ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 23 พลิกโต๊ะ คว่ำกระดาน


     

    ด้านนอกของที่ว่าการอำเภอ มีรถม้าคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่

    เหอไห่เดินมาหยุดข้างรถม้า รายงานเสียงเบา “ทูลหวางเฟย เป็นไปได้ว่าเขาจะไม่ถูกตัดสินขั้นเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ”

    คนในรถถามเสียงฉงน “เหตุใดกัน เนื้อหานิยายทั้งห้าเล่มของเขาส่อเจตนาชัดเจน ต่อให้เขาแก้ตัวศาลก็คงไม่เชื่อคำเขากระมัง”

    “ในหมู่ชาวบ้าน มีคนพูดชี้นำทำให้เกิดความเห็นใจ ยามนี้นายอำเภอไม่หนักแน่นเท่าใดแล้ว อีกอย่างหลักฐานไม่ถูกยกออกมาขยายแรงจูงใจ ไม่มีคำร้องที่เฉพาะเจาะจงขอรับ”

    ซูอันหนิงเงียบไปนาน พอคิดถึงในมุมของฮั่นอ๋องแล้วนางก็พลันเข้าใจ

    เขาอ่านเพียงนิยายเล่มห้าแล้วก็มาอย่างเร่งรีบเพราะต้องการหยุดยั้งความเสียหายโดยเร็ว แม้แต่คำร้องก็ยังไม่ได้เขียน เพื่อเอาใจฮั่นอ๋องนายอำเภอจึงต้องเปิดศาลโดยที่ยังไม่ได้สืบสวน จะเอาข้อมูลจากไหนมาเอาผิดคนเขียนหนังสือ

    หากมีอำนาจเบ็ดเสร็จจริง ต่อให้ไม่ต้องสอบก็เอาผิดได้แล้ว แต่เขากลับไม่ทำเช่นนั้น ทำยังคงปล่อยให้การไต่สวนดำเนินไปเช่นนี้ หรือว่าเขากำลังรออะไรอยู่

    แต่นางรอไม่ไหวหรอกนะ การล้างมลทินขี้ปากคนด้วยคำตัดสินของทางการมันอุกปากชาวบ้านที่ชอบนินทาไม่ได้หรอก

    นางต้องเปลี่ยนภาพจำของคนเหล่านั้นใหม่ด้วยตัวของนางเอง

    ซูอันหนิงกำด้ามพัดแน่น แค่นเสียงพูด “กล้าใช้กฎสังคมมาเล่นงานข้า แล้วยังคิดจะลอยนวลอีกหรือ !”

     

    ขณะเดียวกันนั้น ภายในโถงที่ทำการศาลก็กำลังร้อนแรง

    อู๋เจินไหลโขกศีรษะแก้ต่างให้ตัวเองเสียงแข็ง แววตาแน่วแน่ชนิดที่แม้แต่ตัวเขาเองยังเกือบจะเชื่อ

    “ข้าน้อยไม่รู้ ว่าเรื่องที่เขียนพาดพิงถึงเชื้อพระวงศ์ ขอใต้เท้าให้ความเป็นธรรมด้วย ข้าเพียงเขียนนิยายหาเลี้ยงชีพ ไม่รู้จักผู้สูงศักดิ์สักคนเดียว ไม่รู้ชีวิตประจำวันของพวกท่านเหล่านั้น”

    ภายในศาลเคร่งขรึมจริงจัง นายอำเภอยังช่างน้ำหนักและปรึกษากับที่ปรึกษาเบา ๆ นอกประตูศาลชาวบ้านก็กำลังถกเรื่องนี้กันไม่หยุด

    “ก็แค่เรื่องบังเอิญแท้ ๆ เหตุใดจึงทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หรือคนจะร้อนตัวไปเอง” เสียงกระซิบดังเบา ๆ พอให้คนข้างตัวได้ยินเท่านั้น จากนั้นมันก็ถูกกระซิบต่อกันไปเป็นทอด ๆ เมื่อพูดจบคนผู้นั้นก็ขยับเปลี่ยนที่

    จูเกาเซวียนขบกรามแน่น มองไปยังทิศทางหนึ่งตาไม่กะพริบ หลี่เหวินหมิงกำลังแหวกทาง ตามคนผู้หนึ่งที่กำลังถอยออกจากฝูงชน

    “อย่าพูดเสียงดังไป หวางเย่ทรงนั่งอยู่ในนั้น”

    นายอำเภอยกไม้ตบศาลขึ้น แต่กลับไม่เคาะลงไป มือลอยค้างเติ่งเหนือผิวโต๊ะเล็กน้อย สายตาของเขากลอกไปทางนั้นที ทางนี้ที ก่อนจะเหลือบไปมองฮั่นอ๋อง เห็นสีหน้าเย็นเยียบของท่านอ๋องมือเขาก็อ่อนแรงจนต้องวางไม้ตบลง

    ทันใดนั้นเสียงประกาศก็ดังมาจากด้านนอก

    “ฮั่นหวางเฟยเสด็จ !”

