ในเช้าที่ควรจะสดใสของร้านกาแฟ "The Memory Brew" กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วร้าน แต่ทว่าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศหลังเคาน์เตอร์ดีเลย แต่ตรงกันข้ามบรรยากาศกลับตึงเครียดจนััได้ นัทในร่างของฝ้าย ยืนจ้องเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ด้วยสายตาเขม็งราวกับกำลังเตรียมตัวออกรบ เขาขยับชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ดูหวานละมุนให้เข้าที่ พลางก้าวเท้าเดินฉับๆ ไปมาหลังเคาน์เตอร์ เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังกึกก้องหนักแน่น ผิดกับท่าทางนุ่มนวลอ่อนช้อยที่เ้าของร่างเดิมเคยทำเป็ประจำ
เขายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นยันผนังในท่าทางที่เขาคิดว่า "เท่" และดูเป็ชายชาตรีที่สุด ทว่าในสายตาคนนอก มันกลับดูเก้งก้างและพิลึกพิลั่นในร่างหญิงสาวที่สวมเดรสพลิ้วไหวแสนอ่อนหวาน
"สวัสดีครับ! รับอะไรดีครับวันนี้?" นัทโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวหาญลืมตัว ริมฝีปากบางที่แต้มลิปสติกสีชมพูระเรื่อขยับพูดประโยคแบบชายชาตรีออกมาอย่างไม่เข้ากันสัดนิด เขาพยายามตีหน้าขรึมถมึงทึงจ้องมองลูกค้าด้วยแววตาดุดันแบบที่เขาชอบใช้ตอนอยู่ในร่างเดิม ทว่าในสายตาคนมอง มันกลับกลายเป็ภาพเ้าของร้านสาวผู้น่ารักที่จู่ๆ ก็ทำหน้าดุเหมือนจะหาเื่ใคร
ชายหนุ่มวัยทำงานที่เป็ลูกค้าถึงกับชะงักฝีเท้า ใบหน้าเหวอไปชั่วขณะ เขาจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของ "ฝ้าย" ที่วันนี้ดูสวยหวานเป็พิเศษในชุดเดรสสีฟ้า แต่กลับต้องผงะเมื่อเจอเสียงห้าวและคำลงท้ายด้วย 'ครับ' ที่หลุดออกมาจากใบหน้าแสนสวยนั้น ลูกค้าทำตัวไม่ถูก ได้แต่พึมพำสั่งอเมริกาโน่เย็นเสียงแ่ พลางแอบมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวงว่าเ้าของร้านคนสวยไปกินรังแตนที่ไหนมา หรือนี่คือมุกตลกแบบใหม่ที่เขาเข้าไม่ถึง
ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ เห็นภาพนั้นถึงกับหน้าถอดสี เธอรีบเดินเข้าไปสะกิดแขนพี่นัทเบาๆ พร้อมส่งสายตาปรามเป็เชิงว่า 'พี่นัทคะ! ตอนนี้พี่นัทกำลังเป็ฝ้ายอยู่นะ!' แต่นัทกลับเพียงแค่ยักไหล่ซ้ายทีขวาทีอย่างไม่แยแส เขาไม่ชินกับการต้องมาปั้นหน้ายิ้มหวานหรือพูดคะขาให้ระคายปาก ความภูมิใจในความเป็ชายมันค้ำคอจนเขาไม่สนใจที่จะปรับท่าทางให้ดูเป็หญิงสาวตามร่างกายของฝ้ายและชุดกระโปรงที่สวมอยู่เลยสักนิด
ในขณะเดียวกัน แม่มดในร่างของนัท ที่นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่มุมร้านในท่าทางสง่างามกลับแอบยิ้มกริ่ม ดวงตาคมกริบของ 'นัทตัวปลอม' จ้องมองความวุ่นวายหลังเคาน์เตอร์ด้วยความบันเทิงใจ นางสนุกที่เห็นนัทพยายามจะเป็ผู้ชายในร่างที่แสนจะอ่อนหวาน และรอคอยเวลาให้ถึง่ที่ความอดทนของนัทจะเริ่มหมดลง
"เฮ้ย กิ๊ฟ! เดี๋ยวพี่จัดการเปลี่ยนน้ำให้เอง" นัทะโบอกฝ้ายในร่างกิ๊ฟ เมื่อเห็นว่าน้ำเปล่าในตู้กดน้ำดื่มหมด
นัทในร่างฝ้ายเดินดุ่มๆ เข้าไปที่ตู้กดน้ำดื่มด้วยความเคยคุ้นเคย เขาจัดการเอาถังน้ำที่หมดลงออกจากตู้กดน้ำดื่มอย่างง่ายดาย และเปิดฝาถังน้ำดื่มใหม่เพื่อเตรียมเอามาเปลี่ยน แต่ด้วยความเคยชินที่ร่างเดิมของเขาแบกของหนักๆ ได้สบายๆ เขาได้ก้มลงเพื่ออุ้มถังน้ำดื่มทรงกลมขนาดใหญ่ที่บรรจุน้ำเปล่าเต็มถังและเปิดฝาเตรียมเรียบร้อยแล้ว นัทออกแรงยกมันขึ้นมาด้วยแรงของร่างฝ้ายโดยไม่ทันได้คิดอะไร
"อึ๊บ...!"
