เดินมาไม่นานนัก ก็มาถึงบ้านไม้หลังเล็กๆที่ดูไม่เหมือนบ้าน แต่ดูเหมือนกับโรงเก็บฟืนที่จวนของเธอมากกว่า เธอเข้าไปในบ้านของพวกเขาตามคำเชื้อเชิญ ข้างในบ้านสะอาดสะอ้านไม่มีข้าวของอะไรมากมายนัก ทุกอย่างถูกวางไว้เป็นระเบียบและมีโต๊ะอยู่ตรงกลาง ถัดไปก็เจอเตียงนอนเลย เธอไม่ต้องเดินสำรวจเลยเพราะแค่นั่งดูตรงโต๊ะนี้ก็เห็นทั่วบ้านแล้ว
"บ้านข้าเล็กไปหน่อยนะ เดี่ยวข้าไปหาอะไรมาให้ท่านกินนะ"
หมิ่นเต๋อบอกก่อนจะเดินออกไป
"ข้าไปช่วย"
เธอลุกตามไปที่ห้องครัว ซึ่งอยู่นอกบ้าน ซึ่งทำเป็นเพิงเล็กๆอยู่ด้านหลัง ในเพิงนั้นมีผักเหี่ยวๆกับไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เขาเปิดดูข้าวสารในถัง เธอชะโงกหน้าเข้าไปดูในถัง เห็นข้าวสารมันเหลืออยู่แค่ก้นถัง อาลี่กับอาสินก็ตามมาเพื่อจะช่วย
"ทำข้าวต้มแล้วกันเนาะ"
เขาบอกกับนางอย่างอายๆ เพราะไม่มีอะไรดีๆให้นางกินเลย ทั้งๆที่นางก็เลี้ยงอาหารดีๆให้กับเขา
"ไม่เป็นไรหรอก ข้ากินอะไรก็ได้ ข้าเตรียมเสบียงมาด้วย เดี่ยวเรามาช่วยกันทำอาหารนะอาลี่ อาสิน"
เธอไม่รอช้าเอาเสบียงที่เตรียมเอาไว้ออกมาจากกำไลมิติ มีข้าวสาร อาหารแห้ง เนื้อและปลา ผักสดต่างๆ ผลไม้ ขนม สมุนไพร เธอเรียกมากองอยู่ตรงหน้า ซึ่งมันมีจำนวนมาก ทุกคนพากันทึ่ง
"พี่สาวมีพลังวิเศษเสกของออกมาได้ด้วย"
อาลี่มองดูของมากมายแล้วก็มองเธอ
"โอ้โห ขนมน่ากินจังเลย"
อาสินมองไปที่ขนมแล้วกลืนน้ำลาย
"ข้ายกของทั้งหมดนี้ให้พวกเจ้าหมดเลย"
เธอบอกก่อนจะไปเตรียมอาหาร
"ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก แค่ให้ท่านมาช่วยกำจัดสัตว์อสูรก็มากพอแล้ว"
หมิ่นเต๋อพูดขึ้น อาลี่กับอาสินจึงหยุดชะงักและไม่กล้าแตะของเหล่านั้น
เธอเดินเข้าไปหยิบขนมมาให้ทั้ง อาลี่และอาสิน
"กินสิ ของทั้งหมดนี้กินได้เลย ข้าเตรียมเอาไว้ให้พวกเจ้านั่นแหละ"
ตั้งแต่หมิ่นเต๋อเล่าทุกอย่างให้เธอฟังถึงหมู่บ้านและน้องๆของเขา เธอก็ได้กลับไปเตรียมของทุกอย่างนี้ไว้ให้พวกเขานั่นแหละ
"ทุกอย่างนี้เตรียมไว้ให้พวกเราหรือ"
เขาถามอย่างอึ้งๆ
"ใช่แล้ว เจ้ามีหน้าที่รับไปก็พอ เอาไปแบ่งคนในหมู่บ้านด้วยสิ ของมีตั้งเยอะ"
"พี่สาวใจดีจังเลย"
อาลี่ชมขณะที่ในปากก็ยังเขี้ยวขนมจนแก้มยุ้ย
"ข้าอยากให้พี่สาวมาเป็นคนรักของพี่หมิ่นเต๋อ"
อาสินเอ่ยขึ้น
"อาสิน"
ตอนนี้หมิ่นเต๋อหน้าแดงเพราะความอาย น้องชายตัวแสบทำเขาอายอีกแล้ว
เธอมองดูเขาที่ตอนนี้หยิบของผิดๆถูกๆมาทำอาหารแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เธอเข้าไปช่วยเขาทำอาหาร เธอแสดงฝีมือด้วยการทำปลาราดพริก ผัดผักสมุนไพรรวม และทอดเนื้อให้กรอบๆพร้อมน้ำจิ้ม อาหารพร้อมแล้วทุกคนพากันมานั่งล้อมวงที่โต๊ะใจกลางบ้าน
"อาหารน่ากินจังเลย"
อาลี่มองแล้วทำน้ำลายไหล
"ห้อม หอม"
อาสินมองอาหารด้วยตาเป็นประกาย
"กินเยอะๆนะ ทุกคน"
เธอบอกและก็เริ่มลงมือกินอาหารเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย อาลี่กับอาสินนั้นพวกเขาเติมข้าวหลายชาม และชมไม่ขาดปากว่าอร่อย ไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อน เธอเข้าใจเพราะยากจนจึงไม่ค่อยมีเงินซื้อเนื้อ
"อาหารอร่อยจริงๆ"
เขาชม เธอคีบเนื้อให้เขาอีก
"อร่อยก็กินเยอะๆ ข้าว่าจะถามเจ้าว่าพวกสัตว์อสูรมันชอบออกล่ากันตอนไหน"
"มันชอบออกล่าในหมู่บ้านตอนค่ำๆ แต่ว่าถ้าไปหาของป่าตอนกลางวันก็เจอกับพวกมันในป่าอยู่ดี มันชอบซุ่มแอบดักอยู่"
"แบบนี้ก็แปลว่าคืนนี้มันต้องมาแน่"
"ปกติแล้วพอค่ำพวกเราทุกคนในหมู่บ้านจะเข้าบ้านและปิดประตูมิดชิดเพื่อซ่อนตัวโดยไม่ส่งเสียงให้พวกมันได้ยิน พอรุ่งเช้าพวกเราถึงจะออกจากบ้านได้"
"ทำไมถึงไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่นละ"
"ที่นี่เป็นบ้านเกิดของพวกเรา พวกเราจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"วางใจเถอะข้าจะจัดการพวกมันให้"
เธอบอกเพื่อให้เขาสบายใจ
ตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้วทุกคนในหมู่บ้านจึงได้รีบพากันเข้าบ้านและล็อคประตูอย่างแน่นหนา บรรยากาศจึงเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงและแสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างอยู่เท่านั้น เธอบอกให้ทั้งสามพี่น้องเข้าไปซ่อนตัวในบ้านและอย่าออกมาเธอจะจัดการเอง เธอใช้วิชาตัวเบาเตะเท้าแล้วพลิ้วตัวขึ้นไปซุ่มอยู่บนหลังคาบ้านแบบเงียบๆ
"ให้ข้าช่วยไหม"
เสี่ยวไป๋ถามเธอ
"ไม่เป็นไรข้าจัดการไหว"
เธอตอบ
"แค่ข้าพ่นไฟทีเดียวพวกมันก็ตายหมดแล้ว"
เขาโอ้อวด
"ถ้าเจ้าพ่นไฟมีหวัง หมู่บ้านหายไปหมดแน่ เจ้านอนพักอยู่ในกำไลมิตินั่นแหละ ถ้าข้าไม่ไหวจะเรียกนะ"
"ก็ได้ งั้นข้าไปงีบก่อนนะ ง่วงแล้ว"
เขาตอบ ในกำไลมิติมีแต่ของกินอร่อยๆเยอะแยะ พอกินอิ่มแล้วก็นอนอืดสบายๆ
รออยู่นาน ในที่สุดพวกมันก็มา สิ่งที่เธอเห็นคือสิงโตตัวสีฟ้าที่มีขนหนาปกคลุมไปทั่วร่างกายกับแพงคอฟูฟ่องแต่ที่แน่ๆก็คือเธอเห็นว่าพวกมันมีดวงตา สามดวง มีตรงกลางหน้าผากด้วย
