ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่672 จบสงคราม ช่องว่างที่ถูกเติมเต็ม

      แล้วยิ่งหมู่ชนเห็น ม่านพลังในลักษณะถ้วยชามคว่ำ โอบล้อมทั่ว ปราการทมิฬแตกสลาย ฟ้าดินเกิดการแปรปรวนอย่างหนัก จากสวรรค์ร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจ ให้กับการตายตก ของราชันสวรรค์ผู้หนึ่ง ยิ่งกลายเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่า บัดนี้ผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง ได้ตายตกลงไปแล้ว

 


      อี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก มองภาพเหล่าประชาชน ที่ติดอยู่ภายในม่านพลัง แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความเจ็บปวดหัวใจสุดแสน พวกเขาล้วนมีสายเลือด ของคนตระกูลอี้ แทบทั้งสิ้น เกรงว่าคนที่รอดพ้นหายนะครานี้ จะมีไม่ถึง1ส่วนเสียด้วยซ้ำ

 


      สงครามรอบนอกปราการทมิฬ เองก็ดุเดือดเลือดพล่านไม่น้อย บรรพบุรุษชราของราชวงศ์ซือ อย่างผู้เฒ่าชราลู่ แม้ว่าจะชนะศึกการต่อสู้ ทว่าศัตรูเองก็ใจเด็ดเดี่ยวเช่นกัน ระเบิดตัวตายอย่างไม่หวาดเกรง ส่งให้เกิดแรงระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ ราวกับแผ่นดินจะพลิกกลับด้าน ผู้ยิ่งใหญ่ตายตกลงไปติดๆ กัน ในเวลาไม่กี่เสี้ยวอึดใจ

 


     แล้วยิ่งเห็นผู้อาวุโสหม่า เผาผลาญหยดเลือดบริสุทธิ์ ภายในกายที่มีเหลือน้อยนิดทิ้ง เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพ แลกเปลี่ยนกับอายุขัย ยิ่งทำให้อี้เฉินเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา ‘เกรงว่าศึกครานี้ พวกเขาจะเสียหายไปไม่น้อยเช่นกัน’

 


     แม้แต่ผู้พิทักษ์ที่บาดเจ็บหนัก ภายในลูกบาศก์มิติ รับรู้ถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของอี้เฉิน พวกเขายังเอ่ยเตือน จักรพรรดิหนุ่มออกมา “แม้ช่วงชีวิตของพวกเราจะยาวนาน แต่ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะเป็นอมตะ มีเกิดย่อมมีดับสูญ เป็นเรื่องธรรมดา อี้เฉิน เจ้าอย่าได้เก็บมันมาใส่ใจ”

 


    อี้เฉินพยักหน้า เข้าใจถึงสิ่งที่ชายชรากล่าวพูด แต่อย่างไรใจลึกๆ เขาก็ยังไม่อยากสูญเสียผู้ใดไป ก่อนอี้เฉินเช็ดคราบเลือดที่เปรอะเปื้อน มุมปากออก หมุนฝ่ามือที่เหลือข้างเดียว ขับเคลื่อนปราณพลังภายในกาย อย่างเร็วจี๋ ครั้นรับรู้ถึงดวงตา ที่จ้องมองมาที่ตัวเขา ปลดปล่อยอายสังหาร อยากจะฆ่าสังหาร เขาออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ประหนึ่งว่ามองอี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก เป็นตัวอันตราย หายนะใหญ่ หากไม่รีบฆ่าสังหารเขาลง

 


     แถมกองกำลังนั้น ยังนำมาด้วยคนที่อี้เฉินคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นเปาเปา หลินจี พร้อมคนของเผ่า 10สัตว์อสูรบรรพกาล ไม่ว่าจะเป็นคนของเผ่าสุนัขโลกันตร์ เผ่ามังกรแท้จริง เผ่าอสูรสามตา เผ่าหงส์เพลิงต้องสาป เผ่าคุนเผิง ปลดปล่อยริ้วคลื่น ฆ่าสังหารเข้าหา อี้เฉินอย่างไม่มีเก็บออม แม้แต่ร่างดั้งเดิมยังถูกสำแดงออกมาใช้

 

     ซีเผิง ที่เห็นภาพอี้เฉินกำลังถูกรุมทึ้ง จากฝูงศัตรูต่างดินแดน ราวกับเป็นฝูงอีแร้งหิวโซ เห็นเนื้อสด ซีเผิงไม่รอช้านำกองกำลัง สั่งบุกกวาดล้างศัตรูต่างดินแดน ช่วยเหลืออี้เฉินทันที

 


      ภาพในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินเห็นกระบี่กระดูก เปาเปา กำลังจะตัดสะบั้นคอของเขาลง โดยมิตรสหายของเขา มันจึงทำให้อี้เฉินเจ็บปวดใจไม่น้อย ครั้นนึกถึงสมัยวัยเยาว์ ที่พวกเขาวิ่งเล่นกัน ภายในหมู่บ้านลมหวน

 


      แต่บัดนี้อี้เฉิน เขาจะมาอ่อนแอไม่ได้ ครั้นระเบิดวิชาคุ้มกันกาย อย่างวิชาหมื่นโลก ออกมาใช้ปัดป้องกันโจมตี ร่างอี้เฉินก็หายวับ ถอยห่างออกไปทันที ทว่าอี้เฉินกลับรู้สึกถึงกระบี่กระดูก ที่เปาเปา ปลดปล่อยการโจมตีออกมา ไม่เฉียบคมเหมือนยามก่อนอีกต่อไป ราวกับเขามีความลังเล ภายในใจอยู่ ทำให้อี้เฉินจ้องมองไปที่มิตรสหาย ภายในอดีต ของเขาด้วยสายตาลึกล้ำ

 


       สัตว์อสูร ที่คำรามโฮกออกมากู่ก้อง พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะ ที่เคยประมือกับอี้เฉินมาก่อน แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น จินเทียนตี้ อวิ๋นซูจิน หรือหลี่อี้ถง จึงไม่คิดประมาทอี้เฉิน แม้อี้เฉินจะบาดเจ็บหนักก็ตาม ฉับพลันเสียง ฆ่า!!ก็ถูกคำรามออกมาเสียงดังกึกก้อง

 


       ซีเผิงที่มาสมทบกับอี้เฉิน พร้อมมิตรสหาย อีกหลายคน มันก็ทำให้อี้เฉิน ไม่กล้าสู้หน้าจางเหม่ย เท่าใดนักครั้นเห็นสองพี่น้อง มายืนอยู่คนละขั้วกัน ก่อนพวกเขาจะต่อสู้ห้ำหั่น เข่นฆ่ากันออกไปเบื้องหน้า

 


       แม้แต่เปาเปา ที่เห็นน้องสาวของเขา จู่ๆ ฝ่ามือเขา กุมขึ้นมาไว้บนศีรษะ ปวดหัว ตุบๆ!!ขึ้นมาทันที ราวกับหญิงสาวนางนั้น ทำให้เขาหวนนึกถึงบางสิ่ง

 


       ทันใดที่เสียงระเบิดดังออกมากึกก้อง ราวกับสวรรค์และโลกจะพลิกกลับด้าน แม้แต่หมู่ดาว บนท้องฟ้ายังสั่นไหว โยกคลอน ให้หมู่ชนถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่พวกอี้เฉิน ต้องหันขวับไปมองภาพ ราชาอมตะผู้หนึ่ง ตายตกลงไปอีกคน

 


       ยิ่งทำให้เหล่าศัตรูต่างดินแดน อกสั่น ขวัญกระเจิง ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มคน ที่คิดจะฆ่าสังหารอี้เฉินลง หลินจี นางกับเหล่าอัจฉริยะ ต่างก็กัดกรามกรอด ทว่าภายในใจของพวกเขา ยังมีความดึงดัน ที่อยากจะฆ่าสังหารอี้เฉิน กันอยู่ไม่น้อย

 


       อี้เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร้อมสภาพที่น่าสังเวช แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลัง แห่งการกดข่มออกมาอย่างบ้าคลั่ง “หลินจี พวกเจ้าไปเสีย ก่อนที่พวกเจ้าจะไม่มีโอกาสนั้น”

 


        ซีเผิง จางเหมย ต่างก็ไม่อยากเชื่อ คำพูดนี้จะมาจากปากของอี้เฉิน ทว่าจางเหมย นางเองก็รู้สึกแปลกใจ ชายหนุ่มที่ถือกระบี่กระดูก ชอบกลเช่นกัน ว่าเหตุใดชายหนุ่มผู้นั้น ถึงดูให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยกับนาง

 


        แม้ภายในใจลึกๆ อี้เฉิน อยากจะจับตัวของเปาเปาไว้ก็ตาม ทว่าหากเขาทำเช่นนั้น จะมีเพียงความตาย ที่รอคอยเปาเปาอยู่เท่านั้น จากกฎมณเฑียรบาล ห้ามยุ่งเกี่ยวกับศัตรูต่างดินแดน

 


       ทางด้านหลินจี ที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมจะต่อสู้จนตัวตาย จู่ๆ นางก็กัดกรามออกมาน้อยๆ หากไม่มีเปาเปาเกรงว่า อี้เฉินคงจะฆ่าสังหาร พวกเขาอย่างไม่ลังเล ก่อนนางจะเอ่ยสั่งการ “ถอยทัพ!!” บัดนี้ภารกิจ ของพวกเขาล้มเหลวลงแล้ว แม้แต่ดวงตา ที่มองความเป็นไปบนท้องฟ้าสูง ยังเกิดการสั่นไหว บ่งบอกถึงโทสะของผู้ยิ่งใหญ่ กำลังปะทุขึ้นมาถึงขีดสุด

 


      อี้เฉินที่เห็น บางคนเตรียมจะสืบฝีเท้า ออกไปไล่ล่าเหล่าศัตรู เขาเอ่ยห้ามปรามในทันที “ไม่ต้องตามพวกเขาไปแล้ว ลงไปช่วยรักษาประชาชนตระกูลอี้ ก่อนเร็วเข้า”

 


       บัดนี้เกรงว่าตระกูลอี้จะเสียหาย จากผู้คนตระกูลอี้ ที่ตายตกไปมากมาย ประกายตาที่วูบไหวอี้เฉิน ไม่อาจเก็บความเศร้าโศกเสียใจได้ อย่างไรเขาก็ถือเป็นคนตระกูลอี้ ตามทางเดินภายในเมืองเต็มไปด้วย ซากกลุ่มคนที่แตกกระจัดกระจาย ยากที่จะพบเจอผู้รอดชีวิต

 


       แม้แต่อี้ชิง อี้รั่วจั่ง ใบหน้าของพวกเขา ยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดหัวใจสุดแสน เร่งสืบฝีเท้าตามหาผู้รอดชีวิต ภายในตระกูลอี้ ด้วยสายตาคาดหวังว่าจะพบเจอ ญาติมิตรของพวกเขาอีกสักครา

 


       ซีเผิง มีเรื่องอยากจะถามอี้เฉินเช่นกัน ว่าบัดนี้อาจารย์ ของเขาเป็นเช่นไรบ้าง แต่เมื่อเห็นอี้เฉินเดินตามทางเดิน ภายในเมืองที่ยากจะมีคนรอดชีวิต มันก็ทำให้เขาไม่กล้า พูดอะไรออกมาในยามนี้

 


       อี้เฉินที่เดินสืบฝีเท้าไปเรื่อยๆ ราวกับคนไร้จุดหมาย จู่ๆ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่ออี้เฉินได้ยินเสียงเด็กทารก ร้องไห้งอแงออกมา อี้เฉินที่เข้าไปอุ้มเด็กน้อย ไม่รู้ทำไมจู่ๆ น้ำตาของเขาก็ไหลรินออกมา   ก่อนหันปรายตา ไปมองมิตรสหายของเขา “เด็กนี่ยังไม่ตาย”

 


จางเหมย เข้าไปดูใกล้ๆ พยักหน้าให้พี่อี้เฉิน “เด็กคนนี้น่ารักไม่เบา ให้ข้าอุ้ม เขาหน่อยได้หรือไม่พี่อี้เฉิน”

 


       อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ราวกับบางสิ่งภายในใจที่ว่างเปล่า เขาถูกเติมเต็มอีกครา “ข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่า สงครามน้อยแล้วกัน ชื่อของเจ้าจะเป็นสิ่งย้ำเตือน ว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดโศกนาฏกรรม กับคนตระกูลอี้”

 


       เด็กทารกที่ร้องไห้ กระจองอแง จู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า หัวเราะคิกคัก ดึงนิ้วมืออี้เฉินเล่นในทันใด ภาพนั้นต่างก็พาให้ พวกเขาผ่อนคลาย   ก่อนอี้เฉินจะส่งมอบ เด็กทารกในอ้อมแขน ไปให้จางเหมยดูแล อย่างไรเขาก็ต้องสะสาง เรื่องราวเบื้องหน้าให้จบลงก่อน

 



      ...เวลาร่วมครึ่งเดือนเศษ กว่าพวกเขาเหล่าคนดินแดนเทพ จะปิดรอยรั่วของเส้นเขตแดน ขับไล่ศัตรูรุกรานไปได้สำเร็จ ส่งให้ชื่อเสียงจักรพรรดิอี้เฉิน เป็นที่พูดคุยออกไปทั่วดินแดน ทว่าอี้เฉินกลับไม่ได้สนใจ คำพูดสรรเสริญเหล่านั้น วีรบุรุษหลายคน ต้องตายตกภายในสงครามครานี้

 


เหล่าพวก4สำนักใหญ่เอง พวกเขายังกําเริบเสิบสาน มองว่าตนเองบัดนี้ เป็นมหาอำนาจใหญ่ จากการตายตก ของเหล่าบรรพบุรุษชรา

 


        แม้แต่อี้เฉิน ยังต้องโกหกเรื่องที่ ผู้พิทักษ์ทั้ง4 ได้ตายตกลงแล้ว เพื่อความปลอดภัย ของชายแก่ที่บาดเจ็บหนัก ถึงภายในใจลึกๆ พวกเขาเหล่าชายชรา ภายในลูกบาศก์มิติ อยากจะแก้แค้นพวก4สำนักใหญ่ ตอนนี้เลยก็ตาม แต่ต้องถูกอี้เฉินห้ามปรามไว้ ดินแดนเทพ ไม่อาจเสียเหล่าราชาอมตะได้อีกต่อไป

 


       ความรู้สึกผิด ที่อี้เฉินมีต่อ ซีเผิง ที่ต้องโกหกเรื่องที่ชายแก่มู่ไป๋ อาจารย์ของซีเผิงได้ตายตกลงไปแล้ว ยังคงติดค้างภายในใจอี้เฉิน ทว่าหากพวก4สำนักใหญ่รับรู้ รับรองได้ว่าดินแดนเทพ ได้เกิดความวุ่นวายครั้งใหม่เป็นแน่ “รอข้าก่อนเถอะ ไอ้พวก4สำนักใหญ่  ไม่นานนักหรอก ที่ข้าจะให้พวกเจ้าได้ชดใช้”

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน