หลังจากที่ไลท์ออกมาจากท่าจอดเรือยนต์แล้วเมทัลก็เดินมาต้อนรับทันที
“ ท่านไลท์ ท่านเบเรียล ท่านเดซี่ ท่านเวโรนิก้า ทางนี้เลยครับ ” เมทัลโค้งคำนับให้กับทั้งสี่คนด้วยความเคารพ ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความเคารพและความนับถือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้อย่างมาก เพราะถ้าหากไม่ใช่เพราะกลุ่มนักผจยภัยเดธปาร์ตี้ พวกเขาก็ไม่มีทางทำลายองค์กรมืดระดับมรณะอีกสองกลุ่มที่เหลือได้อย่างแน่นอน เพราะเวลานั้นกองกำลังของสภาจอมเวทย์ก็บาดเจ็บสาหัสกันแล้ว
“ แล้วตอนนี้พวกคุณเฟลิกซ์เป็นอย่างไรบ้างล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ตอนนี้ทางหัวหน้าแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาก็ยังรับหน้าที่ผู้พิทักษ์อยู่จนกว่าจะหาฝึกฝนผู้พิทักษ์คนใหม่ได้ ” เมทัลยิ้มเบาๆ
ไลท์จำได้ว่าผู้พิทักษ์เสียชีวิตไปถึงสี่คนและบาดเจ็บสาหัสอีกห้าคน แค่นี้ตำแหน่งผู้พิทักษ์ก็หายไปกว่าครึ่งแล้ว แถมอาการของคุณเอลเรนก็ยังถูกพิษของเคาน์ตี้จนหมดสติอยู่
ดูเหมือนว่าการขาดผู้พิทักษ์ไปถึงสี่คนและผู้พิทักษ์ที่สภาพร่างกายไม่พร้อมก็ทำให้ความแข็งแกร่งของสภาจอมเวทย์ลดลงอย่างมาก
“ แล้วพวกนายคัดเลือกผู้พิทักษ์กันอย่างไงงั้นหรอ? ” เบเรียลถามออกมาด้วยความสงสัย
“ ก็ดูจากผลงานและความแข็งแกร่งเป็นหลักครับ หรือไม่ก็ดูว่าคนๆนี้ในอนาคตจะกลายเป็นผู้พิทักษ์ได้ ทางสภาจอมเวทย์ก็จะพลักดันให้คนๆนั้นพัฒนาตัวเองจะมาถึงระดับSSครับ ” เมทัลตอบ
ไลท์และคนอื่นๆพยักหน้ารับเบาๆ
ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงบ้านพักของเฟลิกซ์
เวลานี้เฟลิกซ์กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเมทัลที่ขออนุญาตเข้ามาในบ้าน
ไลท์และเบเรียลเคยเข้ามาในบ้านของคุณเฟลิกซ์แล้ว แต่เดซี่และเวโรนิก้ายังไม่เคยเข้ามาจึงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเพราะนี้คือบ้านของผู้พิทักษ์ของสภาจอมเวทย์
“ มาแล้วหรอไลท์ ” เฟลิกซ์พูดขึ้นพร้อมกับเดินมาหา
ไลท์มองดูแขนซ้ายที่หายไปของคุณเฟลิกซ์พร้อมกับถอนหายใจออกมา ถ้าหากเขาอยู่ล่ะก็คุณเฟลิกซ์ก็คงไม่ต้องเสียแขนซ้ายไป นอกจากนี้สีหน้าของคุณเฟลิกซ์ก็ดูคล้ายกับคนที่ปล่อยวางไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่มีชีวิตชีวา
“ คุณเฟลิกซ์ดีใจนะครับเนี้ยที่คุณยังไม่ตาย ” ไลท์พูดขึ้น
“ อะไรกันเธออย่างให้ฉันตายมากงั้นหรอ ” เฟลิกซ์หัวเราะออกมา
“ ผมก็คิดว่าคุณเฟลิกซ์จะนั่งหมดอาลัยตายอยากไปแล้วเพียงแค่เสียแขนไปซ้ายไปเท่านั้น ” ไลท์ยิ้มเบาๆ
“ คิดว่าคนอย่างฉันจะเป็นอย่างงั้นหรือไง ฉันคิดว่าแบบนั้นก็คงจะเป็นทางฝั่งของแมคโวลัคเสียมากกว่านะ ” เฟลิกซ์หัวเราะ
“ แกว่าใครนะเฟลิกซ์? ” น้ำเสียงที่หงุดหงิดดังขึ้นพร้อมกับร่างที่เดินเข้ามาในบ้านของเฟลิกซ์
แมคโวลัคที่ใช้ไม้เท้าช่วยให้เดินได้ก้าวเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น ที่ด้านหลังของเขาก็มีสคริปที่เดินตามมาด้วย
“ พอฉันรู้ว่าเธอมาฉันก็รีบมาหาเธอเลยนะ ” แมคโวลัคหัวเราะออกมาด้วยความยินดี เขารู้แค่ว่าเจ็ดเดือนก่อนจู่ๆไลท์ก็กลายเป็นรังไหมและไม่สามารถไปไหนได้ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นห่วงไลท์ โชคร้ายที่พวกเขาต้องกวาดล้างองค์กรมรณะทั้งสามองค์กรทำให้พวกเขาไม่ได้ไปหาไลท์ที่เกาะลอยฟ้า
“ แค่พวกคุณไม่ตายก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ แล้วไม่มีสมบัติที่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติหรอครับ? ”
“ สมบัติพวกนั้นมันไม่มีหรอก แต่ถ้าหากเป็นเวทย์มนต์น่ะมีแต่ว่ามันหาได้ยากมากๆ เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการบันทึกที่ไว้ว่าเวทย์มนต์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้งอกกลับมาได้นั้นมีเพียงไม่ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งช่วงเวลานั้นก็คือหลายหมื่นปีเลยทีเดียว ” แมคโวลัคส่ายหน้า
“ และจอมเวทย์ที่จะสามารถใช้เวทย์ฟื้นฟูได้ก็ต้องเป็นจอมเวทย์ธาตุแสงและต้องทะลวงเข้าสู่ระดับSSให้ได้อีกด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่จอมเวทย์ธาตุแสงทุกคนจะมีเวทย์มนต์นี้ ต้องพึ่งดวงและโชคอย่างมากด้วย เมื่อใดก็ตามที่จอมเวทย์ที่มีความสามารถปรากฏตัวขึ้น จอมเวทย์คนนั้นจะกลายเป็นที่ต้องการตัวของผู้คนนับไม่ถ้วนนอกจากนี้ยังจะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะจอมเวทย์จำนวนมากที่ต้องสูญเสียร่างกายบางส่วนไปในการต่อสู้ยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงเพื่อที่จะทำให้ร่างกายกลับมาเหมือนเดิม ” เฟลิกซ์อธิบายเสริม
พวกไลท์นึกไม่ถึงเลยว่าเวทย์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้งอกกลับมาเป็นปกตินั้นจะหายากมากๆแถมหลายหมื่นปีที่ผ่านมามีไม่ถึงสิบคนเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องเข้าใจได้ว่าจอมเวทย์ธาตุแสงหายากมากๆแล้วไหนจะต้องฝึกฝนตัวเองให้กลายเป็นตัวตนระดับSSอีก และไม่ใช่ว่าเมื่อพัฒนามาถึงระดับSSแล้วจะได้เวทย์นี้กันทุกคน เพราะมันอยู่ที่ดวงและโชคด้วย
ดูเหมือนว่าเดซี่จะเป็นลูกรักของธาตุแสงจริงๆ
“ ไม่เอาน่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนั้นหรอก ” แมคโวลัคหัวเราะก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โซฟา
“ ไม่พูดถึงได้ไงก็เพราะเดซี่เธอมีเวทย์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้งอกกลับมาเป็นปกติ ” ไลท์พูดขึ้น
ร่างของแมคโวลัคและเฟลิกซ์ เมทัลและสคริปพากันหยุดชะงักแล้วก็มองไปที่เดซี่ด้วยความตกใจ
