ตอนที่ 343 หน้าที่ของไพลิน
“มหาตระกูลเอเทล..” สีหน้าเบิกบานของเพชฌฆาตกลับกลายเป็นบูดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว “ทำไมต้องมหาตระกูลเอเทลด้วยล่ะครับ!”
“ข้าก็พึ่งจะบอกเจ้าไป โลหิตของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นมีร่องรอยแห่งวิถี มีประโยชน์อย่างยิ่งกับยอดอัจฉริยะ” อริยะอ่านชะตาขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบเลยเวลาที่นักเรียนของตนถามคำถามอะไรที่ไม่น่าถาม
เพชฌฆาตกุมหัวของตนอย่างท้อแท้ จากที่อริยะอ่านชะตาสอน โลหิตของเทวทูตแห่งท้องฟ้านั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ขีดเขียนชะตาเผ่าซือบาสเอง หากเป็นอัจฉริยะชาญฉลาดก็อาจจะสัมผัสถึงวิถีได้ดีกว่าคนทั่วไป แล้วมหาตระกูลใดเล่าที่มียอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเผ่าซือบาส
มหาตระกูลเอเทลสมควรทุ่มทุนจัดหาสมบัติล้ำค่ามากมายมหาศาลมาบำรุงปีกแห่งผืนฟ้า และหนึ่งในนั้นก็คือซากร่างของเทวทูตแห่งท้องฟ้า
“มหาตระกูลอื่นก็มีความเป็นไปได้ที่จะครอบครองซากร่างของเทวทูตแห่งท้องฟ้า เพียงแต่ข้าไม่มั่นใจเท่าใดนัก พวกเขาอาจจะใช้ไปหมดแล้ว นำไปรังสรรค์สมบัติวิเศษ หรือทำลายเศษซากไร้ประโยชน์ที่ขวางหูขวางตาเกียรติยศแห่งเผ่าพันธุ์” เมื่อถึงตอนนี้อริยะอ่านชะตาจึงได้นำหนังสือเล่มหนึ่งมากาง เขากวาดสายตาคร่าว ๆ อยู่ครู่หนึ่งก็วางมันลง
เพชฌฆาตลอบสังเกตหน้าปก มันคือหนังสือเกี่ยวกับการรังสรรค์ บางทีอริยะอ่านชะตาอาจจะสงสัยว่าขนปีกนั้นสามารถนำไปทำสิ่งใดได้ ด้วยรูปลักษณ์กระจกแก้วอันบอบบางมันสมควรมีดีเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่เพราะตัวตนของเทวทูตแห่งท้องฟ้าที่ทำให้เกียรติของเผ่าซือบาสหม่นหมอง เผ่าซือบาสย่อมไม่มีวันใช้สิ่งโสโครกเช่นนั้นเป็นเครื่องประดับ
จะให้สืบหาเอาเองก็พอจะได้อยู่ แต่เส้นสายขององค์หญิงในเอเทอรัมนั้นไม่แข็งแรงเท่าไหร่.. เพชฌฆาตกล่าวงึมงำ จะให้ติดต่อไปที่มหาตระกูลเอเทลเองนั้นตัดไปได้เลย
ด้วยความสัมพันธ์ขององค์หญิงและมหาตระกูลเอเทล หากให้เขาไปติดต่อเองดีไม่ดีจะถูกไล่ตะเพิดออกมา
เอ๊ะ หรือว่าจะได้ เพชฌฆาตชะงักไป บางทีการติดต่อหลอกขอซื้อจากมหาตระกูลเอเทลอาจจะไม่ได้ยากขนาดนั้น บางทีใช้กลุ่มการค้าฟางติดต่อไปก็อาจจะมีหวัง ยังไงที่คนภายนอกรับรู้ว่าเข้าร่วมแบบสุดตัวก็มีแค่กลุ่มการค้าอิสึกะ
