยู่ ออกมาข้างนอก” เธอว่าขณะกำลังเดินไปลานจอดรถ
“จะเที่ยงคืนอะนะ”
“ใช่สิ มาเดินตลาดนัดรถไฟ”
“อ้อ ไปกับพี่มา ไอ้ต้องหรอ”
“เปล่า มาคนเดียว”
“ขากลับซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” นับไม่มีทีท่าแปลกใจที่เหรียญบอกว่าไปเดินเที่ยวคนเดียว เธอมักไปไหนมาไหนคนเดียวเสมอ เดินห้างฯ คนเดียว ดูหนังคนเดียว ตามตัวเธอสะดวก
“จะรอกินหรือไง”
“ไม่รอหรอก ค่อยกินวันอื่น ง่วงแล้ว ไปนอนละ บาย” เขากดตัดสายไป
ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่นับกลับไม่นอนแบบที่เขาพูด เขาดูนาฬิกาเป็ระยะ และพิมพ์ไลน์หาเธอตอนเที่ยงคืนครึ่ง
‘ถึงยัง’
ไม่อ่านและไม่มีการตอบกลับ กระทั่งสิบห้านาทีผ่านไป ก็ยังไม่อ่านไม่ตอบ
ในห้องที่ปิดไฟมืด นับพยายามหลับตา คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงไว้ข้างหมอน แต่ไม่กี่วินาทีเขาก็ยกขึ้นมาดู ไม่เป็อันนอน
“ถึงแล้ว” เขารีบพลิกตัวกดอ่านและพิมพ์กลับเธอ
“เค” เหรียญส่งสติกเกอร์รูปนอนหลับกลับมาแค่เท่านั้น แต่มันก็ทำให้นับหลับลงได้จริงๆ อานุภาพของคำว่า ‘ถึงแล้ว’ มีมากกว่าที่คิด
เหรียญตื่นเช้ากว่าทุกวันเนื่องจากวันนี้มีนัดพูดคุยเกี่ยวกับสเก็ตช์คร่าวๆ ของโพรเจกต์ เซ็กซ์ สุข สม ยอม เธอกลับมาถึงห้องใน่บ่าย และลงมือทำงานอย่างจริงจัง เธอมีลำดับภาพในหัว แต่ต้องพบกับปัญหาหนึ่งเมื่ออิริยาบถของ Sub ที่เธอ้าวาดไม่สามารถค้นหาเรฟเฟอร์เรนซ์ฟิกเกอร์จากอินเทอร์เน็ตได้ เธอ้าภาพที่ตรงกับในหัวที่สุดเพื่อไม่ให้สัดส่วนมนุษย์เพี้ยน เหรียญใช้เวลาในการหาภาพนานเกินไปจนรู้สึกสมองตื้อ จึงเปลี่ยนเป็เอาเชือกชิบาริที่เพิ่งส่งถึงมาลองมัดตัวเอง ลองมัดครั้งแล้วครั้งเล่า และแน่นอนว่าเธอพันธนาการร่างกายตัวเองได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น
ท้องฟ้าบอกเวลาพบลค่ำ เหรียญเดินลงมาร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อเบียร์และอาหาร การดื่มเพียงหนึ่งกระป๋องช่วยให้ทำงานลื่นไหลขึ้น แต่เธอกลับซื้อเบียร์กระป๋องยาวมาสองกระป๋อง หวังว่ามันจะจูงใจบางคนได้ พรุ่งนี้เป็วันหยุดของเขาด้วย ถ้าคืนนี้เธอทำตามประสงค์สำเร็จ เธอจะได้วาดรูปยาวๆ สักที
“วันนี้เลิกงานดึกเปล่า” หน้าจอโทรศัพท์นับแจ้งเตือนข้อความขณะเขากำลังขับรถกลับคอนโด เขาอ่านมันโดยไม่ได้เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาตอบ กะจะตอบหลังจอดรถเรียบร้อย
“กินเบียร์กัน” ข้อความที่สองตามมาติดๆ นับเริ่มเอะใจนิดหน่อย
“แต่ถ้าไม่ว่างไม่เป็ไรนะ” ข้อความที่สามมาต่อในทันที เขาว่ามันต้องมีอะไรแล้วแน่ๆ
นับจอดรถตึกแรกแล้วเดินทอดน่องเข้าตึก กดลิฟต์ขึ้นชั้นสิบสอง เขาเหนื่อยล้าเล็กน้อยจากการทำงานและฝ่ารถติดเย็นวันศุกร์กลับคอนโด อยากถอดถุงเท้าทิ้งตัวลงโซฟาเหยียดแข้งเหยียดขาเป็ที่สุด เมื่อถึงห้องเหรียญ นับเคาะประตูไม่นานเธอก็เปิดประตูให้ ในห้องตอนนี้มีเพลงจังหวะ R&B เปิดคลอไปด้วย...เธอกลับลงไปนั่งวาดรูป...นับเข้าไปล้างเท้าในห้องน้ำแล้วออกมานั่งเหยียดขาอย่างใจหวัง
“เฮ้ออออ โคตรเมื่อยเลย รถโคตรติด” เขาบ่นอุบอิบคนเดียว เหรียญลุกจากโต๊ะเขียนแบบ เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาสองกระป๋อง กระป๋องหนึ่งยื่นให้เขา ก่อนจะเปิดอีกกระป๋องในมือ
แกร๊ก!
