หลังสิ้นเสียงที่ว่าก็มีบางอย่างลอยลงมาจากด้านบนแล้วกระแทกลงกับพื้นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนส่งไปถึงทุกคนที่ยืนอยู่มันเป็นก้อนหินก้อนใหญ่สีเขียวซึ่งน่าจะเกิดจากตะไคร่และมอสแบบในผนังถ้ำที่ด้านข้างหินที่ว่ามีรูพรุนขนาดใหญ่แต่เมื่อมันนิ่งอยู่สักครู่บางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง
ดวงตาคู่หนึ่งเปิดออกที่บริเวณหินที่ว่าหลังจากนั้นกิ่งก้านสีเขียวอมน้ำตาลก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากรูที่ด้านข้างหลังจากนั้นที่ปลายของกิ่งก้านที่ว่าก็เกิดดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงสดพร้อมกับปากที่กลางดอกไม้นั้นฟันแหลมคมซี่เล็กๆ ขยับตัว เสียงขู่ฟ่อจากแต่ละดอกดังระรัวซึ่งในตอนนี้แค่ประมาณคร่าวๆ จำนวนดอกที่ว่าก็ไม่น่าต่ำกว่าสามสิบ
“โอเค...” แทนพูดขึ้นการมที่ทักษะสุ่มออกมาอย่างนี้จะมีผลเสียมากหากปาร์ตี้มีจำนวนคนน้อยแต่ในขณะนี้ปาร์ตี้มีถึง 8คนแถมสิ่งที่เป็นเป้าหมายก็คือไอเทมที่ดรอปจากบอสการที่ทักษะอาชีพของเขาสุ่มออกมาแบบนี้จึงถือว่าดีมากแต่ก็จะดีกว่านี้หากเป็นการสุ่มให้แต่ละคนค่อยๆ ออกจากปาร์ตี้โดยทิ้งค่าสถานะต่างๆ20% ไว้ให้กับแทน
“ชิลด์! ดาเมจลิงค์! นัลลิฟายดาเมจ! ชิพท์!” บลานซ์เรียกใช้สกิลของเขาทันทีหลังจากนั้นก็เรียกใช้การ์ดชุดป้องกัน “อีควิป!อีควิป! อีควิป!” เกราะวอยซ์ออฟโพเซดอนระดับ 15 ดาวถูกเรียกใช้พร้อมๆ กับโล่อพอลโล่ ระดับ 17 ดาว และหมวกเกราะอพอลโล่ ระดับ 17 ดาวเช่นเดียวกับโล่
“อีควิป!” แทนเรียกใช้คันศรเดทเซนเทนซ์ระดับ 18 ดาวซึ่งมีผลทำให้ศัตรูตายในทันทีแต่โอกาสเกิดขึ้นต่ำมากและไม่สามารถใช้ได้กับบอสมันเป็นคันศรที่เขาสร้างจากไอเทมที่ดรอปจากบอสผู้อัญเชิญบนปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่นที่เขาไปเก็บไอเทมผลึกแห่งใจและไอเทมที่ได้จากดันเจี้ยนที่บลานซ์และลินเคยไปเก็บเลเวลกัน
“ลองของใหม่หน่อยซิ!” แทนตะโกนออกมาพร้อมกับยิงลูกธนูใส่บอส
“O…!” “O…!” “O…!”
“O…!” “O…!” “O…!”
“เซเว่นเรย์!” นิกกี้เรียกใช้สกิลชองเธอก่อนจะลั่นกระสุนออกไปจากปืนดาร์กเนสเรลกันระดับ15ดาวที่ได้มาจากการจัดการกลุ่มของการ์คที่โอเอซิสกลางทะเลทราย
“O…!” “O…!” “O…!” “O…!”
“O…!” “O…!” “O…!”