ถ้ากลุ่มการค้าฟางไม่สำเร็จบางทีทางด้านของคุณไลล่าอาจจะสำเร็จก็ได้! คุณไลล่าเองก็พอมีเส้นสายในศาสนจักร เธออาจจะใช้สักวิธีการหนึ่งติดต่อกับมหาตระกูลเอเทลผ่านตัวกลางได้ ใบหน้าของเพชฌฆาตเริ่มเผยรอยยิ้ม
“อย่า เทวทูตแห่งท้องฟ้าถือเป็นความลับของเผ่าซือบาส การที่ขุมกำลังใหญ่บางแห่งจะรู้จักก็ไม่แปลกนัก แต่นั่นจำกัดแค่บุคคลระดับสูงในขุมกำลัง หากเจ้าใช้บุคคลระดับล่างติดต่อไปไม่ว่าอย่างไรมหาตระกูลเอเทลก็ไม่มีวันตอบรับ บางทีอาจจะสงสัยถึงที่มาของข้อมูลและจับเจ้าไปเสียด้วยซ้ำ” อริยะอ่านชะตาพูดขัดความคิดของเพชฌฆาต
“ตัวเจ้าเคยไปมาหลายสถานที่ พบพานกับสิ่งมีชีวิตมากมาย เจ้าสมควรรู้ว่าเผ่าซือบาสนั้นเป็นเช่นไร” อริยะอ่านชะตากล่าวย้ำ เผ่าซือบาสนั้นไม่เหมือนกับเผ่ารูเบียสที่ไม่ว่าใครก็มักพูดจาโผงผางตรงไปตรงมาและบุคคลระดับสูงค่อนข้างใกล้ชิดกับบุคคลทั่วไป
เผ่าซือบาสไม่เพียงถือตนและเย่อหยิ่งเป็นทุนเดิม พวกเขายังดูถูกเหยียดหยามพวกนอกเผ่า ในเผ่าเองก็มีการจัดลำดับขั้นอย่างชัดเจน บุคคลระดับล่างชั่วชีวิตแทบไม่มีทางได้เอ่ยปากกับบุคคลระดับสูงแม้สักคำ
ตามความเป็นจริงแล้วแทบทุกขุมกำลังย่อมเป็นเช่นนี้ กลุ่มการค้าอิสึกะหรือราชวงศ์ไฟกัลป์เองก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่เผ่าซือบาสค่อนข้างจะยึดถือเรื่องนี้เป็นพิเศษ
บุคคลระดับอริยะย่อมไม่ข้องแวะกับคนทั่วไป ผู้ขีดเขียนชะตาคือผู้ที่ต้องการเขียนชะตาของตนด้วยพลัง คนที่สามารถก้าวไปได้ไกลย่อมไม่มีเหตุผลใดให้ไปสนใจคนที่ไม่อาจจะขีดเขียนชะตาได้ ตัวตนเช่นองค์หญิงไพลินและผู้พันลาลันตานั้นถือว่าแปลกแยก
“ท่านปู่พอจะมีวิธีบ้างมั้ยครับ” เพชฌฆาตเอ่ยขอร้อง การจะติดต่อกับมหาตระกูลเอเทลนั้นต้องใช้เผ่าซือบาสที่มีฐานะระดับหนึ่ง ทั้งเขาและสก็อตไม่อาจทำได้ องค์หญิงย่อมไม่มีหวังเพราะมหาตระกูลเอเทลนั้นเป็นพันธมิตรกับองค์ชาย 2
สายตาออดอ้อนของเพชฌฆาตบอกอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการให้ชายชราเป็นผู้ช่วยติดต่อเรื่องนี้ ชายชรานั้นเป็นถึงอดีตอาจารย์กิตติมศักดิ์แห่งหอสมุดและยังเป็นถึงอริยะ มหาตระกูลเอเทลย่อมต้องรับฟังแน่
“เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้” อริยะอ่านชะตาส่ายหน้าฉับไว ก่อนที่เพชฌฆาตจะได้เอ่ยขอร้อง ชายชราก็พูดต่อ “ไม่ใช่ข้าไม่ต้องการจะช่วยหรือต้องการเรียกร้องข้าตอบแทน แต่ตัวข้านั้นไม่สามารถช่วยได้”
