ในห้องหนึ่งของอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง
ภรรยาที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วเขย่าตัวสามีที่นอนอยู่ข้างๆ "ที่รัก ตื่นสิที่รัก..."
สามีค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงงงัน "มีอะไรเหรอ"
"เหมือนว่า...เหมือนจะมีเสียงอะไรบางอย่างน่ะ"
"เสียงอะไรล่ะ"
"คุณไม่ได้ยินเหรอเหมือนจะเป็นเสียง...หมาป่า"
"ล้อเล่นอะไรกัน ที่นี่จะมีเสียงหมาป่าได้ยังไงคุณคงหูฝาดแล้วล่ะ"
"แต่ฉันได้ยินจริงๆ นะ..."
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ๆก็มีเสียงบางอย่างดังมาจากห้องนั่งเล่น ทำให้ทั้งคู่ชะงักไปทันที
สามีเริ่มรู้สึกกังวล จึงลุกจากเตียง แล้วเดินออกไปดูอย่างระมัดระวังแต่เมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ในกรงกำลังกระวนกระวายอยู่
ภรรยาถามด้วยความตื่นตระหนก "เกิด...เกิดอะไรขึ้น"
สามีสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกลับมาพูดว่า"ไม่รู้สิ...เจ้าฉงฉงมันกระโดดไปมาอยู่ในกรงเหมือนอยากจะออกมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน..."
"โฮ่งๆๆ..."
"โฮ่งๆๆ!!"
"โฮ่งๆ..."
ทันใดนั้น สุนัขในห้องนั่งเล่นก็เห่าขึ้นมาอย่างตื่นเต้นและราวกับเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ เสียงเห่าของสุนัขตัวอื่นๆจากนอกหน้าต่างก็ดังตามขึ้นมา ซ้ำยังมีหลายตัวอีกด้วย!
"โว้ย! หมาบ้านไหนกัน!จะไม่ให้คนนอนกันเลยรึไง!"
"อะไรวะเนี่ย! ทำไมถึงมีหมาเห่าเยอะขนาดนี้!"
"เกิดอะไรขึ้น ต้าเฮย! เงียบหน่อย!อย่าเห่า!"
"อย่าบอกนะว่าเจอผีเข้าน่ะ..."
"เคยได้ยินมาว่าสัตว์มีสัญชาตญาณในการรับรู้ภัยอันตรายตามธรรมชาตินะหรือว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น จะเป็นแผ่นดินไหวรึเปล่า!"
"..."
เสียงเห่าที่ผิดปกติของสุนัขเรียกความสนใจของชาวบ้านไม่น้อยหลายคนเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นตระหนกโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ...
ขณะนั้นเอง บนถนนภายนอกอาคารที่พักอาศัยมีเงาร่างมากมายกำลังวิ่งตัดผ่านความมืด มุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกันอย่างรวดเร็ว!
สวี่มั่วมองดูสุนัขหลากสายพันธุ์หลายขนาดที่วิ่งมารวมตัวกันจากทุกทิศทางด้วยสีหน้าพึงพอใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้สกิล 'คำเรียกของราชาสุนัข'
เดิมทียังแอบกังวลว่าจะเรียกหมาได้แค่ไม่กี่ตัวแต่ดูท่าทางแล้วคงคิดมากไปเอง ดูเหมือนพลังจิตของเขาตอนนี้จะแข็งแกร่งไม่น้อยขอบเขตของสกิลจึงกว้างพอสมควร หรือไม่ก็...ในเมืองนี้คงมีหมาจรจัดอยู่ไม่น้อยเลย
เวลาแบบนี้ สุนัขเลี้ยงคงอยู่ในบ้านทั้งหมดสุนัขที่เรียกมาได้จึงน่าจะเป็นหมาจรทั้งนั้น
แต่เพียงครู่เดียว รอบตัวสวี่มั่วก็มีสุนัขมารวมตัวกันนับร้อยตัวแต่ละตัวยืนเรียบร้อยล้อมรอบเขา เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเคารพเกรงใจ
สวี่มั่วกวาดตามองรอบหนึ่งเห็นว่าสุนัขที่ออกมาปรากฏตัวเริ่มน้อยลงแล้ว จึงพึมพำในใจว่า
น่าจะประมาณนี้แหละ หมาที่จะมาก็คงมากันหมดแล้ว...
"โฮ่งๆๆ!"
ในตอนนั้นเอง เสียงเห่าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นก็ดังแว่วมาแต่ไกล
สวี่มั่วชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าแปลกประหลาดแล้วก็เห็นร่างหนึ่งที่คุ้นเคยกำลังวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
เสียงเห่านั้นแปลได้ว่า "ลูกพี่!! ลูกพี่ๆ! ผมมาแล้ว!!"
สวี่มั่วมองดูทิเบตันมาสทิฟที่วิ่งพรวดเข้ามาอย่างตื่นเต้นแล้วพูดอย่างหมดคำว่า "ทำไมไปที่ไหนก็เจอแกตลอดฟะแล้วแกมาถึงนี่ได้ยังไงอีกล่ะ"
ใช่แล้ว หมาที่วิ่งมาคือเจ้าทิเบตันมาสทิฟ 'ต้าเวย' นั่นเอง!
แม้ที่นี่จะอยู่ไม่ไกลจากตลาดที่ไปเมื่อเช้าเท่าไรแต่สกิลของฉันก็ไม่น่าจะส่งผลได้ไกลขนาดนั้นนี่
เจ้าทิเบตันมาสทิฟพูดอย่างตื่นเต้นว่า"ลูกพี่ไม่ได้บอกให้ผมไปให้ไกลหน่อยเหรอ ผมก็เลยตามหมาจรตัวอื่นมาทางนี้ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอลูกพี่อีกครั้งเร็วขนาดนี้!ที่แท้ลูกพี่ก็ตั้งใจให้ผมมาที่นี่ใช่ไหมล่ะ จะทำอะไรเหรอ พาผมไปด้วย!พาผมไปด้วย!"
"ฉันจะไปรู้เหรอว่าแกจะวิ่งไปทางไหนฉันตั้งใจที่ไหนเล่า!"
สวี่มั่วกลอกตา แต่ในใจก็รู้สึกขำๆ อยู่เหมือนกัน
ดูท่าฉันกับเจ้าทิเบตันมาสทิฟตัวนี้จะมีวาสนาต่อกันอยู่ไม่น้อยและเวลานี้ก็เป็นช่วงสำคัญ พามันมาด้วยก็ดีเหมือนกันยังไงซะอีกฝ่ายเป็นถึงทิเบตันมาสทิฟ แถมยังเคยเป็นสุนัขต่อสู้มาก่อนน่าจะถือเป็นตัวที่มีพลังต่อสู้สูงที่สุดในหมาทั้งหมดที่นี่แล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ สวี่มั่วก็อดสงสัยไม่ได้ จึงถามในใจว่า "ระบบสแกนพลังต่อสู้ของมันได้ไหม"
【ไม่พบสกิลหรือไอเทมที่เกี่ยวข้องหากใช้ระบบสแกน จะต้องเสีย 10 แต้ม/ครั้ง】
ให้ตายเถอะ สมกับเป็นสไตล์ของระบบจริงๆ...
สวี่มั่วส่ายหน้าอย่างปลงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจแต้มแค่นั้นนักจึงพึมพำในใจว่า "โอเค ลองดูหน่อยซิว่าค่าพลังต่อสู้มันเท่าไหร่"
【ยืนยันคำสั่ง...กำลังสแกนค่าพลังต่อสู้...เป้าหมายมีค่าพลังต่อสู้:40】
ทันทีที่เสียงระบบดังขึ้น ที่มุมล่างขวาของสายตาสวี่มั่วก็มีตัวเลข '40'ลอยขึ้นมาทันที เหมือนกับระบบสแกนในเรื่องดราก้อนบอลไม่มีผิด
เช็ด! มีตั้งสี่สิบเลยเรอะ!
สวี่มั่วถึงกับตกใจนั่นเท่ากับว่าเจ้าทิเบตันมาสทิฟตัวนี้มีพลังเทียบเท่ากับผู้ใหญ่ผู้ชายปกติถึง 4 คน ส่วนเขาเอง แม้จะผ่านการเสริมความแข็งแกร่งมาหลายครั้ง ก็ยังแค่ราวๆสองเท่าของมันเท่านั้น!
ไม่เสียแรงที่เคยเป็นสุนัขต่อสู้มาก่อนจริงๆ!
(หมายเหตุ: ค่าพลังต่อสู้เป็นเพียงค่าประมาณไม่ได้หมายความว่า 40 จะสามารถชนะคน 4 คนได้เสมอตัวเลขมีไว้เป็นแนวทางเท่านั้นเพราะสถานการณ์จริงในการต่อสู้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)
"ลูกพี่! เรียกหมาตั้งเยอะขนาดนี้กะจะไปยึดถิ่นใครเหรอ!"
ขณะที่สวี่มั่วกำลังครุ่นคิด เสียงของเจ้าทิเบตันมาสทิฟก็ดังขึ้น
เขาหลุดจากภวังค์ เงยหน้ามองมันก่อนจะพูดอย่างเหนื่อยใจว่า "นี่แกดูหนังมาเยอะไปรึเปล่า พูดเหมือนพวกนักเลงไม่มีผิดใครเป็นคนสอนแกกันเนี่ย"
เจ้าทิเบตันมาสทิฟเอียงคอมองอย่างไร้เดียงสาแล้วตอบว่า"ก็ตอนที่ผมฝึกอยู่ในสนามสุนัขต่อสู้น่ะ คนที่ฝึกผมเป็นคนสอน"
สวี่มั่ว: "..."
เขาไม่อยากเสียเวลาเถียงกับเจ้าทิเบตันมาสทิฟขี้โม้ตัวนี้อีกจึงกวาดตามองฝูงหมารอบๆ อย่างจริงจังอีกครั้งก่อนจะกล่าวเสียงดังว่า
"ฉันกำลังจะไปทำเรื่องอันตรายเพราะงั้นหมาที่พลังต่อสู้อ่อนเกินไปไม่ต้องไป! พวกเท็ดดี้ปักกิ่ง...แล้วก็แกตรงนั้นที่ไม่รู้พันธุ์อะไรนั่นน่ะ! ...หมาตัวเล็กพวกนี้แยกย้ายไปเลย! แล้วก็แก! ผอมเกินไป! ไม่ต้องตามมา!พวกผอมแห้งก็กลับไปด้วย! ส่วนหมาใหญ่ตัวอื่นๆ อยู่ต่อ!"
ตอนนี้สวี่มั่วมีออร่า 'จ่าฝูง' แผ่ออกมาเต็มที่ จึงไม่มีตัวไหนกล้าคัดค้านคำสั่งของเขา
บรรดาหมาตัวเล็กและหมาผอมแห้งก็ทยอยกันจากไปเหลือไว้เพียงหมาใหญ่ราวห้าสิบตัวโดยประมาณ
สวี่มั่วพูดต่อว่า"เมื่อกี้ก็พูดไปแล้วว่าจะพาพวกนายไปทำเรื่องอันตราย ดังนั้นถ้าใครกลัวก็กลับไปได้เลย ฉันไม่บังคับ! แต่ถ้าใครยอมตามฉันฉันก็มีของตอบแทนให้!"
ดวงตาของเจ้าทิเบตันมาสทิฟเป็นประกายทันที "ลูกพี่ๆ!เป็นอาหารหมาใช่ไหม! แบบที่ให้ผมกินวันนั้นน่ะ!"
สวี่มั่วเหลือบมองมันแวบหนึ่งเจ้าหมาตัวนี้ดันฉลาดขึ้นมาได้ถูกจังหวะพอดี จึงพยักหน้า แล้วพูดว่า "ใช่ทุกตัวที่ตามฉันไปจะได้กินอาหารหมาแบบนั้น"
เจ้าทิเบตันมาสทิฟรีบพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ผมไปๆๆ! ลูกพี่!ผมไปด้วย!"
สุดท้ายมันยังฉลาดพูด เสริมต่อว่า "แต่ถึงไม่มีรางวัลผมก็ยังอยากติดตามลูกพี่อยู่ดีนะ!"
สวี่มั่ว "..."