บทที่ 60 ไม่ใช่เด็กธรรมดา
หนานจวินสวี่ใจสั่นไหวหลายริกเตอร์ เขาก้มหน้าลงช้า ๆ
ลุงหานปลอบพลางยิ้ม เหลือบมองคุณชายสามที่หงุดหงิดเหมือนอยากจะชกต่อยคนอย่างเมตตา
“คุณชายสาม ผมอยากคุยกับคุณชายรองสักหน่อย ถ้าคุณคิดว่าไม่ได้น่าเบื่อจะอยู่ฟังด้วยก็ได้นะ”
แน่นอนว่าหนานจวินอู้ไม่ไปไหน
เขามีความรู้และความสามารถน้อยเกินไป ลูกนอกสมรสคนนี้จึงคว้าโอกาสขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหนานของพวกเขา
เขาเกลียดตัวเองที่เมื่อก่อนเอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่น ตอนมีปู่กับพี่ใหญ่อยู่ ขอแค่เขาได้เป็นคุณชายที่อวดดีและมีอิสระก็พอ
ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งต้นไม้ใหญ่ที่ปกป้องเขาจะล้มลงง่าย ๆ ในวันนี้เขาที่อยากจะยกต้นไม้ขึ้นมาอีกครั้งจึงดูเหมือนกำลังจะเป็นไปได้ยาก
แต่เขาจะยอมแพ้ไม่ได้!
“ลุงหาน ว่ามาเลยครับ ผมจะฟัง”
หนานจวินอู้เหลือบมองหนานจวินสวี่อย่างเย็นชา เดินไปยืนข้างเขาและไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
ลุงหานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ช่วงนี้ในเมืองหลวงมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง คิดว่าคุณชายทั้งสองท่านน่าจะทราบกันแล้ว”
หนานจวินอู้ขมวดคิ้วแน่น “ลุงหานหมายถึงเด็กกำพร้าผู้หญิงที่หัวหน้าตระกูลตระกูลฉินรับไปเลี้ยงเหรอครับ?”
“ใช่!” ลุงหานพูดเสริม “ยังมีอีกเรื่อง นั่นก็คือเรื่องคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงซึ่งแต่เดิมหมั้นหมายกับคุณชายใหญ่ เสียชีวิตในอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนขณะอยู่บนเรือสำราญถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว”
สีหน้าของหนานจวินอู้เปลี่ยนไปมาก
พี่อินอินคือว่าที่พี่สะใภ้ใหญ่ของเขา
“สามปีก่อน? เป็นไปได้ไง?” หนานจวินอู้ทั้งตกใจทั้งโกรธ
ลุงหานไม่พูดอะไรเพิ่มและให้ผู้ช่วยที่หน้าประตูนำเอกสารมาให้ จากนั้นก็ยื่นให้พวกเขา
หนานจวินสวี่นิ่งมากเมื่อได้รู้ข่าวสองข่าวนี้ ส่วนหนานจวินอู้ที่ตกใจอยู่ก็ทั้งเกลียดทั้งโกรธ
เขาต้องรีบโตให้เร็วขึ้นหน่อยแล้ว
หนานจวินสวี่มองไปทางลุงหาน
“ลุงหาน เอกสารนี่มาจากคุณปู่เหรอครับ?”
ตอนนี้คุณปู่กำลังพักฟื้นอยู่บนเขา นอกเสียจากจะพบลุงหานเป็นครั้งคราว เขากับน้องสามก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายเลย
“ใช่แล้ว!”
หนานจวินอู้ได้ยินดังนี้ก็หันมามองลุงหานทันที “ลุงหาน สุขภาพคุณปู่เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นบ้างไหม? ผมไปเยี่ยมคุณปู่ได้ไหม?”
ลุงหานยิ้มและส่ายหน้า “คุณท่านจำเป็นต้องพักผ่อน สั่งให้คุณชายทั้งสองสนใจแต่เรื่องงานและสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองครับ”
คำถามที่มาถึงริมฝีปากของหนานจวินสวี่ก็ถูกกลืนกลับลงคอไปช้า ๆ
“ผมรู้แล้ว”
สีหน้าของหนานจวินอู้เต็มไปด้วยความผิดหวัง ลุงหานหลุบตาลงและอธิบายจุดประสงค์ในการมาของเขา
“ความหมายของคุณท่านคือ ตอนนี้ตระกูลเจียงอยากแต่งงานเกี่ยวดองกับตระกูลหนานต่อไป เดิมทีจะให้แต่งกับเจียงอวิ๋นอวิ๋นที่เป็นคุณหนูรอง แต่หลังจากรู้ว่าคุณชายใหญ่ยังไม่ได้สติ ฝ่ายนั้นก็เริ่มลังเล”
หนานจวินสวี่ยิ้มอย่างเยือกเย็น “ตระกูลเจียงของพวกเขาปิดบังเรื่องการตายของพี่อินอิน ถึงตอนนี้ไม่นึกเลยว่าจะกล้าดูแคลนที่พี่ใหญ่ที่ไม่ได้สติ?”
