ตอนที่ 119 ช็อปปิ้ง
หลังจากวนเวียนอยู่กับโซนขายเครื่องดื่มอยู่นานสองนาน ไลท์ก็ได้เดินต่อไปยังโซนขายเมล็ดพืชและผักต่างๆ ที่วางเรียงรายเป็นแถวยาว โดยมีทั้งวัตถุดิบที่พร้อมสำหรับนำไปรับประทานและเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ
ซึ่งอย่างที่เคยบอกไปว่าเมล็ดพันธุ์ที่ต้องปลูกเองนั้นจะมีราคาที่ถูกเอามากๆ เฉลี่ยตกถุงละ 1-5 แต้มเท่านั้นเอง ส่วนวัตถุดิบที่พร้อมใช้งานก็จะแพงขึ้นมาหน่อยตกกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 20-50 แต้มเลยทีเดียว
แน่นอนไลท์ที่ค่อนข้างมีแต้มที่จำกัดจำเขี่ย บวกกับอาหารไทยก็เป็นอาหารที่ต้องมีวัตถุดิบหลายอย่างมาเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะซื้อเมล็ดพันธุ์กลับไปเป็นจำนวนมากๆ โดยครั้งนี้ เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะปลูกพืชให้เต็มสวนหลังร้านของเขาไปเลย
อีกทั้ง ยังมีความคิดที่จะขอนำเมล็ดพันธุ์พวกนี้ไปทดลองปลูกที่ฟาร์มของ ไรอัน จีน่าและไรเซน โดยอาจจะขอเช่าพื้นที่หรือจ้างจีน่าปลูกให้แทนอะไรก็ว่ากันไป
อย่างไรก็ตามความคิดในเรื่องของการเพราะปลูกของไลท์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพาะปลูกเพียงอย่างเดียว
เพราะหลังจากที่ไลท์ได้เรียนรู้โลก The Gloria มาได้สักพัก เขาก็พบว่าโลกใบนี้ดูจะค่อนข้างขาดแคลนวัตถุดิบประเภทสัตว์น้ำอยู่มากพอสมควร เนื่องจากผู้คนชาวบ้านต่างหวาดกลัวที่จะเข้าใกล้ทะเลและแหล่งน้ำ
ซึ่งมีเอลฟ์คคอยปกปักดูแลรักษา ต้นน้ำหรือตาน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำในโลก The Gloria มีชื่อเรียกพื้นที่แห่งนั้นกันว่า ‘ทะเลมนตรา’
ทะเลมนตราถือเป็นแหล่งน้ำที่คอยกระจายน้ำไปตามลำธารต่างๆ แม้มันจะได้ชื่อว่าเป็นทะเล แต่ความเป็นจริงแล้วทะเลดังกล่างนั้นมีปริมาณน้ำเค็มจากทะเล ที่จำกัดอยู่ในเขตดินแดนมนตราเพียงเท่านั้น
ส่วนน้ำที่ไหลผ่านจากเขตแดนดังกล่าว ก็จะผันเปลี่ยนการเป็นน้ำจืด ถึงกระนั้นแม้จะน้ำทะเลจากทะเลมนตราจะผันเปลี่ยนกลายเป็นน้ำจืดไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า ผู้คนและชาวบ้านต่างก็ใช้น้ำพวกนี้ แค่เพียงกิน ดื่มและใช้หล่อเลี้ยงชีวิตกันเท่านั้น
ไม่มีใครกล้าลงมือทำประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือจับปลาตามแม่น้ำกันมากนัก เพราะทุกคนกลัวว่าคำสาปจากเอลฟ์ที่สาปดินแดนแห่งนี้เอาไว้ จะทำให้พวกเขาตายวันตายพรุ่งกันตามความเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหวาดกลัวต่อคำสาปไปเสียทั้งหมด ด้วยสภาวะของโลก The Gloria ที่ถึงแม้ตอนนี้จะดูสงบสุข หากแต่ความเป็นจริงแล้ว สภาวะของบ้านเมืองในตอนนี้ มันก็เหมือนกลับ กำลังทำสงครามเย็นที่ยืดเยื้อกันอยู่เสียมากกว่า
และด้วยสภาวะที่บีบคั้นนี้เอง จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ขอยอมตายดีกว่าอยู่อย่างอดๆ ยาก เลือกที่จะเสี่ยงตายทำการประมงใกล้ๆ กับทะเลมนตรา เพื่อจับสัตว์ทะเลที่มีราคาแพงมาหาเลี้ยงชีพ
ทั้งนี้ผู้คนในเมืองหลวง ต่างก็โหยหาและอยากกิน อาหารจากทะเลด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะมีจำนวนคนที่ยอมเสี่ยงตายนั้นมีไม่มากพอ อาหารทะเลหรืออาหารจากสัตว์น้ำ จึงไม่ต่างอะไรกับของหายากที่ผู้คนนั้นยอมทุ่ม เงิน เพื่อให้ได้มาเลยทีเดียว
โดยเรื่องทั้งหมดนี้ ไลท์ก็ได้ฟังมาจากไรเซน ผู้เป็นน้องชายของไรอันและจีน่า ที่บ่อยครั้งยามที่ครอบครัวกำลังเดือดร้อน ไปต่อไม่ได้
ไรเซนก็จะยอมเสี่ยงตาย อาสาออกไปทำประมงจับปลาที่อยู่ใกล้ๆ กับ ทะเลมนตรา อยู่หลายครั้งหลายครา
อย่างในช่วงไม่กี่วันก่อน ที่ร้านของไรอันและจีน่า มีปลาและสัตว์ทะเลมาวางขายที่ร้าน และไลท์เองก็เกิดสนใจที่อยากจะซื้อมันไปเช่นกัน...แต่ติดก็ตรงที่ ปลาเหล่านั้น นั้นมีเจ้าของไปหมดแล้วนั่นเอง
ซึ่งคนที่ซื้อปลาเหล่านั้นไป ก็ไม่ใช่ใครอื่น มันคือหนึ่งในคนสนิทของเจ้าของร้านกระทะทอง ที่มีร้านสาขาเปิดกระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ นั่นเอง
อย่างไรก็ตามหลังจาก ระบบร้านค้าของเขาได้เลื่อนขึ้นเป็นเลเวล 2 นอกจากจะมีการเปิดแผนกของเครื่อมดื่มเพิ่มเติมขึ้นมาแล้ว อีกหนึ่งแผนกขายวัตถุดิบจำพวกสัตว์น้ำก็ได้เปิดขึ้นมาเช่นเดียวกัน
และแน่นอนมันมีทั้งปลาตัวเป็นๆ ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในบ่อกระจก เฉกเช่นในห้างสรรพสินค้าในโลกก่อนของนั่นเอง
“ระบบ...ในร้านค้านี้ มี อาหารเม็ดสำหรับปลาขายไหม?”
ไลท์หยุดยืนมองดูป้ายราคาของปลาแต่ละประเภทอยู่นานสองนานและราคาที่เขียนกำกับเอาไว้ก็มีตั้งแต่ 50-200แต้ม/กิโล
‘ราคาของมันสูงเกินไป’
แค่มองดูป้ายราคา ไลท์ก็ถึงกับต้องผงะ ราคาของมันสูงมากเกินไป หากนำมาขายเป็นข้าวแกงให้กับผู้คนจำนวนมากได้กิน
แต่ถึงกระนั้นไลท์ก็ไม่อยากที่จะตัดใจจากสัตว์น้ำพวกนี้ไป ด้วยคนไทยนั้นเติบโตมากับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น พืช ผักผลไม้รวมไปถึงสัตว์บก สัตว์น้ำที่มีทั้งน้ำจืดและเค็ม
ทั้งนี้แม้จะไม่ได้เป็นอันดับต้นๆ ของโลก อย่างเช่น ปลาในน่านน้ำของญี่ปุ่น เกาหลีและจีน ที่ต้องยอมรับว่าประเทศที่กล่าวมาคืออันดับหนึ่ง
แต่ประเทศไทยก็ยังติดอยู่ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ในด้านนี้อยู่ไม่น้อย หากต้องเทียบกับชาวตะวันตก ที่ประเทศส่วนใหญ่บางประเทศที่เจริญกว่าประเทศไทยอยู่มาก ก็ยังต้องสั่งซื้ออาหารทะเลจากบ้านเราไปก็มีอยู่ไม่น้อย
‘มีค่ะ ระบบของเรามีทุกอย่างตามที่เจ้าของร่างต้องการครบหมดแล้ว หรือแม้กระทั่งหนังสือเลี้ยงปลาให้นำไปศึกษาอีกด้วย’ หญิงสาวในระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงราวกับล่วงรู้ความคิดของไลท์
ใช่แล้ว...ถ้าราคาของปลาในโลก The Gloria และ ในร้านค้าระบบ จะแพงไม่เกรงใจใครกันแบบนี้
งั้นก็ดีล่ะ...เขาตั้งใจแล้วว่าจะเพาะเลี้ยงพวกมันเองเสียเลย
ทั้งนี้แม้ไลท์จะไม่มีความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์มาก่อน แต่ทันทีที่เขาตกลงซื้อหนังสือเลี้ยงปลามาจากระบบ ที่ตกราคาเล่มละ 5 แต้ม ที่เป็นราคาที่ถูกแสนถูก แลกกับความรู้ที่แทบไม่จำเป็นต้องเปิดอ่าน
ความรู้จากหนังสือเลี้ยงปลา ก็ไหลพรวดพราดเข้ามาในหัวของเขา ราวกับกำลังเล่นเกม RPG แล้วตัวละครของเราไปเปิดอ่านหนังสืออะไรสักอย่าง พออ่านปุ้บก็เข้าใจปั้บ...ช่างสะดวกดีแท้ๆ
ไลท์แอบยิ้มให้กับระบบที่สะดวกสบาย แต่ก็แอบหงุดหงิดใจอยู่เล็กน้อย ตรงที่ถึงเขาจะมีความรู้ด้านการเลี้ยงปลามาจากหนังสือ แต่เขาก็ยังต้องซื้อ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลา มาจากระบบอยู่ดี โดยเขาเลือกซื้อพ่อพันธุ์ปลานิลมาจำนวน 5 ตัวและแม่พันธุ์อีกจำนวน 10 ตัว รวมๆ แล้วเขาหมดแต้มจากระบบไปกับการทดลองนี้เกือบ 1000 แต้มเลยเดียว
แต่ถึงกระนั้น หากมันเป็นไปในทิศทางที่ดีและไม่มีผลกระทบอะไรกับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ เขาก็มีความตั้งใจว่าจะขยายปลาพันธุ์อื่นๆ และสัตว์น้ำอื่นๆ ต่อไป อีกในอนาคต
เพราะเขาเชื่อว่า การลงทุนในหนนี้ จะต้องได้รับผลกำไรตอบแทนกลับมาอย่างแน่นอน
หลังจากเดินผ่านโซนขายสัตว์น้ำ ไลท์ก็ได้เลือกแวะไปยังโซนขายวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ
อย่างเช่น ซิ้อิ้ว น้ำปลา พริกไทยและแป้ง เพื่อตั้งใจที่จะทำเมนูทอดกรอบ มาเพิ่มรสชาติความสนุกให้กับทางร้าน ในอีกหลายๆ เมนู
ยกตัวอย่างเมนูทอดขึ้นชื่อของประเทศไทย ก็คงหนีไม่พ้นเมนูไก่ทอด และเหนือสิ่งอื่นใด ไลท์ที่เคยร่ำเรียนการทำอาหารจากโรงเรียนสอนทำอาหารที่รวบรวมอาหารนานาประเทศไว้ในที่เดียว
เขาก็ได้มีโอกาสพบพานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ พ่อครัว จากหลากหลายประเทศ ที่หากไม่นับรวมไก่ทอดจากประเทศไทยที่ไลท์รู้ถึงวิธีการทำและสูตรดีอยู่แล้ว
เขายังได้มีโอกาสร่ำเรียนการทำไก่ทอด จากอีกหนึ่งประเทศ ที่บ้ากินไก่ทอดเสียยิ่งกว่าประเทศไทยเสียอีก
บ้ากินถึงขั้นที่ว่า พัฒนาเมนูไก่ทอดจนขึ้นสู่จุดสูงสุดของการทอดไก่ ขายได้วันละ 100 กิโล ก็เคยมีให้เห็นกันมาแล้ว ซึ่งนั้นก็คือไก่ทอดจากประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง
แม้ไลท์จะนิยมชมชอบไก่ทอดของไทย ที่เน้นในเรื่องของเครื่องเทศและสมุนไพร จิ้มกันกับน้ำจิ้มไก่อยู่มาก แต่อีกใจหนึ่งของเขาก็ชื่นชอบไก่ทอด สไตล์เกาหลีที่ให้ความสำคัญกับการทอดและแป้งทอดกรอบเช่นกัน
ไก่ทอดสไตล์เกาหลี มันคืออีกสัมผัสหนึ่ง ที่ต่างก็ดีไปคนละแบบ ดังนั้นจะเถียงว่าใครอร่อยกว่า มันดูออกจะไร้สาระเกินไปเสียหน่อย...ขอเพียงกินให้อร่อยและมีความสุข แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่เหรอ?
หลังจากไลท์ได้ทำการซื้อวัตถุมาจนครบถ้วน แต้มในระบบของเขาก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยแต้ม
เขาได้จัดแจง เรียงทุกอย่างที่เขาซื้อมา เอาไว้ในห้องเก็บของที่เวลาภายในนั้น หยุดเดิน เพื่อเก็บรักษาของต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสดใหม่ ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาที่ได้ซื้อมาพร้อมๆ กับของใช้ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับเลี้ยงปลา
เขาก็ได้วางไว้อยู่ในบ่อกระจกเล็กๆ ที่ระบบแถมมาให้ เอาไว้ในห้องเก็บของเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขายังไม่ได้ตระเตรียมพื้นที่ที่จะทำบ่อเลี้ยงปลา หรือ หาพื้นที่ให้กับมันเลยนั่นเอง
ไลท์ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าอยู่อีกสักพัก ก่อนที่เขาจะกลับออกมาจากระบบที่หลับลึกไป ก็เป็นเวลาเช้ามืดของวันแล้ว
แม้การเข้าสู่ระบบจะเป็นการหลับลึก แต่สมองของเขาก็ยังคงตื่นตัว ทำให้สภาพของไลท์ที่กำลังนั่งรถม้าเดินทางไปยังหมู่บ้านดาราฉาย ที่มีโทมัสและจิมติดตามมาด้วย จึงมีสภาพง่วงเหงาหาวนอนและแอบเผลองีบหลับไปแทบจะตลอดทาง
แน่นอนว่าทางด้าน โทมัสและจิม ที่ติดตามมาก็พลอยแอบเป็นห่วง ไลท์อยู่ไม่น้อย
เพราะนับจากที่พวกเขาทั้งสองคนเห็น แทบจะไม่มีวันไหนเลยที่ไลท์จะหยุดพักผ่อนสักวินาทีเดียว
“จิมพยายามบังคับม้าให้นิ่งๆ ให้เชฟไลท์ได้พักสักหน่อยเถอะ”
โทมัสที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้อุ้มเจ้าโปริ่งที่กำลังนอนอยู่บนตัก มาไว้ที่อ้อมอกของตัวเอง อย่างน้อยก็ช่วยให้ไลท์ได้หลับสบายๆ โดยที่ไม่ต้องพะวงว่า เจ้าโปริ่ง จะร่วงหล่นในระหว่างเดินทาง
พวกเขาใช้เวลาเดินทางจากร้าน ไปยังหมู่บ้านดาราฉายด้วยรถม้าประมาณ 15 นาที ก่อนที่โทมัสจะปลุกไลท์ให้ตื่นขึ้น ในทันทีที่พวกเขามาถึงจุดหมาย
“ถึงแล้วเหรอ โทษทีฉันเผลอหลับไปใช่ไหม” ไลท์สะดุ้งตื่น ก่อนจะขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อขจัดความง่วงให้ออกไป
หมู่บ้านดาราฉายในเช้ามืดวันนี้ ยังคงเงียบสนิท มีบ้านเรือนเพียงไม่กี่หลัง ที่เปิดไฟสว่าง เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในเช้าวันใหม่
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแยกตัวออกไปฟาร์มของท่านไรเซนก่อนนะครับ”
“แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งจิม ช่วยสอบถามไรเซนให้กับฉันหน่อย ว่าฟาร์มของเขามีพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้หรือไม่? ถ้าหากมี ช่วยถามให้ที่ว่าพอจะปล่อยให้ฉันเช่าได้หรือไม่ เรื่องราคาค่อยมาตกลงกันทีหลัง”
“ไว้จะสอบถามให้ครับเชฟ”
จิมที่วันนี้มีหน้าที่ไปซื้อเนื้อสัตว์จากฟาร์มของไรเซน ได้แยกตัวจากไป
เหลือเพียงไลท์และโทมัสอยู่ตามลำพัง โดยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไลท์จะมอบหมายบทเรียนสำคัญอย่างหนึ่งให้กับโทมัสได้เรียนรู้ ในฐานะพ่อครัวมือขวาของเข
“ไปร้านขายเนื้อ ร้านนั้นกันเถอะ”
ไลท์ชี้นิ้วไปยังร้านขายเนื้อที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมาซื้อเนื้อที่ร้านนี้กับคุณตาเกล ก่อนจะถูกโขกสับราคาจนหัวแบะ อีกทั้งสภาพของเนื้อในร้านนี้ก็ย่ำแย่เอามากๆ หากเทียบกับร้านของไรอันและจีน่า ที่ซื้อขายกันเป็นประจำ
แต่ทว่า...รู้ทั้งรู้ว่า คุณภาพเนื้อจากร้านที่ว่านี้ไม่ดี แต่ไลท์ก็ยังชวนโทมัส มาด้วยกันกับเขา
ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเขาต้องการซื้อเนื้อวัตถุดิบเพื่อนำไปขายที่ร้าน แต่เพื่อต้องการจะสอนให้โทมัสนั้นเลือกเนื้อสัตว์และวัตถุดิบให้เป็นนั่นเอง
เพราะนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่พ่อครัว จำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษาให้กระจ่าง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy