ตอนที่ 165 สู้ ๆ ล่ะโฮโจ
ใช้ชีวิตให้ดีนะ ลูกรักของแม่
คนเก่งของพ่อ ลูกต้องมีชีวิตต่อไป
นิทานสะดุ้งตื่นด้วยเหงื่อที่ไหลโทรมกาย พาเอาคีตาสะดุ้งจนตัวโยน มันรีบเข้ามาปลอบนิทานเมื่อเห็นว่านัยน์ตาของนิทานบวมแดงไปด้วยคราบน้ำตา เขาไม่ได้ฝันร้ายเช่นนี้นานแล้ว ยิ่งช่วงหลังเขาดูจะไม่ประสบปัญหาการนอนเท่าในอดีต หากคืนก่อนทำภารกิจใหญ่เขากลับฝันร้ายถึงฉากที่พ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตอีกครั้ง
นิทานตั้งสติน้อย ๆ จัดแจงร่างกายของตัวเองให้พร้อมแล้วจึงปลอบคีตาว่าเขาไม่เป็นไร เมื่อหันออกไปมองนอกหน้าต่างจึงเห็นว่าพระอาทิตย์ยามนี้โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว สมควรถึงเวลาที่เขาต้องออกเดินทางเสียที
ฝันร้ายในวันนี้พอดีเนี่ยนะ ลางไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยแฮะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่เรือนของตระกูลอิสึกะ เหล่าคนคุ้นหน้าต่างมารวมตัวกันครบอย่างรวดเร็ว คราวนี้นิทานไม่ได้พบกับอารากะที่ศาลาอีก ครั้งนี้เป็นที่ลานกว้างทางด้านหลังของเรือน
ข่ายอาคมขนาดใหญ่ถูกกางไว้บริเวณนี้ รอบด้านถูกปกป้องด้วยสมาชิกตระกูลอิสึกะจำนวนมหาศาล ระดับพลังที่ไหลบ่าเข้าสู่ข่ายอาคมนั้นสูงส่งจนนิทานตัวสั่นน้อย ๆ
องค์หญิงไพลินยามนี้ยืนคุยกับอารากะอยู่ทางด้านข้าง เธอไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มขุดค้นนี้ แต่เธอจะร่วมทางไปด้วยจนถึงฐานบัญชาการของการขุดค้น เป็นจุดที่เอาไว้เก็บทรัพยากรและตั้งหลักต่าง ๆ
การขุดค้นครั้งนี้สมควรกินเวลานานเป็นพิเศษ เธอไม่อาจอยู่ฐานบัญชาการนอกสุสานได้ตลอดเวลา เธอเพียงเดินทางไปจับตาดูไม่นานเท่านั้น ถึงยังไงการขุดค้นครั้งนี้ก็มีเธอสนับสนุน
“คุณนิทานครับ ตื่นเต้นมั้ยครับ ผมตื่นเต้นมากเลย ที่รักของผมทำข้าวเช้ามาเผื่อด้วยครับ มากินด้วยกันนะครับ จริงด้วย โอไรออนฝากบอกว่าโชคดีด้วยนะครับ วันนี้เขาต้องไปโรงเรียนเลยมาส่งไม่ได้ แถมผมคันมือมากเลยนะครับ ครั้งก่อนยังใส่กันไม่สุดเลย โอ้ คีตา! สวัสดีครับ แข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะ” เพชฌฆาตเข้ามาทักทายทั้งสองอย่างร่าเริง
คีตาหลังจากศึกนั้นดูเหมือนจะระแวงเพชฌฆาตเล็กน้อย มันรับรู้ว่าเพชฌฆาตเป็นคนหนึ่งที่สามารถคุกคามชีวิตของคนที่มันรักได้ แต่เพราะการอธิบายของนิทานและการขอโทษรวมถึงง้อด้วยขนมจำนวนมหาศาลของเพชฌฆาตมันจึงยอมให้ลูบในที่สุด
เพชฌฆาตก้มลงลูบหัวของคีตาอย่างมันมือ นัยน์ตาของเขาส่องประกายขณะที่จ้องมองคีตา ในสายตาของเขาคีตาไม่ใช่สุนัขป่าธรรมดา ๆ มันเป็นสัตว์คู่หูของอัจฉริยะปีศาจอย่างนิทาน และยังเป็นสัตว์คู่หูที่แข็งแกร่งพอ ๆ กันกับปีศาจตนนั้นอีกด้วย
“สวัสดีครับ ฝากขอบคุณคุณเฮเลนด้วยนะครับ” นิทานยิ้มตอบรับ เขาเริ่มชินชากับการพูดมากของเพชฌฆาตเสียแล้ว
อิซึมิและโฮโจยืนอยู่เคียงข้างอารากะ ทั้งกลุ่มกำลังพูดคุยกับองค์หญิงไพลินด้วยหัวข้อเรื่องการเมืองอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากยุ่งด้วยมาก แค่นี้เขาก็ปวดหัวมากพอแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณเพชฌฆาต คุณนิทาน วันนี้ฉันเตรียมสมบัติมาสนับสนุนเพียบเลยค่ะ” เลโอผู้น่ารักเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาทักทายทั้งสอง ทางด้านข้างคือผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง ไลล่า ที่นิทานได้พบที่งานประมูล เธอยังคงเป็นหญิงสาวหน้ากลม เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารีเช่นเคย
“แด่ความรู้ในแผ่นกระดาษที่กว้างขวางราวผืนฟ้า แด่อักษรในหยดหมึกที่ลึกล้ำดั่งห้วงสมุทร ไม่ได้พบกันเสียนานเลยครับท่านไลล่า” เพชฌฆาตยังคงปฏิบัติตัวได้สมกับเป็นมือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็ก เมื่อต้องพบเจอกับบุคคลชั้นสูงเขาก็สามารถปรับเปลี่ยนท่าทางให้สำรวมได้อย่างรวดเร็ว
“แด่ความรู้ในแผ่นกระดาษที่กว้างขวางราวผืนฟ้า แด่อักษรในหยดหมึกที่ลึกล้ำดั่งห้วงสมุทร สวัสดีค่ะคุณเพชฌฆาต คุณนิทาน” ไลล่านำนิ้วมาแตะที่ฝ่ามือพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
นิทานนำนิ้วมาแตะฝ่ามือตอบรับ ส่วนคีตาจดจำไลล่าได้ดี มันเดินกระดิกหางเข้าไปหา วิธีการลูบของไลล่านั้นถูกใจคีตาเป็นอันมาก คีตาเคยเล่าให้นิทานฟังว่ามันยกให้ไลล่าเป็นคนที่ลูบได้เก่งที่สุด
วันนี้เธอไม่ได้มีผู้คุ้มกันดั่งก่อน หากนิทานก็ลอบสงสัยว่าจริงหรือไม่ อย่างอริยะแปลงเพลิงเองนิทานก็มั่นใจว่าคงหลบอยู่แถวนี้
“ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ พริบตาเดียวก็ขึ้นเป็นนักสลักเอกแล้ว” ไลล่าเผยรอยยิ้ม แม้เธอจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่านิทานขึ้นเป็นนักสลักเอกเพราะช่วงหลังนิทานเข้าวิหารบ่อยขึ้นจึงได้เจอกันบ้างแต่เธอก็ยังอดทึ่งไม่ได้อยู่ดี
ตัวเธอเองแม้จะอายุมากกว่าแต่ก็เป็นนักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 2 คำ เธอเพียงมีความแตกฉานในมันตราเหนือล้ำกว่าคนปกติเท่านั้น ตำแหน่งในศาสนจักรของเธอจึงค่อนข้างสูง หากพูดกันถึงเรื่องศักยภาพในการขีดเขียนชะตา น้องสาวของเธออย่างเลโอจะเหนือกว่า