“มหาตระกูลเอเทลนั้นเป็นรองเพียงราชวงศ์เดซิสและเหนือกว่ามหาตระกูลอับบราฮัมและมหาตระกูลเอสท็อค หลังจากที่ปีกแห่งผืนฟ้าขึ้นครองตำแหน่ง มหาตระกูลเอเทลเองแทบจะมีศักดิ์ฐานะที่เท่าเทียมกับราชวงศ์เดซิสแล้ว”
“ราชวงศ์เดซิสนั้นแม้จะมีสายเลือดของราชาองค์ปัจจุบันแต่ตัวองค์ราชาเองกลับไม่แยแสสนใจแม้แต่น้อย ดังนั้นราชวงศ์เดซิสจึงมีปากเสียงน้อยเสียยิ่งกว่ามหาตระกูลเอเทล”
“มหาตระกูลที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นถึงเป็นข้าอีกฝ่ายก็ไม่มีทางใส่ใจ แค่การขอเข้าพบยังไร้หนทาง” ชายชราตอบอย่างมั่นใจ หากเป็นมหาตระกูลอับบราฮัมหรือเอสท็อคเขาอาจจะขอเข้าพบได้ แต่มหาตระกูลเอเทลนั้นไม่มีทาง
เพชฌฆาตตกตะลึง เขาไม่เคยทราบมาก่อนว่ามหาตระกูลเอเทลนั้นแท้จริงแล้วทรงอิทธิพลถึงเพียงนั้น หากอีกอารมณ์หนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาคือความหวาดกลัว กับมหาตระกูลที่ทรงอำนาจระดับนั้น องค์ชาย 2 กลับสามารถเป็นพันธมิตรอย่างเท่าเทียมได้
แม้ยามที่องค์ชายจันทรกานต์สูญเสียสมบัติล้ำค่าอย่างคำมั่นแห่งไฟกัลป์ไป เขายังคงรักษารอยยิ้มและท่าทีบนใบหน้าได้ ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วองค์ชายผู้นั้นกำลังคิดสิ่งใด
ภายใต้รอยยิ้มไร้กังวลนั้น แท้จริงแล้วองค์ชายจันทรกานต์นั้นเดินไปกี่ก้าวแล้วกันแน่?
การเป็นพันธมิตรกับขุมกำลังใหญ่อย่างกลุ่มการค้าอิสึกะนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในสายตาของเพชฌฆาต แต่องค์ชายจันทรกานต์เองก็ทำได้เช่นกัน และยังทำได้โดยที่ไม่มีใครทราบจนกระทั่งอีกฝั่งป่าวประกาศออกมาเอง
มิน่าถึงดูไม่ค่อยเสียดายคำมั่นแห่งไฟกัลป์เลย เพชฌฆาตขมวดคิ้วแน่น ข้อมูลชุดนี้จำต้องส่งให้องค์หญิงโดยเร็วที่สุด การข่าวในเอเทอรัมที่ไม่แข็งแรงนักของเธอสมควรเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่ทราบเลยว่าองค์ชายจันทรกานต์สามารถเชื้อเชิญปีกแห่งผืนฟ้ามาได้
“ขอบคุณท่านปู่มากครับ” เพชฌฆาตไม่ตื๊ออีกต่อไป เขาและอีกฝ่ายยังไม่สนิทสนมถึงขั้นที่จะฝากฝังให้อีกฝ่ายช่วยเหลือเรื่องใหญ่เช่นนี้
“ทางด้านของอีกสองมหาตระกูลไม่แน่อาจยังคงมีเหลือ ทางด้านนี้ข้าสามารถสอบถามเข้าไปให้เจ้าได้” อริยะอ่านชะตาเสนออีกหนึ่งวิธี เขาเพียงไม่แน่ใจว่าอีกสองตระกูลยังครอบครองอยู่หรือไม่เท่านั้น ยังมีความเป็นไปได้ที่จะหลงเหลืออยู่
เพชฌฆาตคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าครับท่านปู่ ผมรบกวนท่านมามากแล้ว”
คำปฏิเสธของเพชฌฆาตไม่ได้เกิดจากความเกรงใจดังว่า แต่เป็นความรอบคอบ การข่าวขององค์หญิงไพลินและพรรคพวกในเอเทอรัมนั้นน้อยจนเกินไป อย่างปัจจุบันนี้ก็เป็นเส้นสายของตัวเพชฌฆาตเอง ไม่ใช่องค์หญิงไพลิน ดังนั้นการจะทำอะไรเขาต้องคิดให้มากขึ้น
หลังจากรู้ว่าองค์ชาย 2 นั้นน่าหวาดหวั่นเพียงไหนความรอบคอบยิ่งต้องสูงขึ้นตาม หากเขาฝากฝังอริยะอ่านชะตาเป็นคนไปสอบถาม มีโอกาสที่องค์ชายจันทรกานต์จะรับรู้ข้อมูลนี้เช่นกัน
ข้อมูลอาจไหลออกจากทางใดก็ได้ แม้ว่าตัวเพชฌฆาตและองค์หญิงไพลินจะรอบคอบขนาดไหนสหายคนอื่นก็อาจทำผิดพลาดได้ เขาไม่อาจรู้ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องการให้ข้อมูลนั้นหลุดจากทางฝั่งเขาเอง
นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่องค์หญิงไพลินไม่บอกกับใครเว้นแต่เขาว่าปัจจุบันนี้นิทานอยู่ที่ไหนและอยู่ในตัวตนใด เธอนั้นได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงจากข่าวสารที่รั่วไหลมาแล้ว
ถ้าไม่ได้แน่นอนก็ไม่คุ้มเสี่ยง เพชฌฆาตตัดสินใจ เขาไม่มีเส้นสายที่ตนใช้ร้องขอจากมหาตระกูลเอเทลได้ อริยะอ่านชะตาเองก็ไม่ได้ และถึงทำได้เขาก็ไม่คิดจะพึ่งพาชายชราที่อาจสาวมาถึงตัวได้ง่ายผู้นี้แล้ว อริยะอ่านชะตานั้นไม่ได้อยู่ฝักฝ่ายเดียวกับเขาอย่างแท้จริง
เพชฌฆาตกล่าวอำลากับอริยะอ่านชะตาและครอบครัวของสก็อต ระหว่างทางกลับแวะซื้อของขึ้นชื่อของเอเทอรัมและรูปวาดวิวทิวทัศน์ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับนครรัตนะด้วยนกยักษ์ 8ปีกรอบที่ใกล้ที่สุด ข้อมูลชุดใหญ่นี้เขาต้องนำไปส่งและฝากฝังองค์หญิงโดยไว เธอจะเป็นคนตัดสินใจต่อจากนี้เอง
———————————————————————————————————————————————————
ในอีกด้านหนึ่ง องค์หญิงไพลินพึ่งแยกจากร่างปลอมของนิทานที่หน้าหน่วยพิทักษ์เมือง เธอมาเพื่อสร้างภาพการคงอยู่ของนิทาน สายตาของเธอเหลือบมองมุมมืดของอาคารต่าง ๆ สายตามากมายต่างจับจ้องมาที่เธอ
หมดช่วงกำไรแล้ว แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะนะ ไพลินถอนหายใจน้อย ๆ มองร่างปลอมของนิทานและคีตาที่เดินทางกลับเข้าอาคาร ท่าทางการเคลื่อนไหวและสีหน้าของร่างแยกนั้นเหมือนกันกับตัวจริงไม่มีผิด
