"ช่วยบอกนางด้วยว่า ข้าเสียใจที่มีพลังไม่มากพอที่จะไปหานางได้ในครั้งนั้น" จักรพรรดิกิเลนหันมองออกไปทางเจดีย์แปดเหลี่ยมที่อยู่กลางน้ำไม่ไกลจากถ้ำ เมื่อใดที่เจ้าพร้อม เจ้านำปิ่นนี้ขึ้นไปบนเจดีย์กลางน้ำ มันจะนำเจ้าไปยังดินแดนของสหายข้าทั้งสามได้ เมื่อเจ้าเข้าไปเจ้าจะรู้เอง" กล่าวจบจักรพรรดิกิเลนก็หายไป และลี้เฟยก็หายกลับออกมาอยู่ด้านนอกของเจดีย์แปดเหลี่ยมอีกครั้งทันที
ลี้เฟยใช้เวลาในการสอนและฝึกกิเลนตามคำสั่งของจักรพรรดิกิเลนอยู่ราวเดือนเศษก็สามารถฝึกฝนวิชาให้กับตู้เทียนและตู้จิน และกองทัพหลักของปราการฝูซีได้สำเร็จ
"ต่อไปหากเจ้าต้องการ เจ้าเข้ามาได้ทุกเวลา เจ้าเป็นคนที่ท่านจักรพรรดิเลือก พวกเราเชื่อในตัวท่านจักรพรรดิ" ตู้เทียนกล่าว
"ท่านพ่อ ข้าขอติดตามลี้เฟยไปหาประสบการณ์ได้หรือไม่ ข้าอยากเชี่ยวชาญ ในกาลข้างหน้า ข้าจะได้เป็นที่พึ่งให้กับดินแดนของเรา" ตู้จินกล่าวถามบิดา
"ตู้จิน ไว้ในภายหน้าจะดีกว่า ขณะนี้ระดับพลังของข้าเพียงชั้นวิญญาณ ให้ข้าขึ้นระดับราชันก่อน ข้าจักต้องไปดินแดนจักรพรรดิหงส์แดงในภายหน้า เจ้าค่อนไปกับข้าจะดีกว่า" ลี้เฟยบอกทั้งตู้จินและตู้เฟย เพราะกังวลว่าจะไม่สามารถปกป้องตู้จินได้ในเวลานี้
"ข้าเห็นด้วย เจ้าเองควรมีรากฐานที่มั่นคงกว่านี้ วิชายุทธ์จักรพรรดิกิเลน เจ้าฝึกให้ชำนาญก่อน จะได้ไม่เป็นอันตรายเมื่อยามออกไปนอกปราการ" ตู้เทียนหันไปสอนตู้จินหลังตรึกตรองอยู่พักหนึ่ง
"นี่ก็สายแล้ว เช่นนั้นข้าขอลาพวกท่าน" ลี้เฟยกล่าวลาและออกเดินทางทันที
"ช้าก่อน ลี้เฟย มีอีกเรื่อง ตามที่เจ้าบอกข้ามา หากเจ้าต้องการหาหินวิญญาณ เจ้าไปทางตอนเหนือ จะมีแหล่งของจิ้งจอกทมิฬ พวกมันมีจำนวนมาก และเข้าไปรบกวนแหล่งอาหารของที่อื่นเดือดร้อนไปทั่ว หากเจ้าต้องการจงไปที่นั่น จะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นลดจำนวนพวกมันลงด้วย"
"แต่ทางไปจะผ่านลานป่าโป่ง ที่ฝูงคชอสุราอยู่ที่นั่น จงระวังตัวให้ดี" ตู้เทียนกล่าวเสริม
.....
ลี้เฟยออกเดินทางไปทางเหนือมาสองวันก็เห็นฝูงคชอสุรามากมายออกมาหาอาหารกินที่ลานกว้างริมน้ำ จึงเลี่ยงไปอีกทางตั้งใจจะไปล่าจิ้งจอกทมิฬ ทว่าเมื่อผ่านโขลงคชอสุราไปไม่นาน ก็พบเพิงขนาดใหญ่คล้ายถ้ำบนเชิงเขา
"ดูไม่เหมือนเป็นป่าเลย ทำไมเหมือนเป็นที่อยู่มากกว่า" ลี้เฟยเก็บความสงสัยไม่ไหว จึงเลาะเข้าไปใกล้ ๆ พบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อยู่เลย จึงเข้าไปในเพิงดังกล่าว ทว่าเมื่อเข้าไปด้านในเพิงกลับพบว่ามีทางเข้าไปเป็นโถงขนาดใหญ่โตน่าตกใจ
ลี้เฟยจึงเข้าไปด้านใน และพบซากสัตว์ขนาดใหญ่หลายชนิด และยังมีกองหินวิญญาณจำนวนมาก
"ทำไมมีหินวิญญาณมากมายกองไว้ขนาดนี้ ข้าขอก็แล้วกััน" ลี้เฟยใช้เวลาไม่นานก็เก็บหินวิญญาณมากมายไว้ในแหวนมิติจักรพรรดิ ในเวลาเดียวกันก็เหลือบไปเห็นอีกห้องโถงคลับคล้ายว่าจะมีอะไร จึงรีบเดินเข้าไปแล้วก็ต้องตกใจเพราะที่นี่คือ โครงกระดูกคชอสุรา หินพลังยังอยู่ในสภาพดี
"เป็นระดับชั้นจักรพรรดิเชียวหรือนี่ พลังระดับนี้ จะช่วยข้าเลื่อนขั้นในอนาคตได้ดี น่าจะเป็นหัวหน้าคชอสุราที่สิ้นอายุไขไปแล้ว มีอีกหลายตัวในนี้ทีเดียว" ลี้เฟยไม่เสียเวลารีบเก็บจนไม่เหลือสิ่งใดแล้วใช้มังกรลี้ มังกรเร้น หายออกไปจากห้องโถวและเพิงผาอย่างรวดเร็ว
ขณะกำลังออกมา ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีอะไรของลี้เฟยพบกับคชอสุราสี่ตัวที่กำลังเดินลาดตระเวนกลับมา ทันทีที่เห็น ทั้งสี่ตัวร้องเสียงดังเตือนภัยพวกพ้องลั่นป่า พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ลี้เฟยทันที ทั้งสี่ตัวพยายามวิ่งไล่ล้อมลี้เฟย ทว่าด้วยมังกรลี้ ท่าย่างย่อมรวดเร็ว ในพริบตาหายออกไปจากสายตาของทั้งสี่ตัวทันที
" ข้าคิดไม่ออก หากข้าหลบออกมาไม่ทัน ข้าจะทำอย่างไร" ลี้เฟยเร้นกายออกมาสักพักก็ได้ยินเสียงร้อง "แปร๊น แปร๊น แปร๊น แปร๊น " เสียงดังสนั่นลั่นป่า จากเสียงร้องตัวเดียวก็ร้องรับต่อ ๆ กัน พร้อมกับเสียงพวกมันวิ่งตามล่าสนั่นพื้น เสียงดังกล่าวเป็นเสียงร้องด้วยความโกรธของพวกมัน
โดยเฉพาะเสียงที่ดังที่สุด ก็เสียงของราชันตะวันแดงคชอสุราที่ลี้เฟยเคยปะทะมาก่อนนั่นเอง ลี้เฟยมองดูจากไกล ๆ ก็พบว่าเป็นราชันคชอสุรากำลังจับจ้องมาด้วยความโกรธ
ลี้เฟยออกมาสักพักแล้ว แต่เสียงโขลงคชอสุราจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางลี้เฟย ระยะทางร่นเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที ๆ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝูงนกร้องบินขึ้นไปกลางอากาศมากมาย เพราะตกใจเสียงและแรงสั่นสะเทือนของต้นไม้และพื้นดิน
"จิตสัมผัสพวกมันไวมากทีเดียว ข้าอยู่ตั้งไกลยังตามมาได้ ทำไมมากันได้เร็วขนาดนี้"
"พวกมันน่าจะรู้ตัวแล้ว ข้าต้องออกไปก่อน ขออภัยนะพวกเจ้า ถือว่าสงเคราะห์ข้าละกัน" ลี้เฟยใช้ปราณบินพุ่งออกไป พริบตาเดียวก็เข้าเขตรอยต่อพื้นที่จิ้งจอกทมิฬ
ขณะที่ลงจากฟ้า ลี้เฟยเห็นฝูงจิ้งจอกขนสีเทาเหลือบดำมหาศาล พวกมันหาอาหารกันเป็นฝูง ลี้เฟยตัดสินใจเกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่เพื่อดูลาดเลา
"พวกมันมีระดับตะวันน้ำเงินกับเขียวมากมาย แต่ละกลุ่มที่มีมีตะวันเหลืองหรือแดงสลับมา น่าจะเป็นจ่าฝูง" ลี้เฟยมองดูฝูงจิ้งจอกที่หาอาหารตลอดชั่วยาม เมื่อรู้แน่ชัดแล้ว ลี้เฟยจึงออกล่า ไม่ว่าจะท่าร่างวิชาต่าง ๆ ถูกนำออกมาใช้มากมาย ฝูงจิ้งจอกหลายฝูง หลายกลุ่มนับพันตายในเวลาสิบกว่าวัน
หลายวันนี้ รอยแผล เลือดไหลจากหัว แขน และขาเป็นทางยาวมากขึ้น แผลเหวอะหวะบริเวณแขนหลายแห่งจนเห็นกระดูกเลือดไหลไม่หยุด แต่ไม่มีวี่แววของความเจ็บปวดหรือเหนื่อยล้าแต่อย่างใด ในยามนี้ลี้เฟยใช้พลังจากจุดตันเถียนเป็นหลัก เพื่อพยายามเพิ่มความแกร่งของฐานพลังให้มากขึ้น ความเจ็บปวดมาพร้อมกับความแข็งแกร่ง มันเป็นราคาที่ต้องแลกมา
"อาการเจ็บปวดเหล่านี้ยังน้อยนักถ้าเทียบกับความเจ็บปวดของท่านพ่อท่านแม่ในยามนั้น บาดแผลเหล่านี้ ข้าจำเป็นต้องฟื้นฟูรักษาบาดแผลข้าก่อน" ลี้เฟยกระโดดพุ่งไปยังถ้ำแห่งหนึ่งที่พบระหว่างทาง