เงื่อนไขปมรัก

    บทที่ 3 กุมารน้อยส้มฉุน

        การแต่งกายของสองสาวในวันนี้ทั้งคู่ใส่กางเกงทรงเดินป่าสีเขียวขี้ม้าสวมเสื้อยืดสีน้ำตาลใส่รองเท้าผ้าใบ มีเสื้อแจคเก็ตสวมคลุมด้านนอกมีหมวกคนละใบของช่อสิริเป็๲ทรงบักเก็ตส่วนของแอนเป็๲หมวกแก๊ป  กระเป๋าสีดำคนละใบดังนั้นมองเผินๆ ก็จะดูคล้ายทั้งคู่เป็๲แฝดกันเมื่อมาถึงจุดหมายแอนจอดรถแอบไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อไม่ให้เป็๲ที่สะดุดตาจากคนที่ผ่านไปมาส่วนของทุกอย่างก็เอาติดไปด้วย ทั้งคู่ค่อย ๆ เดินเข้าไปยังซากวัตถุโบราณจนเดินเข้าไปเกือบจะถึง หลักเขตอาคมทั้งสี่เสา อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาให้ช่อสิริได้ยินในภวังค์

    “โยม เอาน้ำมนต์ราดที่หลักเขตเสร็จแล้วก็ท่องตามที่อาตมาเคยบอกไว้และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้ทำทุกอย่างให้จบ จำไว้ว่าพิธีเมื่อเริ่มแล้วอย่าหยุดเพราะนี่เป็๞โอกาสเดียวและเป็๞โอกาสสุดท้ายที่จะช่วยเ๯้าหนูส้มฉุน”

    “อ้าวหลวงพ่อไม่เห็นบอกหนูก่อนหน้านี่”ช่อสิริอดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้ จนทำให้แอนที่เดินตามหลังมาก๻๠ใ๽

    “ช่อพูดกับใคร”ปากพูดแต่มือก็กำชายเสื้อของช่อสิริเอาไว้พร้อมกวาดสายตามองไปรอบบริเวณนั้นอย่างระแวดระวังแต่ก็ไม่เห็นว่ามีใครเลย

    “เสียงของหลวงพ่อเ๽้าอาวาส” ช่อสิริบอกกับแอนพอแอนได้ยินถึงกับทำหน้าเหรอหราพร้อมกับหันหาว่าหลวงพ่อเ๽้าอาวาสอยู่ที่ไหน

    “แอนไม่เห็นได้ยินเลย”

    “เ๽้าอาวาสท่านบอกให้ทำพิธีให้เสร็จไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามหยุดเพราะนี่เป็๲โอกาสสุดท้ายที่จะไปเกิดของเ๽้ากุมารน้อยส้มฉุน”

    “โธ่ เด็กน้อยทำไมน่าสงสารอย่างนี้”แอนอดที่จะสงสารไม่ได้

    “เอาอย่างงี้แอนจะช่วยดูแลช่อเอง”

    “ขอบใจมากเราไปต่อกันเถอะ”ช่อสิริบอกทันใดนั้นสายลมพลันพัดมาวูบหนึ่งแล้วก็พัดผ่านก่อให้เกิดเสียงดังเกรียวของใบไม้ที่กระทบกันในยามค่ำคืน  ไหนจะความมืดรอบตัวนั่นอีกมองไปทางไหนก็ไม่เห็นอะไรมีแต่ต้นไม้ที่รายรอบนับว่าโชคดีที่สองสาวมีไฟฉายติดมาด้วยเมื่อเดินมาสักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำอยู่รอบๆครั้นมองหาก็ไม่พบว่าเป็๲ใครหรือตัวอะไร ช่อสิริจึงรีบเดินต่อไปข้างหน้าจนถึงหลักเขตอาคมหลังจากสำรวจจนแน่ใจว่าครบทั้งสี่หลักช่อสิริก็เริ่มสวดตามที่เ๽้าอาวาสได้บอกไว้ในขณะที่ท่องบทสวดและกำลังจะเทน้ำมนต์ลงบนหลักเขตพลัดเสียงฝีเท้าถี่ๆก็ดังชัดขึ้นและจากเงาที่เห็นลางคืบคลานเข้ามาใกล้ ค่อย ๆปรากฎกายออกมามันคือชายชุดดำที่เจอที่ร้านสะดวกซื้อ