ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่417 บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์

       ทว่าเมื่อเสียงระฆังครั้งที่4ดังขึ้นมา กึกก้อง กังวานออกไปกว้างไกล มันก็นำพาให้ สถาบันยอดเขาสวรรค์ สั่นสะเทือนเลือนลั่น บ่งบอกว่าอี้เฉินในภายภาคหน้า เขาจะมีศักยภาพ ไปถึงขั้นพลัง จักรพรรดิ
 


       หมู่ชนไม่น้อยที่ปิดขั้นพลังไม่อาจนิ่งดูดายได้อีกต่อไป แม้แต่เหล่า ผู้อาวุโสคุมยอดเขาต่างๆ ยังต้องออกจากการปิดขั้นพลังเพื่อมาดูชม เรื่องที่น่าตกใจ

 


       ทว่าเมื่อ หมู่ชนยังเห็น อี้เฉินก้าวเดิน สืบเท้าขึ้นบันไดไปในเส้นทางด้านหน้า อย่างไม่มีหยุดยั้ง กายาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่ว แต่ว่าอายุขัยที่ขยับขยายของอี้เฉิน กับไม่มีผลให้เขาดูแก่ชรา ลงแม้แต่น้อยประหนึ่ง พวกเขาจ้องมอง จักรพรรดิหนุ่ม ย่างเท้าก้าวผ่านกาลเวลามา มันจึงนำพาให้หัวใจหมู่ชน สั่นสะท้าน หัวใจที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความทะนงตน ราวกับถูกชายหนุ่มผมขาว ที่ก้าวเดินขึ้นบันได สั่นคลอนจนสิ้น

 


       องค์ชายชิงไป๋ยี่ ครั้นจดจำใบหน้าอี้เฉินได้ เขาไม่คิดยามนี้ เขาจะได้มาเจอคู่แค้นในอดีตของเขา เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เขาถูกชายหนุ่มฆ่าสังหารภายใน มิติหุบเหวสวรรค์ มันก็ทำให้เขาเดือดดาลเป็นโทสะไม่น้อย หากยามที่ไปเยือนยังดินแดนเบื้องล่างในคราวนั้น เขาฆ่าสังหารชายหนุ่มด้วยตัวของเขาเอง ก็คงไม่ประสบพบเจอเรื่องที่น่าอาบอายเฉกเช่นนี้


"เจ้าหนุ่ม เหตุใดข้ายิ่งเห็นเจ้า เหมือนว่าข้ายิ่งถูกเจ้าไล่ตามกันนะ ข่าวที่ข้าได้มาเมื่อเช้า ว่าเจ้าเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ให้เผ่าสงคราม มันจะไม่ลดทอนศักยภาพ ของเจ้าลงเลยแม้แต่น้อยหรือ?"องค์ชายชิงไป๋ยี่ อดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น



      องค์ชายซือจงเทียน เขาเองก็เดือดดาลไม่ต่างกัน ฝ่ามือทั้งสองข้างกำหมัดจนแน่น กระดูกนิ้วมือ แตกหักดังออกมาลั่น ไม่คิด ชายหนุ่มผู้นี้ จะโผล่มาให้เขาเห็นหน้า ในช่วงเวลา ไม่ถึงครึ่งปี แถมยังกล้ามาเข้าร่วมสถาบันยอดเขาสวรรค์ ริมฝีปากกัดกรามไว้แน่น จนเสียงพูดเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน "เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ทำเรื่องใหญ่ค้ำฟ้า ยังจะมีหน้ามายังสถานที่แห่งนี้อีก"

 


       กลุ่มคนไม่น้อย พวกเขาต่างพากันไต่ถาม เมื่อรับรู้ว่ามี กลุ่มคนไม่น้อยรู้จักชายหนุ่มผมขาว ผู้เข้าทดสอบ ทว่าเมื่อหมู่ชนรับรู้ ถึงตัวตนอี้เฉินพวกเขาก็ต่างพากันหอบหายใจหนักด้วยความ ไม่อยากเชื่อ "นั้นเขาหรือ คนที่สั่นคลอนทวีป รกร้างชางให่ ฆ่าสังหารผู้สูงส่งไปมากมาย ภายในมิติหุบเหวสวรรค์"