“ชวนกินเบียร์ต้องมีอะไรแน่ๆ” นับถามไม่วางใจ ปกติจะเป็เขามากกว่าที่ชวนเธอกินเบียร์ เหรียญยักคิ้วให้ทีหนึ่งแล้วหยิบบุหรี่เดินไปที่ระเบียง นับตามเธอออกไป
“มีอะไรบอกได้ยัง” เขาถามขณะยืนเท้าแขนสูบบุหรี่คู่กันที่ราวระเบียง
“มีเื่ให้ช่วยนิดหน่อย ถ้าเป็แกต้องทำได้แน่ๆ”
“ทำอะระ” เขาขมวดคิ้วถาม เขาไม่วางใจมากกว่าเดิมอีก นับยกเบียร์ดื่มหลุบตาลงมองคนข้างๆ อย่างสงสัย
“แกหายเหนื่อยยังอะ”
“ทำอะไร บอกก่อน”
เหรียญแหงนมองเขาแล้วอมยิ้มเล็กๆ ไม่บ่อยนักที่เหรียญจะมีรอยยิ้มมีเลศนัยแบบนี้ เขารู้สึกไม่ไว้ใจรอยยิ้มนั้นเลย
“ขอมัดหน่อย”
“ฮะ!!!” นับเบิกเปลือกตาขึ้นสูง
“ขอมัดหน่อย”
“มัดอะไรของแกวะ”
“ชิบาริ”
“ชะ...ชิบาริอะไร” เขาทวนคำก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอเคยพูดคำนี้กับเขามาแล้ว หรือว่าจะเป็... “เฮ้ย! มัดตัวแบบนั้นน่ะนะ ไอ้บ้า ไม่เอา”
“นะนะนะ” เป็การอ้อนที่ไม่น่าเห็นอกเห็นใจเสียเลย
“แล้วแกจะมามัดฉันทำไม”
“ฉันจะวาดรูป แล้วมุมที่ฉัน้ามันหาในเน็ตไม่ได้ ฉันอยากวาดจากภาพจริงๆ”
“แล้วจะมามัดฉันนี่นะ” นับยังคงเบิกตากว้าง “ไหนว่าเื่พวกนี้ต้องคอนเซนส์ไง”
“อ่า...ฉัน้าความช่วยเหลือ แล้วแกก็เคยช่วยฉันออกบ่อย ตอนฉันกลัววาดฟิกเกอร์มือเพี้ยนแกก็ทำมือให้ฉันวาดตาม รอบนี้ก็คอนเซนส์หน่อยสิ”
“มันไม่เหมือนกันเว้ย ไปเปรียบเทียบกับมือได้ไง” นับมองสายตาเว้าวอนนั้น ปากเธอเริ่มยู่หน่อยๆ “ทำไมไม่ให้ไอ้ต้องหรือพี่มาช่วยวะ”
“ก็แกอยู่ใกล้มือกว่านี่”
“จะไปให้ไกลเดี๋ยวนี้” นับหันหลังจะเดินหนีเข้าห้อง เหรียญรีบคว้ากอดแขนรั้งเขาไว้
“ขอร้องงง นะนะนะ แค่แป๊บเดียว แป๊บบบเดียวจริงๆ สัญญา” เธอกอดแขนเขาแน่น พยายามรั้งและยื่นขอเสนอให้เขา นับััได้ถึงแรงสั่นะเืเบาๆ ที่แขนขณะเธอพูด ร่างกายของเธออยู่แนบชิดเขามาก
“อะอะ” เขาพยักพเยิดคางแสดงท่าทีว่ายอมเธอแล้ว “แป๊บเดียวนะ”
เหรียญยิ้มกว้างพยักหน้าให้เขา รอยยิ้มที่เหมือนดีใจธรรมดาแต่เขารู้สึกว่ามันเป็ยิ้มพิฆาตมีพิษสงไม่น้อย ทว่าเขากลับชอบมัน
นับเผลอกลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอเมื่อเหรียญหยิบเชือกชิบาริออกมา ทักษะในการซื้อของออนไลน์ของเธอนี่เอาเื่ไม่เบา
“ฉันว่าฉันต้องหาซื้อฟิกเกอร์ข้อต่อเยอะๆ ให้แกสักตัว ให้มันทำหน้าที่แทนฉัน” เขาบ่นอุบอิบ
เธอเปิดคลิปวิธีผูกไปด้วย เสียงของคลิปถูกครอบด้วยเสียงเพลงจังหวะ R&B แถบเล่นสีเทาบนวิดีโอทำให้เขาพอเดาได้ว่าเธอเคยเปิดดูมันก่อนหน้านี้
“ถ้าเจ็บบอกฉันนะ” เหรียญบอกนับเมื่อเธอกำลังจะเริ่มผูก
“เอาเลย...ฉันมันเป็สนามอารมณ์ของแก” เขายังคงพูดเย้าเธอเรื่อยๆ
เธอผูกเขาในท่ายืนไขว้หลัง ถึงเธอจะฝึกการผูกเงื่อนมาพักใหญ่ แต่ด้วยความไม่ชำนาญผสมกับกลัวทำเขาเจ็บ เธอจึงผูกผิดๆ ถูกๆ บ่อยครั้ง
เชือกยาวถูกล้อมรัดบริเวณหน้าอก คอ หลัง และมือ นับไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องถูกมัด แต่การถูกเชือกพันธนาการไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด กลับกันการถูกัั ถูกเชือกรัดดึง เสียงลมหายใจระยะใกล้ของเธอ กอปรกับเพลง R&B ที่ให้จังหวะเชื่องช้าระคนกระแทกกระทั้น กลับให้ความรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด เขาลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลา
เหรียญพันธนาการจนมาถึงจังหวะที่เธอต้องดึงเชือกผ่านหว่างขาของเขา เธอรู้สึกว่าใบหน้าร้อนฉ่าเมื่อต้องวนเวียนอยู่บริเวณนั้น นับก็ไม่ต่างกัน เขาเสียววูบไร้ทางปัดป้อง เชือกเกี่ยวพันเกือบทุกส่วน ร่างกายเขากระตุกเกร็ง ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อเชือกเลื่อนผ่านจุดอ่อนไหว พยายามแข็งใจอย่างมากไม่ให้สัญชาตญาณอันยากจะควบคุมขืนเกร็งขึ้นมา ยิ่งเห็นเสี้ยวใบหน้าเธอที่เป็อิมเพรสชันของเขาแล้ว นับยิ่งต้องตั้งสติสุดขีด
“อะ...เอ่อ...เสร็จแล้ว แกเจ็บไหม” เหรียญถามตะกุกตะกัก การอยู่กันในสภาพนี้ช่างล่อแหลมเสียจริง ยิ่งเพลง R&B ที่ตั้งใจเปิดบิวท์อารมณ์เซ็กซี่ตอนทำงาน ตอนนี้เหมือนมันจะทำหน้าที่ของมันได้ดีเกินไป
“หึ” นับตอบสั้นๆ ั์ตาเขาที่มองมาแตกต่างไปจากทีแรก มันเชื่อมเป็ประกายและ...เซ็กซี่
“ฉะ...ฉันขอจัดท่านะ” เหรียญพูดแล้วก็อายปากตัวเอง ‘จัดท่า’ เป็วลีสองแง่สองง่ามเหลือเกินในบริบทนี้
“อื้อ”
“ขอถ่ายรูปด้วยนะ”
“ถ่ายรูปด้วยหรอ” เสียงนั้นแ่เบา แหบพร่า
เหรียญแอบกลืนน้ำลายน้อยๆ ไม่ให้เขาทันสังเกต เธอพยักหน้าตอบเขา สายตานับตอนนี้ทำให้เธอหายใจติดขัด มันหายใจไม่ทั่วท้อง ปั่นป่วนไปหมด
“ฉันจะรีบถ่ายมุมที่้าให้เร็วที่สุด...เอ่อ...แกปิดตาดีไหม จะได้ไม่เขิน” เพราะฉันเขินสายตานั้นมากจนสติจะกระเจิงหมดแล้ว เธอคิด
นับพยักหน้าอนุญาต เหรียญจึงเดินไปหยิบผ้าพันคอซาตินมาผูกปิดตาเขาจากด้านหลัง นั่นทำให้นับรู้สึกว่าเขาคิดผิดมหันต์ เมื่อดวงตาคู่นั้นถูกปิดกั้นจากสิ่งรอบตัว มันกลับยิ่งทำให้เขามีสมาธิจดจ่ออยู่เพียงที่เธอ คิดแต่ว่าเธอจะทำอะไรกับเขาบ้าง เธอจะมองส่วนไหนของเขา นับตื่นเต้นหายใจลึกแรง เหมือนร่างกายมันเรียกหาให้เธอััเขาทั้งที่เขาพยายามไม่คิด
เหรียญจัดร่างกายนับและถ่ายภาพตามอิริยาบถที่เธอ้า ไม่ว่าจะเป็ท่านั่ง นอน ยืน นับผู้ถูกพันธนาการอยู่ตัวโอนเอนไปตามการควบคุมของเธอ เขาเสียววาบตลอดเวลาที่อยู่ในความมืด มันตื่นเต้น ลุ้นระทึก