พวกมันค่อยๆเยื้องย่างอย่างช้าๆและสอดส่ายสายตาไปทั่วเพื่อหาเหยื่อ พวกมันยังคงกระโดดไปตรงนั้นที ตรงนี้ทีเพื่อหาเหยื่อมาเป็นอาหาร พวกมันมากันสามตัว
เธอทะยานลงจากหลังคาและหยิบกริดขึ้นมาแทงไปที่ตัวของมัน ตัวหนึ่ง แต่เธอแทงพลาดเพราะว่าขนมันหนามาก ที่จริงแล้วเธอเล็งไปที่หัวใจ แต่กลับโดนส่วนอื่นแทน ขนของมันบังไปทั่วร่างกาย พวกมันสามตัวรีบวิ่งตะปปเธอและส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง
โฮกกกกกก กรรร
พวกมันส่งเสียงขู่เธอและกระโจนเข้าใส่ ตัวมันใหญ่กว่าเสือที่เธอเคยเจอ และมีถึงสามตัว มันตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่เธอ เธอกระโดดหลบและพลิกตัวหมุนเตะไปที่ลำตัวของมันครั้งแรกมันแค่เส เธอจึงเตะอัดไปครั้งที่สองมันจึงล้มลง เธอกำกริชในมือไว้แน่น ก่อนจะจ้วงแทงไปที่มันตรงตำแหน่งหัวใจ ถึงแม้จะต้องใช้แรงมากเพราะว่าผิวหนังบวกกับขนของมันที่หนามากเธอจะชักกริชออกหลังจากจัดการได้หนึ่งตัว
แต่อีกสองตัวก็กระโจนเข้าหาเธอด้วยความโกรธที่เห็นเธอฆ่าพวกของมัน มันพยายามจะใช้เท้าตะปปและงับเธอด้วยเขี้ยวที่ใหญ่ของพวกมันแต่เธอก็พลิ้วตัวหลบทันและกระโจนขึ้นไปตั้งตัวที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวพลิ้วลงมาและใช้กริชแทงไปที่ตาของมันตัวหนึ่งมันซึ่งเป็นตาที่หน้าผาก
โฮกกกกกกกก
มันร้องด้วยความเจ็บปวด เธอดีดตัวขึ้นไปนั่งบนตัวของมันและแทงไปที่ตัวมัน ก็มีสิงโตตัวฟ้าอีกตัวกระโจนเข้ามางับที่แขนของเธอและกระชากตัวเธอลงจากตัวของสิงโตตัวที่เธอแทงตาของมัน มันเหวี่ยงเธอไปมา เธอใช้กริชแทงที่จมูกของมัน จนเธอหลุดออกจากฟันของมัน และกระเด็นไปอีกทาง ตอนนี้เธอล้มหงายท้องอยู่กับพื้น มันกระโดดเข้าหาเธอ เธอตั้งรับด้วยการหงายกริชขึ้นข้างบน พอมันกระโจนใส่เธอ เธอก็แทงกริชขึ้นไปที่ท้องของมัน มันล้มลงขาดใจตายและร่างของมันก็ทับร่างเธออยู่
ตัวของมันหนักมากจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก กลิ่นสาบจากตัวของมันแทบทำให้เธออาเจียน เธอพยายามรวบรวมกำลังและพลักมันออกจากตัว เธอเหลือบไปเห็นสิงโตที่ถูกเธอแทงลูกตากำลังกระโจนมาหาเธอและมันก็เห็นว่าเธอถูกทับอยู่ มันขู่คำรามเสียงดังก้องไปทั่ว
"พี่สาววว"
อาลี่แอบเปิดประตูออกมาดู และเห็นว่าพี่สาวกำลังถูกสิงโตทับอยู่และมีสิงโตอีกตัวที่กำลังจะทำร้ายพี่สาว เขาไม่อยากให้พี่สาวใจดีต้องตาย
"อาลี่ เปิดประตูทำไม"
หมิ่นเต๋อที่เขาเผลอแค่แปปเดียว ก็ห้ามอาลี่ไว้ไม่ทัน เพราะอาลี่ดันเปิดประตูออกมาซะแล้ว
อาลี่ไม่สนและจะวิ่งมาหาเธอ ตอนนั้นเองสิงโตฟ้ามันก็เปลี่ยนเป้าหมายและกระโจนพุ่งมาหาอาลี่แทน
"กลับเข้าไปเร็วเข้า"
เธอตะโกนก้องจนสุดเสียง
หมิ่นเต๋อรีบวิ่งมากระชากแขนของอาลี่เพื่อหลบเข้าไปในบ้าน แต่ก็ไม่ทันมันกระโจนมาขวางหน้าพวกเขาเอาไว้ และส่งเสียงคำราม มันกำลังจะกระโจนใส่คนทั้งคู่ แต่เธอก็รวบรวมกำลังและกระถดตัวออกจากตัวของสิงโตที่ตายแล้ว จนออกมาได้ ตัวมันหนักเกินไปไม่สามารถที่จะพลักออกได้ เธอพลิ้วตัวทะยานเข้ามาหามันก่อนจะแทงไปที่ตัวของมัน เธอชักกริชออกและแทงซ้ำลงไปอีก จนมันล้มลงแน่นิ่งไป
"ปลอดภัยนะ ทุกคน"
เธอถามพวกเขาด้วยความเป็นห่วง
"อึก ฮือๆๆ พี่สาว"
อาลี่วิ่งเข้ามากอดเธอด้วยเสียงสะอึกสะอื้น
อาสินก็วิ่งเข้ามากอดเธอเช่นกัน พวกเขาตกใจและขวัญเสีย
"ไม่เป็นไรนะ"
เธอลูบหัวพวกเขา
"พี่สาวนั่นแหละที่เป็น เลือดออกใหญ่เลย อึก ฮือๆๆ"
อาลี่มองมาที่แขนของเธอ เลือดไหลออกจากแผลที่ถูกกระชากด้วยคมเขี้ยวของสิงโตฟ้า จนเสื้อผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง เลือดค่อยๆหยดลงพื้น ตอนนี้เธอเริ่มหน้ามืดเพราะเสียเลือด
"เข้าไปพักข้างในก่อนข้าจะทำแผลให้"
หมิ่นเต๋อรีบเข้ามาช่วยประคองเธอ เข้าไปนอนที่เตียง
เช้าวันต่อมาชาวบ้านต่างพากันมายืนมุงดูอสูรสามตัวที่ถูกจัดการแล้ว อย่างสนใจ และดีใจมาก ที่พวกมันตายลง พวกเขาก็จะได้ไปหาของป่าได้แล้ว และไม่ต้องกลัวพวกมันอีกต่อไป พวกชาวบ้านไม่เคยเห็นอสูรใกล้ๆ จึงพากันมาจ้องมองดูพวกมัน และพยายามเอาไม้เขี่ยๆดู
เธอที่เมื่อคืนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ หลังจากที่หมิ่นเต๋อทำแผลให้ เธอก็กินยาของตัวเองที่พกมาด้วย พอรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว เธอได้ออกมาดูพวกชาวบ้านที่กำลังให้ความสนใจกับสัตว์อสูรและพวกเขาต่างคิดกันว่าจะทำยังไงกับพวกมันดี หมิ่นเต๋อ อาลี่ อาสินก็อยู่ด้วย
"อ้าวผู้มีพระคุณฟื้นแล้ว"
พวกเขาต่างเข้ามาห้อมล้อมเธอ
"ขอบคุณแม่นางที่ช่วยจัดการสัตว์อสูรให้"
"ขอบคุณจริงๆ"
"ขอบคุณมากๆเลย"
พวกเขาต่างพากันห้อมล้อมเธอและพูดขอบคุณไม่หยุด
"ข้าเต็มใจช่วยเหลือพวกท่านอยู่แล้ว"
เธอยิ้มให้ทุกคน
"เรากำลังตัดสินใจกันว่าจะทำอย่างไรกับพวกมันดี"
"เอาพวกมันไปฝังดีหรือไม่"
หมิ่นเต๋อออกความคิดเห็น
"ข้าว่าเผามันทิ้งเลยดีกว่า"
ชาวบ้านอีกคนออกความคิดเห็น
"กินมันสิ"
เธอบอก
"เอ๋ กินมันได้หรือแม่นาง ไม่อันตรายหรือ"
หมิ่นเต๋อถามเธออย่างสงสัย
