ตรวจสอบหลินเฉิน
ด้วยความคิดของเซี่ยงฮ่วยที่ว่าเซี่ยงกู้ถูกฆ่าตายไปแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่ฆ่าลูกชายของเขาน่าจะเป็นหลินเฉินคนนี้!
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความมั่นใจนัก แต่ก็คิดว่ามันมีความเป็นไปได้อย่างมาก
สาเหตุที่ทำให้เขาคิดแบบนี้ เป็นเพราะว่าพ่อของเขา กายทองคำเซี่ยงหมิงไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ถ้าหากว่าพ่อของเขาอยู่ภายในคฤหาสน์ ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะฆ่าลูกชายของเขาอย่างเซี่ยงเฟินได้
‘มันต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้นเป็นอย่างน้อย!’ เซี่ยงฮ่วยคิดในใจ
สามารถฆ่าเซี่ยงกู้ที่เป็นผู้ฝึกตนระดับปลดปล่อยขั้นปลายและลอบเข้ามาฆ่าลูกชายของเขาได้ นอกจากผู้ฝึกตนระดับท่องนภาแล้ว ไม่มีใครทำได้
“ไปเอาข้อมูลของหลินเฉินคนนี้มาให้ฉัน!” เซี่ยงฮ่วยออกคำสั่งอย่างเย็นชา
“นี่ครับ” ดูเหมือนว่าบอดี้การ์ดคนนี้จะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เขาส่งเอกสารข้อมูลของหลินเฉินที่เซี่ยงกู้เป็นคนไปหามาให้กับเซี่ยงฮ่วยในทันที
เซี่ยงฮ่วยรับมาดู หลังดูจบเขาก็ขมวดคิ้ว เงยหน้ามองบอดี้การ์ด “แน่ใจนะว่าข้อมูลนี้ถูกต้อง?”
“แน่ใจครับ ข้อมูลนี้เป็นพี่เซี่ยงกู้ที่หามา” บอดี้การ์ดตอบในทันที เขาเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับหลินเฉินที่เซี่ยงกู้หามาถูกต้องอย่างแน่นอน
แต่ตัวตนของหลินเฉินอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะขนาดเซี่ยงกู้ไปด้วยตัวเองแล้ว ไม่กลับมา
“ขอบคุณมาก แกออกไปก่อน” เซี่ยงฮ่วยพลันโบกมือให้บอดี้การ์ดคนนี้ออกไป
อีกฝ่ายไม่รอช้า ก้มศีรษะลงอย่างเคารพ ก่อนที่จะออกจากห้องไป
เซี่ยงฮ่วยดูข้อมูลของหลินเฉินในมืออีกครั้ง คิ้วขมวดแน่น นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ พึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา “คงต้องรอให้พ่อกลับมาก่อน ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำยังไงกับหลินเฉินคนนี้”
ขณะที่เซี่ยงฮ่วยพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนยืนอยู่ข้างหลังเขา โจวรุ่ยมองข้อมูลในมือของเซี่ยงฮ่วยอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะพึมพำกับตัวเอง
“หลินเฉิน บ้านอยู่สุดเขตตงฝู เคยหายตัวไปเมื่อหกปีก่อน มีลูกสาวหนึ่งคน อาศัยอยู่กับพ่อแม่?”
หลังจากที่พึมพำ โจวรุ่ยก็ออกจากคฤหาสน์ของตระกูลเซี่ยง เขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบหลินเฉินคนนี้ดู
บอกตามตรงว่าความคิดของเขาเหมือนกับเซี่ยงฮ่วยอย่างมาก เขาคิดว่าหลินเฉินน่าจะเป็นคนแอบเข้าไปฆ่าเซี่ยงเฟิน
และจังหวะที่หลินเฉินจากไป เซี่ยงหมิงจะกลับมาพอดี เขาจึงออกค้นหาว่าใครฆ่าหลานชายของเขา
และบังเอิญว่าเทพสวรรค์ซุนฉางอยู่ใกล้ๆ คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยงพอดี จึงทำให้เซี่ยงหมิงเข้าใจผิด เปิดฉากโจมตีเทพสวรรค์ซุนฉางอย่างไม่ลังเล
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็อย่างที่เห็น ตายตามกันไป!
ถึงแม้ว่าโจวรุ่ยจะไม่มั่นใจในความคิดการคาดเดาของตัวเองครั้งนี้นัก อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่ามันมีความเป็นไปได้อย่างมาก
จากจุดนี้สามารถบอกได้เลยว่า โจวรุ่ยจากสำนักงานใหญ่กรมความมั่นคงแผ่นดินนั้น มีมันสมองที่ฉลาดเป็นอย่างมาก เขาถึงกับคาดเดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์!
ด้วยความคิดที่จะไปตรวจสอบหลินเฉิน โจวรุ่ยไม่รอช้าที่จะเดินทางผ่านอากาศไปยังเขตตงฝู สถานที่ซึ่งบ้านของหลินเฉินตั้งอยู่
โจวรุ่ยที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นต้น ทำให้เขามาถึงบ้านของหลินเฉินโดยใช้เวลาไม่นาน
ทันทีที่มาถึง เขาก็กวาดผ่านจิตสัมผัสออกไป พบว่าหลินเฉินอยู่ในบ้านคนเดียว คิ้วของโจวรุ่ยต้องขมวดขึ้นมา
สาเหตุที่ทำให้เขาขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าหลินเฉินอยู่บ้านคนเดียว หากแต่เป็นเพราะว่าหลินเฉินไม่มีกลิ่นอายใดๆ ของผู้ฝึกตนอยู่เลย
‘หรือว่าเราจะคิดผิด?’ โจวรุ่ยคิดในใจ ตามปกติการคิดคาดเดาไม่ค่อยจะผิดพลาด แต่ครั้งนี้กลับผิดพลาดไป ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่
ภายในบ้าน หลินเฉินนั่งอยู่ที่หน้าทีวี ขมวดคิ้วเล็กน้อย กับการมาของโจวรุ่ยเขาแน่นอนว่ารับรู้ เขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงนิรันดร์กาลผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่รู้ได้อย่างไรกับการมาของผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์
‘ไม่รู้ว่าคนผู้นี้มาด้วยเหตุผลอะไร’ หลินเฉินนั่งนิ่งคิด ถ้าหากว่าอีกฝ่าย แค่มาตรวจสอบเขาก็แล้วไป เพราะคงจะตรวจสอบอะไรจากเขาไม่ได้
แต่ถ้าหากว่ามาเพื่อที่จะฆ่าเขา อย่างนั้นเขาจะไม่มีทางอยู่เฉย จะตอบโต้อย่างแน่นอน
หน้าบ้าน โจวรุ่ยยืนนิ่งอยู่สักพักก็คิดที่จะจากไป เพราะอยู่ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ครั้งนี้เขามาเสียเที่ยวอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้จากไปนั้น เขาก็มองเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้ คนกลุ่มนี้นำโดยชายใบหน้าโหด ที่มีร่างกายกำยำ สวมใส่เสื้อกล้าม
เขานำคนมาด้วยหกคนรวมตัวเขา ถ้าหากหลินเฉินออกมาจากบ้านและมองเห็นกลุ่มคนกลุ่มนี้ เขาจะรู้ได้ในทันทีว่าสี่ในหกคน ล้วนเป็นคนรู้จักของเขาที่เพิ่งจะได้เจอกันมาเมื่อคืน
พวกเขาก็คือกู่หยาง ซงเจิ้ง ต้วนเซินและเถี่ยกวง
“พี่ แน่ใจนะว่าฆ่ามันได้?” กู่หยางถามออกมาอย่างอดใจไม่ไหว
ชายใบหน้าโหดเป็นพี่ชายแท้ๆ ของกู่หยาง มีชื่อว่ากู่ย้ง เขาพยักหน้าในทันที โดยไม่จำเป็นที่จะต้องคิดคำตอบ “ไม่ต้องห่วง ฆ่าได้แน่ ฉันรับประกัน”
ได้ยินแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นกู่หยาง ซงเจิ้ง ต้วนเซินหรือว่าเถี่ยกวงต่างยิ้มเหี้ยมออกมา พวกเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว ที่จะได้เห็นหลินเฉินตายกับตาของตัวเอง!
‘คนกลุ่มนี้...’ โจวรุ่ยที่อยู่ภายใต้การปกคลุมของพลังปราณ มองไปที่พวกกู่หยางอย่างสงสัย เขาไม่รู้ว่ากลุ่มคนพวกนี้มาทำอะไร
แต่ในพริบตาต่อมา เขาก็รู้ เนื่องจากได้ยินคำพูดของพวกกู่หยางอย่างชัดเจน
‘พวกนี้มาเพื่อฆ่าหลินเฉิน’ เขาคิด ขณะเดียวกันก็คิดไปว่าหลินเฉินคนนี้มีนิสัยยังไงกัน ถึงกับไปสร้างศัตรูที่อยากจะฆ่าตัวเองถึงสองกลุ่ม
กลุ่มแรกเป็นเซี่ยงเฟินอย่างไม่ต้องสงสัย กลุ่มที่สองมันชัดเจนว่าเป็นกลุ่มกู่หยาง
‘รอดูหน่อยก็ดี อยากจะรู้นักว่าหลินเฉินจะทำยังไง’ โจวรุ่ยล้มเลิกความคิดที่จะจากไปชั่วขณะ เขายืนนิ่งเงียบ เพื่อรอดูว่าหลินเฉินจะจัดการเรื่องนี้ยังไง
พวกกู่หยางหกคนที่นำโดยกู่ย้ง ในเวลานี้ได้เดินมาถึงหน้าประตูบ้านของหลินเฉินแล้ว
กู่ย้งใช้ลูกน้องที่มากับเขาให้ถีบเปิดประตู อีกฝ่ายไม่รอช้า รีบทำตาม
ปั้ง!
ประตูบ้านของหลินเฉินถูกถีบเปิดออกอย่างแรง
หลินเฉินที่นั่งดูทีวีอยู่ลุกขึ้นยืน จ้องมองไปยังพวกกู่หยางอย่างเย็นชา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเขาที่เห็นแก่ความที่เคยเป็นเพื่อนเก่า จัดการพวกกู่หยางอย่างเบามือ
ผ่านไปแค่วันเดียว อีกฝ่ายจะมาบุกถึงหน้าประตูบ้านของเขาแบบนี้
“พวกแกต้องการอะไร?” หลินเฉินถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว คำตอบคงจะหนีไม่พ้นมาเพื่อเอาคืนเขาอย่างแน่นอน
“หลินเฉินแกออกมานี้ ถ้าไม่อยากให้ฉันทำลายบ้านของแกไปด้วย” กู่หยางพูด น้ำเสียงของเขาเย็นชามากและมันก็ฟังได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความโกรธ
“เร็ว รีบๆ ออกมา!” เถี่ยกวงพูด น้ำเสียงแน่นอนว่าเย็นชาไม่แพ้ของกู่หยาง
หลินเฉินก้าวเดินออกมาจากบ้านอย่างไม่ลังเล ด้วยความแข็งแกร่งของเขา มีอะไรให้ต้องกลัว อย่าว่าแต่พวกกู่หยางเลย ต่อให้เป็นโจวรุ่ยผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นต้นที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาก็สามารถจัดการได้!
จบบทที่ 74