"เมื่อก่อนไม่รู้ว่าได้ยินใครพูดว่ายุวชนซูแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงเพียงเพราะต้องการให้เขาทำงานให้ดูสิ! ช่างไร้สาระสิ้นดี!"
“เธอน่ะรักเซียวหยวนหมิงอย่างออกนอกหน้า ถึงยอมลดตัวลงมาแต่งงานด้วยไม่อย่างนั้นยุวชนอย่างเธอจะยอมแต่งงานกับคนบ้านนอกหรอกเหรอ?”
ทุกคนเมื่อเห็นซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็พากันกล่าวทักทาย
“ยุวชนซู! เซียวหยวนหมิง! พวกคุณกลับมาแล้วเหรอ?”
“เซียวหยวนหมิง หายดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”
ต่างคนต่างถามไถ่ด้วยความกระตือรือร้น
ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ“อาการบาดเจ็บของอาหมิงดีขึ้นมากแล้วค่ะคุณหมอบอกว่าไม่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้ว กลับไปพักฟื้นที่บ้านอีกสองสามวันก็พอ”
เซียวหยวนหมิงเองก็พยายามเผยรอยยิ้มบนใบหน้าทำให้เขาดูไม่เคร่งขรึมและจริงจังเหมือนเมื่อก่อนทำให้ผู้คนต่างพากันดีใจที่ได้ทักทายเขา
ตอนนี้สถานะของเซียวหยวนหมิงดีขึ้นแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลากไปพัวพันอีกต่อไป
“ก็ดีแล้ว ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
“ใช่แล้วๆ! ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ขอแค่ปลอดภัยก็พอ”
“ยุวชนซู ตอนนี้ทุกคนต่างก็ยกย่องเธอว่าเป็นดาวนำโชคเลยนะ!เธอช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้หลายคนเลย”
“ยุวชนซูเป็นผู้รู้ ผู้มีการศึกษา เป็นปัญญาชนขั้นสูง รู้เรื่องราวมากมายการศึกษาที่ร่ำเรียนมาไม่สูญเปล่าจริงๆ”
ทุกคนต่างพากันชื่นชมซูเจียวเจียวถึงกับยิ้มจนแก้มแข็งไปหมดแล้ว
โจวเม่ยที่เพิ่งกลับจากการทำงานเห็นทุกคนรุมล้อมชื่นชมซูเจียวเจียว ดวงตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววริษยาขึ้นมามีดีอะไรกันนักหนา! เธอแค่ไม่ได้ไปช่วยเท่านั้นเองไม่อย่างนั้นเธอก็ต้องช่วยได้เหมือนกัน!
โจวเม่ยมองซูเจียวเจียวแวบหนึ่งแล้วเดินจากไป
ซูเจียวเจียวแกล้งทำเป็นไม่เห็นโจวเม่ยพูดคุยกับทุกคนอีกครู่หนึ่งก่อนจะดึงเซียวหยวนหมิงออกไปอย่างรวดเร็วเธอเกรงว่าถ้ามัวแต่พูดคุยอยู่อีกละก็ คงไม่ต้องกินมื้อเที่ยงกันพอดี
ทุกคนช่างกระตือรือร้นเหลือเกิน
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับมาเธอก็ดีใจเป็นอย่างมาก รีบวิ่งออกไปรับ “เจียวเจียว!อาหมิง! กลับมาแล้วเหรอ! อาการบาดเจ็บของอาหมิงหายดีแล้วใช่ไหม?”
ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ“หายดีหมดแล้วค่ะ” เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ“ช่วงสองสามวันนี้ที่บ้านเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ?”