“จังหวะดีเฉย ๆ น่ะครับ” เขาค่อนข้างรู้สึกดีกับไลล่ามากทีเดียว กิริยาของเธอให้ความรู้สึกใจดีมีเมตตาอยู่ตลอด แถมเธอยังชมคีตาอีกด้วย
“แล้วคนอื่นล่ะคะ องค์หญิงไพลินด้วย” เลโอก้มลงเล่นกับคีตาอย่างรักใคร่ส่วนไลล่านั้นใช้หลังมือของเธอลูบไล้มาตามหลังคอของคีตาอย่างเบามือ แล้วจึงเอื้อมลงไปเกาคอเบา ๆ จนคีตาขาหลังกระตุกด้วยความสุข
ต้องจำไปลองลูบคีตามั่งแล้ว นิทานพยายามจดจำวิธีการลูบของไลล่า ในฐานะครอบครัวแล้วเขาอยากให้ตนเป็นอันดับหนึ่งด้านการลูบของคีตาบ้าง
“คุยกับคุณอารากะอยู่ครับ ตรงนู้น” นิทานชี้ไปยังกลุ่มคนที่จับเข่าคุยกับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อเลโอมองตามนิ้วของนิทานไปจึงได้เห็นว่าพวกเขากำลังปรึกษาเรื่องบางเรื่องกันอยู่จริง ๆ โดยที่คนพูดเป็นหลักคืออารากะและไพลิน ส่วนอิซึมิและโฮโจนั้นยืนเคียงข้างเท่านั้น
เพียงแต่หนึ่งในนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องที่พูดคุยกันเสียเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวแอบเหล่มองเพื่อนสาวผมแดงเพลิงนัยน์ตาชมพูของเขาเป็นพัก ๆ
นิทานลอบยิ้มกับภาพนั้น แล้วจึงสังเกตได้ว่าเลโอและไลล่าก็อมยิ้มมุมปากกันอยู่เช่นกัน เมื่อเห็นเช่นนั้นนิทานจึงหันกลับมา พวกเธอราวกับรู้สึกตัว ตาสามคู่ประสานกันแล้วจึงเผยรอยยิ้มกลั้นหัวเราะ
“แหม ก็ออกจะชัดอยู่นะคะ” เลโอกลั้นยิ้ม อดให้ไลล่าที่สุภาพเรียบร้อยตีไหล่เธอเบา ๆ
“นี่ อย่าไปว่าเขาสิคะ เขาก็พยายามอยู่นะ ดูสิ ทำเป็นหลบตาด้วย” ไลล่าพูดห้ามน้องสาวของตน ส่วนโฮโจนั้นก็กำลังแอบหลบตาอยู่จริง ๆ
“แต่ยัยนั่นก็ทึ่มใช่เล่นนะครับนั่น” นิทานหัวเราะ ชัดขนาดนั้นเพื่อนของเขายังไม่รู้สึกตัวเสียอย่างนั้น เขาค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าไพลินไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่รู้
ไลล่าและเลโอกลั้นหัวเราะกันหางตากระตุก เหมือนว่าสถานะนักบวชของพวกเธอจะทำให้พวกเธอไม่อาจหัวเราะอย่างปล่อยตัวได้
“จริงค่ะ ปกติเวลาคุยกับฉันก็ฉลาดและไหวพริบดีมากเลยนะคะ แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นเรื่องแบบนี้แล้วหัวทึบสุด ๆ ทุกที” ไลล่าที่กลั้นหัวเราะจนไหล่สั่นพูดขึ้น
นิทานพอจะตอบคำถามนั้นได้ เขาคิดว่าด้วยความที่ไพลินค่อนข้างมีอะไรคล้ายกับเขาจึงอาจจะเป็นคำตอบนี้ก็ได้ พวกเขาเติบโตมาโดยที่คนรอบข้างมักเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ ในหลาย ๆ ครั้งจึงไม่สามารถแยกออกได้ว่าความปรารถนาดีที่ได้รับมานั้นจริงใจหรือไม่
เขาหันไปมองเพชฌฆาตที่ยืนยิ้มอบอุ่นอยู่ด้านข้าง น่าแปลกที่เขาไม่ได้เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย ดูจากสายตาแล้วเขาคิดว่าเพชฌฆาตสมควรมีคำตอบแบบเดียวกัน แน่นอนเขาก็ไม่คิดจะพูดเรื่องชวนหดหู่แบบนี้ออกไป จึงชวนคุยเพิ่มเติมแทน
“เป็นแบบนี้บ่อยเหรอครับ” นิทานถามขึ้น
“องค์หญิงที่ผู้คนรักใคร่เลยนะครับคุณนิทาน” เพชฌฆาตเอ่ยขึ้น
“เยอะเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะในหมู่มหาตระกูลและขุมกำลังใหญ่” ไลล่าตอบกลับเช่นกัน เธอมองเพื่อนของเธอที่ยังคงไม่สังเกตเห็นสายตาหมาน้อยของโฮโจแม้แต่น้อย เธอสนใจเพียงเรื่องที่พูดคุยกับอารากะเท่านั้น
นิทานทุบมือเปาะ หลายครั้งเขาก็ลืมไปจริง ๆ ว่าไพลินเป็นองค์หญิงที่ 4 เธอปฏิบัติตัวกับเขาอย่างเท่าเทียมจนเขามักลืมสถานะของเธอ ยิ่งด้วยนิสัยเข้ากับคนง่ายด้วยแล้วมันทำให้เธอให้ความรู้สึกเหมือนลูกสาวของคนข้างบ้านเสียมากกว่า
“น่าตลกตรงนี้นี่ล่ะค่ะ แม้ราชวงศ์และฝักฝ่ายอื่นหลาย ๆ ทางมักกระจายข่าวขององค์หญิงว่าเป็นคนไร้พรสวรรค์ไร้ความสามารถ แต่คนที่ได้เข้าหาเธอจริง ๆ กลับยอมรับเธอกันทุกราย หลายคนก็ตามต้อย ๆ เหมือนคุณโฮโจเลย” เลโอกล่าวยิ้ม ๆ
นิทานหัวเราะกับคำพูดของเลโอ เขาคิดว่าสิ่งที่เลโอเล่านั้นเห็นภาพได้ง่ายมาก ก็อาจจะเป็นเรื่องจริงที่พรสวรรค์ในการขีดเขียนชะตาของเธอไม่ได้โดดเด่น แต่หากมองกันในแง่อื่น ปัญญา ไหวพริบ ความคิด เธอนั้นเป็นยอดมนุษย์อย่างแท้จริง ยังมีนิสัยที่ชวนให้คนรักนั่นอีก
“แต่คุณโฮโจไม่ผ่านนะครับ ผมไม่เห็นด้วยแน่ ๆ ที่รักยังบอกเลยว่าถ้าองค์หญิงจะเลือกใครให้พามาให้เธอพบก่อน” เพชฌฆาตพ่นลมออกจากจมูก มองไปทางโฮโจ
คุณพ่อหรือไง นิทานมองตามสายตาของเพชฌฆาตไปยังโฮโจ เขาเกิดความสงสัยอย่างรวดเร็วว่าขนาดโฮโจยังไม่ผ่านอีกหรือ
“เห็นด้วยค่ะ / จริงค่ะ” สองสาวประสานเสียงกันอย่างรวดเร็วจนนิทานสะดุ้ง เพชฌฆาตนัยน์ตาทอประกายเจิดจ้า จับจ้องสองสาวราวกับมองเห็นสหายที่ไว้ใจได้ มือของทั้งสามคนจับกันแน่นราวกับพึ่งเห็นพ้องต้องกันในวาระระดับชาติ
ห้ะ โฮโจผิดอะไรเนี่ย ฉันเป็นคนเดียวที่ให้กำลังใจเหรอ นิทานนัยน์ตาเบิกกว้าง เขาไม่คิดว่าคนอื่นจะตีตรา ‘ไม่ผ่าน’ ให้โฮโจไวเช่นนี้
“เอ่อ ผมว่าคุณโฮโจก็ดีนะครับ เขาไม่ดีเหรอ” นิทานยกมือค้านน้อย ๆ เขาไม่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้รู้จักโฮโจดี เพียงรู้จักผ่านการพบเจอกันเพียงผิวเผินและการประลองเท่านั้น
ในสายตาของนิทาน แม้จะดูเป็นคนที่มุ่งมั่นในตระกูลของตนไปหน่อย ดูแข็ง ๆ ไปนิด แต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แถมยังมีพรสวรรค์แล้วยังหน้าตาดีด้วย
“ขาดความมั่นใจครับ จะคุยยังไม่กล้าเลย ห่วงภาพลักษณ์ของวงศ์ตระกูลมากเกินไป”
“ไม่ใส่ใจค่ะ ดูเป็นคนที่จดจ่ออยู่กับการพัฒนาตนเอง ทั้ง ๆ ที่คนรอบข้างก็สำคัญ”
“ทำตามใจเกินไปค่ะ บางครั้งก็ไม่สนใจประชาชนทั่วไปเลย คิดว่าคงมีความหัวสูงระดับหนึ่งแฝงไว้”
“เพราะงั้น ไม่ผ่านครับ / ค่ะ”
ทั้งสามต่างร่ายเหตุผลของตนออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าใครก็ต่างมองจุดด้อยของโฮโจที่นิทานคิดว่าไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเป็นจุดที่แย่มากทั้งสิ้น แต่พอคิด ๆ ดูแล้วแต่ละเรื่องก็ดูจะเป็นเรื่องที่เข้ากับไพลินไม่ได้จริง ๆ
“เอ่อ เรารีบตัดสินกันเกินไปมั้ยครับ พวกเรายังรู้จักคุณโฮโจไม่มากเลยนะครับ” นิทานพยายามพูดช่วยเหลือ คีตาทางด้านข้างก็พยักหน้ารับ มันไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับโฮโจเพราะเขาแพ้นิทานราบคาบ ดูไม่สามารถเป็นภัยต่อนิทานได้แม้แต่น้อย
“ก็ใช่ครับ เพราะงั้นเราเลยดู ๆ กันอยู่ ไม่ได้ยุ่มย่ามอะไร แถมมองจากไกล ๆ ก็ตลกดีด้วยครับ” เพชฌฆาตพูดขึ้น ชี้ไปทางโฮโจที่ตอนนี้พลันเดินถอยมาทำเป็นเช็ดคันธนูของตนแต่จริง ๆ ลอบมองไพลินอยู่
“แต่เอาจริงฉันก็ไม่ได้อะไรมากขนาดนั้นหรอกนะคะ ถ้าสุดท้ายไพลินรักเขากลับฉันก็ไม่ห้ามหรอกค่ะ โต ๆ กันแล้ว” ไลล่ายักไหล่ แม้คำพูดของเธอจะดูเหมือนใจดีมีเมตตาแต่นิทานกลับรู้สึกได้ลึก ๆ ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสียทีเดียว
“สิ่งสำคัญที่สุดก็คงเป็นเรื่องความรู้สึกล่ะนะคะ ถ้าองค์หญิงรักเขาทุกอย่างก็จบ” เลโอพยักหน้าตาม แม้เธอจะมองว่าไม่เหมาะสมขนาดไหนก็ตามหากสุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินก็ยังคงเป็นไพลินแต่เพียงผู้เดียว
“เพราะงั้นผมเลยคอยช่วยคัดคนอยู่ระดับหนึ่งด้วยครับ ผมกับที่รักลงความเห็นตรงกันว่าถ้าเจอพวกที่หลอกเก่ง ๆ จะฟันให้ยับเลย” แววตาของเพชฌฆาตปรากฏแววกระหายเลือด เป็นความกดดันระดับเดียวกันกับที่เขามียามประลองกับนิทาน
จิตสังหารนั่นแพร่กระจายอย่างรุนแรงจนกลุ่มขององค์หญิงไพลินและอารากะหันมามองด้วยสีหน้างุนงง
“นี่! อย่าทะเลาะกันนะ!” เธอตะโกนดุข้ามมา พวกเขาทำไม่รู้ไม่ชี้เพื่อกลบเกลื่อน เมื่อเธอเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงหันกลับไปคุยกับอารากะต่อ
และระหว่างที่พวกเขากำลังคุยวุ่นวายกันอยู่นี้ โฮโจผู้ตกเป็นเป้าโดนรุมก็ยังคงทำได้เพียงแอบมองต้อย ๆ จนนิทานอดถอนหายใจไม่ได้
สู้ ๆ ล่ะโฮโจ