เด็กหนุ่มที่กัดกินน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อย ภายใต้การจดจ้องไม่หยุดของสารถีที่ลุกลี้ลุกลนไปบ้าง เค้าไม่เคยชินกับนันย์ตาสีแดงฉานของเด็กหนุ่มได้เสียที แม้ตนจะพยายามปลอบใจว่า นั้นก็มนุษย์ผู้หนึ่ง เพียงแค่เด็กเท่านั้น ก่อนจะมีเสียงเข้าสู่โสดประสาทของเค้า
"เจ้าตั้งใจทำงานของเจ้าไป เด็กน้อยคนนี้ไม่เป็นภัยต่อเจ้า ข้ารับประกัน..พรึ่บ!
ร่างสูงใหญ่บุรุษสวมชุดคลุมผู้สอนสถาบันศึกษาเขียวขจี อาวุโสหมางต้าเหมือนที่เด็กหนุ่มคุ้นเคยปรากฏเบื้องหน้า ภายใต้หน้าตาหวือหวาของสารถี ก่อนจะหันไปควบคุมทิศทางให้อยู่ตัวก่อนจะทำหน้าที่ของตนอย่างวางใจ ชายชราชุดคลุมหมางต้า ค่อยๆ เดินส่งยิ้มในคราบชายชราใจดี ลูบหัวเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยก่อนจะนั่งลงกินน่องไก่เป็นเพื่อน
ภาพการแสดงตัวอย่างเปิดเผยของหมางต้า ทำให้เหล่าชาวยุทธที่อยู่ด้านหลัง ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัวเอง ก่อนจะหันกายจากไป ด้วยสีหน้าแดงซานและเสียงล้อเลียนจากสหายข้างกายเป็นระยะ "เจ้าคงจะกลัวมากสินะ ที่ต้องมาคอยหลบเหตุการณ์รุนแรงมากมายนับไม่ถ้วนเช่นนี้ ไหนจะเรื่องสัตว์อสูรเข้ามาชิงตัวเจ้าไปเพิ่มอีก ข้าอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่เจ้าต้องใช้ชีวิตกับพวกนั้น คงจะกลั่นแกล้งเจ้าไม่น้อยเลยสินะ" ชายชราเอ่ยถามไปพรางกินเนื้อไก่ไปพราง ดูท่าทีเด็กหนุ่มที่เป็นที่รังเกียจของชาวบ้านมากมาย หากแต่ตนที่ใช้ความเคยชินเอาชนะได้ในที่สุดก็ยอมรับการมีอยู่ของเด็กน้อย
"ท่านครูไม่ต้องเป็นห่วงข้าชินแล้วขอรับตอนนี้้ ข้าเองก็เพียงแค่รอถึงเวลากลับไปเจอทุกค...... ทุกคน" ก่อนภาพที่โรงเตี้ยมจะเข้ามาโถมเด็กหนุ่มอีกครั้ง อาการเสียใจทำให้ความทรงจำที่โหดร้ายกลับมาอีกครั้ง ภาพสูญเสียพวกพ้องที่โรงเตี้ยมทำเอาเด็กหนุ่มไม่อาจกินน่องไก่ที่กัดกินไปได้ไม่กี่ชิ้นลงเหลือเพียงน้ำตาที่อาบไหลแก้มบางเสียงสะอึกเริ่มถี่ชั้นมากขึ้น แต่ไร้ซึ่งเสียงร้องของเด็กความคับแค้นที่มีต่อ หานจงยังไม่อาจเทียบเท่าอสูรที่สังหารคนรู้จักและให้การยอมรับเค้าในที่สุดไปได้
ตุบ "! จงมีชีวิตเผื่อพวกเค้าต่อไป ความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับให้ข้าแบกรับไว้เอง สิ่งที่เจ้าพบเจอนั้นมันเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้อีกแล้ว สำหรับเด็กคนอื่นๆ ที่ต้องมาฝ่าฝันความสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก จงยอมรับมันและก้าวไปข้างหน้าเถอะ หากเจ้ายังไม่ตายเจ้าก็ยังมีโอกาศที่จะเรียนรู้ และอยู่ไปกับมัน จงใช้มันเป็นแรงขับเคลื่อนและพัฒนาตัวของเจ้าก้าวข้ามจุดที่เป็นอยู่ให้ได้สิเจ้าหนู จงตั้งใจฝึกปรือวิชาที่ได้เรียนรู้ต่อไปซะ เจ้าเป็นเด็กฉลาดแม้ไม่มีพรสวรรค์แต่ความพยายามของเจ้าทุกวันนี้ข้าเป็นพยานให้เจ้าได้ เจ้าต้องเป็นชาวยุทธได้อย่างแน่นอนเชื่อข้าสิเจ้าหนู เมื่อไปถึงข้าจะทำเรื่องขอใบสมัครจากโรงเรียนฝึกสอน รับเจ้าเป็นกรณี... ช้าก่อนเฒ่าหมาง!