“เรียบร้อยดี” เซียวหยวนซินตอบ
จากนั้นเธอก็มองไปรอบๆเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ จึงดึงซูเจียวเจียวเข้าไปในลานบ้านปิดประตูรั้วอย่างแน่นหนา ก่อนจะกระซิบเสียงเบา “เมื่อคืนตรงหน้าประตูรั้วมีเงาดำๆ แวบผ่านไป ฉันถามว่าใคร เขาก็ไม่ตอบ แล้วก็หายไปในพริบตาเลยค่ะคืนนั้นมืดมากก็เลยไม่กล้าวิ่งออกไปตามฉันสงสัยว่าอาจมีขโมยคิดจะเข้ามาเอาของในบ้านไป ฉันกลัวจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลยแถมยังต้องถือไม้ไว้ในมือตลอดเวลาด้วย”
ซูเจียวเจียวจึงสังเกตเห็นว่าเซียวหยวนซินมีรอยคล้ำใต้ตาสองข้างเป็นหมีแพนด้าอย่างเห็นได้ชัดดวงตาแดงก่ำดูเหมือนคนไม่ได้นอนจริงๆ
ชีวิตที่กำลังจะดีขึ้นและเป็นไปตามที่หวังไว้ดูเหมือนว่ากำลังจะถูกใครบางคนหมายตาเข้าแล้ว
สีหน้าของเซียวหยวนหมิงพลันมืดครึ้มลงทันทีเมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้ จะมีใครกล้ามาขโมยของที่บ้าน! ถ้าจับได้เขาจะตีขาให้หักเลย!
ซูเจียวเจียวตบมือของเซียวหยวนซินเบาๆ“พี่ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่ต้องกังวลแล้วด้วยตอนนี้ฉันกับอาหมิงกลับมาแล้ว พวกคนที่คิดจะมาป่วน คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ”
เซียวหยวนซินพยักหน้าในใจก็รู้สึกดีใจและโล่งใจมาก โชคดีที่อาหมิงกับเจียวเจียวกลับมาแล้วไม่อย่างนั้นเธอที่เป็นผู้หญิงคนเดียวคงไม่สามารถดูแลบ้านได้จริงๆ
ซูเจียวเจียวมองไปข้างหลังเซียวหยวนหมิงไม่เห็นหลิวหยวนหยวน จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “หยวนหยวนล่ะคะ?ทำไมไม่เห็นเธอเลย?”
เซียวหยวนซินยิ้มตอบ“เด็กโตแล้วก็ซุกซนเป็นธรรมดา ไม่อยากอยู่บ้านทั้งวันแล้วเธอวิ่งไปเล่นกับเสี่ยวหู่จื่อ ลู่ลู่ที่บ้านป้าหวังข้างๆ น่ะ”
ลู่ลู่เป็นหลานสาวคนโตของป้าหวังเหวินเม่ยปีนี้อายุหกขวบแล้ว ส่วนเสี่ยวหู่จื่อเป็นลูกชายของลู่เหว่ยหมินกับจางเหม่ยจวี๋ปีนี้อายุเกือบสองขวบแล้ว ยังเดินไม่คล่องเลย
ซูเจียวเจียวได้ยินว่าหยวนหยวนไปเล่นที่บ้านป้าหวังข้างๆก็เลยไม่ได้ไปตามหาเธอ ปล่อยให้เธอเล่นไปก่อน หยวนหยวนโตขึ้นแล้วก็ควรจะหาเพื่อนเล่นบ้าง จะได้ไม่เอาแต่เล่นอยู่คนเดียวทุกวันไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นเด็กเก็บตัว หรือมีนิสัยเงียบขรึมไป
เด็กๆควรร่าเริงสดใส จะได้มีวัยเด็กที่มีความสุข
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเซียวหยวนหมิงก็ได้นำของไปเก็บไว้ในครัวเรียบร้อยแล้วเซียวหยวนซินก็เข้าไปช่วยจัดเก็บ
เซียวหยวนหมิงเห็นเธอยกถุงกระสอบเล็กๆจึงกล่าวขึ้น “พี่ครับ ในถุงนี้มีไข่กับไข่เค็มระวังหน่อยนะ”
“ได้เลย” เซียวหยวนซินยกถุงเข้าไปในครัว แล้วค่อยๆหยิบออกมาทีละฟอง นำไปใส่ในตะกร้าที่ใช้สำหรับใส่ไข่ ส่วนไข่เค็มก็หาไหมาใส่ไว้
เซียวหยวนซินนับดูแล้วมีไข่ไก่ยี่สิบหกฟอง และไข่เค็มสิบห้าฟอง!
มีเยอะแยะเลย!
เมื่อเธอเห็นเซียวหยวนหมิงนำเนื้อกับแป้งออกมาอีกรวมถึงผงนมมอลต์ ลูกอม และขนมงา เธอก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ“พวกเธอไปซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”
“ช่วงนี้เจียวเจียวต้องดูแลผมที่โรงพยาบาลก็เหนื่อยมาก แถมยังเป็นหวัดอีกควรจะบำรุงเจียวเจียวให้ดีหน่อย เสียดายที่ไม่ได้ซื้อไก่แก่มาด้วย” เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ถ้าได้ไก่แก่มาจะดีกว่านี้จะได้เอามาต้มกับยาจีน ทำน้ำแกงบำรุงร่างกายให้เจียวเจียวได้ดื่มแล้วพี่สาวของเขากับหยวนหยวนก็ได้กินด้วย
อืมสงสัยคงต้องหาโอกาสไปที่ตัวอำเภออีกครั้ง เพื่อหาไก่แก่มาให้ได้
เซียวหยวนซินได้ยินว่าซูเจียวเจียวไม่สบายก็รีบพูดขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องซื้อไก่แก่มาบำรุงเจียวเจียวหน่อยแล้ว”
ซูเจียวเจียวกล่าว“ที่อาหมิงพูดน่ะเกินจริงไปมาก ฉันแค่เป็นหวัดเล็กน้อยเองกินยาไปสองสามวันก็หายแล้ว ไม่ต้องบำรุงอะไรหรอกค่ะ”
เซียวหยวนซินไม่เห็นด้วย“ต้องบำรุงสิ ถ้าไม่บำรุงละก็ ร่างกายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ นะตัวเองอาจจะไม่รู้สึก แต่จริงๆ แล้วร่างกายอ่อนแอไปแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
ซูเจียวเจียวคิดๆดูแล้วก็จริง จึงไม่โต้แย้งในเรื่องนี้ต่อ “พี่คะเย็นนี้เราทำเกี๊ยวกินกันดีไหม?”
เซียวหยวนซินถาม“ดีเลย ผักกุยช่ายในสวนก็ตัดได้แล้ว เราทำไส้กุยช่ายกับไข่แล้วก็ไส้กะหล่ำปลีกับเนื้อดีไหม?”
ซูเจียวเจียวยิ้มและพยักหน้า “ตกลงค่ะ!”
เซียวหยวนซินหยิบเคียวเก่าๆขึ้นมา“เดี๋ยวฉันไปตัดผักกุยช่ายมาให้ก่อนนะพวกเธอกลับมาแล้วก็พักผ่อนให้สบายไปเลยนะ เดี๋ยวฉันตัดผักกุยช่ายเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำมื้อเที่ยงให้”
พูดจบเซียวหยวนซินก็ถือตะกร้าเล็กๆออกจากบ้านไป
ซูเจียวเจียวจะปล่อยให้เซียวหยวนซินลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไรเมื่อคืนพี่เขยเธอนอนไม่หลับเลย เพราะต้องเฝ้าระวังไม่ให้มีขโมยเข้ามาในบ้านตอนนี้น่าจะเหนื่อยมาก กำลังฝืนทนอยู่
ดังนั้นซูเจียวเจียวจึงเก็บผงนมมอลต์ลูกอม และขนมงาเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมจะไปทำมื้อเที่ยงที่ครัว
พอเข้าไปในครัวก็เห็นเซียวหยวนหมิงก่อไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เซียวหยวนหมิงเติมฟืนใส่เตาไฟพลางพูดกับซูเจียวเจียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“คุณกลับไปพักผ่อนในห้องเถอะครับ เดี๋ยวผมทำมื้อเที่ยงเอง”
ซูเจียวเจียวเสนอ“ฉันไม่เหนื่อยเลย เดี๋ยวฉันช่วยล้างผักดีกว่าเย็นนี้เราจะทำเกี๊ยวกินกันแล้ว มื้อเที่ยงนี้เรากินง่ายๆ กันดีกว่าค่ะ”
เซียวหยวนหมิงเป็นคนที่เชื่อฟังภรรยาภรรยาว่าอะไร เขาก็ทำตามนั้น
ซูเจียวเจียวตั้งใจจะทำหมูผัดมันฝรั่งแล้วก็ผัดมะระหนึ่งจานแล้วให้เซียวหยวนหมิงนึ่งข้าวไปพร้อมกับนึ่งไข่เค็มสามฟองกับไข่อีกหนึ่งฟอง