“สนามอารมณ์จริงๆ” เขาพยายามพูดเล่นทั้งที่จิตใจว้าวุ่น และเริ่มไม่เล่นขึ้นทุกที
เหรียญถ่ายรูปมุมที่เธอ้า ใจเธอเต้นโครมคราม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมองร่างกายเขาอย่างจงใจ เมื่อรู้ว่าเขาไม่เห็นเธอด้วยแล้ว สายตาเธอยิ่งดูจะจาบจ้วงจู่โจมไปทั่วทุกส่วน หน้าท้องเรียบแข็งที่ถูกตรึงด้วยเชือก สะโพกสอบ และส่วนที่นู่นขึ้นมานั้น...เหรียญสะบัดหน้ารัวและแรง เป่าลมหายใจออกจากปากยาวๆ เธอทำมันอย่างเงียบที่สุด
“ฉันแกะเลยนะ”
“อื้อ” นับตอบเสียงทุ้มในลำคอ ความรู้สึกอัดแน่นยังไม่คลี่คลาย มันอัดแน่นเสียยิ่งกว่าโดนเชือกมัดเสียอีก
เหรียญแกะผ้าพันคอออกจากตาเขา แล้วจึงไล่คลายปมเชือกทีละเปลาะ นับตัวขยับเล็กน้อยตามแรงดึง เธอที่กำลังปลดปล่อยเขาจะรู้สึกอย่างไรอยู่นะ
เชือกปมสุดท้ายถูกปลดออก เหรียญโยนมันพาดไว้แถวนั้น เธอมองต้นแขนของนับ การถูกมัดเป็เวลานานทิ้งรอยเชือกไว้ที่ต้นแขนของเขา เธอรู้สึกผิดที่ทำเขาเจ็บ แต่รอยนั้นช่างเซ็กซี่สำหรับเธอ เหรียญถ่ายภาพนั้นเก็บไว้ก่อนจะลูบมันเบาๆ
“แกเจ็บไหม ฉันขอโทษนะ” นับแทบจะไม่สนใจสิ่งรอบตัว เขาสนใจเพียงเสียงเล็กที่ถามเขา มือบางที่ลูบไล้แขนเขาแ่เบา ััเบาแต่กลับเร้าเขาได้อย่างหนักหน่วง เขาจ้องมองเสี้ยวหน้าเหรียญด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม
เหรียญไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ เธอจึงแหงนขึ้นมอง และเธอก็ได้เผชิญกับสายตาลึกซึ้งยั่วยวนที่มองมา เหมือนเขากำลังใช้สายตาคู่นั้นโลมไล้เธอ
นับเอียงคอโน้มใบหน้าเข้าหาเหรียญ เธอหลับตาเผยอริมฝีปากรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ัันุ่มจากเขาประทับลงมา ปลายจมูกเบียดเสียดแก้ม กลิ่นน้ำหอมเคล้ากลิ่นบุหรี่จางๆ นับขบเม้มริมฝีปากเธออย่างนุ่มนวล ก่อนจะเพิ่มความเร่าร้อนด้วยการแทรกลิ้นพันพัวกับลิ้นของเธอ เขาเอียงคออีกด้านและรุกริมฝีปากเหรียญหนักขึ้น มือโอบรอบเอวดึงเหรียญเข้าแนบชิดตัว จูบของนับดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากบดขยี้ไม่อ่อนโยนแบบแรกเริ่ม เขากำลังจะหลอมละลายเธอ เหรียญรู้สึกตัวเบาหวิว ปลายเท้าที่เขย่งขึ้นหาเขาเริ่มไม่มีแรงยืน แขนเล็กโอบรัดรอบคอเขาไว้ไม่ให้ตัวเองล้ม ร่างกายถูกเร้าด้วยจูบดุๆ ฝ่ามือที่ลูบไล้ไปทั่วหลังส่วนล่าง ผ้าเสียดสีกับผิวปลุกอารมณ์กระสันจนเธอเปล่งเสียงครางอื้อในลำคอ
นับไม่อาจต้านสัญชาตญาณของเขาได้อีกแล้ว ส่วนนั้นขืนเกร็งเต็มที่ และมันกำลังเรียกร้องหาเธอ