เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 31 กระตุกหนวดเสือ

               กล้าเกือบจะสำลักน้ำลาย  เพราะภาพที่ปรากฏ  ช่างชวนให้ตื่นตระหนก 


    “ นะ….นี่มันคืออะไร  ละ…แล้วนานะมะ…มาได้ไง  แถมเธอยังสะ….ใส่ชุดแบบนั้น ” กล้าแอบขบคิด ดวงตาพยายามเบือนหนีไปทางอื่น  จะได้ไม่ประสบกับภาพที่ชวนบาดตาบาดใจ  แต่แล้ว  เด็กหนุ่มก็พลันสะดุ้งจนตัวโยน  เมื่อได้ยินอีกฝ่ายร้องทัก 


    “ ทำไมถึงหันไปทางอื่น  ทางบ้านไม่ได้สอนสั่งหรือไงว่า…เวลาพูดคุยกับใคร  เธอควรมองหน้าคนๆนั้น ” 

              


            น้ำคำดังกล่าว  ทำให้กล้าชะงักไปหนึ่งจังหวะ  ก่อนจะหันไปมองแบบเต็มสองตา เลยพบว่าสาวน้อยได้เข้ามาประชิดกายเป็นที่เรียบร้อย 


    “ เฮ้ย!....” กล้ารีบถอยหลังหนี สาวน้อยเลยเดินตามเข้ามาในห้อง  พร้อมหันไปปิดประตู  จากนั้นก็ลงกลอน 


    “ แอ๊ด…..ปัง ” 

             


           หัวใจของกล้าเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะได้อยู่ห้องเดียวกับสาวน้อยน่ารัก  แถมคุณเธอยังอยู่ในชุดนอนที่แสนบางจนแทบจะเห็นเนื้อใน  เด็กหนุ่มเลยได้แต่ยืนก้มหน้า  รอยแดงซ่านเกาะตัวอยู่บนสองแก้ม 

              


           เหมือนสาวน้อยจะเล่นตลก  เพราะเธอมองกล้าอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะแย้มยิ้มที่มุมปาก  แล้วก้าวเข้าไปหา  พร้อมยื่นมือบางมาแตะหัวไหล่  ปากก็กล่าวออดอ้อน


    “ เซย่า…..ชั้นน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ เธอถึงไม่ยอมมองชั้น ” 


    “ ปะ….เปล่า…..ชะ…ชั้นมะ….ไม่ได้มะ…หมายความว่าอย่างงั้น ”กล้าตอบตะกุกตะกัก  ใบหน้ายังคงก้มต่ำ  


    “ และถ้าไม่ใช่แบบนั้น  ทำไมเธอถึงหลบหน้าหลบตาล่ะ ” สาวน้อยยื่นมือมาเชยคาง  ทำให้สองตาของกล้าประสบกับใบหน้าหวานใสเข้าอย่างจัง  และนั่นก็เป็นมนต์สะกดที่ทำให้เขาลุ่มหลง 


    “ ว้าว…ทำไมนานะถึงได้น่ารักขนาดนี้  แถมรอยยิ้มนั้นก็ดูสดใส  ไร้เดียงสา ” 

               


             แต่ก่อนที่กล้าจะเตลิดไกล เขาก็พยายามดึงสติกลับมา  และในทันทีที่ตั้งหลักได้  สาวน้อยหน้าใสก็โผเข้ามาประกบปากจูบ


    “ ฮ้า……นานะ ”กล้าตะลึงงัน  เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขา  แถมผู้ที่กำลังเฟริสคิส  ก็มีดีกรีเป็นถึงเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่แสนน่ารัก  แต่พอผ่านไปอึดใจ  สำนึกที่ดีเริ่มกลับคืนมา  เลยดันกายบางออก  พร้อมร้องละล่ำละลัก 


    “ ไม่ได้  นานะจะทำแบบนี้ไม่ได้  หยุดเถอะ ” 

              


            คิ้วเรียวบนใบหน้าขาวนวลขมวดเข้าหากัน พร้อมแววขุ่นเคืองที่ปรากฏบนสองตา อันบ่งบอกว่าสาวน้อยน่าจะโกรธเคืองเข้าให้แล้ว และเมื่อเจ้าหล่อนเริ่มเปิดปาก  ก็พบว่ามันแฝงกระแสเกรี้ยวกราดอยู่ในวาจา 


    “ นานะไม่เข้าใจ  ทำไมถึงมีความรู้สึกดีๆกับเซย่าไม่ได้ หรือนายจะรังเกียจชั้น ” 


    “ อะ…เอ่อ…..มะ…ไม่ใช่แบบนั้นหรอก  นานะเป็นคนน่ารัก  และเราก็รู้สึกดีกับเธออยู่เหมือนกัน ” กล้ารีบปลอบ  มือขวายื่นไปแตะหัวไหล่  เลยเปิดช่องให้อีกฝ่ายเอื้อมมือมาเกาะกุม 


    “ อึ้ย……” กล้าถึงกับกระตุก  เพราะถูกนานะลูบไล้หลังมือ  แถมยังส่งสายตาหวานๆใส่อีกหนึ่งชุดใหญ่ จนชวนให้ใจละลาย 


    “ แล้วถ้าเซย่ามีความรู้สึกดี  ก็จงปล่อยตัวปล่อยใจ นานะจะทำให้เธอมีความสุขเอง ”เด็กสาวยื่นริมฝีปากมากระซิบที่ข้างหู  

             


             ด้วยกลิ่นกายที่หอมหวน บวกกับลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบซอกหู ประกอบกับรูปลักษณ์ที่ชวนหลงใหล เลยทำให้กล้าเคลิบเคลิ้ม  ดวงตาเริ่มปรือลอย  กายอ่อนระทวยลงอย่างรวดเร็ว เรี่ยวแรงหดหายไปจนหมด และในขณะที่หนุ่มน้อยกำลังถูกอีกฝ่ายกอดรัด ดวงตาคมเข้มของเขาก็พลันเบิกโพลง  ด้วยโสตประสาทแว่วเสียงของเด็กสาวนางหนึ่ง  คนๆนั้นก็คือ…..อัยย์ 


    “ กล้าจะทิ้งชั้นอีกแล้ว  ใช่มั้ย ” 

               


            พอรู้ชัดว่าเสียงประหลาดนั้นเป็นของใคร กล้าก็รีบดีดตัวออกมา  พร้อมตะโกนดังจนสุดเสียง 


    “ ไม่ใช่นะครับ  ผมไม่ได้คิดแบบนั้น  ผมรักอัยย์แค่คนเดียว……” 

                


            แต่แทนที่กล้าจะได้เห็นอัยย์ เด็กสาวที่หมายปอง  กลับมีเพียงผนังห้องที่ล้อมทั้งสี่ด้าน  ข้างๆมีเครื่องเรือนประดับประดาครบครัน 


    “ เอ๊ะ!.....ที่นี่คือ….ที่ไหน ” กล้าพยายามนึกทบทวนอยู่นานพอดู เลยจดจำได้ว่าที่นี่คือ….ห้องนอนใหม่ที่เขาได้รับจากโยเฮ 


    “ โอ้….แบบนี้ก็แปลว่า…เมื่อกี้คือ…..ความฝัน ” 

              


             และนั่นเป็นคำตอบเดียวที่กล้ามี กระนั้นก็ยังแอบมีข้อสงสัย  แต่ต่อให้เด็กหนุ่มฉลาดกว่านี้ซักสิบเท่า  ก็คงไม่พบความกระจ่าง 


    “ ว่าแต่…..ทำไมชั้นถึงต้องฝันถึงนานะด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ” 


    ……………………..