เมื่อความจริงไม่เป็อย่างที่คิด นัทในร่างชุดเดรสสีฟ้าอ่อนพยายามใช้สองมือยกถังน้ำขึ้น เขาออกแรงยกจนตัวสั่น แต่ถังน้ำขยับได้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเสียหลักทรุดลงจนเข่ากระแทกกับพื้น เขาพยายามลองใหม่อยู่หลายครั้ง แต่ถังน้ำที่แต่ก่อนเหมือนของเล่นที่เขายกได้สบาย บัดนี้กลายเป็เหมือนเหล็กที่โดนแรงแม่เหล็กดูดให้ติดกับพื้นของร้าน
"บ้าเอ๊ย... ทำไมมันหนักขนาดนี้เนี่ย" นัทสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย เขาพยายามฮึดสู้ออกแรงยกอยู่หลายครั้งจนใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำ และเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม นัทเริ่มหงุดหงิดเมื่อสิ่งที่เคยทำได้ง่ายๆ กลับทำไม่ได้ดังใจ
นัทตัดสินใจทิ้งถังน้ำลงบนพื้นดังกึก! จนน้ำกระฉอกกระเด็นเปียกชายเดรสสีฟ้าจนเป็รอยด่าง เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง และรู้สึกว่าร่างกายนี้มันช่างขัดใจเขาไปเสียทุกอย่าง... แม้แต่แรงที่จะยกของง่ายๆ ที่เขาคุ้นเคย ก็ยังทำไม่ได้เลย
ในขณะที่นัทกำลังหัวเสียอย่างหนักกับถังน้ำดื่มที่ยกไม่ขึ้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังใกล้เข้ามา แม่มดในร่างของนัท ซึ่งก่อนหน้านี้นั่งจิบกาแฟสังเกตการณ์อยู่มุมร้าน ลุกขึ้นเดินตรงเข้ามาในพื้นที่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางสง่างาม
'นัทตัวปลอม' อยู่ในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อเผยให้เห็นท่อนแขนที่มีเส้นเืและมัดกล้ามเนื้อแข็งแรง ร่างกายที่นัทตัวจริงแสนภาคภูมิใจแต่ตอนนี้กลับถูกิญญาชั่วร้ายยึดครอง นางเดินเข้ามาหานัทแล้วพูดว่า
“เดี๋ยวพี่ช่วยยกให้เองนะ” แม่มดพูดด้วยเสียงนุ่ม พลางยกถังน้ำดื่มไปใส่ที่ตู้น้ำดื่มให้อย่างสบายๆ
แม่มดหันไปทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอบอุ่นและเป็กันเองอย่างประหลาด
"ขอโทษแทนคุณฝ้ายด้วยนะครับ พอดีวันนี้เธอพักผ่อนน้อยไปหน่อยเลยดูเงอะงะไปบ้าง เดี๋ยวผมช่วยดูแลออเดอร์ให้ด้วยนะครับ" แม่มดในร่างนัทเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม พร้อมกับยื่นมือไปรับด้ามชงกาแฟมาทำแทนอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางการสตีมนมและการเทลาเต้อาร์ตที่ดูเป็มืออาชีพราวกับเ้าของร้านตัวจริงมาเอง ทำให้สาวๆ ในร้านถึงกับแอบมองกันตาปรอย
"คุณนัทนี่เก่งจังเลยนะคะ ดูแลร้านแทนแฟนได้ดีเยี่ยมจริงๆ" ลูกค้าสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ชมเปาะด้วยสายตาชื่นชม
นัทที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะะโถีบขาคู่ใส่ร่างตัวเอง เขาอึดอัดที่เห็นิญญานั่นใช้ร่างกายของเขาไปโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่น แถมยังสวมรอยเป็เ้าของร้านได้อย่างแเีจนน่าขนลุก นัทรู้สึกทั้งหวงแหนร่างกายเดิมของเขาและทั้งโกรธที่ตัวเองในร่างหญิงสาวที่ทำอะไรได้ไม่เหมือนเดิม แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเพียงยืนดูอยู่ห่างๆ
ฝ้ายในร่างกิ๊ฟรีบเดินเข้ามาดึงมือนัทให้ถอยออกมา
"พี่นัท ใจเย็นๆ ค่ะ อย่าเพิ่งไปจ้องเขาขนาดจะกินเืกินเนื้อแบบนั้น เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอานะคะ"
"ก็ดูมันสิฝ้าย! มันใช้หน้าพี่ไปอ่อยลูกค้า แถมยังมาทำเป็พระเอกขี่ม้าขาวอีก พี่เห็นแล้วถึงแม่เป็ร่างของพี่ แต่พี่อยากจะซัดหน้าไปสักครั้งจริงๆ!" นัทกระซิบตอบเสียงเขียว แววตาคมกริบขัดกับใบหน้าสวยหวาน
นัทเม้มริมฝีปากแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แต่ความอ่อนไหวในของร่างกายหญิงสาวกลับทำให้ขอบตาของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนน้ำตาเริ่มคลอ นัทสะบัดหน้าหนี พยายามทำตัวให้เข้มแข็งที่สุดภายใต้เปลือกนอกที่แสนบอบบางนี้ โดยมีแม่มดในร่างของเขาแอบส่งยิ้มอย่างเหยียดหยามมาให้ผ่านเงามืดในดวงตาที่เป็ของเขาเอง
บรรยากาศที่เคยสงบใน่เช้าถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อเข็มนาฬิกาเข็มสั้นเคลื่อนเข้าสู่เลขสิบสองซึ่งเป็เวลาเที่ยง ลูกค้ากลุ่มใหญ่เริ่มทะยอยตัวเข้ามาในร้านเรื่อยๆ ราวกับเขื่อนแตก เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังรัวไม่หยุดหย่อน ผสมปนเปไปกับเสียงพูดคุยของพนักงานออฟฟิศที่พรั่งพรูเข้ามาจับจองที่นั่งในร้านกาแฟ นัทในร่างของฝ้ายยืนตัวเกร็งอยู่หน้าเครื่องคิดเลขพยายามใช้นิ้วมืออันเรียวบางขยับอย่างเงอะงะกดหน้าจอััที่เต็มไปด้วยเมนูยิบย่อย
"ลาเต้ร้อนแก้วใหญ่หวานน้อยเปลี่ยนเป็นมโอ๊ต เอสเพรสโซ่สองช็อตเพิ่มไซรัปวานิลลา แล้วก็ชาไทยไม่ใส่นมหนึ่งครับ!" ลูกค้าชายคนหนึ่งรัวคำสั่งใส่หน้าเขาด้วยความเร่งรีบ
"อะ... อะไรนะครับ?" นัทอุทาน สมองของผู้ชายที่ถนัดทำอะไรทีละอย่างเริ่มรวน
"นม... นมอะไรนะครับ?"
เสียงสตีมนมดัง ฟู่! จากด้านข้างพร้อมกับเสียงะโเรียกออเดอร์ของ ฝ้ายในร่างกิ๊ฟ ที่พยายามช่วยจัดการแถวที่วุ่นวาย นัทเริ่มรู้สึกเหมือนโลกหมุนเร็วขึ้น เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟที่ดังกระแทกหูซ้ำๆ ทำเอาสมาธิเขาหลุดกระเจิง เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมจนเปียกชื้น ร่างกายนี้เริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็วผิดกับใจที่ยังอยากจะสู้
"เพล้ง!!!"
เสียงแก้วกาแฟเซรามิกตกลงกระทบพื้นแตกละเอียดดังลั่นร้าน เพราะลูกค้าคนหนึ่งเผลอเอามือไปปัดโดนแก้วกาแฟร้อนตกขณะจะหยิบกระเป๋าสตางค์ ทันใดนั้นเอง สิ่งที่นัทไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น... ร่างกายของฝ้ายที่เขาอาศัยอยู่ตอบสนองต่อเสียงแก้วแตกอันดังนั้น ด้วยปฏิกิริยาที่รุนแรงอย่างที่นัทในร่างชายไม่เคยเป็ เขาหนีบไหล่เข้าหากันและสะดุ้งสุดตัวจนตัวลอย
"ว้าย!"
นัทหลุดอุทานออกมาด้วยเสียงแหลมสูงจนตัวเองยังใ มือที่กำลังถือแก้วกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามจะบังคับให้มันนิ่งแต่ยิ่งฝืน มือกลับยิ่งสั่นระริกเหมือนคนโดนผีเข้า เขารู้สึกถึงใจที่เต้นระรัวจนเขาเองยังแปลกใจว่าทำไมร่างกายนี้ช่างขวัญอ่อนเหลือเกิน... ทำไมมันไวต่อความใแบบนี้ นัทรู้สึกเสียหน้าอย่างแรงที่ดันแสดงท่าทางเหมือนผู้หญิงขี้ใออกมาต่อหน้าทุกคนในร้าน
ในขณะที่นัทกำลังยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก มือที่หยาบกระด้างของ 'นัทตัวปลอม' ก็เอื้อมมาโอบไหล่ที่บอบบางของเขาไว้อย่างนุ่มนวล ร่างสูงใหญ่ของแม่มดในคราบแฟนหนุ่มเดินเข้ามาเพื่อช่วยทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดูผ่อนคลายลง แม่มดส่งยิ้มที่ดูละมุนตาให้ลูกค้าพลางเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพออกไป ก่อนจะก้มลงมาประคองใบหน้าหญิงสาวของนัทให้สบตา พร้อมกับใช้นิ้วโป้งลูบแก้มเบาๆ ราวกับจะปลอบขวัญ
"ใจเย็นๆ นะครับคนดี... ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ" เสียงทุ้มต่ำของร่างเดิมกระซิบปลอบด้วยน้ำเสียงที่นัทเคยใช้กับฝ้ายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่วันนี้นางกลับใช้มันเพื่อกับเขา
"ดูสิ... ใจนตัวสั่นไปหมดแล้วนะเราน่ะ สมกับเป็ผู้หญิงจริงๆ เลยนะ... เธอช่างดูน่าเอ็นดูเสียจริงๆ"
คำพูดของแม่มดทำให้นัทหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่ด้วยความเขินอาย แต่เป็ความโกรธที่พลุ่งพล่าน เขาเจ็บใจที่ถูกร่างกายของตัวเองปฏิบัติเหมือนเขาเป็ผู้หญิงขี้กลัวคนหนึ่ง และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือร่างกายของฝ้ายดันตอบสนองต่อัันั้นด้วยใจที่เต้นระรัวและขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"ปล่อย..." นัทออกเสียงออกมาแบบสั่นๆ ทำให้เสียงของเขาฟังดูเหมือนคนกำลังจะร้องไห้มากกว่าจะขู่
"ชู่ว... ไม่ต้องอายหรอกครับที่รัก ถ้าเหนื่อยก็ไปพักหลังร้านนะ เดี๋ยวที่เหลือ 'พี่' จัดการเอง" แม่มดแสร้งทำเป็จุมพิตเบาๆ ที่ขมับของเขา ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของลูกค้าในร้านที่มองว่าคุณนัทช่างเป็สามีที่แสนดีเหลือเกิน
นัทรู้สึกอึดอันและสับสนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารีบแทรกตัวเดินออกจากหลังเคาเตอร์ด้วยความรู้สึกสับสนว่าความรู้สึกที่พลุ่งพล่านนี้คืออะไรกันแน่ นัทกระชากประตูห้องพักหลังร้านแล้วปิดลงดัง ปัง! เขาพิงหลังกับบานประตูพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นัทรู้สึกว่าเขาควรจะรู้สึกไม่ดีที่แม่มดมาทำแบบนั้นกับเขา แต่ทำไมร่างกายเขากลับรู้สึก พึงพอใจ เขาพยายามสลัดความรู้ดีๆ จากััที่แสน "อ่อนโยน" ของแม่มดทิ้งไป แต่มันกลับกลายเป็เื่ยากเสียเหลือเกินเมื่อกลิ่นกายจากร่างเดิมของเขาและน้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา ราวกับกำลังตอกย้ำว่าการต่อสู้ระหว่างจิตสำนึกกับร่างกายกำลังเริ่มต้น หรือว่าจริงๆ แล้วเขาได้สูญเสียตัวตนไปและกลายไปเป็ผู้หญิงแล้วจริงๆ
(จบบทที่ 9)