ภาพนี้ทำให้ศิษย์ทั้งกลุ่มที่บาดเจ็บอยู่เกิดอาการโมโหขึ้นเพราะอะไร? ลู่หลินในสายตาของมันคือเทพธิดาด้วยใบหน้ารูปร่างทุกๆอย่างมันงดงามจนเกินบรรยายและพวกมันเองก็คอยทำดีเอาใจลู่หลินมาโดยตลอดโดยหวังให้ลู่หลินหันไปสนใจพวกมันบ้างแต่กระนั้นพวกมันก็ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้จับมือ แต่ตอนนี้....ชายหนุ่มที่เพิ่งโผล่ออกมาได้ไม่นานกลับลูบไล้ใบหน้าของคนที่มันหมายปองโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น
''บัดซบ! เจ้า...เจ้าบังอาจ...''
''หุบปาก! หากยังพูดมากข้าจะฆ่าเจ้าซะ ส่วนเจ้ามาจากสำนักไหนตอบมาได้แล้ว''หลินเฟยตวาดเสร็จก็หันไปถามลู่หลินอีกครั้ง ตอนนี้หลินเฟยไม่ได้แตะต้องลู่หลินอีกต่อไปถึงลู่หลินจะงดงามมากเพียงใดก็ตามแต่มันก็เหมือนกับหนิงฮวากับหนิงเอ๋อ หากไม่มีความรู้สึกที่สร้างร่วมกันหลินเฟยก็ไม่สนใจ
''พวกข้ามาจากสำนักกระบี่พิรุณ พวกข้ามาที่ป่าแห่งนี้เพื่อบางอย่าง''ลู่หลินพูดโดยที่นางไม่กล้าสบตาหลินเฟยหัวใจของลู่หลินกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ
''สำนักกระบี่พิรุณ? น่าสนใจ...''หลินเฟยเดินผ่านไปซะเฉยๆในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ
''เดี๋ยวก่อนคุณชาย ทะ...ท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่''ลู่หลินลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกไปเพราะกลุ่มของนาง...มันคงไปต่อไม่ไหวแล้วและนางเองก็ไม่สามารถกลับไปมือเปล่าได้
''ศิษย์น้องเจ้าไปกับมันไม่ได้ มันไม่ใช่คนดี''
''...''ทุกคนในกลุ่มต่างประท้วงเสียงแข็งแต่พวกพวกจะไปทำอะไรได้ ด้วยร่างที่บาดเจ็บกันทุกคนอย่างมากที่สุดพวกมันควรจะหาทางกลับไปที่สำนักแล้วรักษาตัวเองจะดีกว่า
''ได้สิ แต่ข้าให้เจ้าไปกับข้าได้แค่คนเดียวส่วนคนอื่นหากตามมาข้าจะฆ่ามัน''หลินเฟยพูดจบก็ออกเดินต่อการที่ลู่หลินตามมาด้วยไม่ใช่เรื่องไม่ดีเพราะดูจากคนอื่นที่ต้องการให้ลู่หลินหนีไปคนเดียวในตอนแรกแล้วมันแสดงให้เห็นว่าลู่หลินมีฐานะในสำนักค่อนข้างสูงหลินเฟยจึงใช้โอกาสนี้สร้างบุญคุณเอาไว้
''ตกลงข้าจะไปกับคุณชาย ส่วนศิษย์พี่ทุกท่านกลับไปที่สำนักแล้วบอกพ่อของข้าด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงข้า''ลู่หลินวิ่งตามหลินเฟยไปทันทีนางไม่ได้กลัวว่าหลินเฟยจะทำอะไรกับนางเพราะถ้าหากหลินเฟยต้องการจริงๆหลินเฟยคงทำไปนานแล้ว
''คุณชายท่านมาทำอะไรในป่านี้''ลู่หลินถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบเพราะตลอดทางหลินเฟยเงียบตลอดและของตัวลู่หลินเองก็ไม่ธรรมดาด้วยอายุ17ปีแต่นางกลับมีลมปราณขั้นก่อเกิดขั้นที่1
''ข้ามาทำภารกิจกำจัดงูสายฟ้าหนะ อืม...ว่าแต่เจ้าเถอะทำไมไม่จัดการกับสัตว์อสูรตัวนั้นด้วยตัวเจ้าเองลมปราณของเจ้าก็ไม่ได้น้อย หากเจ้าลงมือคนในกลุ่มคงไม่บาดเจ็ด''ฉับพลันลู่หลินก้มหน้าลงต่ำด้วยความอายไม่ใช่นางไม่อยากสู้ต่อนางออกไปสู้ไม่ได้
''ขะ...ข้าไม่มีวิชาอะไรติดตัวเลย...''หลินเฟยถึงกับหยุดเท้า ด้วยระดับลมปราณขนาดนั้นแต่กลับไม่มีวิชาติดตัวแล้วด้วยฐานะของนางตามที่หลินเฟยคิดมันไม่มีทางเป็นไม่ได้เลย