“เอ้ย!” นิกกี้ทำเสียงประหลาดใจ“ยิงมันไม่เข้า!” หญิงสาวตะโกนออกมา
“ใจเย็น! เจ้านี่มันมีเกราะที่ต้านทานอาวุธได้ต้องใช้เวทมนต์จัดการเกราะของมันก่อน!” เสียงเรนดังมาจากทางด้านหลัง
“ห๊า! ต้องใช้เวทมนต์!” แทนตะโกนเสียงดังเมื่อได้ยิน
“พวกเราไม่มีใครใช้เวทมนต์โจมตี!” นิกกี้ทำหน้าตื่นเมื่อได้ยิน
“ยันมันไว้!” เสียงเรนดังมาจากด้านหลัง
“เอาไง!” บลานซ์ที่กำลังยันบอสไว้ถามกลับมาซึ่งในขณะนั้นลินก็จัดการใช้สกิลช่วยบลานซ์แล้ว
“ยันไว้ๆ!” นิกกี้จะโกนบอกก่อนจะหันมาถามวิธีจัดการเจ้านี่ในกรณีที่ไม่มรนักเวทย์ในปาร์ตี้แต่เมื่อเธอหันกลับไปคำถามที่ว่าก็ถูกกลืนลงคอไปทันที
“ไฮวินด์คอมมานเดอร์!(High Wind Commander)” หญิงสาวผมแดงเรียกใช้สกิลที่ทำให้เมื่อผู้เรียกใช้โจมตีด้วยอาวุธหรือคาถาที่มีคุณสมบัติของสายลมรุนแรงขึ้น1.5 เท่า
“พลังอันยิ่งใหญ่ไร้ที่มา สายลมพลิ้วขยับพายุก่อเกิดกลางมหาสมุทร พลังแห่งการทำลายล้างจากฟากฟ้าข้าขอบัญชาจากดวงตาแห่งพายุหมุน สายลมจงสดับ แรงกดอากาศจงผันผวนพายุที่หมุนวนไม่จบสิ้นจงบังเกิด...” เสียงหนึ่งกำลังร่ายคาถาโจมตีระดับ 17 ดาวขณะที่ในมือถือประแจอันโต....
โซนิคทอร์นาโด!(Sonic Tornado)” หลังสิ้นเสียงเรียกใช้การ์ดเมจิกของเรนก็กระเป็นประกายแสงพายุหมุนก็ก่อตัวในตำแหน่งที่บอสอยู่ตามด้วยใช้สายลมเชือดเฉือนให้เกิดค่าความเสียหายกับเป้าหมาย
“129,876!” “129,488!” “127,884!” “126,404!” “125,347!”
“125,687!” “123,947!” “125,376!” “125,117!” “126,176!”
“123,298!” “127,593!” “126,453!” “128,281!” “124,941!”
“เฮ้ย!” แทนตะโกนออกมาอย่างตกใจการใช้การ์ดคาถาได้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่การใช้คาถาแล้วสร้างความเสียหายระดับนี้ได้น่าจะมีแต่จอมเวทเท่านั้นและคนที่ทำอย่างนี้ได้ที่เขาเคยเห็นก็คือ คอสและโคซี่ที่เป็นจอมเวทระดับสูง
¶¶¶¶¶¶¶ 10
โซนิคทอร์นาโด
ประเภท : เมจิก
เวทแห่งสายลมระดับสูง บัญชาแรงกดอากาศให้เกิดพายุหมุนอันรุนแรงให้เกิดขึ้นที่เป้าหมาย การโจมตีเป็นวงกว้างต่อเนื่องหลายครั้ง ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่กับค่าความชำนาญและพลังเวทของผู้ใช้
-ใช้ได้เฉพาะอาชีพสายจอมเวทและอาชีพที่ได้รับการยกเว้นเท่านั้น
“รุนแรงจริงๆ” บลานซ์ที่รับหน้าที่เป็นแนวหน้าหลุดปากพูดออกมาเมื่อเห็นพลังทำลายของเวทที่เรนร่ายออกมาความเสียหายระดับเกินกว่าหนึ่งล้านดาเมจด้วยการร่ายเวทเพียงครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องธรรมดา
“เฟทวิทอิน! เมจิก!” ลินใช้สกิลของเธอตามด้วยการ์ดเมจิกเพิ่มพลังให้บลานซ์ที่รับหน้าที่เป็นแนวหน้า
“+45,627!”