    จูเกาเซวียนขยับตัวทันที ถอนสายตามองตรงไปที่สตรีซึ่งกำลังเยื้องย่างเข้ามาภายในศาล

    วันนี้ซูอันหนิงปรากฏตัวด้วยภาพลักษณ์สตรีสูงศักดิ์ในชุดอ๋าวฉุน[1]แขนกว้าง ชั้นนอกทับด้วยเสื้อคลุมยาว ลำคอระหงถูกปิดด้วยปกเสื้อแบบแยกเย็บจากขนกระต่ายสีขาวหิมะ  ยามก้าวเดินจีบกระโปรงก็จะแผ่ออกราวกับบุปผาเบ่งบาน

    คิ้วเรียวของนางย่นเข้าหากันน้อย ๆ ราวกับเงาหมอกบางพาดผ่านยอดหลิว ริมฝีปากอิงเถาคู่นั้นเม้มเบา ๆ เหมือนกำลังกล้ำกลืนสิ่งใดอยู่ ยามเดินจำต้องให้คนประคองเพราะบางคราวฝีเท้ามักสะดุดเบา ๆ

    การมาของนางดึงสายตาผู้คนให้มองมาที่นางเป็นตาเดียว ชาวบ้านบางคนเผลอพูดขึ้นเบา ๆ “นี่หรือพระชายาฮั่นหวาง ไม่เห็นเหมือนในนิยายแม้แต่น้อย”

    จูเกาเซวียนผุดลุกขึ้น คิ้วตาของเขาอ่อนโยนลงขณะก้าวลงมาจากยกพื้น ยื่นมือออกไปรับมือเรียวบางของพระชายามากุมไว้พลางเอ่ยเสียงนุ่ม “เหตุใดเจ้าจึงออกมาไม่บอกข้าอีกแล้ว”

    หนังตาซูอันหนิงกระตุก ปลายเท้าชะงักลงชั่วขณะ แม้จะเคยเห็นเขาเล่นละครมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังอดปรามาสในใจไม่ได้...เปลี่ยนหน้ากากเร็วจริง ๆ เชียว แต่ดีเลย ครั้งนี้ข้าจะร่วมแสดงละครไปกับท่าน !

    “หวางเย่...” นางยอบกายทำความเคารพตามธรรมเนียม แต่ถูกมือใหญ่ประคองไว้ทันที

    เขาออกคำสั่งโดยที่สายตายังจับจ้องนางอยู่ “เตรียมเก้าอี้ให้ฮั่นหวางเฟย !”

    นายอำเภอลุกขึ้นประสานมือ ซูอันหนิงจึงหันไปเอ่ยกับเขาเสียงแผ่ว “ขออภัยท่านนายอำเภอที่มาขัดจังหวะการตัดสินคดี”

    “หามิได้พ่ะย่ะค่ะ เชิญหวางเฟยประทับนั่ง”

    จูเกาเซวียนประคองนางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกาย ซูอันหนิงยิ้มอ่อนโยนเป็นการขอบคุณ

    นายอำเภอสูดหายใจยาวก่อนจะนั่งลง กำลังจะยกไม้ขึ้นเคาะเพื่อเริ่มศาลต่อ เสียงไอของหวางเฟยก็ดังขึ้นเบา ๆ ทำให้มือของเขาชะงัก เมื่อครู่ฮั่นอ๋องแสดงออกชัดเจนจนชัดไปกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ารักใคร่หวงแหนพระชายาเพียงใด เป็นไปได้มากว่าที่เขาออกหน้าจัดการคดีนี้ด้วยตัวเองก็เป็นเพราะต้องการล้างมลทินให้พระชายา

    ยอดดวงใจของท่านอ๋องจะมาเจ็บป่วยไม่สบายที่นี่ไม่ได้กระมัง

    “ขออภัย” ซูอันหนิงเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับนายอำเภอ

    “ตั้งแต่ถูกคนด่าและถูกปาด้วยไข่กลางที่สาธารณะวันนั้น เปิ่นกงก็ล้มป่วย มโนธรรมในใจไม่อาจสงบ สตรีในห้องหอผู้หนึ่งกลับถูกตราหน้าว่า...” เสียงของนางสั่นเครือ ดังกระท่อนกระแท่น

