วันนี้หมิงอวี่แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาแข็งแกร่งมากหานเฟิงไม่มีความคิดที่จะสู้ต่อไปแล้ว
หานเฟิงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหมิงอวี่นั้นมีความสามารถที่แข็งแกร่งมากจริงๆแต่ว่าครั้งต่อไปหากเขาพาผู้กล้ามาช่วยกันฆ่าหมิงอวี่ต่อให้หมิงอวี่แข็งแกร่งมากแค่ไหน อย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี!
เพราะแบบนี้ หานเฟิงจึงตัดสินใจเลือกที่จะถอย แต่ก็ยังไม่ลืมบัวหิมะน้ำแข็งที่เย้ายวนใจสองดอกนั้น
“เจ้าคิดว่า ข้าจะให้โอกาสเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
ระหว่างที่หานเฟิงกำลังคิดว่าเขานั้นโชคดี หมิงอวี่ก็ประชิดตัวเข้ามาอย่างกับวิญญาณตามติดเพราะวินาทีที่หานเฟิงเปลี่ยนทิศทางมาหาบัวหิมะน้ำแข็งหมิงอวี่ก็เห็นทิศทางที่หานเฟิงจะไปผ่านดวงตาหยั่งรู้และซัดฝ่ามือไปด้านหลังของหานเฟิงทันที
เมื่อสัมผัสถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากด้านหลังหมัดที่เต็มไปด้วยกำลังของหานเฟิงก็ซัดพุ่งไปชนกับฝ่ามือของหมิงอวี่เขาอาศัยแรงปะทะย้อนกลับไปทางเดิม หมิงอวี่กลับพลิกฝ่ามือไปจับหมัดของเขาเอาไว้แล้วกระชากกลับมา
ในวินาทีต่อมา หมิงอวี่ก็จัดการด้วยนิ้วสองนิ้วหานเฟิงเห็นแค่ภาพติดตายังไม่ทันมีปฏิกิริยาอะไรเลยดรรชนีไร้เสียงที่นำพาความตายมาให้ก็แทงทะลุคอของหานเฟิงแล้ว!
“เอือก ... เจ้า ... เอือก!”
คอของหานเฟิงถูกแทงทะลุเป็นรู เขาเหมือนคิดอยากจะพูดอะไรอีกแต่ก็พูดไม่ออกในคอของเขามันมีกลิ่นคาวเลือด แล้วเลือดจำนวนมากไหลก็ออกจากมุมปาก เขารู้สึกได้ว่าพลังชีวิตกำลังหมดลงไปอย่างรวดเร็ว!
พริบตาเดียว อารมณ์ของหานเฟิงก็ดำดิ่งลงสู้ก้นบึ้งในทันทีความกลัวแผ่กระจายออกไปทั่วร่าง
วันนี้อารมณ์ของเขาขึ้นลงอย่างรวดเร็วมาก ดีใจมากจนน้ำตาแทบไหลและสุดท้ายก็จบลงด้วยความสุขถึงขีดสุด จนนำไปสู่ความทุกข์ยากที่สลดใจ
ความไม่เต็มใจ ความไม่สบายใจความอัปยศอดสูที่ลึกลงไปถึงกระดูกมันพุ่งไปที่หัวของหานเฟิง แต่ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ทำได้แค่มองไปที่ชายหนุ่มที่ปลิดชีวิตของเขาและสุดท้ายเขาก็กระอักเลือดแล้วล้มลงกับพื้น
หมิงอวี่ก้มหน้าไปมองศพของหานเฟิง ไม่ได้มีความเห็นใจเลยแม้แต่น้อยหากไม่เป็นเพราะการบีบบังคับครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็คงไม่มีสภาพแบบนี้ทุกอย่างนี้มันเป็นกรรมที่หานเฟิงควรได้รับ
“ฮู้ว ... ”
เขาถอนหายใจออกมา หมิงอวี่รวบรวมจิตแล้วนำน้ำกลับไปในบ่อศักดิ์สิทธิ์สัมผัสแห่งวิญญาณช่วยคลี่คลายทุกอย่างแล้ว
“เอ๊ะ?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำสีดำที่อยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในจุดเซินถิงเฮยจีกลับอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “เจ้าฝึกบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วหรือ?”
หมิงอวี่พยักหน้า
“ขอพี่สาวดูหน่อยสิว่ามันมีหน้าตาอย่างไร”เฮยจีเดินไปตรงหน้าของหมิงอวี่ แล้วแตะไปที่กลางหน้าผากของเขาเบาๆหมิงอวี่เองก็ไม่ได้ขัดขืน เพราะเขารู้ว่าเฮยจีไม่มีเจตนาร้าย
ไม่นานเฮยจีก็พบว่า ในหัวของหมิงอวี่นั้นมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สีดำเฮยจีรู้จักบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ต่อให้เป็นนางก็ไม่เคยเห็นน้ำสีดำมาก่อนเลยอีกอย่าง ตามหลักทั่วไปของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ต้องมีขนาดกว้างสามเมตรลึกสิบเมตร
แต่ว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของหมิงอวี่มีเส้นผ่าศูนย์กลางแค่หนึ่งเมตรและมีความลึกแค่สามเมตร
มันเหมือนเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ฉบับย่อ ส่วนน้ำสีดำในบ่อก็น่าจะเป็นเพราะขนาดที่หดเล็กลงของบ่อ
ถึงแม้ว่าจะพอประเมินได้อยู่ในใจ แต่เฮยจีก็ไม่ได้แสดงมันออกมานางยิ้มแล้วพูดว่า “อือ ไม่เลว เมื่อมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วเจ้าก็สามารถเป็นนักร่างอักขระได้แล้ว”
ถึงแม้เฮยจีจะให้กำลังใจเขาอย่างเต็มที่แต่หมิงอวี่ก็ฟังออกว่ามันมีความฝืนๆ อยู่เล็กน้อย คิดว่าสิ่งที่เฮยจีรู้เกี่ยวกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์น่าจะไม่ต่างจากเขาแต่ไม่เป็นไร พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ ขอแค่พยายามก็ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
“ข้าจะพยายาม”
หมิงอวี่ยิ้มแล้วตอบรับ จากนั้นก็รวบรวมพลังจิตให้กระบี่เฟิงโหวที่อยู่บนพื้นกลับมาที่มือของเขาอีกครั้งเขากรีดฝ่ามือขวาของตัวเองอย่างไม่ลังเลใจ เลือดสีแดงทยอยไหลออกมามากมาย
“เจ้า ...”
เฮยจีถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของนางแดงขึ้นมาพอคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในกระโจม ภูตสาวใจกล้าอย่างนางก็รู้สึกเขินขึ้นมา
นางกัดฟันแล้วพูดว่า “ก็ได้ พี่สาวรู้ดีว่าเจ้าทำเพื่อช่วยข้าครั้งสุดท้ายแล้วนะ ไม่มีครั้งต่อไปอีก!”
จากนั้นก็หลับตา แล้วโผเข้าอ้อมกอดของหมิงอวี่
“เจ้าฝันไปเถอะ พอรู้สึกเจ็บปวดมือของเจ้าก็ข่วนทั่วตัวข้าไปหมดข้าไม่ให้เจ้ากอดหรอก”
หมิงอวี่ใช้มือซ้ายเคาะไปที่หัวของเฮยจี แล้วหยอกไปว่า“เข้าสู่ระดับกระชากวิญญาณแล้ว ข้าสามารถควบคุมลมปราณได้ดีขึ้น แล้วก็ควบคุมปริมาณเลือดและพลังงานได้ด้วย”
พูดจบก็เอาฝ่ามือเลือดแตะไปที่หยกโบราณเลือดที่มีความร้อนและมีพลังมหาศาลในร่างกายเปลี่ยนเป็นพลังงานสีดำบริสุทธิ์ จากนั้นก็แตะไปที่บริเวณหัวใจของเฮยจี
“บ้าที่สุด หมิงอวี่ เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร!”
เดิมนางอยากจะพูดเตือนหมิงอวี่ว่าอย่าคิดอะไรเกินเลยแต่กลับถูกหมิงอวี่เตือนก่อน เฮยจีจึงเริ่มเขินและมองไปที่หมิงอวี่ด้วยสายตาคับแค้นใจนางเบะปากแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก
ไม่นานนัก การถ่ายเลือดและพลังงานก็ผ่านไปครึ่งชั่วยามเฮยจีได้รับพลังงานอย่างเต็มที่ หมิงอวี่มีขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่หกระดับกระชากวิญญาณแล้วคุณภาพเลือดและพลังงานเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งดวงวิญญาณของเฮยจีได้รับการรักษาแล้ว
และมันยังเพิ่มระดับจิตวิญญาณของเฮยจีอีกด้วยดูเหมือนว่าระหว่างเฮยจี หยกโบราณ แล้วก็หมิงอวี่นั้นมีความเชื่อมโยงกันผ่านเลือด
เมื่อหมิงอวี่มีขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่หกระดับกระชากวิญญาณแล้วพลังความสามารถของเฮยจีในร่างมนุษย์แปลงก็จะอยู่ในระดับเดียวกันเพียงแต่พลังของนางไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหมิงอวี่
“มาเถอะ กลับไปพักในหยกโบราณเถอะ” หมิงอวี่กางมือทั้งสองข้างออกเพื่อให้เฮยจีกลับไปพักในหยกโบราณที่อยู่บริเวณหน้าอกของเขา
แต่ว่าเฮยจีกลับเดินหน้าเข้าไปกอดหมิงอวี่เอาไว้จริงๆ
“หมิงอวี่ ขอบใจเจ้ามากนะ”
เฮยจีเอาหัวมุดไปที่หัวไหล่ของหมิงอวี่แล้วค่อยๆ หลับตาลงถึงแม้จะเป็นคำง่ายๆ ไม่กี่คำ แต่ว่าหมิงอวี่ก็รับรู้ถึงความจริงใจและจริงจังของนาง
หมิงอวี่ยิ้มและกอดเอวของเฮยจีเอาไว้ตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี ดังนั้นเขาจึงแค่แสดงออกจากภายนอกเป็นการให้คำตอบง่ายๆ กับหญิงสาวที่บอบบางด้วยการกระทำ
ทั้งสองคนโอบกอดกัน และสัมผัสถึงความใจเต้นของกันและกันบนยอดเขาเซิงหานโดยไม่พูดอะไรเลย
ไม่รู้ว่าทำไม ผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบากมาหนึ่งเดือนกว่าหัวใจของทั้งสองคน เหมือนเป็นคนเดียวกัน
กอดกันอยู่นาน ทั้งสองคนถึงแยกออกจากกัน เฮยจียิ้มหวานให้กับหมิงอวี่แล้วพูดว่า“ถ้าอย่างนั้นข้ากลับไปก่อนนะ”
“กลับไปเถอะ”
“อือ”
เห็นเฮยจีกลายเป็นแสงสีดำแล้วกลับไปยังหยกโบราณ หมิงอวี่ก็สบายใจไม่รู้ว่าทำไม พอคิดว่าเฮยจีอยู่ที่หน้าอกของเขาแล้วเขาก็รู้สึกดีมากเลย
หมิงอวี่ผ่อนคลายลงครู่หนึ่ง จากนั้นถึงได้ออกจากความรู้สึกแบบนั้นเขารู้ว่ายังมีสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำกำลังรอเขาอยู่
ตอนนี้ทุกอย่างดูปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือความเงียบก่อนคลื่นลมจะมางานประลองของราชสำนัก การไล่สังหารของหอว่านจงความคิดถึงที่หยางเสวี่ยหรงมีให้กับเขา ... ทุกอย่างล้วนแต่แบกอยู่บนบ่าของหมิงอวี่มันทำให้เขารู้สึกหนักอึ้ง
ความสามารถเท่านั้น ถึงจะเปลี่ยนแปลงวิถีได้!
ตั้งแต่ออกจากวังหลวงมาจนถึงตอนนี้ ผ่านไปแล้วสามสิบห้าวันยังเหลือเวลาอีกยี่สิบห้าวันก็จะถึงวันประลองของราชสำนักมีเวลาให้เขาฝึกฝนน้อยลงมากแล้ว
หมิงอวี่เดินมาที่ข้างศพของหานเฟิงแล้วค้นหาในตัว ในที่สุดก็เจอถุงเก็บของสีแดงขนาดเท่าฝ่ามือเขาไม่ได้ลังเลใจอะไร ยื่นมือเข้าไปสำรวจในถุงทันที
......
บนยอดเขาเซิงหาน หลังผ่านไปครึ่งเดือน
วันนี้บนยอดเขาไม่หนาวเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งหมอกสีน้ำเงินที่หนาวมากๆนั้น ก็หายไปจนหมด เพราะบัวหิมะน้ำแข็งอีกสองดอกหมิงอวี่ได้เก็บเข้าถุงเก็บของของเขาแล้ว
ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ หมิงอวี่อาบแสงแดดอยู่ร่างกายของเขายืดตรงและสูงโปร่ง
เขาหลับตาลงและตวัดกระบี่มือเดียวปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านมาบนใบหน้าของเขา ทันใดนั้นเองกระบี่เฟิงโหวในมือของเขาก็สั่นอย่างรุนแรงเสียงคำรามที่แหลมคมแผดเสียงออกมาราวกับคลื่นเสียง มันระเบิดออกมาบนยอดเขาเซิงหาน!
“หือ! ... ”
แรงระเบิดแผ่ขยายออกไปในชั่วพริบตา และดังกึกก้องเป็นเวลานาน
ผู้คนที่กำลังปีนขึ้นไปบนยอดเขาเซิงหานเพื่อชิงเอาบัวหิมะน้ำแข็งตกใจกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากบนยอดเขาอย่างมากมันมีเสียงดัง “ตู้ม” ตามมาด้วยเสียงก้อนหินก้อนใหญ่ที่กลิ้งลงมา
“มีคนลงมืออยู่บนยอดเขาหรือ?”
ทุกคนต่างตกตะลึงอย่างมาก เสียงระเบิดเมื่อครู่มันเป็นวิชาที่แข็งแกร่งและน่ากลัวมากแล้วก้อนหินก็หล่นลงมาจากภูเขาอีกลูกหนึ่ง เหมือนกับเกิดจากทักษะการต่อสู้เลย
คงมีแต่ทักษะการต่อสู้หลิงระดับสูงเท่านั้นถึงจะมีอานุภาพแบบนี้ได้!
พริบตาเดียว ทุกคนก็เริ่มตัวสั่นแล้วหยุดเดิน ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าเลยแม้แต่ก้าวเดียว
“กระบวนท่านี้ ในที่สุดก็ฝึกสำเร็จแล้ว”
บนยอดเขาเซิงหาน หมิงอวี่มองดูกลุ่มเมฆขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวอยู่ตรงหน้าเขามองเห็นรอยกระบี่ขนาดใหญ่ที่น่ากลัวอยู่บนภูเขาใต้ก้อนเมฆ เขาเก็บกระบี่เฟิงโหวกลับมาด้วยความพอใจ
เขายืนอยู่บนยอดเขาเซิงหาน มองขึ้นไปเห็นดวงอาทิตย์สีแดงในระยะไกลจากนั้นก็มองลงไปที่ทะเลหมอกที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีทอง
เมื่อมองผ่านทะเลหมอกที่อยู่เบื้องหน้า ก็จะเห็นภูเขาเล็กๆ หลายลูกรวมตัวกันทอดยาวกลายเป็นเทือกเขาแผ่ขยายไปสุดลูกหูลูกตามันคือแรงดึงที่ไร้ที่สิ้นสุดของธรรมชาติ!
ความรู้สึกที่เหมือนได้สยบธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ผุดขึ้นมาในใจของหมิงอวี่
ในขณะเดียวกัน ความอัปยศอดสูที่ถูกเก็บเอาไว้ในใจมาเนิ่นนานความคิดถึงแม่ของเขา การพิสูจน์ตัวเองของทุกคนความคาดหวังที่จะเปลี่ยนแปลงตำหนักลั่วฮวามันทำให้อารมณ์ของหมิงอวี่ขึ้นถึงจุดสูงสุด!
“ครืดครืด ... ”
ทันใดนั้นเอง หมิงอวี่ก็สังเกตเห็นว่ามีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนพื้นผิวน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าของเขาและแตกออกอย่างต่อเนื่อง ภายในไม่กี่อึดใจรอยแตกร้าวเหล่านี้ก็แผ่ขยายออกไปยังยอดเขาเซิงหานทั้งหมด
หมิงอวี่ถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า เมื่อครู่พอเขาเก็บบัวหิมะน้ำแข็งสองดอกแล้วอุณหภูมิก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น น้ำแข็งที่แข็งแกร่งบนยอดเขาเซิงหานจึงเริ่มอ่อนตัวก้อนน้ำแข็งที่สะสมอยู่บนยอดเขามานานหลายปีก็เริ่มละลาย ภูเขาหิมะกำลังถล่ม!
เมื่อครู่เขามัวแต่ฝึกกระบี่จนลืมไปว่าอุณหภูมิบนยอดเขามันสูงขึ้นแล้ว ตอนนี้เขาคิดจะกระโดดหนีก็ไม่ทันแล้ว!
แต่ว่าหมิงอวี่ไม่ได้คิดจะหนี และก็ไม่อยากหนีด้วย
เขาใช้แรงดีดตัวกางแขนแล้วทะยานจากความสูงหนึ่งหมื่นฟุตลงไปที่ทะเลหมอกแล้วโอบกอดโลกอันกว้างใหญ่นี้เอาไว้!