 


       ซูเซอ ที่เป็นกลุ่มคนที่ถูกอี้เฉินฆ่าสังหาร เขาเดือดดาลเป็นโทสะ ครั้นเมื่อผู้คนพูดถึงอี้เฉินไม่ขาดปาก "พวกเจ้าหยุดพูดได้แล้ว ไม่รู้หรือว่ามันพึ่ง เสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สมบูรณ์ ให้กับเผ่าสงครามไป บันไดวัดศักยภาพ อาจจะเกิดข้อผิดพลาดก็ได้ ..ดูสิแม้มันจะอยู่ในขั้นพลัง จักรพรรดิ มันก็ยังสามารถเดินต่อไปได้ อย่างไรข้าก็ไม่เชื่อว่ามัน จะเก่งเกินผู้สูงส่งคนอื่นๆ"

 


ครั้นหลายๆ คนได้ยิน ก็ต่างพยักหน้ารับคำ บันไดวัดศักยภาพ แห่งนี้เพียงแค่วัดความเป็นไปได้เท่านั้น ไม่ได้บ่งบอกถึงพลังการต่อสู้แต่อย่างใด

 


     เยว่ชิงเซียน นางเองก็มาดูชมเช่นกัน ครั้นเห็นใบหน้าอี้เฉิน ชัดๆ เต็มสองตา แววตาของนางก็อดไม่ได้ที่จะปลดปล่อยอายสังหารเล็ดลอดออกมา "เจ้าไอ้เวร เหตุใดเจ้ามาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้ ข้าไม่อาจยอมรับว่าเจ้า อยู่ระดับเดียวกับข้าได้"

 

     เยว่ชิงเซียน นางเองที่เคยทดสอบมาแล้วกำฝ่ามือของนางไว้แน่น เมื่อนางไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของอายุขัย อี้เฉินแม้แต่น้อย ราวกับอี้เฉินเป็นจักรพรรดิหนุ่ม ข้ามผ่านกาลเวลามา พร้อมกับแสงที่บันไดปลดปล่อย อักขระกาลเวลาออกมาพรั่งพรู มันก็ทำให้นางอดที่จะขมวดคิ้วมุ่นไม่ได้

 


       เหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขา พวกเขาได้แต่ส่ายหัว แม้ชายหนุ่มจะมีศักยภาพ สูงล้ำ ทว่าก็สร้างความเกลียดชังให้หมู่ชนมากเกินไป เมื่อรับรู้ถึงรอบบริเวณ ปลดปล่อยอายสังหารออกมาอย่างไม่มีปิดบัง จนรอบบริเวณเต็มไปด้วยแรงกดดันที่น่ากระอักกระอ่วน

 


       ก่อน ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน นางจะย่างก้าวออกมา ดูชม ไต่ถามไปที่ผู้อาวุโส ที่ทำหน้าที่คุมการทดสอบ ครั้นหมู่ชนเห็น ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน แห่งยอดเขาที่3 ถูกอกถูกใจชายหนุ่มไม่น้อย พวกเขาได้แต่อิจฉา เฝ้ามองอี้เฉินก้าวเดินขึ้นบันใด ไปอย่างไม่มีหยุดยั้ง ราวกับศักยภาพของเขาไม่มีที่สิ้นสุด


"เขาเป็นศิษย์ของผู้ใดอย่างนั้นหรือ เจ้าส่งป้ายหยกศิษย์เก่าของเขามาให้ข้าดูหน่อยสิ" ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน กล่าวด้วยน้ำเสียงกระจ่างใส แม้ว่าตัวนางจะดูอายุ30กว่าปี ทว่าอายุจริงของนาง น่าจะไม่น้อยไปกว่า อี้ฟางหรง

 


       ครั้นผู้อาวุโส ที่รับหน้าที่คุมการทดสอบได้ยิน เขาโค้งคำนับไปที่ ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน ไม่คิด การรับการทดสอบของเขา จะกลายเป็นที่สนใจของหมู่ชนเช่นนี้ ทว่าเมื่อราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน เห็นป้ายหยกสลัก นามว่าอี้ฟางหรง นางก็มีท่าทีเดือดดาลขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ลูกศิษย์ของเจ้างั้นหรืออี้ฟางหรง ถึงว่ามันโอหังเฉกเช่นเดียวกับเจ้า" ก่อนที่ ราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน จะจากไป ทว่าเมื่อนางเห็น หลินเฟยจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่วางตา นางอยากจะเข้าไปบอกลูกบุญธรรม ของนางเสียเหลือเกิน ว่าอย่าไปยุ่งกับคนตระกูล อี้

 


        ฉับพลัน จู่ๆ โดยรอบก็แข็งค้าง เหมือนกับว่าสถาบันยอดเขาสวรรค์หยุดนิ่ง เมื่อมีชายชราหลังค่อม มายืนด้านหน้าอี้เฉิน ปลดปล่อยระลอกคลื่น ที่น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาด หมู่ชนไม่น้อยต่างหอบหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง จ้องมอง บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ เข้ามาพูดคุยกับอี้เฉิน ด้วยความเป็นกันเอง เหล่าผู้อาวุโสขั้นเทพสวรรค์ ต่างก็ไม่อยากเชื่อสายตาตนเองพวกเขาอยู่มาร่วม300ปี ก็ยังไม่เคยเห็น บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ ไม่คิดชายชรา จะออกจากการปิดขั้นพลัง มาเพื่อพูดคุยกับชายหนุ่มเพียงลำพัง

 


      "เจ้าไม่เลวเลย ไปฝึกปรือที่ยอดเขาเดียวกับข้า ดีหรือไม่?" ก่อน บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ จะยกยิ้มให้อี้เฉิน ราวกับพูดคุยกับคนรุ่นเดียวกัน มันก็ทำให้หมู่ชนไม่น้อยประหลาดใจ แม้แต่ผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์คนอื่นๆ ยังไม่ได้รับ คำกล่าวพูดเช่นนั้นจาก บรรพบุรุษชรา

 


     อี้เฉิน โค้งคำนับด้วยความนอบน้อม "มันจะไม่เป็นการรบกวน การหยั่งรู้ ฝึกปรือของท่านอย่างนั้นหรือ?"

 


     "ฮ่าๆๆ ยอดเขาของข้าขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ ไร้ผู้ใดรบกวน ทว่าก็ไร้สิ่งล้ำค่าในการช่วยฝึกปรือของเจ้า หากเจ้าต้องการที่ สงบจิตใจ ข้ารับรองเจ้าต้องชอบมันอย่างแน่นอน"

 


อี้เฉินยิ้มกว้าง ในทันที ไม่คิดชายแก่ผู้นี้จะอ่านใจเขาออก "ได้ๆ ข้าตกลงที่จะไปเยือน ยังยอดเขาของท่าน"

 


บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ เขาแหวกมิติ พาอี้เฉินจากไปในทันทีก่อนนำพาอี้เฉินไปยอดเขาที่5 ซึ่งเป็นยอดเขาชั้นใน ไร้ผู้ใดเข้ามากล้ำกราย

 


      เมื่อ บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ จากไปพร้อมกับอี้เฉิน ได้เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ เสียงระฆัง ครั้งที่5ก็ดังออกมาเสียงดัง กังวานใส นำพาให้สถาบันยอดเขาสวรรค์สะเทือน เลื่อนลั่น

 


