หลินเทียนนำจางเฉิน หลี่จิ้งและหลินเมิ่งไปที่ห้องพักด้านหลังพวกเขามีคำถามมากมายสำหรับจางเฉิน แต่ก็อดกลั้นเอาไว้ก่อน
“เจ้ามาจากไหนใครเป็นอาจารย์เจ้า” หลินเทียนเริ่มคำถามแรกทันทีหลังจากนั่งลงกันหมดแล้ว
“อ่า ข้าอยู่กับอาจารย์ในป่าเราอาจารย์ข้านั้นเป็นอิสระไม่ได้มีชื่อเสียง ตอนนี้อาจารย์ออกเดินทางท่องเที่ยวเขาให้ข้าออกหาประสบการณ์” จางเฉินตอบแบบกว้างๆ เขาไม่อยากอธิบายมากนักเพราะมันจะเกี่ยวเนื่องไปถึงการเดินทางต่างๆ โดยเฉพาะที่ว่าเขามีสัตว์อสูร
“อาณาจักรเราเต็มไปด้วยเสือซุ่มมังกรซ่อนจริงๆ เจ้ายินดีเป็นลูกศิษย์ข้าไหม ข้าอยากให้เจ้าทำงานกับข้าในสมาคม”หลินเทียนยิงเข้าประเด็นทันที
“ขออภัยข้าไม่อาจอยู่ทีนี้ได้นาน”
หลินเทียนไม่ประหลาดใจนักอัจฉริยะแบบนี้ย่อมได้รับการสอนจากต้นแบบที่ทรงพลังอย่างยิ่ง จะให้มาเป็นลูกศิษย์เขาหรือยึดตัวไว้ย่อมเป็นไปไม่ได้
“ข้ามีเรื่องขอร้อง ข้าต้องการหนังสือรับรองเพื่อเข้าเรียนวิทยาลัยชวนหลิง”
“เข้าร่วมสำนักชวนหลิง แค่เพียงเป็นนักปรุงยา ก็สุข สบายไปตลอดแล้ว เมื่อถึงระดับกลาง ตั้งแต่ระดับ 4ขึ้นไป แม้แต่ราชาของอาณาจักรยังต้องนอบน้อม เจ้าจะเรียนทำไมอีก แต่เอาเถอะข้าจะจัดการให้เจ้าเจ้ามีที่พักหรือยัง”
“ยังครับ”
“งั้นก่อนถึงวันสมัครเข้าสำนัก เจ้าอยู่ที่สมาคมก่อนได้ ข้ามีเรื่องที่จะพูดคุยกับเจ้า”
ตลอด 10 วันทั้งสี่คนต่างใช้เวลาไปกับการพูดคุยกันเรื่องการปรุงยาต่างๆ หลี่จิ้งกับหลินเมิ่งเป็นเภสัชกรระดับสามด้วยความรู้ที่ได้รับหลังจากการแลกเปลี่ยนเชื่อว่าไม่นานก็สามารถสอบระดับสี่ได้ซึ่งทั้งสองรู้สึกดีกับจางเฉินมากส่วนหลินเทียนนั้นเป็นระดับสี่ไม่ไกลจากระดับห้าอยู่แล้วยิ่งได้ฟังเขาก็ยิ่งเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ
หลินเทียนเป็นรองหัวหน้าสมาคมส่วนหัวหน้าสมาคมนั้นเป็นพี่ชายของเขาเองชื่อหลินจงเป่าซึ่งหลินจงเป่าเองก็เอาร่วมเสวนาด้วยเช่นกัน ทั้งสองคนต่างสนิทชิดเชื้อกับจางเฉินอย่างรวดเร็วเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันพูดคุยกันอย่างถูกคอตลอดทั้งวันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย
จางเฉินเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆมากมายทั้งความรู้เรื่องสมุนไพร ยา และเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรต่างๆและนิกายใหญ่ๆ ของทวีป
“วันนี้เจ้าจะไปทดสอบเข้าสำนักแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรก็กลับมาหาพวกเราได้” หลินจงเป่าให้ตราสัญลักษณ์ประจำตัวกับจางเฉินใจของเขานั้นอยากให้จางเฉินอยู่ต่อแต่ก็ไม่สามารถทำได้หวังเพียงให้จางเฉินกลับมาบ้าง