หนานจวินอู้กับหนานจวินสวี่มีความคิดตรงกัน “ถ้าตระกูลหนานต้องดองกับตระกูลเจียงจริง ๆ ถึงตระกูลเจียงจะต้องแต่งกับหมู พวกเขาก็ควรตอบรับอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย!”
ลุงหาน “...”
สมองของหนานจวินสวี่ประมวลผลเร็วขึ้น “แสดงว่าความหมายของคุณปู่ก็คือ…?”
“ตระกูลฉินมีสมาชิกครอบครัวเพิ่ม ถึงจะยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ในเมื่อตระกูลหนานของเรารู้แล้ว ก็ต้องไปเมืองหลวงเพื่อแสดงความยินดีเป็นธรรมดา”
หนานจวินสวี่พยักหน้า “เรื่องนี้ถูก ถึงตอนนั้นผมกับน้องสามก็จะไปด้วยกัน”
หนานจวินอู้อยากปฏิเสธ แต่ถ้าการเดินทางไปเมืองหลวงจะทำให้ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลฉิน นี่อาจเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยเขาให้โค่นหนานจวินสวี่ได้เมื่อถึงเวลา
เขาเอ่ยรับคำ “ผมเห็นด้วย!”
ลุงหานมองคุณชายสามแห่งตระกูลหนานอีกที คิดไม่ถึงว่าเขาจะยอมรับความเห็นของคุณชายรอง
“นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่ก็สืบเรื่องสาเหตุการตายของคุณหนูอินอินมาตลอด เกาะฝูโจวห่างจากที่นี่ไม่มาก ความหมายของคุณท่านคือท่านอยากให้คุณชายทั้งสองหาเวลาไปที่เกาะฝูโจวสักหน่อย”
ทุกคนรู้ว่าความหวังช่างเลือนราง แต่ก็เข้าใจความหมายของคุณปู่มากยิ่งกว่า
คุณปู่กำลังบอกพวกเขาสองพี่น้องว่า ถึงตอนนี้พี่ใหญ่จะนอนหลับไม่ได้สติ แต่เรื่องของพี่ใหญ่ก็เป็นความรับผิดชอบของตระกูล
ถึงจะไม่มีหวังเลยแม้เพียงสักเสี้ยว แต่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะค้นหาความจริงไม่ได้
“ครับ!”
เมื่อได้เห็นสองพี่น้องสามัคคีกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลุงหานก็ยิ้มอย่างเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม
“น่าเสียดายนะ ตระกูลหนานของเราไม่มีเด็กผู้ชายอายุเจ็ดขวบ”
ถึงหนานจวินอู้จะสมองไวไม่เท่าหนานจวินสวี่ แต่เขาก็เข้าใจคำพูดของลุงหาน
“หรือว่าคุณปู่อยากให้ตระกูลหนานของเรากับตระกูลฉินดองกัน โดยแต่งงานกับเด็กผู้หญิงกำพร้าที่ตระกูลฉินเพิ่งรับเลี้ยง?”
เขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลฉินมามากมายหลายครั้งแล้ว
“ลุงหาน ได้ยินว่าเด็กคนนี้เพิ่งจะอายุสามขวบ ทั้งอ้วนทั้งเนื้อเยอะ แล้วก็กินเก่งด้วย”
คำว่า ‘สติปัญญาบกพร่อง’ มาจ่ออยู่ที่ปากแล้ว แต่หนานจวินอู้ก็ทนกลืนลงคอไป
เขาชี้ไปที่หัวกับปากของตัวเองและทำท่าทางที่ไม่อาจเข้าใจได้
ผู้นำตระกูลฉินรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงกำพร้าก็ถือว่าแปลกมากแล้ว ทำไมคุณปู่ถึงมีความคิดแปลกยิ่งกว่าตระกูลฉินซะอีก?
“คุณปู่คิดจะใช้ประโยชน์จากอำนาจของตระกูลฉินผ่านเด็กนั่นเหรอ?”
เขาไม่เชื่อว่าผู้นำตระกูลฉินอย่างฉินอี้หานจะไม่แต่งงานจริง ๆ
คงไม่มีผู้นำกลุ่มคนไหนไม่คิดจะแต่งงานมีลูกและรับเลี้ยงเด็กน้อยที่ไร้ประโยชน์โดยสมบูรณ์แบบนั้นจริง ๆ หรอกมั้ง?
ที่สำคัญคือเป็นเด็กผู้หญิงซะด้วย!
เป็นเด็กผู้หญิง ในอนาคตก็ต้องแต่งออกหมด ถึงจะเป็นเขยแต่งเข้า แต่ถ้าลูกสาวไม่มีความสามารถ ส่วนลูกเขยมีความทะเยอะทะยาน สุดท้ายก็มีแต่จะทำให้เกิดเรื่องน่าอนาถยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่เชื่อว่าฉินอี้หานจะคิดถึงผลลัพธ์เรื่องนี้ไม่ได้
หนานจวินสวี่เหลือบมองเขาและพูดอย่างใจเย็น
“ควรเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ในเมื่อฉินอี้หานรับเธอมาเลี้ยงได้ แสดงว่าเธอต้องมีอะไรพิเศษแน่”
หนานจวินอู้ร้องเฮอะออกมาหนึ่งที “คนที่มีอะไรพิเศษก็มีอยู่ทั่วไป! ทั้งอ้วนทั้งกินเก่ง แถมยังสร้างปัญหาอีก! ได้ยินว่าไปหาเรื่องพี่สาวของสะใภ้รองตระกูลเยี่ยนด้วย”
หนานจวินสวี่มองเขาและเงียบไป หนานจวินอู้ที่ถูกมองก็เริ่มรำคาญ
แม้ควรจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าเสียงที่หูได้ยิน แต่ข่าวลืออาจไม่ได้โกหกเสียทั้งหมด!
ถ้าเป็นตระกูลอื่น เขาไม่มีทางเชื่อว่าเด็กอัจฉริยะจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโง่
แต่อีกฝ่ายคือใคร?
คือตระกูลฉิน!
ตระกูลฉินแห่งเมืองหลวงที่อำนาจอาจอยู่เหนือกว่าตระกูลหนานของพวกเขา มีหูตารอบประเทศ ใครจะกล้าชี้นิ้วไปที่เจ้าหญิงน้อยซึ่งเป็นที่ยอมรับของตระกูลฉินและเผยแพร่ข่าวปลอม?
ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วเหรอ?
ความคิดของหนานจวินอู้ถูกต้องจริง ๆ น่าเสียดายที่เขาลืมไปว่ามนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง
ที่คาดเดาได้ยากที่สุดคือหัวใจของคน
กล่าวกันว่า คนที่มีความกล้า คิดสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้น
หนานจวินสวี่กำลังคิดว่าถ้าการแต่งงานเกี่ยวดองระหว่างตระกูลหนานและตระกูลฉินดีจริง การมีพันธมิตรที่เข้มแข็งก็มีแต่จะพาทั้งสองตระกูลไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
“น่าเสียดายจริง ๆ”
ถ้าเขาอายุน้อยกว่านี้สักสิบหรือแปดปีคงเต็มใจเติบโตไปพร้อมกับเด็กน้อยคนนั้น
แต่เขาอายุยี่สิบหกปีแล้ว
คุณชายรองหันไปมองน้องสามตามสัญชาตญาณ
หนานจวินอู้รู้สึกได้อย่างรวดเร็ว “มองอะไร? ผมอายุยี่สิบแล้วนะ!”
เขาอายุมากกว่าเด็กนั่นสิบเจ็ดปี ถ้าบอกคนอื่นว่าตอนอยู่มหาลัย ภรรยาของเขาเพิ่งจะเข้าเรียนอนุบาล ทุกคนจะคิดยังไง?
เด็กเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าเขาคิดไมซื่อกับเธอ เขาก็ไม่ใช่คนแล้ว!
ลุงหานยิ้ม คุณท่านได้ข้อมูลมาว่าเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลฉินคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาจริง ๆ
ได้ยินมาว่านายใหญ่ตระกูลฉิน แม้แต่หินฝนหมึกซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเขาสืบทอดต่อกันมาก็ยังยอมมอบให้เจ้าหญิงน้อยคนนี้เอาไปใส่น้ำเล่น!
ลุงหานรู้สึกว่าเรื่องนี้ไร้สาระเอามาก ๆ มันจะเป็นไปได้อย่างไร
ต่อมาพอได้รู้ความจริงเขาถึงได้หน้าชาไปหมด