''ข้าลืมบอกท่านไป ที่ข้าไม่มีวิชาเลยเพราะข้ากำลังฝึกอยู่แต่มันยากมาก...''หลินเฟยพยักหน้าแล้วออกเดินต่อหากเป็นแบบนั้นคงเป็นวิชาที่น่ากลัว
''แล้วเจ้าเข้ามาหาอะไรในนี้''หลินเฟยถามออกไปจนทำให้ลู่หลินชะงักฝีเท้าลง นางทำท่าทางลังเลก่อนจะพูด
''ข้ามาหาสมุนไพรบางอย่างในวิหารเพื่อนำกลับไปช่วยท่านพ่อของข้า เดิมทีข้าคิดว่ากลุ่มที่นำมาแข็งแกร่งแต่ไม่คิดเลยว่าแค่สัตว์อสูรตัวเดียวก็จัดการไม่ได้''หลินเฟยยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นเพราะศิษย์ในสำนักไม่น่าจะอ่อนแอขนาดนี้ แต่ไม่นานลู่หลินก็ช่วยให้หลินเฟยตาสว่างขึ้นมา
''คุณชายท่านไม่ต้องสงส���ยไปหรอก ที่ข้ามาที่นี่มีเพียงส่วนน้อยที่รู้แล้วถ้าหากข้านำคนที่แข็งแกร่งในสำนักมาพ่อของข้าจะต้องรู้เรื่องแล้วไม่ให้ข้ามาแน่นอน''หลินเฟยส่ายหัวนี่มันเด็กที่หนีออกจากบ้านชัดๆเลย
''แล้วเจ้ามั่นใจได้ยังไงว่าเจ้าจะได้ของตามที่เจ้าต้องการ''
''คุณชายอาจจะไม่รู้แต่ที่นั่นมันมีสมุนไพรหายากมากมายหลายชนิดนอกจากนี้มันมีที่ยังไม่พบเจออีกด้วยเพียงแต่สมุนไพรแต่ละต้นเราต้องใช้วาสนาอย่างมากในการพบเจอและวิหารแห่งนี้ค่อนข้างแปลกอย่างมากเมื่อก้าวเข้าไปแล้วพลังฝึกตนของทุกคนจะโดนผนึกเอาไว้นั่นเท่ากับว่าทุกคนที่เข้าไปมีความแข็งแกร่งเท่ากันและถึงจะเห็นข้าเป็นแบบนี้ก็เถอะร่างกายของข้าแข็งแกร่งกว่าคนอื่นมาก''ลู่หลินตีอก?ที่แทบไม่มีของตนจนทำให้หลินเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ
''ไปกันเถอะข้าเองก็มีเวลาไม่มากเหมือนกัน''หลินเฟยเดินไปเรื่อยๆขณะพยายามหลบหลีกสัตว์อสูรต่างๆจนกระทั่งบริเวณที่หลินเฟยมาถึงไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลย ที่นี่โล่งและมีที่พักแรมตั้งอยู่เป็นจุดๆห่างกัน
''หืม...เราเดินอ้อมกันดีกว่า''หลินเฟยเปลี่ยนเป้าหมายเพราะได้ยินคำว่าสมุนไพรมากมาย ไม่แน่ว่าในวิหารหลินเฟยอาจจะเจอสมุนไพรโลกาวิบัติก็ได้ แต่ถ้าหากไม่เจอก็ไม่เป็นไรหลังจากออกมาค่อยไปทำภารกิจต่อ
''อืม''ลู่หลินในตอนนี้กลับไม่พูดอะไรมากพร้อมๆกับสีหน้าที่ไม่สู้ดีของนาง
''ไปกันเถอะ''หลินเฟยไม่ถามอะไรพลางเดินนำออกไป ไม่นานหลินเฟยก็มาถึงวิหารที่หลายๆคนต่างพูดถึงมันไม่ได้มีขนาดใหญ่อย่างที่หลินเฟยคิดเอาไว้เลยหากให้พูดมันมีขนาดพอๆกับบ้านที่หลินเฟยได้รับมาและในขณะที่หลินเฟยกำลังจะก้าวเข้าไปด้านใน
''หยุดก่อน พวกเจ้าเป็นศิษย์จากสำนักไหน''กลุ่มคน5คนได้เดินออกมาจากวิหารพอดี
''สำนักมังกรอักขระ''หลินเฟยตอบเพียงสั้นๆแต่มันทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วทันที
''ไหนป้ายของเจ้าเอาออกมาให้ข้าดู''หลินเฟยทำตามจากนั้นอีกฝ่ายก็หัวเราะพร้อมกับดูถูกหลินเฟย
''เจ้าเป็นเพียงศิษย์สายนอกแต่กล้ามาที่นี่ เหอะ เหอะ แล้วเจ้าที่เห็นข้าแล้วทำไมถึงไม่ทำความเคารพข้าคือศิษย์สายในของสำนักมังกรอักขระ...ก้มหัวของเจ้าลงซะ''เดิมทีก็ไม่มีความรู้สึกดีๆกับสำนักอยู่แล้วแต่ในเมื่อมาเจอแบบนี้เข้าอีกมันทำให้หลินเฟยไม่แยแสกับสำนักนี้ทันที