ลินที่ที่กำลังใช้พลังของเวทมีเลเวลอยู่ที่117 ใช้คาถาเพิ่มพลังระดับไม่เกิน 14ได้รุนแรงขึ้นกว่าเดิมมากจากสกิลที่ได้รับมาในเลเวล 100 เฟทวิทอิน (Fate Within) สกิลที่เรียกใช้แล้วเวทต่างที่ไม่ใช่เวทโจมตีจะรุนแรงขึ้นตามระดับเลเวลของสกิลนี้แต่เริ่มต้นที่ 2 เท่าหลังจากพลังชีวิตของบลานซ์เริ่มฟื้นขึ้น เสียงร่ายเวทก็ดังมาจากด้านข้างของลินหญิงสาวผมแดงที่อยู่แนวหลังเช่นเดียวกับเธอกำลังร่ายเวทบทใหม่...
“จงเชือดเฉือนจงสะบัดโบก จงร่ำร้องและร่ายรำ วายุแห่งวิบัติ ลมกรรโกแห่งการมลายสิ้นสีดำแห่งท้องฟ้า ประกายอสนีที่ร่ำร้อง คมมีดจงหันหาผู้ประกาศนามต่อต้านข้าผู้รับใช้เทพวายุคมมีดแห่งมวลอากาศจงบังเกิด...วินด์สแลชเชอร์! (Wind Slasher)”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้คมดาบสายลมทั้ง9 ก็บังเกิดที่ตรงหน้าของเรนมันเป็นการ์ดคาถาสายลมในระดับสูงอีกเช่นกัน การ์ดเมจิกวินด์สแลชเชอร์ระดับ 17 ดาวที่จะสร้างคมดาบสายลมพี่งเข้าเชือดเฉือนร่างของเป้าหมาย1 เป้า
“216,540!” “219,719!” “217,323!” “216,536!”
“215,627!” “213,306!” “215,127!”
คมมีดแห่งสายลมขนาดใหญ่โจมตีใส่บอสจนปากที่อยู่กลางดอกไม้ทั้งหมดส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาเสียงร้องแหลมสูงดังแสบแก้วหูดังขึ้นพร้อมกับปากที่ซ่อนอยู่บนร่างที่เป็นก้อนหินอ้าออกเจ้าเมนอีทเตอร์บลอสซัมกำลังตกตะลึงแต่ที่ตกตะลึงไม่แพ้กันก็น่าจะเป็นสมาชิกร่วมกิลด์ของสมาชิกใหม่อย่างเรนที่ต้องตกใจตาค้างกับภาพการโจมตีที่กำลังมองเห็นอยู่
“เรน! เธอเป็นจอมเวทย์เรอะ!” แทนที่ตอนนี้ค่อนข้างไร้ประโยชน์เพราะเลเวลลดลงเหลือ75 หันไปตะโกนถาม
“สายทักษะ!” เรนตอบกลับมาแค่นั้นแล้วเรียกการ์ดขึ้นมาใช้อีก1 ใบและเมื่อเห็นแบบนั้นลินก็ตะโกนขึ้น
“ทุกคนอย่าโจมตีใส่บอสนะคะ!” หญิงสาวว่า หลังจากนั้นเธอก็เรียกใช้การ์ดเมจิก 1 ใบในขณะที่เรนกำลังร่ายเวทบทใหม่
“เมจิก!” การ์ดดับเบิ้ลดาเมจระดับ 13 ดาวถูกเรียกใช้หลังจากนี้ค่าความเสียหายจากการโจมตีครั้งต่อไป 1ครั้งจะรุนแรงขึ้น 2 เท่าหากการโจมตีที่จะเกิดขึ้นเป็นการใช้สกิลหรือคาถาที่เป็นการโจมตีหลายครั้งในการเรียกใช้ครั้งเดียวคาถานี้ก็จะทำให้ทุกครั้งรุนแรงเป็นสองเท่าเช่นกัน
“...อันหนาวเหน็บพัดพาความเย็นลงสู่ทิศใต้ ระลอกคลื่นบนผิวทะเลถูกแช่แข็งพายุหิมะแห่งขั้วโลกทั้งสองจงมาบรรจบตรงหน้าข้าผู้บัญชาเจ้าพัดพาความเย็นและพายุน้ำแข็งทำลายอริให้มลาย...นอร์ทเซ้าท์อาร์ควินด์! (North South Arc Wind)”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้พายุหิมะที่พัดมาจากสองทิศทางก็บรรจบกันที่ร่างของบอสคมน้ำแข็งและสาลมที่พัดรุนแรงและคมกริบสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเพราะคาถาที่ลินใช้ออกมาก่อนหน้านี้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงจนส่วนที่เป็นหินบนร่างบอสแตกกระจายเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าร่างที่มีเถาวัลย์และร่างจริงของเมนอีทเตอร์บลอสสัมที่เป็นเหมือนเหง้าของต้นไม้หากแต่มีดวงตาสีเลือดและปากที่มีเขี้ยวเล็กๆ นับไม่ถ้วนปรากฏอยู่ที่นั่น
“558,654!”
“557,726!”
“556,120!”
“553,564!”
“557,762!”
“อาวุธโจมตีมันได้แล้ว!” เรนตะโกนบอก และเมื่อทุกคนได้ยินว่าอาวุธและการโจมตีปกติสามารถจัดการบอสได้แล้วก็เรียกใช้การ์ดซัมมอนตามด้วยรุมโตมตีบอสอย่างหนักเรนที่ใช้คาถาอันรุนแรงไปถึง 3ครั้งหันมาหาเอ็ดเวิร์ดที่เธอเคยเห็นวิธีการต่อสู้ของเขามาก่อนหน้านี้แล้วพร้อมกับตะโกนขึ้น“นายถัง E! เพิ่ม MP ให้ฉันเร็วเข้า!” หญิงสาวผมแดงซึ่งตอนนี้รับทั้งหน้าที่ช่างยานบินและจอมเวทประจำกลุ่มไปเรียบร้อยแล้วตะโกนออกมา
“ได้คร้าบร็อคแมน เอ้ย...ร็อคเกิร์ล!” เอ็ดเวิร์ดตอบกลับไปพร้อมกับเรียกใช้ไอเทมทันที
“ไอเทม!” น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทระดับสูงถูกเรียกใช้ทันทีที่สิ้นเสียงของเขาค่า MPของเรนก็ฟื้นคืนขึ้นมาจำนวนมาก
“+100 MP”
และเมื่อ MP ของเธอฟื้นคืนมาเรนก็ร่ายเวทต่อทันทีร่ายมันทั้งๆ ที่มือเธอถือประแจอันโตที่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามันคืออาวุธระดับ 18ดาวประแจวินด์คอมมานเดอร์ที่ทำให้ค่าพลังเวทของผู้ถือเพิ่มขึ้นและเมื่อเรียกใช้เวทสายลมค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าปกติ
การ์ดอีกหนึ่งใบถูกเรียกออกมาการ์ดเมจิกระดับ 20ดาวที่ระดับความหายากในตอนนี้อยู่ระดับสูงจนแทบจะนับผู้ครอบครองได้เลยทีเดียวมันคือเวทสายลมแห่งการเวลาที่จะโจมตีอย่างรุนแรงและมีผลหยุดเวลาที่อยู่ในรัศมีวงเวทที่เกิดขึ้นและเมื่อตาถานั้นถูกเรียกใช้มันพลิกด้านหลังพร้อมกับการปรากฏขึ้นของอักขระที่จารึกไว้แสงสว่างรูปตูอักษรขยายออกหลังจากนั้นริมฝีปากของหญิงสาวก็เอื้อนเอ่ยคำตามที่สายตาเธอมองเห็น
“จงบิดเกลียว จงร่ำร้อง จงบดขยี้ บีบอัด ระเบิดทำลาย เร่าร้อน มวลอากาศที่ไหลผ่าน กาลเวลาที่เวียนกลับ เด็กน้อยกลับเป็นทารกผู้ชรากลับสู่วัยเยาว์ เข็มนาฬิกาบิดเบี้ยวและเวียนกลับพลังแห่งสายลมจงพัดพาเวลาให้หยุดนิ่ง พลังแห่งแพนโดร่าจงประทับการข้า...ไทม์ทวิสต์สตรอม์!(Time Twist Strom)”
เมื่อเวทถูกร่ายจะจบบทเรนก็เห็นบลานซ์ซึ่งยังอยู่ในรัศมีวงเวท เธอตะโกนเรียกเสียงดัง
“ถอยออกมา!” เสียงเรนดังขึ้นก่อนสายลมสีเทาจะห่อหุ้มเป็นทรงกลุ่มรอบศัตรูบลานซ์ที่ถอยมาด้านหลังหลบจากค่าความเสียหายได้ แต่เขาเองถูกการโจมตีของสายลมแห่งเวลาเล่นงานไปแล้วร่างของบลานซ์ที่อยู่นอกทรงกลมที่สร้างขึ้นโดนสายลมหยุดนิ่งลอยค้างอยู่กลางอากาศหลังจากนั้นสายลมสีเทาที่ก่อตัวเป็นทรงกลมก็ขยายออก...ก่อนจะบีบตัวเข้าโจมตีบอสที่อยู่ด้านในก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก
“327,390!” “328,437!”
“329,044!” “322,341!”
“321,982!” “329,760!”
“328,384!” “321,893!”
“325,127!” “320,562!”
ค่าความเสียหายจากมหาเวทเวลาและสายลมที่เรนร่ายออกมารุนแรงจนเกิดกระแสลมแรงจากการระเบิดพัดวูบจนร่างของพวกแทนที่อยู่ใกล้แทบปลิวเสื้อผ้าและเส้นผมของทุกคนโบกสะบัด ฝุ่นผงบนพื้นปลิวกระจายออกไปรอบข้างทุกสิ่งราวกับจะถูกพลังอันรุนแรงพัดให้กระเด็นออกไปแต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ผิดแผกจากสิ่งรอบตัว...
...ร่างของบอสหยุดนิ่งราวเวลาหยุดเดิน
“ลุยเลย! เวลาจะหยุด 10 วินาที!” เสียงเรนตะโกนออกไปและเมื่อได้ยินเสียงที่ว่าทุกคนก็โจมตีด้วยทุกอย่างที่มีใส่บอสที่เลเวลเกินกว่าสองร้อยไปแล้วแต่ผ่านไปจบเกือบจะครบสิบวินาทีมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสลายไป...และในที่สุดมันก็ขยับตัวอีกครั้ง
กิ่งก้านรอบตัวของบอสขยับโจมตีผู้ที่อยู่รอบข้างอายะและทากะได้รับความเสียหายไปพร้อมๆ กับบลานซ์ทำให้ลินตัวใช้เวทมนต์ฟื้นพลังเป็นกลุ่มทันที
“แสงแห่งนางฟ้า ปีกที่โผบิน ความสุขในดวงใจความอบอุ่นแห่งอ้อมกอดโปรดเมตาข้าผู้เปี่ยมรักพลังแสงศักดิ์สิทธิ์จงบังเกิดพร้อมปาฏิหาริย์ แสงจากทวยเทพจงสถิต...แองเจิ้ลลัลลาบาย!(Angel Lullaby)”
เมื่อสิ้นเสียงพลังของเป้าหมายทั้ง 4 ที่อยู่ในรัศมีคาถาก็ถูกเพิ่มขึ้นทันที
“+45,890!”
“+47,214!”
“+48,179!”
“+45,753!”
“เมจิก!” ครั้งนี้เรนเรียกใช้การ์ดเมจิกระดับต่ำการ์ดที่มีระดับเพียงแค่ 9 เท่านั้น
¶¶¶¶¶¶¶¶¶ 10
เลิร์น เดอะ สกอร์
ประเภท : เมจิก
ใช้พลังเวทของผู้เรียกใช้การ์ดนี้ทำให้สามารถจั่วการ์ดได้ 1 ใบ หากการ์ดที่จั่วได้เป็นการ์ดเวทมนต์ผู้เรียกใช้สามารถเลือกทิ้งการ์ดนั้นลงสู่สุสานเพื่อเรียกการ์ดใบนี้กลับขึ้นมือได้
-ไม่สามารถใช้ความสามารถนี้เกิน 3 ครั้ง
การ์ด 1 ใบถูกจั่วขึ้นมาในขณะที่การ์ดเบิร์นดาวเดอะสกอร์ร่วงลงสู่สุสานการ์ดที่จั่วขึ้นมาได้เป็นการ์ดเมจิกเมื่อเห็นเป็นแบบนั้นเธอก็ทิ้งการ์ดเมจิกที่จั่วขึ้นมาได้ทำให้การ์ดเบิร์นดาวน์เดอะสกอร์ที่ตกลงไปอยู่ในสุสานกลับขึ้นมาสู่บนมือของเธออีกครั้ง
“เมจิก!” เรนเรียกใช้การ์ดใบเดิมอีกครั้ง และก็เป็นการ์ดเมจิกที่ถูกจั่วขึ้นมาเรนก็ทำแบบเดิมจนในที่สุดก็ครบ 3 ครั้งหลังจากนั้นเธอก็ใช้การ์ดเป็นครั้งสุดท้ายทำให้การ์ดเบิร์นดาวเดอะสกอร์ตกลงสู่สุสาน
“เมจิก!” เรนเรียกใช้การ์ดอีก 1 ใบ และมันเป็นการ์ดเบิร์นดาวน์เดอะสกอร์ใบที่ 2 ที่ถูกเรียกใช้ เธอทำเหมือนกับครั้งแรกจน MP ของเธอจะหมดลง
“ถัง E!” เรนตะโกนเรียกและดูเหมือนคนถูกเรียกจะรู้งาน
“ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดใช้การ์ดไอเทมเพิ่มพลังที่เขามีให้เรน
“+150 MP!”
“แรงกว่านี้ไม่มีรึไง!” เสียงเรนที่เห็นค่า MP ของเธอเพิ่มมาราวๆ ครึ่งหนึ่งตะโกนถาม
“มี! เหลือขวดสุดท้าย! รอจัดเต็ม!” เอ็ดเวิร์ดตอบออกไปขณะหลบไปอยู่แนวหลังของหลัง...หลังนักบวชอย่างลินอีกต่างหาก
“ต้านไว้แป๊บนึง!” เรนตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นแนวหน้าเริ่มหนักหนาตอนบอสกำลังโกรธจัดค่าวกิลของบอสตัวนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อลังลดลงจำนวนหนึ่งและตอนนี้ลินก็ดูเหมือนว่าจะมีการ์ดเหลือน้อยเต็มทีซึ่งหากการ์ดเพิ่มพลังของเธอหมดลงการต่อสู้น่าจะเข้าขั้นวิกฤต
“ลืมไปเลยตอนนั้นมากับหัวหน้ามิร่าแล้วก็พี่สโนว์เลยง่าย...” เรนพูดออกมาแต่เมื่อพูดจบเธอก็เรียกใช้การ์ดอีกใบทันที
“เมจิก!” หลังจากสิ้นเสียงเรียกใช้การ์ดจำนวน 15 ใบจากกองการ์ดของเรนก็ถูกส่งลงสุสานทันทีมันเป็นผลมาจากการ์ดคาถาที่เธอเพิ่งใช้อออกมา การ์ดระดับ 14 ดาว วินด์ออฟคอลแลป (Wind of Collapse)
¶¶¶ 10
วินด์ออฟคอลแลป
ประเภท : เมจิก
สายลมอันปั่นป่วนและแปรปรวนจากความโกรธของเทพีบนชันฟ้าพัดพาสติปัญญาและความรู้ของเหล่ามวลมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลส
-สุ่มส่งการ์ด 15 ใบจากเด็คของผู้เล่นเป้าหมายลงสู่สุสาน
-ผู้เรียกใช้เสีย HP 30% ของ HP Max