สองวันให้หลัง พวกอี้เฉิน ซีเผิง กับโม่กวาง ที่เป็นกองกำลังเสริมหน่วยหลัก ออกเดินทางไปยังเขตสู้รบ เฝ้าสังเกตการณ์ สถานการณ์การสู้รบอยู่ห่างๆ
อี้เฉินรับรู้ได้เลยว่าหน่วยนี้ จัดตั้งมาเพื่อให้จอมยุทธ์รุ่น ใหม่ผู้มีพรสวรรค์ อย่างพวกเขา ไม่ออกไปตายตก ภายในการสู้รบดุเดือด อย่างสูญเปล่า
ทว่าพวกเขาที่เฝ้าดูการต่อสู้ ของหลายๆ กลุ่ม ต่างก็รับรู้ว่าศัตรูนั้นไม่ธรรมดา แม้แต่พี่อี้ฟางหรง กับบรรพบุรุษของราชวงศ์ใหญ่ ยังไม่อาจต้านทาน ชายชราต้าหมิงที่ถือขวานยักษ์ กวัดแกว่งไปมา ด้วยความโหดเหี้ยมได้
อี้เฉินที่สีหน้าจริงจัง เอ่ยเสียงต่ำ ไต่ถามโม่กวางในทันใด ครั้นเห็นค่ายอาคมขนาดใหญ่ ในลักษณะถ้วยชามคว่ำ ล้อมไปทั่วเมืองหลวงใหญ่ ราวกับตัวเมืองถูกหยุดเวลาไว้ “ประชาชนที่ติดค้างภายในเมืองหลวงพวกนั้น พวกเราจะช่วยเหลือ พวกเขาได้อย่างไรโม่กวาง”
ชายหนุ่มร่างเล็กผอมบาง ส่ายหัวออกมาน้อยๆ “มีแต่ต้องทำลายค่ายอาคมเท่านั้นอี้เฉิน พวกเขาที่ไม่มีพลังมากพอ จึงไม่อาจหลุดออกจาก การพันธนาการได้ หากถูกแตะตัว ร่างพวกเขา จะสลายหายไปในทันที”
“เช่นนั้นการจะช่วยพวกเขาก็เท่ากับว่า ยากพอๆ กับการปิดช่องโหว่เลยสินะ”
โม่กวางพยักหน้า แม้แต่ซีเผิง ยังลอบถอนหายใจออกมายาว ยิ่งเวลาการต่อสู้ของผู้อาวุโสดินแดนเทพ ไหลผ่านไปนานเท่าใด พวกเขาที่เฝ้าสังเกตการณ์ ยิ่งกำฝ่ามือเอาไว้จนแน่น โดยเฉพาะกองกำลัง ที่รุกคืบไปยังจวนทางทิศใต้
ครั้นเห็นบรรพบุรุษชรา ซวนซีขี่วัว ของเผ่าเทพถอยหนีทั้งๆ ที่ ยังไม่มีคำสั่งถอนกำลัง อี้เฉินเขาที่เห็นหน้าบึ้งตึงไม่น้อย ครั้นเห็นทหารหลายๆ คน เริ่มที่จะตายตก แม้แต่พวกแม่ทัพคนอื่นๆ ที่เห็นการกระทำของบรรพบุรุษชรา ซวนซี ขี่วัว พวกเขายังมีสีหน้าบึ้งตึง ทิศทางกองกำลังอื่นๆ เริ่มจะได้เปรียบแล้วแท้ๆ ก่อนเสียงหัวเราะ ของศัตรูจะดังออกมาก้อง ครั้นเห็นสถานการณ์ เริ่มที่จะเข้าทางพวกเขา เหล่าคนทวีปมืด
อี้เฉินพยักหน้าให้โม่กวาง ซีเผิง แม้แต่ผู้อาวุโสทำหน้าที่คุมกองกำลังเสริม พวกเขาต่างก็ไม่คาดคิด ว่าทั้งสามจะพุ่งทะยาน ไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า เข้าไปภายในเขตสู้รบทางทิศใต้ ที่มีศัตรูบรรพบุรุษชรา หยุนฟ่านซื่ออยู่
ครั้นกลุ่มของอี้เฉินบินทะยานสวนทาง บรรพบุรุษชรา ซวนซี ขี่วัว ของเผ่าเทพ ในเสี้ยวพริบตา ชายชราก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความปีติไม่คิด จักรพรรดิหนุ่มจะเข้าร่วมสงคราม ด้วยตัวของเขาเองเช่นนี้
ทันใดที่ทั้งสามมายืนประจันหน้า กับหัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ชายแก่ที่ถือกริช สีดำสนิทดุจหมึก อยู่ในฝ่ามือ เขาก็หัวเราะออกมาก้องทันที ครั้นเห็นศัตรูคู่แค้น แม้แต่ด้านอี้ฟางหรง นางยังห่างคิ้วสั่นกระตุกถี่ยิบ แต่นางยังพัวพันอยู่กับบรรพบุรุษชราต้าหมิง ไม่อาจไปช่วยอี้เฉินได้ “เจ้ามองไปทางไหนกัน” ขวานใหญ่หวดฟาด ตัดสะบั้นคลื่นออกมาหาอี้ฟางหรงในทันใด
“อี้เฉินในที่สุด เจ้าก็โผล่หาง มาให้ข้าสังหารแล้วสินะไอ้เด็กเวร วันนี้ดูสิ จะมีใครช่วยเจ้าได้อีกหรือไม่” หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ปลดปล่อยอายสังหารที่ล้นทะลักทลาย ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง อีกต่อไป
อี้เฉิน โม่กวาง ซีเผิง พวกเขาต่างก็เรียกศาสตราวุธออกมาถือ ทว่าก็ไม่คิดว่า โม่กวางกับ ซีเผิง จะมีอาวุธ ระดับเทียบเท่าจักรพรรดิ แม้แต่หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ที่เห็นดาบใหญ่ไฟลุกท่วม กับชายหนุ่มร่างเล็ก ควบคุมแผ่นจาน5ทิศ มันก็ทำให้เขา ใบหน้าบึ้งตึงไม่น้อย
ฉับพลันที่เสียงฆ่า!!ถูกคำรามออกมากึกก้อง ปราณพลังก็ปะทุขึ้นมา ราวกับภูเขาไฟระเบิดในทันใด
พวกเขาต่างก็ต่อสู้โรมรัน เกี่ยวพัน กันอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขัง ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน ไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อทั้งสามโจมตี เข้าจังหวะกันเป็นอย่างมาก ส่งให้หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ฝีเท้าถอยร่น ออกไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับพวกเขาเห็นราชันสวรรค์ปะทะกัน
“เป็นไปได้อย่างไร เซียนสวรรค์ทั้งสาม ถึงกับทำให้ราชันสวรรค์ ราชาอมตะ ยุคทองแห่งความรุ่งโรจน์ ถอยร่นในไม่กี่ร้อยกระบวนท่าเชียวหรือ ..หรือว่าพวกเขาจะมีศักยภาพ ที่ไปแตะอยู่ในขั้นราชันสวรรค์”้ เหล่าศัตรูที่อยู่เบื้องล่าง เอ่ยพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
อี้เฉินที่พยักหน้าให้ พวกเขาทั้งสองอย่างรู้ใจ ปาหอกเลือดในมือพุ่งเข้าใส่ แหวกอากาศดังหวีดแหลม พุ่งแทงร่าง หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ทันที “รับการโจมตีของข้าไป”
เสียงปังงง!!ดังออกมาก้อง พร้อมหัวไหล่ หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ เกิดรูโหว่ใหญ่ ส่งเลือดหลั่งไหลออกมาเป็นกอง ร้องอ๊ากกก!!ดังออกมาก้อง
“พวกเจ้าช่างสามหาวนัก เป็นแค่หนอนแมลง ถึงกับทำให้ข้าบาดเจ็บเชียวหรือ” ครั้นหัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ขับเคลื่อนปราณพลัง รักษาบาดแผลในพริบตา
อี้เฉินกับพวกซีเผิง โม่กวางรับรู้ได้ทันที ว่าการจะฆ่าสังหารราชันสวรรค์สักคน ไม่ใช่เรื่องง่าย
ครั้นเมื่อเห็นกริชสีดำในมือ หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ถูกวาดด้วยนิ้วมือ ปลดปล่อยริ้วคลื่น ความมืดกลืนกินรอบบริเวณ เบ่งบานออกไปทั่ว ราวกับดอกไม้แห่งความตายผลิบาน อี้เฉินเอ่ยเตือนมิตรสหาย ของเขาทันที “พวกเจ้าระวังตัวด้วย”
แต่ไม่ทันสิ้นเสียง ร่างที่ถอย หายออกไปราวกับเป็นการผ่าแยกมิติ ของหัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ จู่ๆ ก็มาปรากฏด้านหลัง ซีเผิงในเสี้ยวพริบตา ส่งกริชเตรียมจะแทงเข้าด้านหลังชายหนุ่ม ให้ทะลุหัวใจ “เจ้าก่อนเลยแล้วกัน!”
ทว่าอี้เฉินไม่ยอมให้เป็นเฉกเช่นนั้น ครั้นส่งฝ่ามือขวางการโจมตี กริชจนฝ่ามือถูกแทงทะลุ โม่กวางที่ขยับช้าไปก้าวหนึ่ง เขาเองก็ขับเคลื่อนแผ่นจาน5ทิศ ปิดทางหนีที่ไล่ของ หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อเช่นกัน เมื่อเห็นอี้เฉินหวดฟาดหอก ส่งคลื่นกระแทกมังกรออกมา
ปังงง!! พร้อมเสียงโลหะกระทบกันดัง เคร้ง!!
โม่กวางกล่าวพูดขึ้นมาทันใด “เป็นอย่างไรบ้าง สำเร็จหรือไม่อี้เฉิน”
อี้เฉินเขาหน้ามืดทะมึนไม่น้อย ก่อนดีดโลหิตระเบิด ออกไปบริเวณที่โม่กวางอยู่ ส่งให้เกิดการ ระเบิดออกมาดังกึกก้อง พร้อมร่างโม่กวาง ที่กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ร่างเขาถอยกระเด็นออกไปไกล ไม่คิดอี้เฉิน จะมองการโจมตีของเขาออก ในเสี้ยวพริบตา ด้วยดวงตาแดงก่ำ ราวเลือด คู่นั้น “เจ้าจะช่วยพวกมัน ให้รอดพ้นความตาย ไปได้อีกกี่ครั้งกันเชียวอี้เฉิน”
ซีเผิง กับโม่กวางเองก็รับรู้ได้หากไม่มีอี้เฉิน บัดนี้พวกเขาคงจะ ตายตกไปแล้วเป็นแน่ แล้วยิ่งเห็น ความมืดที่ปกคลุมรอบๆ เบ่งบานกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ปิดกั้นพวกเขาไว้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะถูกหัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ขับเคลื่อนการโจมตีระดับชั้นฟ้าออกมา “ความมืดจงเบ่งบาน” มองเห็นเสาสีดำแพร่กระจัดกระจาย ทิ่มแทงออกมาทั่วท้องฟ้า เตรียมพร้อมจะเข้ากลืนกินพวกเขา
อี้เฉินครั้นพยักหน้าให้พวกโม่กวาง ซีเผิง พวกเขาเองก็ปลดปล่อย การโจมตีระดับ สุดยอดออกมาเช่นกัน จากปราณพลังทำลายล้างที่บ้าคลั่ง ที่ทั้งสามปลดปล่อยออกมา ทำให้การโจมตีของ หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ถูกหักล้างกลืนกินลงไปได้ ทว่าพวกอี้เฉินก็ต้อง กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ จากแรงระเบิด ที่ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพีจนสั่นไหว
ทำให้สายตาหมู่ชนต้องหันขวับมามอง ทิศทางการสู้รบ ของพวกอี้เฉินเป็นสายตาเดียว แล้วยิ่งเห็นเตาหลอมฟ้าดิน ในฝ่ามือของอี้เฉิน ถูกขับเคลื่อนปราณพลังฟ้าดินเข้าไป ราวกับว่าเตาหลอมฟ้าดิน เป็นปากมังกร สูดลมหายใจเข้าไปลึก ผู้คนที่รับรู้ว่า มันคือสิ่งใดต่างก็เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง
เมื่อเห็นคลื่นรัศมีลำแสง พลังที่บ้าคลั่ง พุ่งปราดเข้าอัดกระแทก หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ที่ไม่ทันตั้งตัว ตัดผ่าเต๋าทั้งหมดภายในร่าง จนร่างกายส่วนล่างขาดหาย ตกกระแทกลงสู่พื้นเบื้องล่าง อย่างรุนแรง ร้องอ๊ากกก!! ออกมาดังก้อง
“เจ้า! เจ้า! ไอ้เวรอี้เฉินไอ้เด็กโอหัง” หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ แม้เขาจะไม่ตายตก แต่กายาก็เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ห่างคิ้วกลางหน้าผาก เกิดการปริแตก แม้แต่ปราณพลังยังหดหาย ออกไปอย่างมากมาย
กลับกลายเป็นภาพที่ อี้เฉินกับมิตรสหายของเขา ไล่สังหาร หัวหน้าองครักษ์หยุนฟ่านซื่อ ทำให้เหล่าราชาอมตะ ขั้นราชันสวรรค์ ต่างดินแดนต่างก็หน้าบึ้งตึง “ไอ้เวรอี้เฉินนั้น มันมีเตาหลอมฟ้าดิน จาก มหันตะสายฟ้าได้อย่างไร หรือว่ามันจะผ่านพ้นเคราะห์กรรม ทัณฑ์สวรรค์ระดับสูง ได้ครอบครองเม็ดยาโอสถ หลอมฟ้าดินมาด้วย”
ทว่าเมื่อพวกเขากวาดสำรวจสายตา ไปที่อี้เฉินยังอยู่แค่ขั้นพลัง เซียนสวรรค์ระดับต้น พวกเขาจึงค่อยผ่อนลมหายใจ ออกมาน้อยๆ แต่ของล้ำค่าของฟ้าดิน ก็ถือว่าต้องตาพวกเขาไม่น้อย ก่อนบรรพบุรุษชราต้าหมิง จะสั่งให้ถอนกองกำลัง แม้ว่าพวกเขาจะได้เปรียบจากการต่อสู้ แต่ก็ไม่อาจปล่อย ให้ราชันสวรรค์ผู้หนึ่งตายตกไปได้
อี้ฟางหรง ที่อยู่ในสภาพที่อิดโรย จากการต่อสู้มาหลายวัน นางยังไม่อยากเชื่อว่าอี้เฉินเกือบจะฆ่าสังหาร ราชาอมตะผู้หนึ่งไปได้ ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ไม่คาดคิดเช่นกัน ว่าอี้เฉินจะเติบโตมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
ก่อนอี้ฟางหรง นางจะสั่งยึดฐานที่มั่น อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ได้พื้นที่ เขตชานเมืองไทจงมาเป็นที่พัก ดีกว่าอยู่ภายในกระโจมหนังสัตว์ ที่อากาศพื้นที่โล่งหนาวเย็น