“แค่่เช้าอย่างเดียวก็เก็บชิ้นส่วนสัตว์อสูรมาได้มูลค่าประมาณหกพันหกร้อยเหรียญแล้ว”
“ถ้ายังรักษาความเร็วระดับนี้ได้อยู่ ่บ่ายก็น่าจะกอบโกยได้ไม่น้อยวันนี้น่าจะล่าชิ้นส่วนสัตว์อสูรได้มูลค่าเกินหมื่นเหรียญแน่ๆ”
เมื่อพูดถึงเื่นี้แม้เจียงจืออวี๋จะมีนิสัยสุขุมมั่นคงแต่ที่มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะประดับไปด้วยรอยยิ้ม
มือของเธอยังคงขยับไม่หยุดคอยพลิกย่างขาหลังของเสือดาวลายขาวต่อไป
ไป๋ฉางเซิงหมอบนิ่งอยู่ข้างๆพลางฟังเจียงจืออวี๋พูดแต่สายตาของเขากลับไม่เคยละไปจากขาเสือดาวนั่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว
รายได้วันเดียวเกินหมื่นหนึ่งเดือนก็คือสามแสนเหรียญ
ลองคิดดูว่าพ่อกับแม่ของเจียงจืออวี๋ต้องทำงานงกๆในโรงงานแทบตายกว่าจะครบเดือนทั้งสองคนรวมกันยังหาได้แค่ประมาณหนึ่งหมื่นเหรียญเท่านั้น
รายได้ของทั้งสองฝ่ายเรียกได้ว่าอยู่คนละระดับกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขตทุ่งร้างจะมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า‘แดนขุดทอง’
อย่างไรก็ตามแม้รายได้ในทุ่งร้างจะสูงลิบ แต่มันก็เป็อาชีพที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปหากดวงกุดไปเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่มีระดับพลังสูงกว่าตนเองผลลัพธ์ส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยการดับสูญ
การที่ทั้งสองคนสามารถลุยในเขตนี้ได้อย่างราบรื่นส่วนใหญ่เป็เพราะต้องพึ่งพาความสามารถในการประเมินระดับความแข็งแกร่งและทิศทางของสัตว์อสูรจากไป๋ฉางเซิงนั่นเอง
“กินเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้เริ่มทำงานกันต่อ”
“ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เราต้องกลับไปที่เมืองผู้ฝึกยุทธ์”
เจียงจืออวี๋ฉีกเนื้อส่วนหนึ่งออกมาจากขาเสือดาวก่อนจะส่งส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ไป๋ฉางเซิง
ในยามค่ำคืนสัตว์อสูรในทุ่งร้างจะยิ่งทวีความบ้าคลั่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหลายตัวจะยอมออกจากอาณาเขตของตัวเองเพื่อออกล่า
ทีมที่มีสมาชิกหลายคนมักจะผลัดกันเฝ้ายามเพื่อพักผ่อนแต่พวกเขามีกันแค่คนหนึ่งคนกับงูหนึ่งตัวหากจะสลับเวรกันก็ต้องยอมเสียเวลาพักผ่อนไปมหาศาล
ในเมื่ออยู่ไม่ไกลจากเมืองผู้ฝึกยุทธ์สู้กลับไปพักผ่อนที่นั่นจะดีกว่า
แถมยังจะได้เอาชิ้นส่วนสัตว์อสูรพวกนี้ไปขายเพื่อซื้อยาพลังเืเพิ่มด้วย
หากไม่มียาพลังเืคอยให้พลังเืเสริมความเร็วในการฝึกฝนของเจียงจืออวี๋ก็จะช้าลงมากเธอจึง้ายาพลังเือย่างเร่งด่วนเพื่อกลับเข้าสู่สภาวะการฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกครั้ง
ไป๋ฉางเซิงไม่มีความเห็นค้านเื่นี้เขาอ้าปากงับก้อนเนื้อหนักสิบกว่าชั่งแล้วกลืนลงท้องไปทั้งชิ้น
เนื้อที่ปรุงสุกแล้วรสชาติดีกว่าเนื้อดิบๆอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากที่กำจัดกลิ่นคาวเืออกไปแล้ว
แม้ตอนนี้ไป๋ฉางเซิงจะไม่รังเกียจกลิ่นคาวนั่นแต่ในเมื่อเลือกกินแบบสุกได้ แล้วจะกินแบบดิบๆ ไปทำไมกัน?
ถึงแม้เขาจะเป็งูแต่จิติญญาภายในยังคงเป็มนุษย์
นิสัยชอบกินเนื้อดิบแบบนั้นมีไม่ได้เด็ดขาดเผื่อวันหน้าเขากลายเป็าาอสูรแล้วจำแลงกายได้ขึ้นมาแต่ดันแก้นิสัยนี้ไม่ได้จะทำยังไง?
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินเสือดาวลายขาวระดับทหารอสูร ได้รับค่าพลังเื6.2 ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 1.3]
ขณะที่กำลังลิ้มรสเนื้อเสือดาวไป๋ฉางเซิงเพียงขยับความคิด หน้าต่างสถานะก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
ใน่เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่เพียงแค่ค่าพลังเืจะพุ่งทะยานขึ้นไปถึงห้าร้อยจุดแม้แต่แต้มวิวัฒนาการเขาก็สะสมไว้ได้เกือบแปดสิบแต้มแล้ว
ส่วนในสายวิวัฒนาการเขาเพิ่งอัปเกรดเสริมพลังการย่อยเพิ่มไปอีกหนึ่งระดับหาก้าจะอัปเกรดขึ้นไปอีก ขั้นต่อไปต้องใช้แต้มวิวัฒนาการสูงถึงหนึ่งร้อยแต้มซึ่งไป๋ฉางเซิงยังมีไม่ถึง
ส่วนสาขาอื่นนั้นก่อนหน้านี้เขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในเมือง อัปเกรดไปก็ไม่ได้ใช้สู้เก็บหอมรอมริบเอาไว้รออัปเกรดใหญ่ในการวิวัฒนาการครั้งที่สี่จะดีกว่า
ทว่าตอนนี้เมื่อมาถึงทุ่งร้างแล้วหากยังขี้เหนียวแต้มอยู่อีกก็คงดูไม่ค่อยเข้าท่าการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้คือสิ่งสำคัญ
ไป๋ฉางเซิงขยับจิตเพียงเล็กน้อยเริ่มอัปเกรดและเปิดใช้งานสาขาสายวิวัฒนาการทีละอย่าง
[หักแต้มวิวัฒนาการ 18 แต้มระดับของสาขาเกราะศิลาคุ้มกายเพิ่มขึ้น]
[แต้มวิวัฒนาการที่ต้องใช้ในการอัปเกรดเกราะศิลาคุ้มกายครั้งต่อไป:54]
[ยินดีด้วย โฮสต์ใช้แต้มวิวัฒนาการ 12 แต้มเปิดใช้งานสาขาสายวิวัฒนาการ: พิษ]
[แต้มวิวัฒนาการที่ต้องใช้ในการอัปเกรดพิษครั้งต่อไป: 36]
[หักแต้มวิวัฒนาการ 36 แต้มระดับของสาขาพิษเพิ่มขึ้น]
[แต้มวิวัฒนาการที่ต้องใช้ในการอัปเกรดพิษครั้งต่อไป: 98]
หลังจากสิ้นเสียงแจ้งเตือนที่ดังรัวติดกันหน้าต่างสถานะของไป๋ฉางเซิงก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
[ระบบกลืนกินระดับเทพเ้า]
[โฮสต์: ไป๋ฉางเซิง]
[เผ่าพันธุ์: งูเกล็ดขาว (วิวัฒนาการครั้งที่ 3)]
[ค่าพลังเื: 507.5]
[สาขาสายวิวัฒนาการที่เปิดใช้งานแล้ว: เสริมพลังการย่อย Lv.4, เกราะศิลาคุ้มกาย Lv.2, พิษ Lv.2]
[แต้มวิวัฒนาการที่ใช้งานได้: 14.6]
[สาขาสายวิวัฒนาการที่สามารถเปิดใช้งานได้: ไม่มี]
ถ้าเป็ไปได้ไป๋ฉางเซิงอยากจะอัปเกรดเกราะศิลาคุ้มกายให้เป็ระดับสามจริงๆแต่น่าเสียดายที่แต้มวิวัฒนาการที่ต้องใช้นั้นสูงเกินไปเขาจึงทำได้เพียงดันระดับของพิษขึ้นมาก่อน
หลังจากเปย์ไปชุดใหญ่แต้มวิวัฒนาการของไป๋ฉางเซิงก็เกือบจะเกลี้ยงกระเป๋าอีกครั้ง
แต่โชคดีที่การจ่ายแต้มครั้งนี้ไม่เสียเปล่าพลังที่เพิ่มขึ้นมานั้นไป๋ฉางเซิงััได้ถึงมันอย่างชัดเจน
กระแสพลังที่เคยไหลเวียนอยู่ใต้เกล็ดเริ่มเด่นชัดและหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ไป๋ฉางเซิงรู้สึกลึกๆว่าด้วยการป้องกันในตอนนี้ ต่อให้เป็สัตว์อสูรในระดับเดียวกันก็คงยากที่จะสร้างาแที่แท้จริงให้กับเขาได้
ส่วนเื่พิษนั้นยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่
[พิษ Lv.2: เข้าสู่สถานะติดพิษตามระดับพลังของเป้าหมายบังคับลดพลังชีวิต]
คำอธิบายสั้นๆเพียงประโยคเดียว แต่มันหมายถึงการ ‘มองข้ามระดับพลัง’
พูดง่ายๆก็คือ ต่อให้คู่ต่อสู้จะเป็ถึงเทพอสูร หากถูกไป๋ฉางเซิงกัดเข้าสักแผลพลังชีวิตก็ต้องลดลง
แน่นอนว่าการจะกัดให้เข้าเนื้อไหมจะลดเืได้เท่าไหร่ และไป๋ฉางเซิงจะโดนตบตายก่อนหรือเปล่านั่นก็เป็อีกเื่ที่ต้องพิจารณา
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความจริงที่ว่า‘พิษ’ เป็ทักษะที่เข้าขั้นโกงลดน้อยลงเลย
ไม่น่าแปลกใจที่มัน้าแต้มวิวัฒนาการสูงกว่าเกราะศิลาคุ้มกายมากขนาดนี้
เจียงจืออวี๋ที่กำลังทานเนื้อย่างคำเล็กๆรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เธอเอียงคอหันมามองไป๋ฉางเซิงแวบหนึ่ง
ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าดูเหมือนไป๋ฉางเซิงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นแต่เธอกลับบอกไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมาจากที่ไหนสุดท้ายจึงได้แต่สรุปเอาเองว่าเธอคงจะอ่อนไหวเกินไปจนคิดไปเอง
เมื่อกินอิ่มและพักจนหายเหนื่อยพวกเขาก็ไม่รอช้า เริ่มต้นการล่ารอบใหม่ทันที
ทว่าครั้งนี้โชคกลับไม่เข้าข้างเหมือนเมื่อ่เช้า
สัตว์อสูรในพื้นที่ใกล้กับเมืองผู้ฝึกยุทธ์เดิมทีก็มีจำนวนน้อยอยู่แล้วแถมยังมีทีมผู้ฝึกยุทธ์ผลัดเปลี่ยนกันผ่านไปมาบ่อยครั้ง หากใครบังเอิญเจอเข้าพวกเขาก็ไม่เกี่ยงที่จะลงมือเพื่อหาเงินเล็กๆ น้อยๆสักสองสามพันเหรียญพันธมิตรใส่กระเป๋า
ด้วยเหตุนี้ผลงานของไป๋ฉางเซิงและเจียงจืออวี๋จึงลดฮวบลงอย่างมาก
เดินวนเวียนอยู่ทั้งบ่ายล่ามาได้เพียงกิ้งก่าั์เกราะเหล็กเพียงตัวเดียวนอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีผลงานอื่นอีกเลย
เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์เริ่มจะลาลับขอบฟ้าแม้เจียงจืออวี๋จะรู้สึกเสียดายแต่เธอก็ทำได้เพียงเลือกเดินทางกลับเข้าเมืองผู้ฝึกยุทธ์ก่อน
หลังจากนำชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ล่ามาได้ในวันนี้ออกขายทั้งหมดก็แลกเปลี่ยนเป็เงินมาได้แปดพันสี่ร้อยเหรียญพันธมิตร
เจียงจืออวี๋ซื้อยาพลังเืไปสามเม็ดบวกกับยาประสานเือีกสองเม็ดเงินที่เหลือจากการหักลบวันนี้จึงเหลือเพียงสี่ร้อยเหรียญเท่านั้น
แต่ในสถานที่แบบนี้ราคาโรงแรมสักแห่งก็พุ่งทะลุสี่ร้อยเหรียญไปแล้ว
ไป๋ฉางเซิงน่ะไม่เดือดร้อนแค่มุดเข้าไปอยู่ในถุงกักิญญาก็จบเื่ แต่เจียงจืออวี๋ที่เป็เด็กสาวคนหนึ่งจะให้นอนข้างถนนทั้งคืนก็คงไม่ได้
พยายามมาทั้งวันกลับต้องใช้เงินที่หามาได้จนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีนี่มันช่างเป็เื่ที่ยากจะทำใจจริงๆ
ทว่าทันทีที่ยาประสานเืเข้าปากไป๋ฉางเซิงก็หุบปากเงียบเลิกคัดค้านทันที
แม้ประสิทธิภาพของมันจะเริ่มด้อยลงเพราะค่าพลังเืของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าเนื้อสัตว์อสูรอยู่หลายขุม
ยาประสานเืสองเม็ดไหลลงท้องไปคืนนี้ไป๋ฉางเซิงจึงหลับได้อย่างสบายใจสุดๆ