      มองเห็นภาพชายวัยกลางคน ผมสีขาว ยืนอยู่บน บันไดทว่ากับไม่อาจคาดเดาขั้นพลังของเขาได้แม้แต่น้อย ก่อนภาพชายวัยกลางคนผมสีขาวจะจางหายไป ผู้คนต่างพากันพูดคุยเอ็ดตะโร ว่ายามนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "เสียงระฆัง ครั้งที่5มันหมายถึงอะไรกันแน่" พวกเขาไม่เคยได้ยิน มันมาก่อน

 


       ผู้อาวุโสคุมยอดเขาสวรรค์ พวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันพึ่งเคยได้ยินมันเช่นกัน มันจึงทำให้พวกเขาไม่แปลกใจ เหตุใด บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ ถึงออกจากการปิดขั้นพลังเพื่อมารับตัวของชายหนุ่มผมขาว

 


ก่อนกลุ่มคนไม่น้อยจะไต่ถาม ท่านผู้อาวุโส "แล้วเรื่องการประลองยอดเขาต่างๆ พวกเราจะทำเช่นไร ยอดเขาที่5 ไม่เคยมีศิษย์มาก่อน แต่ยามนี้มีศิษย์แล้วหนึ่งคน อย่างไรข้าก็ไม่อาจปล่อยให้ไอ้เวรนั้นมัน อยู่สบาย ได้อภิสิทธิ์ พิเศษเหนือผู้อื่น"

 


       "ใช่ๆ พวกเราไม่ยอม อย่างไรมันต้องเข้าร่วมงานประลอง แม้ว่าจะมีผู้เดียวก็ตาม" ครั้นเหล่าผู้คนเอ่ยพูดเสร็จสิ้น พวกเขาก็ต่างพากันยกยิ้มไม่น้อย ครั้นคำพูดเหล่านั้นดังออกมาจาก เหล่าหมู่ชน มันก็ทำให้เหล่าผู้อาวุโสคุมยอดเขาต่างๆ มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนบอกกล่าวเหล่า ศิษย์ภายในสถาบันยอดเขาสวรรค์ "จะไม่มีใครมีอภิสิทธิ์ พิเศษเหนือผู้ใด ข้าจะเข้าไปคุยกับเขาให้ พวกเจ้ากลับไปตั้งใจฝึกฝนได้แล้ว"

 


       ครั้นเหล่าฝูงชนได้ยิน ก็ต่างยกยิ้มกว้าง กลุ่มคนไม่น้อยที่อยากจะท้าประลองกับอี้เฉิน อยากจะรู้จริงๆ ว่าอี้เฉินจะศักยภาพสูงล้ำอย่างที่ บันไดวัดศักยภาพบอกกล่าวหรือไม่
"เจ้าไอ้เวร ดูสิเจ้าจะหนีไปไหนได้อีก อย่าคิดว่า บรรพบุรุษชรา ยอดเขาสวรรค์ จะคุ้มกะลาหัวเจ้าได้นะ" ซูเซ่อเขากล่าวด้วยความเดือดดาล

 


       หลินเฟยนางเองก็กำหมัดไว้จนแน่น แววตาประกายแสงเย็นเยียบ ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง จ้องมองไปที่ยอดเขาที่ 5 ที่อี้เฉินอยู่อย่างไม่วางตา ก่อนจะสืบเท้าเดินจากไป "รอข้าก่อนเถอะอี้เฉิน ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ ความรักที่ข้ามีต่อเจ้า    ข้าจะคืนให้เจ้าด้วยความเจ็บปวด วันนั้นข้ายังจดจำได้ดี วันที่เจ้าไม่พยายามมาหา ข้าทั้งๆ ที่ข้า พยายามไปหาเจ้าแทบตาย ข้าจะสนองคืนมันให้กับเจ้าอย่างแน่นอน"
 

 

**** หมายเหตุ **** เหตุใดหลินเฟย ถึงโกรธเคืองอี้เฉิน ตอนที่312 มีคำตอบหากผู้อ่านท่านใดลืม   

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน