หลังจากนั้น ชัชชนก็เริ่มจัดการเื่ย้ายที่ทำงาน แม้ในใจจะยังคงมีความกังวลอยู่ลึก ๆ แต่เขาก็พยายามบอกตัวเองว่าเขาจะอดทนทำงานที่นั่นจนกว่าเปมิกาจะเรียนจบ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น
เมื่อชัชชนเริ่มงานที่โรงแรมหลัก เขาก็พบว่าทุกอย่างแตกต่างจากที่เดิมมาก โรงแรมใหญ่โตและวุ่นวายกว่าที่เขาเคยัั เขาต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ และระบบการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้ชัชชนรู้สึกประหม่าและต้องคอยควบคุมตัวเองอยู่เสมอคือ การที่เขาต้องพบเจอกับชยากรบ่อยกว่าที่คาดคิด โรงแรมหลักเป็ศูนย์กลางการบริหารงานของเครือ ทำให้ชยากรต้องเข้ามาตรวจงานและประชุมอยู่เป็ประจำ
บางครั้ง ชัชชนเห็นชยากรเดินผ่านล็อบบี้ด้วยท่าทางสง่างามและเคร่งขรึม บางครั้งก็เจอในห้องอาหารที่เขาเข้าไปช่วยงาน หรือแม้กระทั่งในส่วนของครัวที่ชยากรเข้ามาตรวจความเรียบร้อย ทุกครั้งที่สายตาของพวกเขาบังเอิญสบกัน ชัชชนจะรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน่วง
ชยากรยังคงแสดงออกด้วยท่าทีที่สุขุมและเยือกเย็น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะจ้องมองเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนไปมองทางอื่น ราวกับเขาเป็เพียงพนักงานคนหนึ่งที่ไม่คุ้มค่าแก่การจดจำ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความรู้สึกใด ๆ ปรากฏบนใบหน้าคมสันนั้น
การพบเจอกับชยากรบ่อยครั้งเช่นนี้ ทำให้ความทรงจำเก่า ๆ ที่ชัชชนพยายามฝังกลบไว้ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ความรัก ความผูกพัน ความเ็ป มันวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชัชชนต้องใช้ความอดทนอย่างมากในการจดจ่อกับงาน ตรงหน้า โดยไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาก้าวก่าย เขาพยายามทำตัวเป็มืออาชีพ และหลีกเลี่ยงการสบตากับชยากร
สี่เดือนผ่านไป
เวลา 22.24 น.
ณ โรงแรม
ชัชชนล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อดับความมึนเมาเล็กน้อยจากไวน์ที่ดื่มไปในงานเลี้ยงประจำปี เมื่อรู้สึกสดชื่นขึ้นจึงเปิดประตูออกมา ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยก็เซเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็ชยากร ในสภาพที่ดูเหมือนจะดื่มหนัก ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนและปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
"คุณชยากร..." ชัชชนถอยหลังโดยอัตโนมัติ พยายามรักษาระยะห่าง
ชยากรจ้องมองใบหน้าของชัชชนอย่างดุดัน ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งในแววตาคู่นั้น "ไปกับฉัน..." เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะคว้าแขนชัชชนอย่างแรง
"ไปไหนครับ ปล่อยผมเถอะครับ" ชัชชนพยายามสะบัดแขนออก แต่แรงของคนที่อยู่ในอาการมึนเมานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทาน
ชยากรออกแรงดึงร่างของชัชชนให้เดินตามอย่างไม่ฟังเสียงทัดทาน
"คุณชยากร! ปล่อยผมเถอะครับ!" ชัชชนพยายามยื้อตัวเองไว้ แต่ก็ถูกชยากรลากไปตามทางเดินอย่างรวดเร็วจนถึงหน้าห้องพักVIP ของโรงแรม ที่เขาใช้นอนคืนนี้ ในฐานะเ้าของโรงแรม
ชยากรเปิดประตูและผลักชัชชนเข้าไปในห้องอย่างแรงจนร่างของเขาล้มลงบนพื้น
"ทำไมนายต้องทำท่าทางหยิ่งยโสแบบนี้ด้วย" ชยากรตวาดเสียงดัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง "เมื่อก่อนนาย..."
ชัชชนรู้ทันทีว่าชยากรหมายถึงตอนที่พวกเขาเคยเป็คู่นอนกัน"เมื่อก่อนมันก็คือเมื่อก่อนครับ ตอนนี้คุณควรจะกลับไปหาคนรักนะครับ" ชัชชนพูดเสียงแข็ง พยายามลุกขึ้นยืน
ความหงุดหงิดในใจของชยากรปะทุขึ้น เขาเข้าประชิดตัวชัชชนอย่างรวดเร็ว "ทำไม? ทำไมถึงปฏิเสธฉัน?"
"เพราะมันผิด! คุณมีคนของคุณอยู่แล้ว!" ชัชชนตอบโต้
ชยากรไม่ฟังเสียงทัดทานใด ๆ อีกต่อไป เขาคว้าตัวชัชชนเข้ามากอดรัดแน่นอย่างแรง ลมหายใจที่ร้อนระอุและกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งรดต้นคอของชัชชน สร้างความรู้สึกขยะแขยงจนขนลุกไปทั้งตัว มือหนาของชยากรเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวของชัชชนอย่างถือสิทธิ์
"ปล่อยผมเถอะครับ... คุณชยากร..." ชัชชนพยายามดิ้นรน แต่ถูกอ้อมแขนที่แข็งแกร่งรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ชยากรไม่ตอบ เขาก้มลงจูบชัชชนอย่างรุนแรงและไม่ปรานี ริมฝีปากหยาบกระด้างบดเบียดเข้ามาอย่าง้า ชัชชนเบือนหน้าหนี พยายามหลีกเลี่ยงััที่น่ารังเกียจนั้น น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง
มือของชยากรเริ่มซุกซน ลูบคลำไปตามร่างกายของชัชชนอย่างไม่ยั้งคิด เสื้อผ้าของเขาถูกรั้งขึ้นอย่างหยาบคาย เผยให้เห็นผิวเนื้อที่สั่นเทา ชัชชนพยายามยกมือขึ้นปัดป้อง แต่แรงของเขาสู้แรงของคนที่กำลังอยู่ในอาการมึนเมาและขาดสติไม่ได้
ภาพในอดีตถาโถมเข้ามาในความคิดของชัชชนอย่างรวดเร็ว ราวกับมีใครฉายภาพยนตร์ซ้ำ เขาเห็นภาพตัวเองในอดีตที่ต้องทำงานอย่างน่าอับอาย เห็นสายตาเหยียดหยามของชยากรที่เคยบอกว่าเขาเป็แค่คู่นอนชั่วคราว อย่าได้ลามปามความคิด เขายังจำได้ถึงความหวาดกลัวในคืนนั้น ที่เขาถูกศัตรูของชยากรบังคับให้กินยาปลุกเซ็กส์ และชยากรเลือกที่จะปล่อยเขาไว้ตรงนั้น เพราะกลัวคลิปวิดีโอที่มาช่วยเขาจะถูกปล่อยออกมา และภาพสุดท้ายคือตอนที่ชยากรแถลงข่าวอย่างเ็า บอกว่าทุกอย่างเป็เื่เข้าใจผิด และเขาไม่เคยรู้จักชัชชนมาก่อน
น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ชัชชนสะอื้น พยายามร้องขอความเมตตาด้วยเสียงที่สั่นเครือ "อย่า... ได้โปรด... อย่าทำแบบนี้กับผมเลย..."
แต่ชยากรไม่ได้ยิน หรืออาจจะได้ยินแต่ก็ไม่สนใจ เขายังคงกระทำการล่วงละเมิดต่อไป ราวกับร่างกายของชัชชนเป็เพียงวัตถุที่ไร้ความรู้สึก แรงกดทับบนร่างกายของชัชชนหนักอึ้งจนแทบขยับไม่ได้ ความรู้สึกขยะแขยงและเ็ปผสมปนเปกันจนชัชชนรู้สึกชาหนึบไปทั้งตัว เขาได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบงัน ยอมจำนนต่อความโหดร้ายที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่สามารถขัดขืนได้อีกต่อไป ความรู้สึกสิ้นหวังกัดกินหัวใจของเขาอย่างช้า ๆ ราวกับโลกทั้งใบได้ทอดทิ้งเขาไปแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
ชยากรรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา อาการปวดหัวตุบ ๆ ที่ท้ายทอยกำลังเต้นระรัวราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบ เขามองไปข้างตัว พบว่าว่างเปล่า ชัชชนหายไปแล้ว
ความรู้สึกผิดลึก ๆ ในใจปรากฏขึ้น ชยากรเดินมายังห้องอาหารของโรงแรม เขาสังเกตเห็นชัชชนกำลังเก็บของช่วยเชฟคนอื่น ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องอาหาร ชัชชนดูเหนื่อยล้าและดวงตาบวมช้ำ
ชยากรรู้สึกผิดอย่างมากที่เห็นร่องรอยน้ำตาบนใบหน้าของชัชชนเมื่อคืน แม้ว่าความมึนเมาจะทำให้เขาขาดสติและควบคุมความ้าทางเพศไม่ได้ แต่ภาพของน้ำตาและความเ็ปของชัชชนก็ยังคงติดตาเขาอยู่ เขาตระหนักดีว่าการกระทำของเขาได้รื้อฟื้นาแเก่า ๆ ในใจของชัชชนให้กลับมาเ็ปอีกครั้ง
เขาสับสน... เขาสับสนกับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อชัชชน มันเป็เพียงแค่ความผูกพันจากอดีต หรือมันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น ความปรารถนาที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันเป็เพียงแค่ความ้าทางกายภาพที่เกิดจากความมึนเมา หรือมันเป็สัญญาณของความรู้สึกที่เขาพยายามกดเอาไว้มาโดยตลอด
ชยากรไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไงกับชัชชน ความทรงจำในอดีตนั้นทั้งหวานชื่นและขมขื่นปะปนกันไป เขาเคยปฏิเสธและผลักไสชัชชนด้วยคำพูดที่ร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจลึก ๆ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด หรือแม้แต่เพียงแค่ได้เห็นหน้ากัน ความรู้สึกวูบไหวในอกนั้นมันคืออะไรกันแน่
ชยากรได้แต่เฝ้ามองชัชชนอยู่ห่าง ๆ ด้วยความรู้สึกผิดและความสับสนที่ตีกันอยู่ในใจ เขาหวังว่าเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างคลี่คลาย และเขาจะสามารถค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้เสียที ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นไร อย่างน้อยเขาก็อยากจะขอโทษชัชชนจากใจจริง สำหรับความเ็ปที่เขาได้มอบให้อีกครั้ง
วันต่อมา
บรรยากาศในห้องครัวของโรงแรมเริ่มสงบ หลัง่เวลาอาหารกลางวันอันวุ่นวาย ชัชชนกำลังเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาเหม่อลอยเล็กน้อย ราวกับกำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง
กริ๊ง.....
โทรศัพท์ประจำแผนกดังขึ้น ชัชชนยกสายขึ้นมารับ
ชัชชน: ชัชชนรับสายครับ
ปลายสาย : คุณชยากรเรียกให้เข้าพบค่ะ
ชัชชน: ครับ
ชัชชนถอนหายใจออกมา เขาไม่อยากเจอคนคนนั้น แต่เลี่ยงไม่ได้
ชัชชนเคาะประตูห้องทำงานของท่านประธาน
"เชิญ"
ชัชชนเปิดประตู แล้วเดินเข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของชยากร
"นั่งสิ"ชยากรบอก
"ครับ"ชัชชนนั่งลงที่เก้าอี้
ชยากรไม่ได้พูดอะไรในทันที เขามองชัชชนอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า หรืออาจกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม ซึ่งเป็สิ่งที่น่าแปลกสำหรับคนที่ปกติพูดจาฉะฉานและสั่งการอย่างเด็ดขาด
ความเงียบระหว่างทั้งสองคนหนักอึ้ง จนชัชชนรู้สึกอึดอัด เขาหลุบตาลงมองมือที่กำลังกุมไว้อยู่ พยายามทำราวกับว่าไม่มีใครอีกคนอยู่ในห้อง
ในที่สุด ชยากรก็ขยับลุกออกจากเก้าอี้ของตัวเอง เดินมาหยุดอยู่ด้านข้างของชัชชน แล้วจับหมุนเก้าอี้ให้ชัชชนหันหน้ามามองเขา
"ชัชชน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แ่เบาจนแทบเป็กระซิบ มันฟังดูไม่คุ้นเคย ราวกับไม่ใช่เสียงที่ชัชชนเคยได้ยินจากปากของชายคนนี้
"..."ชัชชนนิ่ง แต่ยังคงไม่เงยหน้าขึ้น เขาไม่อยากสบตา ไม่อยากเห็นความรู้สึกใด ๆ ที่อาจฉายอยู่ในดวงตาคู่นั้น
ชยากรสูดหายใจลึก ๆ อย่างชัดเจน ราวกับกำลังบังคับตัวเองให้พูดสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญ "เื่... เื่วันนั้น..." เขาเว้นจังหวะ ราวกับคำพูดติดอยู่ที่ลำคอ "ฉัน...ขอโทษ"
คำขอโทษที่หลุดออกมานั้นแ่เบาและไม่เต็มเสียงนัก มันขัดกับบุคลิกที่เคยโอ้อวดและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครของชยากรอย่างสิ้นเชิง
"..."ชัชชนยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ
ชยากรเริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม เขากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอดทนที่มักมีอยู่น้อยนิดกำลังจะหมดลง แต่ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจกลับรั้งเขาไว้
"ฉันรู้ว่ามัน... มันแย่มาก" เขาพยายามพูดต่อ เสียงเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงเจือด้วยความรู้สึกผิด "ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ตอนนั้นฉัน..." เขาเงียบไปอีกครั้ง ราวกับหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลไม่ได้
ชัชชนยังเงียบต่อไป ราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่ชยากรพูด การนิ่งเฉยของเขาทำให้ชยากรรู้สึกกระวนกระวาย
"มองหน้าฉันหน่อยได้ไหม..." ชยากรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเริ่มมีโทนคำสั่งเจือปน แต่ก็ยังไม่แข็งกระด้างเท่าปกติ
ชัชชนยังคงไม่ขยับเขยื้อน ราวกับกลายเป็รูปปั้น
ความอดทนของชยากรเริ่มสั่นคลอน เขาเป็คนที่ไม่คุ้นเคยกับการถูกเพิกเฉย และไม่เคยต้องง้อใครมากเท่านี้มาก่อน การที่ชัชชนไม่ตอบสนอง ทำให้ความรู้สึกผิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิด เขาก้มไปจับขอบพนักพิงเก้าอี้ของชัชชน ทำให้ใบหน้าไม่ได้ห่างกันมาก
"ชัชชน!" เสียงของชยากรดังขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงดุดันเริ่มกลับมา "ฉันกำลังพูดกับนายอยู่"
ชัชชนถอนหายใจออกมาแ่เบา แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ที่ชยากรเคยเห็น
"คุณชยากรมีอะไรจะพูดอีกไหมครับ?" น้ำเสียงของชัชชนราบเรียบ เ็า จนชยากรรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งบาด
การเผชิญหน้ากันทางสายตาเป็ไปอย่างเงียบงัน ดวงตาคมกริบของชยากรสบกับดวงตาที่ว่างเปล่าของชัชชน ความรู้สึกผิด ความกระวนกระวาย และความไม่คุ้นเคยปะปนกันอยู่ในแววตาของชยากร
"ฉัน..." ชยากรพยายามพูดอีกครั้ง แต่คำพูดก็ติดคอ เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกผิด หรือความสับสนในใจตัวเองออกมาอย่างไร
ชัชชนเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังรอให้เขาพูดในสิ่งที่้าจะพูดให้จบเสียที โดยไม่แสดงท่าทีว่าจะให้อภัยหรือต่อว่าใด ๆ
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนักอึ้งและอึดอัดยิ่งกว่าเดิม มันเป็ความเงียบที่ตอกย้ำความผิดพลาดของชยากร และความรู้สึกที่แตกสลายของชัชชน
ชยากรถอนหายใจออกมา "นายกลับไปทำงานเถอะ" ชยากรกลับมายืนเต็มความสูง แล้วเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ของตัวเอง ก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ
ชัชชนลุกจากเก้าอี้ ก้มโค้งทำความเคารพแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
ชยากรเงยหน้ามามองแผ่นหลังของชัชชนจนพ้นประตู มือของเขาค่อย ๆ กำแน่นขึ้น