              

             กล้าเฝ้ารอให้โยเฮเข้ามา เพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา  และพอพบกับนักเลงวัยเก๋า  เด็กหนุ่มก็เริ่มออกปาก  แต่ถ้อยวาจายังคงมากมารยาทและกล่าวติดขัด  ด้วยเนื้อแท้  เขาเป็นเพียงเด็กเนิร์ทคนนึง 


    “ ผมอยากจะถามอะไรซักหน่อย  ไม่ทราบว่าคุณโยเฮสะดวกจะตอบมั้ย ”  


    “ หือ…..คุณจะถามเรื่องอะไรล่ะ ”โยเฮวางช้อนส้อมลงบนจานข้าว จากนั้นก็เลิกสนใจรายการมันๆในทีวี แล้วหันมามองเด็กหนุ่มรุ่นลูก 


    “ อะ….เอ่อ……อ่อ…..”กล้าพูดไม่ออก  บอกไม่ถูก เพราะคำถามต่อไปเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสาหัส แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น  โยเฮจึงหรี่ตามอง  ก่อนจะลองอ่านใจ 


    “ อืม……เข้าใจแล้ว  คุณอยากจะช่วยสองปู่หลานนั่น  ใช่มั้ย ” 


    “ โอ้……ชะ….ใช่ครับ” กล้าดีใจที่นักเลงวัยเก๋ามาถูกทาง แต่ไม่ทันได้พูดต่อ  โยเฮก็ชิงกล่าว 


    “ ผมเคยบอกคุณเซย่าแล้วว่า….ช่วยได้แค่เด็กสาวคนนั้น  โดยลอบส่งตัวเธอไปอยู่อาศัยในเมืองอื่น จากนั้นก็ห้ามมาเหยียบที่นี่อีก  นอกเหนือจากนั้น  เป็นเรื่องที่สุดวิสัย ” 


    “อะ….เอ่อ….ไม่มีทางช่วยสองคนนั้นเลยหรือครับ มันน่าจะมีวิธีอื่นที่เราทำได้อีก ” กล้ากลัดกลุ้ม เพราะจะให้ช่วยหลานคนเดียว  มันก็ดูโหดร้ายเกินไป 


    “ ไม่มีทางครับ  เพียงแค่ช่วยเด็กสาวคนนั้น  ก็เสี่ยงสุดๆแล้ว  และถ้านายใหญ่จับได้ ก็จะกลายเป็นพวกเราที่ซวยเอง ” โยเฮปฏิเสธ จากนั้นก็ทำท่าเชือดคอใส่   

               


             ถึงแม้กล้าจะเป็นเด็กเนิร์ทที่หมกมุ่นในเรื่องเซนต์เซย่า  แถมยังดูอ่อนแอ  ขี้ขลาด  ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่พอเข้ามาในโลกเสมือนจริง (ที่ไม่รู้ว่าเข้ามาได้ยังไง)  ได้เผชิญหน้ากับตัวละครในการ์ตูนที่แสนรัก ก็เลยทำให้เด็กหนุ่มเริ่มเปลี่ยนไป  และสิ่งนั้นก็บันดาลให้เกิดไอเดียที่อันตราย 


    “ และถ้าเราลอบป่วนนายใหญ่ให้หนัก  อาจมีช่องพาปู่หลานคู่นี้ลี้ภัยไปอาศัยที่จังหวัดอื่นได้  เพราะพวกเขาน่าจะยุ่งกับความเสียหายที่เกิดขึ้น  จนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น  แบบนี้พอจะทำได้มั้ย ” 


    “ หา…..นี่พูดอะไรออกมา  คุณเซย่าบ้าไปแล้วหรือ ” ดวงตาของโยเฮแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า  เพราะตั้งแต่เป็นนักเลงมาสามสิบปี ไม่เคยเจอใครที่หลุดโลกขนาดนี้ 


    “ ก็ตามที่พูดล่ะครับ  คุณโยเฮพอจะช่วยผมได้มั้ย ” กล้าตามติด ทั้งท่าทางและคำพูดดูสงบลง  ต่างจากเมื่อครู่  ราวกับเป็นคนละคน  ทำให้โยเฮนึกงง 


    “ เอ๋……คุณเซย่าเปลี่ยนไป  สีหน้าดูจริงจังขึ้น เหมือนกับตอนที่สู้กับบอสบนเวทีประลองเลย  หรือว่าเขาจะเป็นไบโพลาร์  เลยมีสองบุคลิกในร่างเดียว ” 

            


             แต่โยเฮขบคิดได้ไม่นาน ก็ต้องกลับมาสนใจในประเด็นหลักที่พูดคุย ด้วยกล้าได้ยื่นมือมาเขย่าหัวไหล่  เพื่อเรียกสติ 


    “ เฮ้….คุณโยเฮอย่าเหม่อสิครับ  ตกลง  คุณพอจะช่วยอะไรได้บ้าง ” 


    “ อ่า…เอ่อ….พูดยากนะครับ  ผะ…ผมเองก็เป็นลูกน้องของนายท่านมาหลายปี ดังนั้นการจะช่วยคุณเซย่า  ผมก็จะกลายเป็นคนเนรคุณ ”โยเฮตอบไม่เต็มปาก  แต่ไม่รู้ว่ากล้าไปโดนอะไรมา  เลยเถียงกลับทันควัน 


    “ จริงอยู่ที่การทรยศถือเป็นสิ่งชั่วช้า  แต่ถ้าปล่อยให้ปู่หลานคู่นั้นประสบเคราะห์กรรม  คุณจะนอนหลับลงได้ยังไง เพราะสิ่งที่องค์กรนี้กระทำ น่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าชนิดเทียบกันไม่ติด ” 

              


            โยเฮนิ่งงัน  เพราะไม่รู้จะงัดเหตุผลใดขึ้นมาอ้าง  ด้วยที่ผ่านมา องค์กรนรกนี้ได้ก่อกรรมทำเข็ญมามากมาย  และจะทำต่อไป  ถ้าไม่มีใครมาหยุดยั้ง 

              


            พอกล้าเห็นว่านักเลงวัยเก๋าเงียบไป  เด็กหนุ่มก็เริ่มมีความหวัง  เลยเสนอแผนการที่คิดเอาไว้ 


    “ ผมจะวางเพลิงในโกดังเก็บของบอสในตอนกลางคืน  แต่ต้องอาศัยคุณช่วยหาแผนที่  และทางหนีทีไล่ ” 

            


            โยเฮจ้องกล้านิ่งๆ  ดวงตากร้าวที่ผ่านโลกมามาก  เริ่มเปล่งประกาย  ราวกับกำลังสแกน  เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของแผนการ  ทว่ากล้ากลับไม่ยอมหลบ  แถมยังจ้องตอบ  ไม่นาน  นักเลงวัยเก๋าก็เป็นเบือนหน้าหนีเสียเอง พร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ 


    “ เฮ้อ…..ผมก็ยอมรับนะว่าคุณเซย่าสู้เก่ง  แต่การจะลอบเร้นเข้าไปในสถานที่ปิดตาย มันไม่ได้ใช้สกิลสายบู๊เพียงอย่างเดียว  จำเป็นต้องมีความสามารถด้านอื่นด้วย” 

             


            กล้ายิ้มเล็กน้อย  เพราะเขากะไว้แล้วว่าโยเฮต้องคิดแบบนี้  เลยตอบกลับ 


    “ แล้วการที่ทำเรื่องดังกล่าวได้  ผมควรมีความสามารถแบบไหน ” 


    “ ก็อย่างน้อย  ต้องเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและไร้ร่องรอยล่ะมั้ง ” โยเฮขบคิด  แต่ไม่ทันพูดจบ  ร่างของกล้าก็หายวับไปจากสายตา 


    “ เฮ้ย!  ผีหลอก  คุณเซย่าหายตัวได้ ” โยเฮผวาเฮือกใหญ่  แต่ไม่ทันได้เผ่นหนี ก็มีอุ้งมือหยาบใหญ่มาเกาะกุมหัวไหล่ พร้อมเสียงร้องทักที่คุ้นหู 


    “ ไงครับ ผมเคลื่อนไหวได้เร็วพอมั้ย ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน