ริว: กูรู้ตอนเนี่ยพวกโจรที่อยู่ในคุกโดนฆ่าปิดปากหมดแล้วเดี๋ยวมันก็ต้องส่งคนใหม่มาจัดการเราอีกมึงจำเช้าวันนั้นที่กูโดนลอบยิงไม่ได้หรอว้ะ กูเป็ห่วงพี่กับป้ากูมากกูอยากให้มันจบสักที อยากรู้ว่าใครเป็คนทำ จะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงอยู่แบบนี้
คิม: แล้วมึงรู้ไหมว่าในบ้านของลุงวิสุจะมีของอะไรที่เป็หลักฐานได้บ้าง
ริว: ไม่รู้ว่ะ
คิมถอนหายใจ
ริว:แต่กูว่าน่าจะมีเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับบริษัทกู
คิม: มึงจะไปวันไหน
ริว: พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงคุยธุรกิจที่บ้านลุงวิสุกูจะดึงความสนใจลุงแกให้ จากนั้นตอนกูคุยกับลุง ให้มึงทำทีว่าขอไปเข้าห้องน้ำจังหวะนั้นแหล่ะเป็โอกาสที่มึงจะเข้าไปค้นข้าวของในห้องลุง
คิม:แล้วกูจะรู้ได้ไงว้ะว่าห้องทำงานลุงแกอยู่ตรงไหน
ริว: ไม่ยากหรอกมึงมึงก็ไล่เปิดทีละห้องเลย เข้าทุกห้อง เน้นห้องทำงานกับห้องนอนหลักฐานน่าจะอยู่ในห้องนั้น แต่มึงต้องระวังพวกบอดี้การ์ดด้วยนะเว้ยถ้าพวกนั้นเริ่มสงสัยให้มึงรีบถอยออกมา
คิม: แล้วพวกกล้องวงจรล่ะว้ะ
ริว: กูให้คนไปสืบมาแล้วกล้องมีแค่ชั้นล่าง ชั้นบนไม่มีเพราะเป็พื้นที่ส่วนตัว
คิม: ได้เลยมึง จัดไป
ณ วันงานผู้คนมากมายต่างทยอยเดินทางมาที่บ้านของวิสุ เมื่อได้จังหวะริวก็เดินเข้าไปทักทายลุงวิสุ ส่วนคิมก็แยกขึ้นไปชั้นบนของบ้านโชคดีที่้านั้นไม่มีบอดี้การ์ด แถมคนก็น้อย เพราะส่วนใหญ่อยู่ด้านล่างจึงเป็โอกาสเหมาะของคิม เมื่อคิมจับที่ลูกบิดประตูก็พบว่ามันล็อกเขาจึงใช้วิชาสะเดาะกลอนประตูที่เคยเรียนมา ใช้เปิดประตูได้อย่างง่ายดายคิมเข้าค้นทีละห้อง และไม่ลืมที่จะล็อกประตูดังเดิม
ริวสังเกตว่าคิมไปนานจึงเป็ห่วงเขาจึงใช่่ที่ลุงวิสุกำลังพูดคุยกับผู้คน เดินขึ้นไปชั้นบนริวเดินไปเห็นคิมที่กำลังย่องเข้าห้องนอน ริวรีบเดินเข้าห้องตามหลังคิม
ริว: คิม กูเอง
คิมใแล้วรีบวิ่งไปปิดประตูแล้วล็อก
ริว: เจออะไรบ้างไหมว้ะ
คิม: เจอ แต่เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลังตอนนี้มึงช่วยกูค้นก่อน
ทั้งสองเริ่มค้นห้องของวิสุแต่สักพักทั้งสองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องตามด้วยเสียงใช้กุญแจไขประตู ริวและคิมรีบเข้าไปแอบในตู้เสื้อผ้า แล้วแอบดูปรากฏว่าคนที่เข้ามาคือลุงวิสุนั้นเองวิสุเดินมาหยิบของบางอย่างในห้องแล้วเดินออกไป ริวกับคิมใ กลัวถูกจับได้ทั้งสองยืนกอดกันในตู้เสื้อผ้าด้วยความลืมตัว เมื่อวิสุเดินออกไปริวและคิมก็กระโจนล้มออกจากตู้เสื้อผ้ามากองกับพื้นคิมเห็นท่าว่าจะไม่ดีจึงบอกให้ริวออกจากห้อง
คิม: มึง กูว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่ารีบกลับลงไปด้านล่างเถอะ เดี๋ยวลุงวิสุจะสงสัย
ริวพยักหน้าตอบตกลงและออกจากห้องไปพร้อมคิม
เมื่อเลิกงานทั้งสองก็เดินทางกลับบ้าน
คิม: มึงกูเจอรูปถ่ายของลุงวิสุกับพ่อแม่มึงอยู่ด้วยกัน
ริวหยิบรูปจากมือคิมขึ้นมาดู
ริว: แสดงว่าสามคนนี้ต้องเคยรู้จักกันมาก่อน
คิม: ยังมีอีกนะมึงตอนที่อยู่ในห้องนอน กูเจอถุงยาเสพติดที่ใต้หมอนลุงวิสุด้วย กูว่านะอย่างลุงแกไม่น่าจะเสพ แต่คงจะขายอย่างเดียวอ่ะ มึงจะเอาไงต่อ จะแจ้งตำรวจไหมว้ะ
ริว: ยังก่อน ตอนนี้ยังแจ้งไม่ได้ยังมีพวกตำรวจที่เป็พวกมันอยู่ อีกอย่างหลักฐานก็ยังไม่แน่นพอถ้าไปแจ้งตอนนี้พวกมันจะรู้ตัว
คิม: ดูจากภาพเหมือนพ่อกับแม่ของมึงกับลุงวิสุจะสนิทกันมากเลยนะ
ริว:มันต้องมีอะไรบางอย่างที่กูยังไม่รู้ ยังไงวันนี้เราพอก่อนแล้วกันเดี๋ยววันหลังค่อยคิดหาวิธีใหม่
คิม: อืม
หลายวันต่อมา
ตัดภาพมาที่นิดาที่กำลังเที่ยวเล่นซื้อของใช้ภายในห้างและบังเอิญได้เจอกับจิน
นิดา: อ้าว จิน
จิน: คุณหนูนิ
นิดา: เจอกันอีกแล้วนะคะ
จิน: ครับ นี้ นิมาคนเดียวหรอ
นิดา: ใช่ค่ะวันนี้อยู่เหงาๆเลยมาเที่ยวคนเดี๋ยว
จิน: จริงอ่ะ จินก็เหมือนกันงั้นเราไปเที่ยวด้วยกันไหม
นิดา: ได้สิ ดีเลย งั้นไปหาอะไรกินกัน
จินกับนิดาเดินเที่ยวด้วยกันจนเหนื่อย
จิน: นิ เชือกรองเท้าหลุดแหน่ะ
ว่าแล้วจินก็ก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้นิดาที่กำลังนั่งพักอยู่ทำให้นิดารู้สึกประทับใจในตัวจินมาก
นิดา: ขอบคุณค่ะ
นิดาพูดแบบเขินๆ
ขณะเดียวกัน ณ ห้างสรรพสินค้าริวและคิมไปเดินเที่ยวห้างด้วยกันริวบังเอิญเดินไปเจอเพื่อนเก่าของตนพอดีจึงทักทายกันตามปกติ
เพื่อนของริว: เห้ย..ว่าไงริว what sup man.
ริว: สบายดีว่ะ โห้ย..ไม่ได้เจอมึงนานเลยนะเนี่ย
เพื่อนของริวหันไปที่คิมคิมจึงแนะนำตัว
คิม: อ้อ สวัสดีครับผมชื่อคิมครับเป็ ร.ป…-
ริว: นี้เพื่อนกูเองเพื่อนสมัยมธัยมน่ะชื่อคิม เออคิม นี้ แอนดิวนะ เพื่อนที่มหาลัย
ขณะที่คิมกำลังจะพูดคำว่า รปภ.ริวก็พูดแทรกคิมขึ้นมาอย่างทันควัน ทำให้คิมหยุดพูด
เพื่อนของริว: อ่อ สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับคิม
แอนดิวพูดพร้อมยื่นมือมาเพื่อทักทาย
คิม: เช่นกันครับ
คิมยิ้มแล้วจับมือทักทายกับแอนดิว
คิมแอบมองไปที่ริวแบบปลาบปลื้มและแอบดีใจที่ริวบอกว่าตนเป็เพื่อนไม่ใช่ลูกจ้างทำให้เขารู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับริวลดลง
ริว: มึงมาไทยตอนไหนเนี่ย
แอนดิว: ั้แ่อาทิตย์ที่แล้วโอ้ยคิดถึงว่ะเพื่อน ไม่คิดว่าจะเจอมึง
ริว: เออๆ เดี๋ยวมึงไปไหนต่อ
แอนดิว: อ้อ กูนัดกับแฟนไว้เดี๋ยวสักหน่อยก็ไปแล้ว
ริว: โอเคมึง มึงรีบไปเถอะไปสายเดี๋ยวสาวงอนนะเว้ย
แอนดิว: ฮ่าๆๆๆๆ เคๆ งั้นกูไปก่อนนะไว้เจอกันวันหลัง
ริวและแอนดิวโผลเข้ากอดกันตามประสาเพื่อนที่ไม่เจอกันนานจากนั้นก็แยกทางกัน
คิมกับริวเดินซื้อของต่อ ขณะที่ริวเลือกซื้อของอยู่นั้นคิมก็เดินไปส่องดูตุ้มหูคู่หนึ่งที่สวยจนแตะตา (คิมเป็ผู้ชายที่ชอบใส่ตุ้มหู) แต่เมื่อคิมเห็นราคาที่แสนจะแพงก็ต้องเดินถอยออกมาอย่างทันควันก่อนที่พนักงานจะมาเสนอขายเพราะเขาไม่มีเงินที่จะซื้อมันอย่างแน่นอนริวพาคิมเข้าร้านเสื้อผ้าหรูและของแบรนเนมริวเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้ราคาแพงให้คิม แต่คิมห้ามไว้
คิม: ไอ่ริว ปกตินี้มึงใช้เงินเยอะแบบนี้ทุกเดือนเลยหรอว้ะ
ริว: อืม กูก็ซื้อแบบนี้แหล่ะปกติอ้อ...นี่ๆ แว่นนี้เหมาะกับมึงมากเลย เดี๋ยวกูซื้อให้นะ
ริวกำลังจะไปจ่ายเงินคิมรีบหยิบแว่นออกจากมือริวแล้ววางแว่นไว้ที่เดิม
คิม: กูไม่ซื้อ
พูดจบคิมก็เดินออกจากร้านด้วยท่าทีหงุดหงิด
ริว: อ้าว เอ้ย คิม มึงจะไปไหน รอกุก่อน
ริวเดินตามหลังคิมมา
ริว: ไอ่คิม มึงหงุดหงิดอะไรเนี่ย
คิมหันมาคุยกับริว
คิม: ไอ่ริวของพวกนี้ที่บ้านมึงก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ มึงจะซื้อไปอีกทำไมว้ะ
ริว: กูไม่ได้ซื้อให้กู กูซื้อให้มึง
คิม: ที่มึงซื้อให้กูก็เยอะพอจนทุกวันนี้กูไม่รู้จะใส่เสื้อตัวไหนออกบ้านแล้วเนี่ย
ริวทำหน้าง๋อย
คิม: กูรู้ว่าเนี้ยเงินมึงมึงจะซื้ออะไรก็เป็เื่ของมึง แต่สำหรับคนจนหาเช้ากินค่ำแบบกูเนี่ยเห็นแล้วกูก็อดที่จะบ่นมึงไม่ได้ เพราะกูเสียดายเงิน ถึงมันจะไม่ใช่เงินกูแต่พวกเสื้อผ้าเนี่ยซื้อแค่พอเหมาะพอมีใส่ก็พอ ไม่ใช่ว่าเดือนหนึ่งซื้อๆๆเสื้อเก่าก็ยังใช้ได้ มึงจะซื้อเสื้อใหม่ไปอีกทำไมแล้วของแต่ละอย่างกับเสื้อแต่ละตัวที่มึงซื้อก็แพงๆทั้งนั้น กูไปซื้อตลาดตัว199บาทใส่ได้ตั้งหลายปี สู้มึงเอาเงินไปซื้อข้าวกินหรือเอาไปทำอะไรที่มันมีประโยชน์ ไม่ดีกว่าหรอว้ะ มึงรู้ไหมเงินที่มึงใช้ซื้อของแบรนเนมพวกนี้ไปเนี้ยกูเอาไปซื้อข้าวกินต่อชีวิตได้เกือบปีเลยนะเว้ยทำงานปีหนึ่งยังได้เงินไม่เท่ากับราคาของพวกนี้เลยกูไม่อยากบ่นว่ามึงใช้เงินฟุ่มเฟือยหรอกนะ แต่มึงก็ใช้ฟุ่มเฟือยจริงๆอ่ะ
ริวเถียงอะไรออกได้แต่ก้มหน้าทำคอตกเหมือนโดนแม่ดุ
ริว: กูขอโทษ กูไม่ซื้อแล้วก็ได้ทำไมมึงบ่นเหมือนพี่กับป้ากูเลยว้ะ
ริวพูดเสียงอ่อยๆพร้อมทำหน้างุ่ยๆอ้อนๆ
คิม: ขนาดพี่กับป้ามึงยังบ่นเลยมึงก็ควรคิดได้แล้วนะ
เพราะความน่ารักของริวทำให้คิมใจเย็นลง
คิม:ถึงยังไงกูก็ขอบใจมึงมากเลยนะที่ซื้อของพวกนี้ให้กูอ่ะ แต่มึงไม่ต้องซื้อแล้วนะแค่นี้ตู้เสื้อผ้ากูก็จะล้นแล้ว
ริว: อืม
ริวพยักหน้ารับคำของคิมเหมือนเด็กน้อย
คิม: ป่ะ กลับบ้าน
ค่ำวันนั้นจินและนิดาอยู่เที่ยวด้วยกันจนค่ำ จินจึงมาส่งนิดาถึงที่บ้าน
นิดา: ขอบคุณนะจิน
จิน: อืมม.. คราวหน้าถ้านิว่างอยากไปเที่ยว ก็โทรมาชวนจินได้นะ
นิดา: จ้า ไว้ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ
จากนั้นนิดาก็ยื่นเบอร์โทรศํพท์ให้จิน
นิดา: ไว้.. จะโทรหานะนิเข้าบ้านก่อนนะ บ้ายบาย
ว่าแล้วนิดาก็วิ่งเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วจินนั่งเขิลอยู่ในรถ เขาดีใจมากที่ได้เบอร์ของนิดามา
คิมชาวสวนจำเป็
เช้าวันต่อมา ณ บ้านของริว ริวที่เพิ่งตื่นหลังกินข้าวเสร็จ เขาเดินออกมาที่สวนเพื่อสูดอากาศแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อหันไปเจอคิมที่กำลังนั่งตัดกิ่งไม้ในสวน
ริว: เห้ย ไอ่คิมลาออกจากยามมาเป็คนสวนแล้วหรอว้ะ
คิม: เออ พอดีกูว่างไม่มีไรทำน่ะเลยมาช่วยลุงมี(คนสวนบ้านริว)ตัดกิ่ง
ริวเดินมาช่วยเก็บเศษกิ่งไม้
ริว: โห่ว สุดยอดว่ะ ขยันจังนะมึง
คิม: เห้ยไม่เป็ไรมึงมึงไม่ต้องทำหรอกเดี๋ยวกูจัดการเอง มึงเข้าบ้านไปพักไป
ริว: เออ เดี๋ยวช่วยกูก็ว่างไม่มีอะไรทำเหมือนกันวันนี้
คิม: ตามใจมึงล้ะกัน ไอ่นี้อยู่เป็คุณชายสบายๆไม่ชอบ
ริว: โห่ว ว่ากูเป็คุณชาย มึงก็เหมือนกันแหล่ะวันหยุดแท้ๆยังจะออกมาทำสวนอีก
คิม: ก็สวนบ้านมึงมันรกนิ่
ทั้งสองหัวเราะพร้อมส่ายหน้า
พี่รินที่กำลังยืนดูเด็กทั้งสองคนกำลังช่วยกันทำสวนปานสามีภรรยาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกรุ้มกริ่ม
หลังจากทำสวนเสร็จคิมก็เข้ามาช่วยป้าแม่บ้านล้างจานพร้อมทั้งช่วยซักผ้า (ศรีภรรยาตัวอย่างจริงจริ๊ง)จนแม่บ้านทั้งหลายต่างพากันชื่นชมในความขยันของคิมรวมถึงพี่รินและป้าอั๋นด้วยพี่รินเห็นคิมที่กำลังซ่อมก็อกน้ำในห้องครัวที่เสียอยู่จึงเดินเข้ามาหา
ริน: คิมนิ้ทำเป็ทุกอย่างเลยหรือป่าวเนี่ย
คิม: ฮ่าๆๆๆพอดีเมื่อก่อนผมเคยรับจ้างช่วยงานพวกช่างซ่อมน่ะครับ ก็เลยพอทำได้บ้าง
ริน: โห้ย เก่งนะเราเนี่ย
คิม: ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แหะๆ
คิมตอบแบบเขินๆ
ริน:จริงๆคิมไม่ต้องช่วยทำทุกอย่างก็ได้นะ วันนี้วันหยุด ถ้าเหนื่อยก็ไปพักซะ
คิม: ครับ ไม่เป็ไรหรอกครับแค่นี้สำหรับผมคือสบายมากครับ อีกอย่างผมมาอาศัยอยู่บ้านพี่ด้วยมีอะไรที่ผมช่วยทำได้ผมก็จะทำครับ
ริน: จ้า ขอบใจมากนะ
คิม: ครับ
ริน: แล้วนี้ใกล้จะสอบแล้วนิ่อ่านหนังสือบ้างหรือยัง
คิม: พออ่านมาบ้างแล้วครับเดี๋ยวถ้าช่วยงานเสร็จ ผมก็จะไปอ่านต่อครับ
ริน: โอเคจ่ะ อย่าหักโหมมากนะเตรียมตัวสอบด้วย
คิม: ครับผม
พูดเสร็จพี่รินก็เดินจากไปส่วนคิมหลังช่วยงานบ้านเสร็จก็กลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือต่อ
ขณะที่คิมกำลังตั้งใจท่องหนังสือริวก็เข้ามาหาที่ห้องเพื่อจะมาอ่านหนังสือด้วย
คิม: อ่าว ริวอ่านหนังสือถึงไหนแล้วว้ะ
ริว: ยังไม่ได้อ่านสักตัวเลยว่ะเหงาไม่มีเพื่อนอ่าน
คิม: งั้นมาอ่านกับกูมาไม่เข้าใจตรงไหนก็บอกกู
ริวทำหน้าดีใจแล้วเข้าไปนั่งอ่านหนังสือกับคิม
คิม: เอ้ย เดี๋ยว มึงต้องติวให้กูดิ่มึงเรียนจบแล้วนิ่
ริว: โอ้ย กูคืนอาจารย์ไปหมดแล้วอีกอย่างกูเรียนบริหารมา ไม่ได้เรียนบัญชีแบบมึงสักหน่อย บางเื่ที่กูไม่เข้าใจก็ต้องถามมึงอยู่ดี
คิม: เอองั้นมึงก็ติวให้กูด้วยแล้วกัน กูไม่ค่อยได้ภาษาอ่ะ
ริว: โอเค
(หมายเหตุ คลอสที่ริวกับคิมเรียนเป็คลอสเรียนแบบเสาร์อาทิตย์ รับระบบเปิดไม่ว่าใครก็สามารถสมัครเข้ามาเรียนได้ไม่จำกัดอายุ แต่จ่ายแพงมากเมื่อจบแล้วจะได้ใบรับรองสามารถนำไปต่อมหาลัยหรือนำไปสมัครงานได้ส่วนริวแม้จะเรียนจบมหาลัยแล้วแต่้าหาความรู้เพิ่มเติมและอยากไปเรียนเป็เพื่อนคิมจึงสมัครเข้าเรียนด้วย)
ทั้งสองอ่านหนังสือด้วยกันได้สักพักริวก็รู้สึกเบื่อขึ้นมา จึงหาเื่แกล้งคิมริวหยิบหนังสือภาษาอังกฤษขึ้นมาแล้วยื่นให้คิมดู
ริว: คิมๆ ตรงนี้มันอ่านว่าอะไรว้ะ
คิม: ก็ I LOVE YOU ไง
คิมทำหน้า งงศัทพ์ง่ายๆแค่นี้ทำไมริวถึงอ่านไม่ออก
ริว: Youlove me Really? ฮ่าๆๆๆๆ (หัวเราะสะใจ)
คิมได้ยินเช่นนั้นก็รู้ตัวทันทีว่าตนนั้นกำลังถูกแกล้งจึงหยิบหนังสือเล่มนั้นฟาดไปที่ศีษะของริวเบาๆ
คิม: ไอ่บ้ากูบอกให้มึงตั้งใจอ่านหนังสือ เล่นอะไรเนี่ยปัญญาอ่อน
ริวยังคงหัวเราะต่อไปพร้อมกับเอามือลูบศีษะตรงบริเวณที่ถูกตี
คิม: ตั้งใจอ่านเลย จะสอบแล้ว
ริว: คร้าฟฟ