“ขอบคุณท่านหลินบุญคุณทั้งให้ที่พักและแนะนำสิ่งต่างๆ ข้าขอเก็บไว้ในใจ”จางเฉินกล่าวลาแล้วเดินทางไปสอบเข้ามหาลัย
สองพี่น้อง หลินเทียน หลินจงเป่ามองจางเฉินเดินจากไปอย่างเสียดายและถอนหายใจพร้อมๆ กันมันยากมากที่จะหาคนเข้าใจในสมุนไพรระดับนี้เพื่อขอคำปรึกษาพวกเขาได้ประโยชน์มากมายในช่วงสิบวันที่ผ่านมา
ไม่ช้าจางเฉินก็เดินทางมาถึงสถานที่สมัครเข้าเรียนจางเฉินจึงเข้าแถวรอ
“สหายเจ้ามาจากไหนมาสมัครเข้าร่วมสำนักชวนหลิงเหมือนกันใช่ไหม” เสียงดังมาจากด้านหลังของจางเฉิน
จางเฉินหันไปมองพบว่าเป็นหนุ่มรูปร่างอ้วนและอายุเท่าๆ กันกับเขา
“ใช่แล้ว”จางเฉินตอบแบบไม่ใส่ใจนัก
“ข้าชื่อ จางต้าไห่ส่วนนี่พี่น้องร่วมสาบานข้า ถังฟู่เฉิง” จางต้าไห่ชี้ไปที่ฟูเฉิงซึ่งอยู่ในแถวถัดไป
“อืม ...” จางเฉินยังคงทำหน้านิ่งเฉย
“ข้าบอกชื่อข้า แนะนำตัวแล้วเจ้าขอบอกชื่อเจ้า แล้วเราก็เป็นสหายกัน อยู่ในสำนักชวนหลิงด้วยกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน เป็นสหายร่วมรบ ข้าก็เห็นเจ้าตัวคนเดียวอย่าปฏิเสธ ...”จางต้าไห่ร่ายยาวเหมือนโมโหที่จางเฉินเมินเฉยกับมัน
“พอๆ ไอ่อ้วน” ฟู่เฉิงห้ามปรามเพื่อนของเขา
“ข้าชื่อจางเฉิน ค่อยๆคุยกันก็ได้ ข้าคุยไม่เก่งเท่าไหร่นัก แล้วเจ้าอ้วนต้าไห่เจ้าพักให้คนอื่นพูดบ้างทำไมพูดซะยาวขนาดนี้” จางเฉินพูดไปพร้อมกับยิ้มแอบหัวเราะในใจกับสหายแปลกๆ ในวันแรกที่เจอ คนหนึ่งอ้วนๆ พูดมาก ดูเป็นกันเอง อีกคนหนึ่งดูผอมๆ บางๆบุคลิคท่าทางเหมือนบัณฑิทที่จมอยู่กับกองหนังสือ
“ใครให้เจ้าเรียกข้าว่าอ้วน นี่คือหุ่นดีในแบบของข้า เจ้าก็รูปร่างยังกับหมีดูแขนขาเจ้าติดแค่ว่าไม่มีพุงเหมือนข้า ดูดีตาย โถ่” จางต้าไห่ไม่ยอมแพ้ที่มาเรียกมันว่าอ้วน
จางเฉินกับฟู่เฉิงหัวเราะพร้อมๆ กันหลังจากนั้นทั้งสามคนก็คุยกันอย่างถูกคอจางต้าไห่เป็นครอบครัวที่ทำเกี่ยวกับการค้าในเมืองเชียงชีส่วนฟูเฉิงนั้นเป็นลูกของหัวหน้าทหารยามเมืองทั้งสองครอบครัวเกี่ยวพันกันอย่างแน่นแฟนตั้งแต่รุ่นก่อน พ่อต้าไห่กับฟู่เฉิงนั้นเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันช่วยเหลือกันในสนามรบมาก่อนทำให้ทั้งฟู่เฉิงและจางต้าไห่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกันโดยอัตโนมัติ
“เสียดายเน๊อะ ต้าไห่ไม่เกิดเป็นหญิง เจ้าสองคนเหมาะสมกันดี” จางเฉินคิดแล้วก็พูดไปด้วยความสนุก
“เจ้าบ้า” ต้าไห่ตบไหล่จางเฉินอย่างแรง ทั้งสามคนหัวเราะไปพร้อมกัน
ไม่ช้าแถวของการสมัครก็ถึงจางเฉิน
“เอาจดหมายแนะนำตัวออกมาแล้วก็เข้าไประเมิน” ชายวัยกลางคนนั่นโต๊ะยาวยืนมือมาขอรับหนังสือรับรอง