ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมรักท่านอีก

    ตอนที่ 38: ศาลาที่ไม่มีหลังคา และบัลลังก์ที่ถูกท้าทายโดยเงา

     ตอนที่ 38: ศาลาที่ไม่มีหลังคา และบัลลังก์ที่ถูกท้าทายโดยเงา


    ณ ลานหลวงเบื้องหน้าประตูตะวันตก – สองวันหลังการตั้งศาลประชาชน


    ศาลาชั่วคราวถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีหลังคา ไม่มีเครื่องทอง ไม่มีเก้าอี้มังกร

    มีเพียง แท่นไม้ หนึ่งแท่น

    และ หญิงสาว ผู้ยืนตรง—ถือ “คทาแห่งพระราชโองการ” ที่ฮ่องเต้ประทานให้ด้วยมือของพระองค์เอง


    เหยียนซือหรง

    หญิงผู้ไร้ตำแหน่งทางราชการ

    แต่ตอนนี้…เธอคือ “หัวหน้าศาลประชาชน” คนแรกของประวัติศาสตร์แคว้นต้าหลาน


    …


    เสียงฆ้องเปิดศาลดังขึ้น

    ประชาชนและขุนนางทุกฝ่ายเข้าร่วม

    แม้จะไม่มีเกียรติยศ แต่ทุกคนในวัง…ถูกสั่งให้มา “ฟัง”


    รายชื่อผู้ถูกเรียกคนแรก:


    เสนาบดีฝ่ายพิธี – ท่านจ้าวซินหย่วน

    ขุนนางอาวุโสอันดับ 4 ของราชสำนัก

    เป็นผู้ที่ไม่เคยถูกกล่าวหามาตลอด 30 ปี

    …จนกระทั่งในบัญชีของเหยียนซือหรง มีลายเซ็นรับสินบนนาง


    …


    ซือหรงเปิดการไต่สวนอย่างนิ่งสง่า

    “ท่านรับเงินจำนวน 15,000 ตำลึงเงินจากบริษัทเปลือกใต้ชื่อ ‘หงเหมยเหวินหาง’ จริงหรือไม่?”


    จ้าวซินหย่วนยังคงนั่งเงียบ

    “ไม่มีหลักฐานว่าข้าเกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นโดยตรง”


    ซือหรงยิ้มบาง

    “แต่นามผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนั้นคือ ‘หลานชายท่าน’ ซึ่งยังเรียนอยู่ และไม่เคยทำการค้าใด ๆ”


    เสียงฮือฮาดังก้องศาลา

    ประชาชนเริ่มตะโกน… “ศาลแท้ต้องพูดความจริง!”

    “ผู้สูงศักดิ์ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย!”


    …


    ด้านหลังศาลา – ตำหนักราชินี


    เสวี่ยอิง ยืนข้างพระมเหสีซึ่งสีหน้ายังสงบนิ่ง

    เธอยื่นกล่องไม้เล็ก ๆ ให้ราชินี เปิดออกมาเป็นเอกสารหนึ่งแผ่น


    “นี่คือคำสั่งแต่งตั้งองค์ชายเฉิงเป็นรัชทายาทอย่างเป็นทางการ”

    “แต่หากพระองค์ทรงลงพระนามตอนนี้…อำนาจจะตกไปอยู่กับเขาและนางเหยียนซือหรงโดยสมบูรณ์”


    ราชินีมองเอกสารเงียบ ๆ


    “ท่านคิดหรือว่าข้ากลัวสตรีนางหนึ่ง?”


    เสวี่ยอิงตอบเรียบ

    “หาใช่เพราะท่านกลัวนาง…แต่เพราะท่านเคยรักบัลลังก์นี้ จนไม่เหลือที่ให้ใครนั่งเคียง”


    …


    ศาลาประชาชน – เวลาเดียวกัน


    ซือหรงกำลังอ่านชื่อผู้ต้องสงสัยลำดับถัดไป…

    แต่ก่อนจะเอ่ยคำต่อไป

    เสียงร้องจากทหารหลวงก็ดังลั่น:


    “ขอหยุดศาล! พระราชินีมีพระราชประสงค์จะรับฟังคำร้องนี้ด้วยพระองค์เอง!”


    ทั้งศาลาหันไป

    ราชินีเสด็จเข้ามาช้า ๆ ในฉลองพระองค์เรียบหรูแต่ทรงอำนาจ

    สีหน้าเรียบนิ่ง…ไม่มีความยินดีหรือโกรธแค้น


    เธอหยุดอยู่หน้าศาลา

    จ้องเหยียนซือหรงเขม็ง แล้วกล่าวเสียงนิ่ง


    “เจ้ากำลังสร้างศาลาโดยไม่มีหลังคา…”

    “…เจ้าคิดหรือว่า แผ่นดินจะไม่ถล่มหากคนธรรมดายืนสูงกว่าเสนาบดี?”


    …


    ซือหรงตอบโดยไม่หลบตา

    “หากแผ่นดินจะถล่มเพราะความจริง…ก็ให้มันถล่ม”


    …


    ฉากสุดท้ายของบท


    ราชินียื่นมือออกมาช้า ๆ

    ในมือของนางคือเอกสาร “คำสั่งตั้งรัชทายาท”

    แต่มัน ยังไม่ได้ลงพระนาม


    เธอกล่าวเบา ๆ แต่ทุกคำราวอัสนี


    “หากเจ้าดำเนินศาลต่อไป…”

    “ข้าจะไม่ลงพระนาม—และองค์ชายเฉิง จะไม่มีวันขึ้นครองราชย์”


    ทั้งศาลาเงียบกริบ

    ซือหรงยืนนิ่ง เหงื่อเม็ดเล็กซึมที่ขมับ

    องค์ชายเฉิงที่ยืนอยู่นอกม่านสีแดง…กำลังเดินเข้ามา


    …


    เสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นทีละก้าว

    ก่อนหยุดข้างซือหรง และพูดกับราชินีชัดถ้อยชัดคำ:


    “พระมารดา…หากพระองค์ต้องแลกบัลลังก์กับความอยุติธรรม”

    “…ข้าขอเลือกยืนข้างคนพูดความจริง”


    …


    จบบท


    ⸻


    ตอนที่ 39 จะเป็นบทแตกหักระหว่างราชินีกับองค์ชายเฉิง

    ราชินีจะวางแผนแย่งอำนาจคืนโดยใช้เสวี่ยอิงเป็นมือ และสั่ง “ปิดศาลประชาชน” ภายในเจ็ดวัน

    เหยียนซือหรงจะต้องไต่สวนให้จบทุกชื่อ…ก่อนศาลาถูกปิดตาย


    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ยอมรักท่านอีก ที่คุณอ่าน