"ข้าจะบอกอะไรดีๆให้นะทุกคน เนื้อของสัตว์อสูรถือว่าเป็นเนื้อหายาก เป็นเนื้อชั้นยอด ถ้ากินแล้วจะได้รับประโยชน์อย่างมากมายเลย บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย และเนื้อของพวกมันยังมีราคาแพงมากอีกด้วย สัตว์อสูรตัวนี้ ข้าอ่านเจอในตำราสัตว์อสูร มันคือสิงโตฟ้า ถ้าพวกท่านเอามันไปขายคงจะได้เงินหลายตำลึง ข้าว่าน่าจะไม่ตำกว่า 5000 ตำลึง"
"ห๊าาา สัตว์อสูรมีค่าขนาดนี้เชียวหรือ"
แน่นอนพวกเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่เคยรู้เรื่องนี้ สัตว์ที่จับไปขาย ก็ล้วนเป็นสัตว์ธรรมดาทั่วๆไป
"มีตั้งสามตัวแบบนี้เอาไปขายก็คงจะได้เงินไม่น้อย"
"แต่คนในเมืองก็คงไม่มีเงินซื้อหรอก"
คนในเมืองก็ไม่ค่อยมีเงิน ยากจนไม่แพ้กัน เนื่องด้วยเมืองนี้ไม่เข้ากับแคว้นใด ตั้งตัวเองเป็นอิสระ คนอื่นๆต่างพากันเรียกว่าเมืองเถื่อนทั้งๆที่ชาวบ้านก็อยากเป็นเมืองที่อยู่ในการดูแลของกษัตริย์ แต่เจ้าเมืองไม่ยอม
"ก็เก็บเนื้อตากแห้งเอาไว้กินสิ ได้ยินว่าเจ้าเมืองรวยที่สุดในเมืองนี้เอาไปขายให้เขาสิ"
เธอแนะนำ
"เขาคงไม่ซื้อหรอกและคงยึดเอาของไปแบบไม่จ่ายเงินเลยสักแดง"
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้น
"ข้าอาสาจะเอาไปขายให้เจ้าเมืองตัวหนึ่ง อีกสองตัวพวกท่านก็เก็บไว้กินซะ"
เธออยากเจอเจ้าเมืองจึงหาข้ออ้างเพื่อไปหาอยากจะไปดูหน้าคนที่เอาเปรียบชาวบ้านสักหน่อย
"ท่านจะไปเองเลยหรือ"
หมิ่นเต๋อ ตกใจเพราะกลัวว่านางจะเป็นอันตรายเพราะเขาได้ยินมาว่า เจ้าเมืองนั้นเจ้าชู้ ชอบฉุดหญิงสาวสวยๆไปเป็นเมีย บ้านไหนไม่มีเงินจ่ายภาษี ถ้ามีลูกสาวสวยเขาก็จะเอานางไปแทนค่าภาษี และฟางเหม่ยหลิงก็มีหน้าตาที่สะสวยมากเสียด้วย ขนาดเขาเห็นนางครั้งแรกแล้วยังอดทึ่งไม่ได้เลย เพราะเขายังไม่เคยเจอใครที่สวยเท่านางมาก่อน
พวกชาวบ้านเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนักพวกเขาไม่อยากให้นางไปเจอเจ้าเมือง พวกเขาเห็นนางครั้งแรกก็ยังคิดในใจกันเลยว่า นางเป็นหญิงงามที่หาดูได้ยากยิ่ง ถ้าเจ้าเมืองเจอนางเข้าละก็ต้องอยากได้นางไปเป็นเมียแน่ พวกเขาไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต้องเดือดร้อน พวกเขาไม่ต้องการเงินหรอก แค่ผู้มีพระคุณช่วยเหลือขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
"นางหนูพวกเราไม่ต้องการเงินหรอก เจ้าอย่าไปหาเจ้าเมืองนะ มันอันตราย"
หญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้น