สมาชิกหน่วย 3 เองก็ไม่อาจแยกออกแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งเพราะร่างแยกนั้นไม่ค่อยได้มีโอกาสพบกับพวกเขานานนัก แต่ไพลินก็ต้องยอมรับว่าการควบคุมของผู้พันลาลันตานั้นละเอียดอ่อนและคล้ายคลึงมากจริง ๆ
สายตาที่จับจ้องและการที่ช่วงหลังมีคนเข้าออกสำนักงานใหญ่มากผิดปกติทำให้ไพลินคาดเดาได้ว่าตัวปลอมของนิทานสมควรใกล้จะหมดประโยชน์แล้ว ดีไม่ดีพี่ชายของเธออาจจะรู้ตัวนานแล้วก็เป็นได้
ในวันที่เรนเดลและเซเรนเซ่ออกเดินทาง เธอจัดแจงให้มีผู้ฝึกสัตว์จำนวนมากออกจากหน่วยพิทักษ์เมืองมากเป็นพิเศษเพื่อปกปิดตัวตนเรนเดล ซ้ำส่วนมากในนั้นยังเป็นนักผจญภัยไร้ชื่อที่ทำให้ยากแก่การตรวจสอบ
องค์หญิงไพลินขึ้นรถม้า เดินทางสู่เขตที่ใกล้กับบ้านของเฮเลนและเพชฌฆาต หากแต่เธอไม่ได้มุ่งตรงไปหาเฮเลนเช่นปกติ แต่เลี้ยวเข้าไปยังอาคารใหญ่โตที่กินพื้นที่กว้างใหญ่
หอสมุด โรงเรียนเอกชนอันดับหนึ่งของมหาทวีป
เมื่อเข้าสู่เขตของหอสมุด บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม้แต่ความร้อนสูงของนครรัตนะยังดูจะอ่อนจางลงไปเมื่อเข้าสู่พื้นที่ของหอสมุด โดยรอบพื้นที่คืออาคารสูงหลายต่อหลายแห่ง ทุกสิ่งตกแต่งและต้นไม้ทุกต้นมีอักษรสลักไว้ แม้แต่ตัวอาคารเองก็ยังถูกตกแต่งด้วยข้อความยาวเป็นพืดอยู่ริมกำแพง
การมองอักษรมากมายทั่วทุกแห่งเหล่านั้นทำให้ไพลินลายตาไม่น้อย แต่สำหรับเหล่านักเรียนของหอสมุดที่แต่งชุดคลุมและพกพาหนังสือนั้นดูจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พวกเขาล้วนชินชากับทิวทัศน์เช่นนี้
เมื่อไพลินเข้าสู่หอสมุด นักเรียนมากมายที่แบ่งระดับชั้นเรียนด้วยสีของผ้าคลุมนั้นจดจำเธอได้ ต่างเข้ามาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม นักเรียนของหอสมุดสาขานครรัตนะส่วนมากย่อมเป็นประชากรไฟกัลป์ มีเพียงส่วนน้อยที่จะเดินทางมาจากขุมกำลังอื่นเพื่อเข้าเรียน
ไพลินกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองกับเหล่านักเรียน เมื่อฝ่าออกมาได้จึงมุ่งตรงไปยังอาคารวิจัยหลังหนึ่ง เธอเคาะประตูอยู่หลายครั้งหากก็ยังไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน
กว่าที่อีกฝั่งจะออกมาเปิดประตูเธอก็ต้องยืนรอหลายนาที ชายหน้าตาจืดชืด ง่ายต่อการหลงลืม พร้อมกับแว่นตากลมโตหนาเตอะยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้ารำคาญเสียเต็มแก่
“กำลังทดลองอยู่ มีอะไร” มนตราถามเสียงห้วน