    “เปิ่นกงรักษาพรหมจรรย์รอสามีมาหลายเดือน จู่ ๆ ก็ถูกชี้หน้าด่ากลางที่สาธารณะว่าแต่งกายเรียกผึ้ง...ล่อผีเสื้อ สตรีดีงามคนใดจะทนรับไหว”

    พระชายาฮั่นอ๋องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหัวตา เบี่ยงกายหลบสายตาผู้คน ฮั่นอ๋องเอนกายเข้าหานางพลางยกแขนเสื้อกว้างขึ้นบังให้ สีหน้าของเขาบึ้งตึง ราวกับต้องการลากคนไปตัดหัวเพื่อระบายโทสะให้นาง

    เสียงชาวบ้านอุทานลั่น สตรีบางคนถึงกับผรุสวาทออกมา “ผู้ใดช่างปากยาวเพียงนี้ อ่านนิยายก็ส่วนอ่านนิยาย จะเอามาสับสนกับชีวิตจริงได้อย่างไร”

    “หวางเฟยอ่อนโยนนุ่มนวลเพียงนี้ ความงามทำให้คนริษยากระมัง”

    นายอำเภอพยักหน้า กำลังจะอ้าปากดำเนินการไต่สวนต่อ ซูอันหนิงที่แอบเหลือบมองนายอำเภออยู่ตลอดก็รีบซับน้ำตา หันไปทางอู๋เจินไหลแล้วพูดขึ้นก่อน

    “เปิ่นกงเองก็อ่านนิยาย ‘สมรสร้าย’ เช่นกัน ช่วงแรกที่อ่านยังรู้สึกว่าน่าสนใจ แม้เจ้าจะเขียนให้เปิ่นกงเป็นนางร้ายก็ตาม แต่เมื่อเล่มห้าวางขายนิยายของเจ้าก็ไม่ใช่นิยายอีกต่อไป เพราะมันมุ่งเป้าโจมตีเปิ่นกงโดยตรง เหตุใดเปิ่นกงจึงเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น ไข่ที่ปาใส่เปิ่นกงในที่สาธารณะก็คือหลักฐานยืนยัน”

    นางหันกลับมาทางนายอำเภอ เสียงพูดเจือเสียงสะอื้น

    “ท่านนายอำเภอ โปรดให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเนื้อหาในนิยายทั้งห้าเล่ม แล้วค่อยตัดสินแรงจูงใจและความผิดของเขา เขาเป็นเพียงบัณฑิตยากจนแท้ ๆ ไม่มีที่ปรึกษาระดับสูงก็เอาเรื่องของราชวงศ์ไปเขียนเป็นนิยายประโลมโลกได้ พู่กันของบัณฑิตช่างคมยิ่งกว่าดาบ”

    นางประคองชายแขนเสื้อกว้าง พลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นแตะปลายจมูกเบา ๆ

    “ชื่อเสียงของเปิ่นกงมีมลทินแล้ว ยามนี้ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำหวงเหอก็ไม่อาจล้างมลทินได้อยู่ดี เปิ่นกงจะมองหน้าเชื้อพระวงศ์อื่น ๆ ได้อย่างไร จะกล้าสู้หน้าฝ่าบาทที่มอบสมรสพระราชทานให้ได้อย่างไร”

    พูดจบนางก็หันไปซบหน้าร้องไห้กับไหล่สามี กลั้นสะอื้นจนตัวโยน

    คำพูดของนางกลับไปสะกิดใจคนฟังอีกหลายคนให้คล้อยตาม บัณฑิตอู๋บอกว่าตนเองยากจนไม่รู้จักผู้สูงศักดิ์ แต่กลับเขียนเรื่องของชนชั้นสูงได้จนคนเชื่อ มันไม่ย้อนแย้งเกินไปหน่อยหรือ

    ทันใดนั้นก็มีเสียงบ่นพึมพำเบา ๆ “สมรสที่ไม่เต็มใจไม่ใช่หรือ”

    ซูอันหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางฝูงชน ดวงตาเบิกกว้าง

    “เห็นหรือยัง เขาผู้นั้นยังคงกล่าวหาเปิ่นกง ผู้คนที่อ่านนิยายเรื่องนั้นต่างเชื่ออย่างหมดใจว่าหวางเย่และเปิ่นกงไม่พึงใจกัน ต่อให้ในห้องหอเราจะรักกันมากเพียงใด แต่ถ้าคนภายนอกไม่เชื่อพวกเขาก็จะนินทาว่าร้ายเปิ่นกง หากวันใดเปิ่นกงตั้งครรภ์...พวกเจ้าจะใส่ร้ายว่าเด็กในครรภ์ไม่ใช่ลูกของหวางเย่ด้วยหรือไม่ !”

    คำกล่าวนี้ร้ายแรงยิ่ง จนแม้แต่นายอำเภอก็ยังตกใจจนมือไม้สั่นเทา ท่าทางเจ็บปวดเจียนคลั่งเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรมของพระชายาฮั่นอ๋องทำให้ผู้คนยิ่งสงสาร

    ชายที่เอ่ยคำพูดเมื่อครู่ถูกคนที่อยู่ข้างกายทั้งผลักทั้งด่า

    ซูอันหนิงเห็นว่ากระแสลมกำลังเปลี่ยนทิศ จึงหันมาเอ่ยกับอู๋เจินไหล “เจ้าเห็นผลกระทบหรือยัง เป็นเช่นนี้ข้ายังจะอยู่ในสังคมได้อย่างไร ข้าไม่รู้จะมีชีวิตอย่างไรแล้ว”

    หญิงสาวผุดลุกขึ้นสะกิดมือฮั่นอ๋องเบา ๆ ก่อนหมุนตัวมองหาต้นเสา เลือกเสาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไกลที่สุดเป็นเป้าหมาย แล้ววิ่งถลาออกไปราวกับขาดสติ ทำให้คนทั้งศาลร้องห้ามเสียงหลง

    จูเกาเซวียนเบิกตากว้าง นางวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็กัดฟันวิ่งตามไป รวบเอาร่างของนางมากอดไว้แนบอก แหงนหน้ามองเพดานนิ่งไปครู่หนึ่ง พ่นลมหายใจยาว

    ตกใจนั้นเรื่องจริงแม้นางจะสะกิดเตือนแล้วก็ตาม ส่วนโทสะที่โหมไหม้อยู่ในอกก็คือเรื่องจริงเช่นกัน ยามที่เขาสัมผัสร่างในอ้อมแขนซึ่งสั่นน้อย ๆ ลมหายใจหอบถี่ บ่งบอกว่านางเองก็ไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่คิด

    หึ ! เจ้าก็ช่างกล้าเล่นใหญ่เสียจริง

    “นายอำเภอ !” ฮั่นอ๋องหันไปเรียกนายอำเภอ

    นายอำเภอลุกขึ้นยืนตั้งแต่พระชายาวิ่งออกไปแล้ว จึงคุกเข่าลงทันใด “พ่ะย่ะค่ะ หวางเย่ !”

    “ให้สืบหลักฐานใหม่ หากพบความผิดปกติจริง ก็ส่งเรื่องให้ศาลต้าหลี่ตามระเบียบ”

    กล่าวจบฮั่นอ๋องก็ประคองพระชายาออกไปทางประตูหน้า แหวกผ่านผู้คนที่มาล้อมมุงดูไปจนถึงรถม้า

    นายอำเภอก้มหน้า แข้งขาอ่อนแรงจนลุกขึ้นยืนไม่ไหว คดีนี้อาจไม่ธรรมดาอย่างที่คิด น้ำขุ่นบ่อนี้เขาไม่ยุ่งจะดีกว่ารีบส่งเรื่องให้ศาลต้าหลี่จะดีที่สุด

    ขณะที่นายอำเภอออกคำสั่งยกระดับคดีขึ้นสู่ศาลต้าหลี่ อู๋เจินไหลร่างแข็งค้างคุกเข่านิ่งอยู่กลางโถงศาล ไหล่ทั้งสองข้างของเขาเกร็งแน่น เสียววาบที่หลังคอราวกับถูกจ่อด้วยดาบของเพชฌฆาตก็ไม่ปาน

    ข้าจะทำเช่นไรดี เดิมทีนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดข้าด้วยซ้ำ !

     

    [1] อ๋าวฉุน คือ ชุดเสื้อกระโปรงจีนโบราณ ในที่นี้คือเสื้ออ๋าวยุคหมิงปลาย แบบตัวหลวม แขนกว้างมีปกตั้งเล็กน้อย (ที่ซูอันหนิงตัดใส่เองก่อนมีขึ้นในประวัติศาสตร์) กระโปรง หมาเมี่ยนฉุน เป็นแบบจีบหน้าม้าตรงกลางด้านหน้าและหลัง ด้านข้างจีบเล็กละเอียดรอบตัว

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663