ตอนที่ 6
ผมไม่ชอบที่มืดๆและสิ่งที่ซ่อนอยู่ในที่มืดๆ
ตอนนี้ผมมองไม่เห็นอะไรเลยทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็หนทางเบื้องหน้าหรือแม้แต่อนาคตของผมเองก็ตาม ท้อแท้ชะมัด
พวกเราเดินเกาะกลุ่มกันเหมือนกลุ่มก้อนกลมๆอะไรซักอย่างที่หนึ่งในนั้นดันเรืองแสงได้ความโชคดีที่เดินไปเจอแอ่งน้ำเล็กๆทำให้ลูกแก้วฟรานได้ล้างสิ่งอันไม่พึงประสงค์ออกจากตัวเขากลับมาสดใสและพร้อมจะส่องแสงอีกครั้ง
พวกเราทั้งหมดจำเป็ต้องพึ่งเ้าฟรานมันเป็ความจริงที่น่าเ็ปและยากจะยอมรับ
เสียงสัตว์ป่านักล่ายามวิกาลร้องระงมสะท้อนก้องไปทั่วป่าใหญ่ฟังไปฟังมาเหมือนเสียงภูติผีน่าสยอง รอบด้านมืดสนิทเหมือนมีคนมาขโมยแสงจากดวงดาวไปจนหมดเพราะบริเวณนี้เป็ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ อากาศยามค่ำคืนใจกลางป่าใหญ่มันหนาวเสียจนทำเอาโมเลกุลของเหลวในร่างกายผมแทบแข็งจับตัวกันเป็ก้อนผมคิดว่าถ้าเกิดผมยังฝืนเดินทางต่อไปนานกว่านี้ไม่นานผมคงพร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำผลไม้ในเมนูวุ้นเย็นแน่ๆ
“ฉันถามได้ไหมว่าพวกเรากำลังจะไปที่ไหนกัน”ไข่ัเดรคเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือจากความเย็น
“ไม่รู้สินรกล่ะมั้ง” อาจจะดูเหมือนว่าผมตอบไปส่งๆนะ แต่หลังจากคำนวณโอกาสในการถูกพี่เบิ้มหิวโซซักตัวสองตัวที่กำลังมองหาของว่างในตอนกลางคืนคาบไปหม่ำก็เหมือนว่าปากประตูนรกน่าจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“อย่างน้อยในนรกก็คงไม่หนาวมากนัก”ฟันของก้อนหินจิลกระทบกันดังกึกๆๆๆ
พวกเรายังคงเคลื่อนที่กันเป็กลุ่มก้อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มอนสเตอร์ขนาดเท่าลูกบอลทั้งห้าตัวหันหลังชนกันเอาหน้าออกไปคนละทิศเพื่อกำจัดปัญหามุมมองที่แคบเกินไปของพวกเราโดยมีลูกแก้วฟรานนำอยู่ด้านหน้าคอยส่องแสงนำทาง
“ฉันคิดว่าพลังพิเศษของฉันกำลังจะหมด”จู่ๆลูกแก้วฟรานก็เอ่ยขึ้น “แต่ไม่ต้องห่วง กำลังใจฉันยังเหลือเต็มร้อย”
“ไม่ได้อยากรู้เฟ้ย!” ผมกับไข่ัเดรคแหกปากพร้อมกันอย่างลืมตัว
“เงียบหน่อย”กะโหลกเซนกล่าวเสียงแ่ พวกผมหน้าเจื้อนไปเหมือนเด็กน้อยแสนซนที่โดนคุณแม่ดุหรือไม่ก็หมาที่โดนเ้านายตำหนิ คือถ้ามีหูมันก็คงจะลู่ลงอย่างรู้สึกผิดแล้วล่ะ
ในวินาทีนั้นเองความสามารถในการเรืองแสงของลูกแก้วฟรานก็หมดลงทิวทัศน์เบื้องหน้าที่พวกเราเห็นดับมืดอย่างฉับพลันบรรยากาศน่ากลัวทวีคูณอย่างก้าวะโพวกเราหยุดกึกเพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อได้ ไม่มีใครที่สามารถมองเห็นในความมืดแม้แต่กะโหลกเซนซึ่งเป็เผ่าปีศาจก็ตามผมรู้สึกเหมือนมีสายตานับร้อยคู่กำลังจับจ้องมาที่พวกผมเหมือนสายตาของพวกแม่บ้านในตลาดสดตอนเช้ามืดที่กำลังจับจองเนื้อที่ดีที่สุดที่อยู่ในร้านขายเนื้อเ้าประจำ
“แล้วจะเอายังไงกันต่อดีล่ะทีนี้”ไข่ัเดรคบ่น
“คงมีแต่ต้องรอเท่านั้น”ผมสรุป เพราะเราไม่สามารถจุดไฟได้ แถมป่าก็ทึบเกินไป ความสามารถในการเรืองแสงจึงเป็ความหวังเดียวของพวกเรา
“อยากแช่น้ำอุ่นจัง”ก้อนหินจิลแสดงความหนาวออกมาชัดเจนกว่าคนอื่นชัดเจนเท่าๆกับเสียงฟันที่กระทบกันของเขานั่นแหละ
“มีหวังนายได้ละลายลงไปนอนก้นที่ก้นอ่างก่อนหายหนาวแน่ๆ”ผมย้ำเตือนว่าสภาพในตอนนี้ของเขาเป็เช่นไร แต่เดี๋ยวนะ! ก้อนหินนี่ควรจะหนาวได้ด้วยงั้นเหรอ…
“ฉันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองอยู่เลย”จู่ๆลูกแก้วฟรานก็พูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “ไม่เห็นจำได้เลยว่าฉันกลายเป็คนดังไปแล้ว”
“อย่ามาไร้สาระตอนนี้ได้ไหม”ไข่ัเดรคเอ่ยอย่างหงุดหงิด แต่คำพูดของลูกแก้วฟรานทำให้ผมเสียวสันหลังวาบถึงแม้ผมจะไม่มีสันหลังก็ตามแต่
แล้วผมก็ได้ค้นพบว่าความซวยหาพวกเราเจอได้ง่ายขึ้นหากเราอยู่ในที่มืด
เสียงกรอบแกรบๆซึ่งเป็เสียงที่เยียบย่ำไปบนใบไม้แห้งดังอย่างแ่เบาแต่ผมรู้สึกได้ว่ามันดังมาจากใกล้ๆนี้เองบางทีอาจจะดังมาจากหลังเงาพุ่มไม้ตะคุ่มๆตรงนั้นก็ได้
ผมไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยคำนี้ออกมากี่ครั้งที่มันคือความจริงที่พวกเรากำลังเผชิญหน้าคือ ซวยแล้วโว้ย!
“แฟนคลับมาหาถึงที่เลยทำตัวไม่ถูกแฮะ” ลูกแก้วฟรานดูตื่นเต้น
“เงียบน่า!” ไข่ัเดรคตะคอกด้วยเสียงลม
พวกเราหยุดนิ่งอย่างลุ้นระทึกและหวาดกลัวแทบลืมหายใจเสียงฝีเท้ามากมายดังมาจากรอบทิศทาง บอกเป็นัยๆว่าสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ไหนซักอย่างตีวงล้อมพวกเราเอาไว้หมดแล้วเหลือแค่ออกมาโชว์ตัวให้เราเห็นเท่านั้นว่าเรากำลังจะถูกเคี้ยวเล่นโดยอะไร
แล้วสายตาหลายคู่ก็ค่อยๆแหวกฝ่าความมืดออกมาตาแดงก่ำของอสูรกายร้ายทั้งหมดเพ่งมองมาที่พวกผมอย่างหิวกระหายเสียงคู่คำรามที่แทบทำให้หัวใจของผมหยุดเต้น…ว่าแต่สไลม์เนี่ย มีหัวใจไหมนะ
เงาร่างของสัตว์ร้ายหลายสิบตัวก้าวย่างออกมาจากที่กำบังกระชับวงล้อมบีบพวกผมเข้ามาอย่างเชื่องช้า ลูกแก้วฟรานครางเสียงสูงอย่างลืมตัวในขณะที่ก้อนหินจิลเอาแต่ตัวสั่น ผมไม่สามารถละสายตาไปจากพวกมันได้คงเป็ความกลัวที่สั่งให้ผมทำแบบนั้น
หนึ่งในกลุ่มของพวกมันก้าวล้ำออกมาข้างหน้าผมได้แต่หวังว่ามันจะแค่ก้าวออกมาทักทายพอเป็พิธีแบบ “เฮ้! พวกนายมาเดินร่อนอะไรกันในป่าตอนดึกๆดื่นๆแบบนี้เนี่ย! เดี๋ยวก็โดนจับหรอก มันผิดกฏหมายนะรู้ไหม! แต่ยังไงก็โชคดีแล้วกันเพื่อนฝูง!” แปะมือ แล้วแยกย้ายกันไปพร้อมรอยยิ้มแห่งมิตรภาพแต่มันก็คงไม่มีทางเป็จริงแม้ในฝันก็ตาม
ในที่สุดมันก็ทำในสิ่งที่ผมกลัวอสูรร้ายตรงหน้าอ้าปากกว้าง ผมกลัวจนตัวแข็งทื่อขยับไปไหนไม่ได้ ผมซึ่งอยู่ใกล้สุดจึงกลายเป็คนแรกที่โดนเ้าสิ่งนั้นจับกิน
งับ!
“อ๊ากกกกก! โดนเขมือบแล้ว!!!”ผมแหกปากะโลั่นเมื่อร่างกายัักับฟันซี่แหลมๆของมันผมพยายามดิ้นและรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของตัวเองกำลังลดลงดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นมันจะยิ่งงับผมแน่นขึ้น ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมควรสนใจมากที่สุดคือชีวิตน้อยๆของตัวเอง“อย่ากินฉ๊านนนนนน!!!”
แล้วจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงโหยหวนของเพื่อนๆดังตามมาติดๆไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าพวกนั้นกำลังเจอเคราะห์กรรมแบบเดียวกันกับผม
“ปล่อยตูนะโว้ย! ไอ้เ้าอ้วกมนุษย์ขนดกปากเหม็น!!!” เสียงของไข่ัเดรคก่นด่าลั่นป่า แม้มันจะเป็คำด่าที่ดูไม่รุนแรงนักสำหรับอีกฝ่ายแต่ก็ทำให้ผมขมคอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ได้โปรด! อย่ากินเดรคเข้าไปเลยนะ!”เป็เสียงของก้อนหินจิลที่ดังขึ้นมา ไข่ัเดรครู้สึกซาบซึ้งที่แม้จะน่าสิวหน้าขวานขนาดนี้ก้อนหินจิลก็ยังเป็ห่วงเพื่อนจากใจจริง เพื่อนผู้แสนมีจิตใจงดงามกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า
“เพราะการกินไข่สดๆอาจจะทำให้พวกคุณท้องเสียทางที่ดีควรจะเอาไปปรุงให้สุกก่อน จากนั้น…”
“นี่แกห่วงเื่นั้นเองหรอกเร๊อะ!!!” ผมกับไข่ัเดรคแหกปากร้องแทรกขึ้นมาพร้อมกันอย่างลืมตัวและลืมตายแย่แฮะ ชักจะติดเป็นิสัยไปแล้วสิเนี่ย
“ปล่อยเลยนะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!!!”ลูกแก้วฟรานโวยวายอย่างเหลืออดในขณะที่พยายามดิ้นออกจากฟันอันแหลมคมของอีกฝ่ายเขาขู่คำรามออกมาว่า “ปล่อยเซ่!!! อยากโดนฉันหยิ่งใส่นักใช่ไหม! ฉันจะไม่มีทางแจกลายเซ็นพวกนายแน่ๆ! อย่าหวังจะได้บัตรจับมือจากฉันเลย!!!”
เอ่อ…พวกพี่ๆครับ ช่วยรีบๆเคี้ยวไอ้เ้านี่ทีถ้ากลืนลงไปได้เลยผมจะรู้สึกขอบคุณพวกพี่มากๆเลยครับ
“ทุกคนใจเย็นๆ”เสียงของกะโหลกเซนดังขึ้นอย่างเยือกเย็น ฟังดูไม่มีความหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้นนี่แหละเพื่อนที่ผมภูมิใจ “ตั้งสติกันก่อน ฉันคิดว่าพวกนี้ไม่ได้้าจะทำร้ายเรา”
และนั่นเองก็ทำให้ผมได้สติ“จริงด้วย!” ผมร้องออกมาหลังจากที่ผมหยุดดิ้น เ้าตัวที่คาบผมอยู่ก็คลายแรงกัดลงไปบ้างแล้วพวกเพื่อนๆก็ค่อยๆสงบลงตามกันไป
“พวกมันเหมือนกำลังจะพาเราไปไหนซักที่”ไข่ัเดรคร้องออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่าฝูงอสูรร้ายกำลังเคลื่อนที่“มันกำลังจะพาเราไปที่รังของพวกมันแน่ๆ!”
“แสดงว่าพวกเขาคิดจะปรุงเราก่อนกินจริงๆด้วยสินะ”ก้อนหินจิลถอนหายใจ “ค่อยยังชั่ว”
“ค่อยยังชั่วบ้านแกน่ะเซ่!!!” ผมพยายามห้ามตัวเองแล้วนะ แต่ก็อดใจที่จะไม่แหกปากออกไปพร้อมๆกับไข่ัเดรคไม่ได้จริงๆ
“ยังไงก็ตามหยุดขัดขืนกันก่อน ยิ่งดิ้นพลังชีวิจเราจะยิ่งลดลง” กะโหลกเซนแนะนำ ผมเห็นด้วยเพราะการดิ้นของผมทำให้ผมเหลือพลังชีวิตเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ผมกวาดสายตามองเพื่อนๆที่ถูกคาบอยู่ในปากของอสูรร้ายท่ามกลางฝูงของพวกมันที่กำลังเคลื่อนที่ฝ่าเงามืดไปอย่างช่ำชองทุกคนปลอดภัยดีและเริ่มสงบสติอารมณ์กันได้แล้ว
ผมไม่รู้ว่าพวกมันกำลังจะพาพวกเราไปที่ไหนหรือพวกมันมีเป้าหมายอะไร สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้คืออธิฐานในใจว่าถ้าจะต้องกลายเป็อาหารของเ้าพวกนี้จริงๆ ก็ขอให้รสชาติของผมอร่อยถูกปากพวกมันด้วยเถอะนะ…คืออย่างน้อยๆผมก็อยากเป็ที่ประทับใจของใครก่อนตายมั่งก็แค่นั้น
แต่ฉันชอบความมืดนะ : กะโหลกเซน
โปรดติดตามตอนต่อไป