ดวงจันทร์ค้อนควัก ก่อนก้าวลงจากรถไปยืนกอดอกมองป่าละเมาะข้างทางอย่างรอฟังแบบไม่เต็มใจ
“มีอะไรก็รีบว่าไปสิ”
“เอ่อ...คือ...”
แค่คิดว่าจะพูดความในใจออกไปทิมก็เริ่มติดอ่าง เหงื่อซึมออกมาเหมือนตอนทำงานหนัก นี่ถ้าหน้าเขาขาวกว่านี้ก็คงจะเห็นว่ามันแดงเรื่อไปหมด
“เอ้า มีอะไรก็รีบพูดมาสิ”
ดวงจันทร์ขึ้นเสียงอย่างไม่เห็นใจคนที่ไม่เคยบอกรักผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต
“เอ่อ...คือพี่...พี่รักจันทร์”
ทิมหลุดปากออกไปจนได้
ดวงจันทร์กราดสายตาดูถูกแบบเปิดเผยกลับมามองอย่างหมดความอดทน
“เชอะ น้ำหน้าอย่างนี้เหรอมาบอกรักฉัน ลองตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาของตัวเองเสียบ้างสิ จะได้รู้ว่าตัวเองเป็ใคร ทุเรศ แค่หาข้าวสารกรอกหม้อให้ครบวันละสามมื้อยังลำบาก แล้วสะเออะจะมารักผู้หญิง”
ดวงจันทร์ใส่เป็ชุด
ถ้าหากหน้าของทิมมันขาว ที่เห็นแดงๆเมื่อครู่ก็คงเปลี่ยนเป็ขาวเผือดเมื่อได้ฟังวาจาของหญิงสาวที่ตนหลงรัก
“จันทร์ ทำไมพูดกับพี่อย่างนี้”
“ก็มันจริงนี่ ขนาดพี่ชาญลูกกำนันชัยมาตามจีบฉันยังไม่สนใจเลย แล้วนับประสาอะไรคนที่มีฐานะเกือบจะเทียบเท่ากับขอทานอย่างพี่”
หน้าของทิมเขียวคล้ำขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธจัด
“มันจะมากไปแล้วนะจันทร์ เอ็งมันก็แค่ลูกคนงานรับจ้างเหมือนกันนั้นแหละ ถ้าหากไม่ถูกเ้าของไร่โกสุมเอาไปชุบเลี้ยงก็ต้องมีสภาพไม่ต่างกับพี่หรอก”
“ แต่ที่เป็อยู่นี้ ฉันดูดีกว่าพี่ และมีสิทธิ์เลือกผู้ชายที่ดีและรวยกว่าพี่มาเป็ผัว”
ดวงจันทร์เน้นคำกระแทกเสียงใส่หน้า
ทิมตวัดมือหยาบหนาจับลำแขนกลมกลึงของหญิงสาวบีบแรงแล้วตะคอกถาม
“แล้วที่ผ่านมาล่ะ จันทร์ยิ้มกับพี่ จันทร์คุยกับพี่มันหมายความว่าอะไร”
“แค่นั้นก็คิดว่าเขารักแล้วเหรอ โง่ชะมัด”
หญิงสาวลอยหน้าเย้ยหยันเขา
“จันทร์เห็นพี่เป็แค่ไอ้โง่ จันทร์หลอกพี่มาตลอด”
ทิมคำรามลั่นด้วยความโกรธ
“ใช่ ไอ้โง่ๆๆๆๆๆ แล้วยังคิดเหรอว่าฉันจะเอาไอ้โง่มาทำผัว”
ไม่ทันจบคำพูดสบประมาทรุนแรงนั้นดีร่างของดวงจันทร์ก็เซถลาไปตามแรงฉุดกระชากของทิมที่ลากเธอลงจากขอบถนนลุยเข้าไปในปาละเมาะที่รกเรื้อ
“ปล่อยน่ะพี่ทิม จะทำบ้าอะไรน่ะ”
ดวงจันทร์ร้องลั่นด้วยความใ
“จะทำให้เอ็งเห็นไงล่ะ ว่าไอ้คนโง่คนนี้มันจะเป็ผัวเอ็งได้ยังไง”
ทิมโต้ตอบในขณะที่ยื้อยุดร่างของดวงจันทร์พาเข้าป่าลึกไปเรื่อยๆ
“ปล่อยน่ะ พี่จะทำบ้าๆอย่างนี้ไม่ได้”
หญิงสาวขู่ฟ่อทั้งที่เห็นๆว่าไม่มีปัญญาจะช่วยเหลือตัวเองได้