“ เธอจะบอกว่าตอนนี้เดซี่พัฒนามาถึงระดับSSแล้วและเธอก็ได้รับเวทย์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติอีกงั้นหรอ?! ” แมคโวลัคพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เฟลิกซ์เองก็มองไปที่เดซี่ด้วยแววตาคาดหวังด้วยเหมือนกัน ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเป็นคนพิการ แต่สำหรับจอมเวทย์แล้วการเป็นคนพิการก็ยังดีกว่าตาย แถมพวกเขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้เหมือนเดิมแค่ใช้ชีวิตประจำวันได้ยากกว่าเดิมสักหน่อย
“ ใช่แล้วล่ะ งั้นเริ่มจากคุณแมคโวลัคก่อนแล้วกัน คุณเฟลิกซ์ต้องรอสักหน่อยนะครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยพาผมไปหาคุณเอลเรนหน่อย ผมอยากจะดูว่าผมสามารถช่วยเธอได้ไหม ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์พยักหน้า เขารอได้อยู่แล้วล่ะ อีกอย่างแมคโวลัคนั้นลำบากกว่าเขามาก เขาเพียงแค่เสียแขนไปแต่แมคโวลัคนั้นเสียขาขวา แม้ว่าพวกเขาสามารถบินได้แต่มันต้องเปลืองพลังเวทย์อย่างมาก
“ เดซี่จัดการเลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบอาจารย์! ” เดซี่ยิ้มก่อนที่จะเดินไปหาแมคโวลัคที่นั่งอยู่ที่โซฟา
ทุกๆคนในห้องมองไปที่เดซี่ด้วยความคาดหวัง ถ้าหากเดซี่สามารถฟื้นฟูร่างกายของแมคโวลัคกลับมาได้เหมือนเดิม มันก็จะกลายเป็นข่าวใหญ่สำหรับการปรากฏตัวของจอมเวทย์ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้นั่นเอง
เดซี่ยื่นมือทั้งสองข้างไปที่ขาขวาของแมคโวลัคก่อนที่จะมีละอองแสงสีทองค่อยๆบินไปที่ขาของแมคโวลัค จากนั้นไม่นานขาขวาของแมคโวลัคก็เปร่งแสงออกมา
แมคโวลัคหรี่ตาลงเล็กน้อยแม้ว่าการสร้างร่างกายใหม่นั้นจะต้องทรมาณสักเล็กน้อยก็ตาม เพราะว่านี้เป็นการสร้างร่างกายใหม่จะต้องกระตุ้นเซลล์ในร่างกายและค่อยๆสร้างมันขึ้นมาจากศูนย์ แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นผู้ใหญ่ทั่วๆไปก็สามารถรับได้
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
ใบหน้าของเดซี่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ นี้เป็นครั้งแรกที่เธอทดลองเวทย์นี้ทำให้เธอต้องใช้เวลาเรียนรู้มันไป
เบเรียลซับเหงื่อบนใบหน้าของเดซี่ พร้อมกับมองเดซี่ด้วยความเป็นห่วง
และไม่ถึงห้านาที เดซี่ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ เสร็จแล้ว ”
ทุกๆคนมองไปที่แมคโวลัคที่ขาขวาของเขาที่ตอนนี้เปร่งแสงสีทองอยู่ก่อนที่จะแสงสีทองจะค่อยๆหายไปจนกระทั้งทุกๆคนเห็นขาของแมคโวลัคที่กลับมาเป็นปกติแล้ว
แมคโวลัคและเฟลิกซ์แสดงสีหน้าตื่นเต้น
แมคโวลัคยืนขึ้นมาก่อนที่จะทดลองเดินดูและพบว่าขาของเขานั้นเหมือนกับขาของจริงและเขาสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวกเหมือนเดิมอีกด้วย
“ สุดยอดเลยเดซี่ ” แมคโวลัคยิ้มขึ้นอย่างตื่นเต้นจากนั้นเขาก็หยิบแหวนมิติออกมาและมอบให้กับเดซี่
“ ไม่เป็นไรค่ะคุณเดซี่ พวกเราเป็นเพื่อนกันเพราะฉะนั้นเรื่องแค่นี้นับว่าไม่เท่าไหร่ ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้ารับแหวนมิิติของแมคโวลัค
แต่แมคโวลัคไม่ยอมเขาจับมือของเดซี่และยัดแหวนมิติไว้ในมือของเธอทันที
“ รับไปเถอะถือว่าเป็นค่าแรงแล้วกัน ” แมคโวลัคยิ้มก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างยินดี
“ คุณเฟลิกซ์รอสักสิบวันนะครับ ” ไลท์พูดกับเฟลิกซ์
“ สิบวันงั้นหรอ ได้สิฉันรอได้อยู่แล้ว ต่อให้เป็นปีฉันก็รอได้สบายๆ ” เฟลิกซ์ยิ้มออกมาอย่างยินดี
“ งั้นไปกันเถอะ ” เฟลิกซ์ลุกขึ้นยืน
ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะให้เดซี่มากับเขาด้วย ส่วนคนอื่นๆรออยู่ที่นี้ก่อน
ไม่นานคุณเฟลิกซ์พาพวกไลท์ไปยังห้องพยาบาลห้องหนึ่ง
ที่หน้าห้องมีคุณยายคนหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่
ไลท์มองไปที่คุณยายหน้าห้องก่อนที่จะจำได้ว่านี้คือคุณยายของคุณเอลเรน
คุณยายมากาเร็ตที่ไลท์เคยเจอที่เมืองไบซันนั่นเอง
คุณยายมากาเร็ตมองไปที่เฟลิกซ์ก่อนที่จะยืนขึ้นและทำความเคารพทันที จากนั้นสายตาของเธอก็มองเห็นไลท์ที่เดินมาด้วยกันก็ยิ้มให้กับไลท์เบาๆ
“ ไม่เจอกันนานเลยนะไลท์” คุณยายมากาเร็ตยิ้มทักทาย
“ ก็นานพอสมควรเลยนะครับ ” ไลท์หัวเราะเบาๆ ถ้าหากจำไม่ผิดก็น่าจะประมาณสี่ปีกว่าๆได้
“ ฉันต้องขอบใจเธอมากนะที่ช่วยเหลือหลานของฉันเอาไว้หลายครั้ง ” คุณยายมากาเร็ตยิ้ม
“ เรื่องเล็กน้อยครับ ” ไลท์ส่ายหน้า
“ เธอมาเยี่ยมเอลเรนหรอ งั้นก็เข้าไปเถอะ ” คุณยายมากาเร็ตพูดจบเธอก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยแววตาเศร้าๆ
ภายในห้องมีร่างของเอลเรนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
ไลท์และเดซี่มองดูคุณเอลเรนด้วยแววตาตกใจ เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอนั้นดูดซีดขาวและเต็มไปด้วยจุดสีม่วงและสีดำตามร่างกาย
“ พิษร้ายแรงเลยนะเนี้ย ” ไลท์มองดูอาการของคุณเอลเรนพร้อมกับถอนหายใจออกมา พิษที่อยู่ในร่างกายของคุณเอลเรนนั้นรุนแรงอย่างมาก เพราะพิษของเคาน์ตี้ได้เกาะอยู่ตามกระดูกและอวัยวะสำคัญของเอลเรนหมดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้
“ เดซี่เธอลองใช้เวทย์รักษาดูก่อน ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบอาจารย์ ” เดซี่พยักหน้าก่อนที่จะเดินไปที่เตียงของเอลเรนจากนั้นเธอก็ลองใช้เวทย์รักษาดู แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เดซี่ลองร่ายเวทย์รักษาอยู่ประมาณห้านาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ไม่ได้ค่ะอาจารย์ ” เดซี่ส่ายหน้าพร้อมกับเช็ดเหงื่อบนใบหน้า
ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะเดินมาที่เตียงของเอลเรนจากนั้นเขาก็ใช้ลมปราณในการดึงพิษที่อยู่บนร่างกายของเอลเรนออกมาทันที
พิษในร่างกายของเอลเรนก็ค่อยๆไหลตามลมปราณของไลท์
ไม่นานพิษจำนวนมากก็ไหลออกมาจากร่างกายของเอลเรนจนรวมกันเป็นก้อนพิษขนาดใหญ่
ก้อนพิษที่ลอยอยู่บนอากาศทำให้เดซี่และเฟลิกซ์ที่อยู่ข้างๆต้องถอยหลังเพราะความกลัว
ไลท์เดินไปที่หน้าต่างก่อนที่จะโยนพิษไปบนท้องฟ้าก่อนที่พิษนั้นจะพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
ไลท์กลับมาดูอาการของคุณเอลเรนอีกครั้งที่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะดีขึ้นมากแล้ว เพราะตอนนี้สีหน้าของคุณเอลเรนเริ่มมีเลือดไหลเวียนมากขึ้น จากตอนแรกที่ซีดขาวอย่างหนัก
“ พิษภายนอกได้ถูกกำจัดแล้วแต่ตอนนี้เหลือพิษที่เกาะอยู่ภายในอวัยวะสำคัญของคุณเอลเรน ผมคิดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนจึงจะกำจัดพิษได้หมด ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์ที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าไลท์คือดาวนำโชคของสภาจอมเวทย์จริงๆ
ไลท์ค่อยๆใช้ลมปราณของเขาดึงพิษที่เกาะอยู่ตามอวัยวะสำคัญของคุณเอลเรนออกมาอย่างช้าๆ เพราะถ้าหากเขารีบเกินไปจะทำให้พิษฝั่งรากลึกลงไปอีก
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงไลท์ก็หยุดการเคลื่อนไหว
“ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน และผมคาดว่าอีกสักสองถึงสามวันคุณเอลเรนก็น่าจะฟื้นขึ้นมาแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นหรอ ฉันเข้าใจแล้ว ” เฟลิกซ์พยักหน้ารับเล็กน้อย
หลังจากที่พวกไลท์กลับออกมาแล้ว เขาก็พบว่าที่ด้านนอกนั้นมีคุณเกลกิรอสยืนอยู่
“ คุณเกลกิรอส ” ไลท์ทักทาย
“ ไลท์เธอคิดว่าอาการของเอลเรนเป็นอย่างไรบ้าง? ” เกลกิรอสถามด้วยความคาดหวัง ไม่รู้ทำไมเขาถึงคาดหวังว่าไลท์สามารถกำจัดพิษที่อยู่ในตัวของเอลเรนได้
“ พิษกระจอกแบบนั้นไม่สามารถเทียบมือของอาจารย์ได้หรอก ” เดซี่พูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำพูดของเดซี่ คุณเกลกิรอสก็ประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่จะกลายเป็นตื่นเต้น
หมายความว่าไลท์สามารถกำจัดพิษที่อยู่ในร่างกายของเอลเรนได้ใช่ไหม!
“ รักษาได้ครับแต่ต้องใช้เวลานานหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ รักษาได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว ดูเหมือนว่าสภาจอมเวทย์จะเป็นหนี้เธอมากเลยนะเนี้ย ” เกลกิรอสหัวเราะออกมา
“ ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายเงินมาสิครับ หรือไม่ก็เป็นสมบัติที่มีพลังเวทย์ก็ได้นะ ” ไลท์พูดขึ้นมาทันที
“ เอาสิ ถ้าหากเธอสามารถรักษาเอลเรนได้ฉันจะให้เธอเลือกสมบัติที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติของสภาจอมเวทย์เลย ” เกลกิรอสพูดขึ้น สำหรับเขาแล้วชีวิตของผู้พิทักษ์นั้นมีค่ามากกว่าสมบัติเหล่านั้นมาก
“ พูดแล้วนะครับคุณเกลกิรอส ” ไลท์หัวเราะออกมา