เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เซียนโอสถอี้เฟย 3


    ตอนที่ 56


    เซียนโอสถอี้เฟย 3


     


                    เสวี่ยหมิงนั่งสมาธิภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมชะตามงคล เป็นเวลากว่าสองวันแล้วที่เสวี่ยหมิงเร่งฝึกฝนตัวเองโดย แรกเริ่มนั้นเขาได้ทดลองใช้โอสถปราณอัคคีเพื่อกระตุ้นลมปราณเพลิงในร่างกาย แต่ผลที่ได้กลับว่างเปล่า ระดับของพลังเปลวเพลิงมิได้สูงขึ้นแม้สักนิดเดียว แม้จะเกิดความสงสัยอยู่เต็มเปี่ยมแต่เสวี่ยหมิงก็มิได้ใส่ใจมากนัก เพราะเขายังมียากระตุ้นปราณ สมบูรณ์แบบอีกหลายร้อยเม็ด หากมัวแต่เสียเวลาสงสัยคงไม่สามารถดูซับโอสถทั้งหมดได้ทันเวลา แม้ว่าเคล็ดวิชาที่เสวี่ยหมิงใช้ฝึกฝนจะเป็นเคล็ดวิชาของตระกูลหย่ง แต่โลหิตเพลิงวิเศษที่เสวี่ยหมิงได้รับมาโดยบังเอิญก็ทำให้ร่างกายของเสวี่ยหมิงสามารถดูดซับปราณจากโอสถกระตุ้นปราณได้ว่องไวขึ้นมาก ยิ่งไปกว่านั้นโอสถที่เสวี่ยหมิงใช้ยังเป็นชนิดสมบูรณ์แบบทั้งสิ้น ทำให้เพียงแค่วันแรกที่เก็บตัวฝึกฝน เสวี่ยหมิงก็สามารถดูดซับโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบไปมากกว่า 100 เม็ด และสามารถก้าวเข้าสู่ขอบขั้นปลายสุดของพื้นฐานลมปราณขั้นที่สาม แต่ไม่อาจทะลวงผ่านสู่ขอบขั้นที่สูงกว่าได้เนื่องจากเคล็ดวิชาฝึกฝนของตระกูลหย่งนั้นไม่เพียงแต่อ่อนด้อยในการดูดซับลมปราณ แต่ยังมีจุดอ่อนอันร้ายแรงในการทะลวงขีดขั้นขึ้นสู่ระดับต่อไป ทำให้การทะลวงขีดขั้นต่าง ๆ ของเสวี่ยหมิงนั้นทำได้อย่างยากเย็นอย่างยิ่ง แต่เพราะความดื้อดึงเสวี่ยหมิงจึงพยายามฝืนฝึกฝนต่อไปอีกหนึ่งวันแต่ผลก็ยังคงเป็นดุจเดิม แม้พลังลมปราณในร่างจะหนาแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจทะลวงข้ามไปสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 ได้อยู่ดี


     


                    เมื่อเป็นเช่นนี้เสวี่ยหมิงจึงต้องหาวิธีอื่นเพื่อช่วยในการทะลวงผ่านไปสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 ประจวบกับความรู้ที่ได้จากตำราความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโอสถ ทำให้เสวี่ยหมิงรู้ว่ายังมีโอสถวิเศษชนิดอื่น ๆ ที่ช่วยยกระดับการฝึกตนของผู้ฝึกตนพื้นฐานลมปราณอยู่อีก แม้ส่วนใหญ่จะเป็นโอสถลับของแต่ละตระกูล และยังโอสถวิเศษที่ระบุไว้ว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยทะลวงผ่านระดับในช่วงการฝึกฝนพื้นฐานลมปราณชื่อว่า...โอสถทะลวงร่าง


                   


                    แม้จะรู้ว่ามีโอสถดังกล่าว แต่โอสถทะลวงร่างนั้นหาซื้อได้ยากยิ่ง เพราะเหตุผลของวัตถุดิบที่มีราคาแพงบวกกับโอสถทะลวงร่างนั้นถือเป็นโอสถชั้นมนุษย์ระดับต่ำ จึงทำให้การปรุงกลั่นส่วนใหญ่เป็นการเจาะจงจำเพาะในตระกูลใหญ่ หรือสำนักหลักต่าง ๆ แต่กับเมืองหยกม่วงซึ่งถือเป็นเมืองที่มีระดับการฝึกตนต่ำต้อย ทำให้โอสถทะลวงร่างที่พอใช้ได้แทบจะไม่เคยปรากฏขึ้นในตลาดกลาง หรือในการจัดประมูลเลย


     


                    แม้จะเป็นโอสถที่หายากแต่เมื่อพบช่องทางที่แน่ชัด เสวี่ยหมิงก็ไม่ละความพยายามที่จะไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้ ตระเตรียมมุ่งหน้าสู่สมาคมพ่อค้าตั้งแต่เช้าตรู่ของวันใหม่ แต่เมื่อเสวี่ยหมิงก้าวลงบันไดของโรงเตี๊ยมชะตามงคลลงถึงชั้นล่าง เสวี่ยหมิงก็ต้องตกตะลึงเพราะตอนนี้มีผู้คนมากมายมาออกันอยู่ที่ด้านล่างของเหลาสุรา และที่สำคัญคือผู้คนที่มาในวันนี้ล้วนต้องการโอสถวิเศษจากนักปรุงยาอี้เฟยทั้งสิ้น


     


                    "ท่านอาจารย์อี้เฟย โอสถของท่านวิเศษนักลูกชายข้าที่ติดขัดอยู่ที่พื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่งได้กินเข้าไปเพียงเม็ดเดียวก็ทะลวงผ่านสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่สองในพริบตา หากท่านมีโอสถวิเศษหลงเหลืออยู่ข้าอยากจะขอซื้อ..."


                   


                    "หลีกไปท่านปรมจารย์อี้เฟย ! โอสถที่ท่านปรุงช่าววิเศษนัก เพราะมันช่วยอาหม่าบุตรข้าจากที่เคยลมปราณติดขัดกลับทะลวงผ่านสู่ขอบขั้นที่เหนือกว่าได้ช่างเป็นโอสถวิเศษยิ่งนัก หากท่านเมตตาโปรดแบ่งขายโอสถกระตุ้นปราณที่ท่านมีให้ข้าด้วยเถิด"


     


                    "อย่าได้เสียเวลาพวกเจ้าท่านเซียนโอสถอี้ โปรดมองมาทางนี้...ตัวข้าเองติดขัดอยู่ที่ลมปราณพื้นฐานขั้นที่สองมานานนับสิบปี แต่โอสถสมบูรณ์แบบของท่านเซียน ที่ข้าได้มาจากสมาคมพ่อค้าเมื่อวันก่อนกลับช่วยข้าเผาผลาญสิ่งตกค้างภายในร่าง แถมยังทำให้ข้าทะลวงผ่านสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่สามได้อีก ข้า..."เอ่ยไม่ทันจบชายสูงใหญ่ผู้นี้ก็น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มเสียจนไม่อาจกล่าวต่อไปได้อีก


     


                    "ท่านเซียนโอสถ..!!!"


     


                    "ท่านเซียนขายโอสถให้ข้าเถิด !"


     


                    "ท่านเซียนโอสถมองมาทางนี้บ้าง !"


     


                    "ท่านเซียนโอสถอี้เฟย ! หากท่านต้องการขายโอสถละก็ข้ายินดีสู้ทุกราคา ได้โปรดเมตตาข้าด้วย"


     


                    ความโกลาหลที่เกิดขึ้นทำเอาเสวี่ยหมิงถึงกับอ้าปากค้าง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดยาที่เขากลั่นจึงได้กลายเป็นที่เลื่องลือเช่นนี้ เพราะยังไงมันก็แค่โอสถกระตุ้นปราณที่ดีกว่าโอสถทั่วไปเรื่องความบริสุทธิ์ไม่มากนัก แต่เหตุผลที่ซ่อนแฝงนั้นเป็นเพราะเปลวเพลิงวิเศษของเสวี่ยหมิงนั้นหาใช่เปลวเพลิงทั่วไปของนักปรุงยาแต่เป็นเพลิงไฟของฟินิกซ์ ซึ่งสามารถเผาผลาญสิ่งตกค้างทั่วไปที่อยู่ในร่างผู้ฝึกตนได้ และผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณส่วนใหญ่ที่มีอาการติดขัดไม่สามารถทะลวงผ่านขีดขั้นของการฝึกตนเป็นเวลาหลายปี มักจะไม่ได้มีปัญหาที่เกิดจากพลังลมปราณที่สะสมไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะร่างกายของพวกมันได้รับยาคุณภาพต่ำเป็นจำนวนมากจนมีสิ่งตกค้างสะสมมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะอุดตันของเส้นลมปราณจนไม่อาจทะลวงผ่านระดับขั้นที่สูงกว่าขึ้นไปได้ เมื่อโอสถที่เสวี่ยหมิงกลั่นออกมาไม่ได้มีผลเพียงแค่เพิ่มระดับการฝึกฝนแต่กลับมีผลชำระล้างไปด้วย นี่จึงเป็นจุดสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น


     


                    เสวี่ยหมิงไม่อยากเสียเวลาอีกเพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ก็จะถึงกำหนดการประลองจัดลำดับของสำนักมังกรฟ้า และถือเป็นกำหนดที่เสวี่ยหมิงตกปากรับคำเอาไว้กับรองประมุขจิวอิง เสวี่ยหมิงจึงได้ประกาศออกไปให้รู้โดยทั่วกันว่า เขาจะทำการค้าผ่านทางสมาคมพ่อค้าเท่านั้น และใครอยากได้โอสถของเสวี่ยหมิงก็ให้ไปขอซื้อที่สมาคมพ่อค้าเอง และอย่าได้มารบกวนเขาอีก สิ้นคำเสวี่ยหมิงก็มุ่งหน้าตรงไปยังสมาคมพ่อค้า โดยล้อมรอบไปด้วยคาราวานผู้คนที่ตามติดมาอยู่ห่าง ๆ อีกจำนวนมาก


    .


    .


                    ณ สมาคมพ่อค้า ที่ด้านหน้าเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มารอซื้อโอสถของเสวี่ยหมิง บุคคลซึ่งพวกมันต่างเต็มใจตั้งฉายาให้เป็น...เซียนโอสถอี้เฟย แต่เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามก็ยังไม่มีการเปิดขายโอสถวิเศษจากสมาคมพ่อค้า มีเพียงแต่ผู้ดูแลของสมาคมพ่อค้าที่ออกมาแจ้งเป็นระยะว่าให้รอไปก่อน


     


                    ภายในห้องรับรองชั้น 4 เฟยอี้หยิน และผู้อาวุโสของสมาคมพ่อค้าออกมาต้อนรับเสวี่ยหมิงในคราบของเซียนโอสถอี้เฟยด้วยตัวเอง แต่ครานี้กลับไร้เงาของเฟยเซียง


     


                    "ท่านอาจารย์อี้...ไม่ใช่สิข้าต้องเรียกว่าท่านเซียนโอสถอี้เฟยสินะ" เฟยอี้หยินเอ่ยจบก็เรียกเสียงหัวร่อจากผู้คนในห้อง รวมถึงเสวี่ยหมิงด้วย


     


                    "ท่านผู้นำสมาคมเรียกหาข้าเป็นอาจารย์อี้ดุจเดิมเถิด คำเซียนโอสถนั้นดูจะเกินจริงไปบ้าง"เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นบ้าง


     


                    "ตกลงข้าจะเรียกท่านเป็นอาจารย์อี้ดุจเดิม เข้าเรื่องกันเลยหลังจากที่ข้านำโอสถที่ได้มาจากอาจารย์อี้ออกวางจำหน่าย เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามต่อมา ผู้คนที่หาซื้อไปก็กลับมาคาดคั้นให้ได้ว่าเป็นโอสถของผู้ใด แม้จะตอบไปแล้วว่าเป็นความลับแต่พวกเขาก็เฝ้ารอจนกระทั่ง..."เฟยอี้หยินนิ่งงันไปครู่ "มีบ่าวคนหนึ่งหลุดปากออกไป ผลมันก็เลยเป็นเช่นนี้ แต่ข้าได้ลงโทษ..."


     


                    "อย่าได้กังวลไป และอย่าได้ลงโทษใครเพราะข้าเลย เอาเป็นว่าเรื่องราวที่ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไป อีกอย่างข้าก็ได้ประกาศไปแล้วว่าจะให้สิทธิ์ขาดในการทำการค้าของโอสถที่ข้าทำขึ้นแก่สมาคมพ่อค้า" ผู้คนของสมาคมพ่อค้าภายในห้องต่างโค้งคารวะเป็นการขอบคุณเสวี่ยหมิง "แต่ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะต้องการความช่วยเหลือจากพวกท่าน"


     


                    "อา...ความช่วยเหลือ เป็นเรื่องราวใดอาจารย์อี้โปรดบอกมาได้เลย พวกข้าพร้อมช่วยเหลือท่านอาจารย์อย่างเต็มที่"


     


                    "ข้าต้องการโอสถทะลวงร่าง"สิ้นคำเฟยอี้หยินก็แข็งค้างไปชั่วขณะ มันเหม่อมองไปยังบุคคลอื่น ๆ ภายในห้อง เพราะว่าในตอนนี้นั้นพวกมันไม่มีโอสถทะลวงร่างเลยแม้แต่เม็ดเดียว





    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน