ตอนที่ 54
กรี๊ด !!!!!!!!!! เสียงสตีฟร้องดังก้องไปทั่วท่อระบายน้ำใต้เมืองโซโนราแห่งนี้ สตีฟหลับหูหลับตาวิ่งไปตลอดทางไฟฉายที่เคยถือเอาไว้ก็หายไปแล้ว สตีฟไม่กล้าหันหลังกลับไปมองเจ้าตุ๊กแกนั่นเด็ดขาด
ตอนนั้นเองระหว่างที่สตีฟกำลังวิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดึงร่างเขา
หมั่บ !! อู้ !! อู้ !! อู้ !! มีอะไรบางอย่างดึงแขนเขาและปิดปากจนเขาพูดไม่ได้เขากำลังจะขัดขืนแต่ก่อนที่จะได้ทันทำอะไรเขาก็ได้กลิ่นอะไรเหม็นๆผ่านเข้ามาในจมูกก่อนทุกอย่างจะมืดไปหมด
ตุ่บ !! ร่างของสตีฟล้มลงเหมือนกับหุ่นกระบอกที่ถูกตัดสาย
“ได้ตัวแล้วเอากลับไปที่ฐานเร็ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ให้ตายเถอะหมอนี่เป็นใครกันแน่เนี่ย จู่ๆก็โผล่มาในท่อและตะโกนเสียงดังไปหมด ป่านนี้พวกมันคงตื่นหมดแล้วล่ะมั้งโธ่เว้ยพวกเรายังไม่ทันได้ออกไปหาอาหารเลย” เสียงผู้หญิงอีกคนนึงดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด
“ช่างมันเถอะรีบไปดีกว่า พวกนั้นกำลังมาทางนี้” เสียงผู้ชายพูดก่อนจะได้ยินเสียงคำรามของพวกสัตว์กลายพันธ์ดังมาตามท่อ
กว๊าก !!!!!!! เสียงร้องคำรามดังสะท้อนมา
“งั้นรีบไป !!” ผู้หญิงตอบกลับมาก่อนจะยกขาสตีฟขึ้นมาเหน็บเอาไว้ที่เอวและลากสตีฟไปตามท่อระบายน้ำแห่งนี้
ครืด !! ครืด !! ร่างของสตีฟถูกลากขึ้นไปตามทางเดินข้างท่อ โดยหัวของสตีฟนั้นไถพื้นไปตลอดทาง (นึกภาพสตีฟนอนหงายมีคนยกขาและเดินลากไปนะครับ)
หลายชั่วโมงต่อมา
“ม่ายออกไปไอ้เจ้าตุ๊กแก !!!!!!” เสียงสตีฟร้องออกมา
พรึ่บ !! สตีฟรีบลุกขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าตัวเขากำลังนอนอยู่บนเตียงคล้ายๆเตียงเหล็กในโรงพยาบาล
“นีมันที่ไหนกัน แล้วเมื่อครู่มันฝันงั้นเหรอ บรื๋อ น่ากลัวชะมัดดันฝันว่าเจอตุ๊กแก” สตีฟพูดกับตัวเอง
“อ๋อที่แท้ก็เจอเจ้าตุ๊กแกผีดิบมานี่เอง” เสียงผู้ชายดังขึ้นที่มุมห้องจนสตีฟตกใจและร้องออกมา
“ว๊าก !!!!!!!!!!” สตีฟเผลอตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“ใจเย็นๆเพื่อนผมเป็นมนุษย์” ผู้ชายคนนั้นรีบพูดก่อนสตีฟจะหันไปมองก็เห็นว่าเป็นผู้ชายอายุราวๆสามสิบกว่าๆ
“คุณเป็นมนุษย์ !!!” เมื่อสตีฟมองดีๆก็เห็นว่าเป็นมนุษย์จริงๆ
“เฮ้อตกอกตกใจหมด” สตีฟถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ว่าแต่คุณเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” สตีฟถาม
“ผมชื่อแบล็ค ที่นี่คือฐานทัพลับใต้ดินของพวกเรา ส่วนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงนั้นเพราะพวกเราได้ยินเสียงจากในท่อและเมื่อออกไปดูจึงเห็นว่าคุณกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่พวกเราเลยโปะยาสลบคุณและลากคุณเข้ามาหลบที่นี่” ที่แท้ชายคนนี้ก็ชื่อแบล็ค
“ฐานทัพรับงั้นเหรอครับ แล้วเมื่อครู่นี้คุณพูดว่าพวกเรา ???” สตีฟอุทานออกมาพลางตรวจสอบสถานะของชายที่ชื่อแบล็ค
หน้าต่างชื่อ : แบล็ค ชูเดนายด์ Level : 70อาชีพ : ฮีโร่ อายุ : 32ฉายา : มือปลาหมึกRank : B
ที่แท้คนๆนี้ก็เป็นฮีโร่นี่เอง สตีฟพยักหน้าหลังจากได้ตรวจสอบดูสถานะของเขาแล้ว
“ฐานนี้ยังมีคนอาศัยอยู่อีกหลายคนพวกเราอพยพลงมาตอนที่เม็กซิโกถูกบุก คุณคงตรวจสอบชื่อผมแล้วเรียกผมแบล็คก็ได้ครับผมไม่อยากได้ยินใครเรียกฉายาผมเท่าไหร่เพราะมันดูเหมือนพวกโรคจิตยังไงก็ไม่รู้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพ่อบ้าน” แบล็คพูด
“อย่างนั้นเรียกผมสตีฟก็ได้ครับผมไม่ถือ” สตีฟพยักหน้า
“ว่าแต่ฐานนี้มีคนอยู่กี่คนเหรอครับ” สตีฟถาม
“มีฮีโร่อยู่ที่ฐานนี้ประมาณ สามสิบคนครับ ส่วนพวกประชาชนคนธรรมดาก็ราวๆ.....” แบล็คนั่งนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“อืม...ตัวเลขคร่าวๆราวๆสองพันล่ะมั้งครับไม่แน่ใจเพราะที่นี่มีคนตายแทบทุกวัน” แบล็คพูด
“สองพัน !!!” สตีฟอุทานออกมาเพราะเยอะมาก
“ใช่ครับพวกเราพยายามออกคนหาผู้รอดชีวิตให้มากที่สุดและพามาหลบที่นี่ เพื่อรอความช่วยเหลือ ว่าแต่คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับแถมเลเวลคุณ !!!” แบล็คพูดพลางอยากจะถามเหลือเกินว่าคนเลเวลขนาดสตีฟมาทำไมที่นี่
“อ๋อผมมาจากอเมริกาน่ะครับได้รับภารกิจให้มาจัดการสัตว์กลายพันธ์ที่นี่” สตีฟตอบ
“คนจากอเมริกา นี่แสดงว่าความช่วยเหลือมาถึงแล้วงั้นเหรอครับ !!!!!!” แบล็คพูดออกมาอย่างดีใจ
“เอ่อ..ก็ประมาณนั้นครับ” สตีฟพยักหน้าเบาๆเพราะเขาเองก็พึ่งจะรู้ก่อนหน้านี่ไม่นานว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ตอนแรกนึกว่าทางรัฐบาลสหรัฐช่วยเหลือไปหมดแล้วเสียอีก
“ยอดไปเลยผมต้องรีบเอาข่าวดีนี้ไปบอกทุกคนแล้วสิครับเนี่ย แล้วนี่เม็กซิโกเสียหายไปกี่รัฐเหรอครับ พวกผมติดอยู่ที่นี่มานานมากเลยไม่รู้ข่าวคราวอะไรเลย” แบล็คถามสตีฟ
“เอ่อ....” สตีฟไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีเพราะดูแล้วแบล็คน่าจะเป็นเม็กซิโกเมื่อดูจากสีผิว
“ว่ายังไงครับคุณสตีฟ” แบล็คถามเมื่อเห็นว่าสตีฟเงียบไป
อึก !! สตีฟกลืนน้ำลายก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆและตอบออกมา
“เราสูญเสียเม็กซิโกทั้งหมดไปแล้วครับ !!!” สตีฟพูดออกมาจนทำให้แบล็คที่ได้ยินถึงกับหน้าเสีย
“วะ วะ ว่ายังไงนะ !!!!” แบล็คพูดออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงขาดห้วงเหมือนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่สตีฟบอก
“เม็กซิโกนั้นถูกสัตว์กลายพันธ์ยึดไปหมดแล้วครับพวกผมนั้นถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจทวงคืนเม็กซิโกครับไม่ใช่มาช่วยผู้รอดชีวิต จริงๆผมก็พึ่งจะรู้หลังจากมาเหยียบโซโรน่านี่เองครับว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่” สตีฟพูดออกมา
“นี่มันอะไรกันไม่นะ พ่อ แม่ โซอี้ลูกพ่อ !!!” แบล็คถึงกับน้ำตาไหลออกมาเพราะพ่อและแม่ของเขาอยู่ที่รัฐอื่นแบบนี้แสดงว่าพ่อแม่และลูกสาวเขาก็อาจจะตายไปแล้วน่ะสิ
แกร๊ก !! แอ๊ด !! ประตูห้องถูกเปิดออกก่อนจะมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาสตีฟรีบตรวจสอบทันทีว่าเธอเป็นใคร
หน้าต่างชื่อ : คามิล่า พีเตอร์สัน Level : 67อาชีพ : ฮีโร่ อายุ : 26ฉายา : แก๊สเกิร์ลRank : B
“อ้าวคุณพ่อบ้านคนนี้ตื่นแล้วเหรอแบล็คทำไมไม่ไปเรียกพวกเราล่ะ” คามิล่าเดินเข้ามาเธอนั้นคือคนที่ทำให้สตีฟสลบด้วยสกิลของเธอนั่นเอง สกิลของคามิล่านั้นสามารถผลิตแก๊สต่างๆได้จากเหงื่อของเธอใช้แก๊สยาสลบกับสตีฟและเป็นคนลากสตีฟมาที่นี่
“เฮ่เป็นไรไปแบล็ค หือนี่นายร้องไห้ !!!” คามิล่าตกใจที่เห็นว่าแบล็คกำลังร้องไห้อยู่เธอพยายามเขย่าร่างของแบล็คแต่ดูเหมือนแบล็คจะไม่ตอบสนองอะไรทั้งนั้นทำให้เธอหันมาถามสตีฟแทน
“นี่นายมันเกิดอะไรขึ้นทำไมแบล็คถึงเป็นแบบนี้” เธอรีบถามสตีฟ
“เอ่อ...คือว่า...” สตีฟไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีเขากลัวสิ่งที่เขาพูดอีกรอบจะไปกระตุ้นให้แบล็ครู้สึกแย่ไปกว่านี้เขามองดูแบล็คด้วยความสงสารคามิล่าเห็นดังนั้นจึงรีบลากสตีฟออกไปนอกห้อง
“งั้นนายมานี่ แล้วเล่าให้ฉันฟังซะว่ามันเกิดอะไรขึ้น !!” คามิล่าเดินมาลากสตีฟขึ้นจากเตียงและออกจากห้องไป
ปัง !! คามิล่าปิดประตูห้องนั้นเสียงดังก่อนจะลากสตีฟออกไปไม่ไกลจากห้องนั้นและพูดให้สตีฟเล่าสิ่งที่พูดกับแบล็คให้เธอฟัง
สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง
ไม่กี่นาทีต่อมา
“นี่มัน เรื่องจริงงั้นเหรอ” เธอถามสตีฟสีหน้าเธอดูซีดอย่างมาก
“ใช่ครับพวกเราสูญเสียเม็กซิโกไปแล้วจริงๆ” สตีฟพยักหน้ายืนยัน
“แล้วมีคนตายไปเท่าไหร่” เธอถาม
“เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้ครับ แต่เห็นว่าช่วยได้ก็ราวๆสามแสนคน” สตีฟนึกถึงข้อมูลที่ซาช่าบอกเอาไว้
“สามแสนอย่างนั้นเหรอ ไม่แน่ว่าบางทีพ่อ แม่และลูกของแบล็คอาจจะยังไม่ตายก็ได้ ฉันจะไปบอกเขา!!!” คามิล่าพูดก่อนจะรีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อบอกข่าวนี้กับแบล็คสองนาทีต่อมาแบล็คและคามิล่าก็เดินออกมาจากห้องถึงแม้สีหน้าของแบล็คจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่สายตาของเขาก็ไม่ได้สิ้นหวังหรือหมดอาลัยตายอยากอีกแล้ว
“นายอย่าพึ่งสิ้นหวังล่ะ” คามิล่าพูดกับแบล็ค
“อืมขอบใจไม่น่าเชื่อเลยน่ะว่าฉันจะต้องให้คนอายุน้อยกว่าอย่างเธอมาปลอบ ฉันจะไปตามทุกคนไปที่ห้องประชุมแล้วกัน แล้วเธอก็พาคุณสตีฟเขามาด้วย พวกเราทุกคนจะต้องได้รับรู้เรื่องนี้พร้อมๆกัน” แบล็คพูดก่อนจะเดินออกไป
“เขาไม่เป็นอะไรแล้วเหรอครับ” สตีฟถาม
“อืมความหวังยังไม่หมดไป ไม่แน่ว่าครอบครัวของเขาอาจจะอยู่ในจำนวนสามแสนคนนั่นก็ได้ และถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในจำนวนนั้นไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะยังรอดเหมือนพวกเราตอนนี้ก็ได้ จากที่คุณเล่าให้ฟัง พวกสิบผู้ก่อตั้งและฮีโร่แนวหน้าจากอเมริกาเริ่มเคลื่อนไหวช่วยเหลือเม็กซิโกแล้วสินะ” คามิล่าพูด
“ใช่ครับ” สตีฟพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นไปที่ห้องประชุมกันเถอะฉันจะพาคุณไปเอง คุณจะต้องเล่าเรื่องที่เล่าให้ฉันฟังเมื่อครู่อีกครั้งกับทุกคน” คามิล่าพูดก่อนจะพาสตีฟไปที่ห้องประชุม
“ว่าแต่จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี แก๊สเกิร์ล ??” สตีฟถาม
“เรียกคามิล่าเถอะ เรียกฉายาของฉันแล้วเหมือนฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้” คามิล่าพูดเธอนั้นชอบจะให้คนเรียกชื่อเธอมากกว่า (การเรียกชื่อหรือฉายานี่แล้วแต่ฮีโร่คนนั้นจะให้เรียกนะครับ เพราะบางคนชอบฉายาตัวเองบางคนไม่ชอบ)
“ดูเหมือนฐานนี่จะใหญ่มากเลยนะครับ” สตีฟถาม
“ใช่ฐานนี่จุคนได้ราวๆหนึ่งหมื่นคน แต่ก่อนมันเคยเป็นสถานที่ทดลองลับของรัฐบาลเม็กซิโก พวกเขาเรียกที่นี่ว่าห้องทดลองที่หก ตอนเกิดเรื่องขึ้นพวกเราได้ฮีโร่คนหนึ่งที่มีสกิลเอาตัวรอด ฮีโร่คนนั้นสามารถบอกได้ว่าไปที่ไหนจะมีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด สกิลของเขานั้นพาพวกเรามาที่นี่” คามิล่าพูด
“หืม..สกิลแบบนั้นก็มีด้วยแฮะ” สตีฟแปลกใจที่มีสกิลแปลกๆแบบนี้ด้วย
“ใช่เป็นสกิลที่ยอดมากเลยล่ะ แต่ตอนนี้เปอร์เซ็นการรอดชีวิตที่นี่เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆแล้วจากที่ฮีโร่คนนั้นบอก ก็นะอาหารก็เริ่มจะหมด คนป่วยก็เยอะ ยาก็มีไม่พอแถมตอนนี้ในท่อก็เต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธ์ที่หลุดออกมาจากห้องทดลองนี่” คามิล่าพูด
“หือแสดงว่าไอ้เจ้าตัวในท่อนั่นเคยอยู่ในห้องทดลองนี่งั้นเหรอครับ” สตีฟพูดออกมาพลางขนลุกซู่เมื่อนึกถึงเจ้าตุ๊กแก
“ใช่ห้องทดลองนี่ ถูกแบ่งเอาไว้เป็นสองเขต เขตแรกคือเขตทดลอง ส่วนเขตที่พวกเราอยู่ตอนนี้คือเขตอยู่อาศัย ดีนะที่นี่ยังปลอดภัยอยู่ พวกเรามีฮีโร่คนหนึ่งสามารถใช้สกิลซ่อนที่นี่เอาไว้ได้ แต่พวกเราไม่มีใครเลยที่มีเลเวลมากพอจะฝ่าพวกมันออกไปได้จึงได้แต่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ที่นี่ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเม็กซิโกจะเสียให้พวกสัตว์กลายพันธ์ไปหมดแล้ว” คามิล่าพูดออกมาและตอนนี้เธอก็พาสตีฟมาถึงห้องประชุมแล้ว
“เอาล่ะเข้าไปนั่งรอในนั้นก่อนแล้วกัน ฉันจะไปหาอะไรให้กิน” คามิล่าพูด
“อ๊ะไม่.......” สตีฟยังพูดไม่ทันจบคามิล่าก็พูดกลับมาก่อน
“ไม่เป็นไรหรอกถึงแม้อาหารเราจะเหลือน้อย แต่ดูเหมือนนคุณจะเป็นความหวังของพวกเราด้วยเลเวลที่มากขนาดนี้ ถ้าได้พวกเราสนับสนุนฉันว่าคุณน่าจะพาพวกเราออกไปได้ รอนี่แหละจะไปเอาอะไรมาให้กินเอง” คามิล่าไม่ให้โอกาสสตีฟพูดจนจบเธอเดินไปทันที
“กำลังจะบอกว่าในกระเป๋ามิติผมมีอาหารอยู่เยอะแยะเลยไปซะแล้ว” สตีฟพลางดึงกระเป๋าลายลูกหมีออกมาจากกระเป๋าที่หน้าท้องในผ้ากันเปื้อนของตน
“เอาไว้ค่อยเอาอาหารพวกนี้ออกมาให้เธอไปเป็นเสบียงให้ทุกคนแล้วกัน อาหารของคนที่นี่ใกล้จะหมดแล้วนี่” สตีฟพูดพลางเก็บกระเป๋ามิติไว้ตามเดิมก่อนจะเดินเข้าไปรอในห้อง
จบ...