ชายชราที่หยิบน่องไก่ ที่ถูกกัดไปแล้วยื่นกลับไปให้เด็กหนุ่ม พยายามปลอบใจหมายใช้โอกาศนี้ดึงเค้าไปร่ำเรียนวิชา เพื่อตนนั้นจะได้สามารถอยู่พร่ำสอนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งชายชราพอจะเริ่มเห็นความหวังบางอย่างในตัวเด็กหนุ่ม ความสามารถและประสบการณ์ที่เด็กหนุ่มได้รับนั้นเพรียบพร้อมสำหรับการเคี้ยวกรำฝึกปรือ และเป็นการเปิดหนทางที่ไร้ขีดจำกัด และอีกหนึ่งอย่างที่ชายชราคาดหวังคืออยากจะได้ศิษย์ที่มีแววสักคนมาสร้างชื่อให้กับตนด้วย ทว่ากลับถูกหยุดอีกครั้งด้วยเสียงที่พึ่งสนทนาไปได้ไม่นาน ชายชราทำได้เพียงถอนหายใจอย่างเหลืออด "เจ้านี้ช่างขัดแข้งขา ข้าเหลือเกินเฒ่าแก่หัวอู่"
ร่างปรากฏอีกทีเบื้องหลังทั้งสอง หญิงสาวหัวอู่เหรินในสภาพหญิงชราใจดี คนเดิมกลับมาอีกครั้ง "น่าขำ คิดจะเอาคนของข้าไปอีกหรือ เด็กนั้นอยู่ใช้ชีวิตในโรงเตี้ยมมานานนับเป็นคนของข้าแล้ว ชีวิตเค้าข้าเป็นคนลิขิตให้เองภายใต้ความเลวร้ายของชาวบ้านและบุคคล ภายนอกเจ้าก็รู้เค้าต้องเจอสิ่งใดเจ้าจะทำลายเค้าด้วยความเห็นใจแค่นี้หรือ ?
ชายชราพยายามโต้แย้งเพียงแค่ยกแขนเพียงเท่านั้น แต่กลับไม่สามารถเปิดปากสิ่งที่อยากจะพูดหรือสัญหาคำใดมา เพื่อกล่าวต่อนางได้อีกทั้งสายตาหญิงชรา ถลึงกลับทันทีเล่นเอาชราหมาง ลดมือลงอย่างจำยอมเพียงหยุบชิ้นไก่มากัดกินและหันไปอีกทางท่าทีฮึดหัดเกิดขึ้นอีกครั้ง เจ้าหนูน้อยไป๋ ข้าบอกได้เลยว่าความสามารถในการฝึกสอนเฒ่าแก่นี้ ไม่ได้โดดเด่นหรอก สู้เจ้าอยู่รับใช้ข้าเช่นเดิมย่อมเป็นการดีอยู่แล้ว เจ้ายังจำได้ใช้ไหมว่าข้าสัญญาสิ่งใดกับเจ้าไป ข้าย่อมไม่เคยคืนคำ"
เด็กหนุ่มที่กินหยุบหยิบ เนื้อไก่ที่ยังเศร้าโศกอยู่ แม้จะดีใจแต่ความเศร้าก็ยังคงฉุดท่าทางที่อยากจะแสดงความดีใจที่ตนจะได้เรียนรู้เป็นชาวยุทธ เหมือนกับว่าเด็กหนุ่มนั้น มีแผลภายในขนาดใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว ภายใต้การสังเกตของอาวุโสทั้งสองที่รับรู้อย่างรวดเร็ว
"น่าขัน ข้าอยู่สถาบันการศึกษาเป็นอาจารย์อบรมศิษย์มากมายนับไม่ถ้วน ฝึกสอนทั้งดึงศักยภาพพวกเค้าให้เหมาะสมสำหรับการคัดแยกสายปราณที่ตนนั้นพึงมี เข้าสู่ตำแหน่งชาวยุทธที่เต็มภาคภูมิรับใช้บ้านเมือง ภายใต้การสอนของข้าในเมืองหลักมีศิษย์ที่รู้จักนามของข้านับแสนที่นั้นแต่กับเจ้าที่เป็นเฒ่าแก่โรงเตี้ยมต๊อกต๋อย นั่งเหี่ยวเพียงถือพู่กันสั่นไปมาอยู่วาดรูปไปวันๆ จะแตกฉานเรื่องฝึกปรือวิทยายุทธ์มากกว่าข้าเชียวรึ วะฮ่าๆๆ ถ้าข้าขำจนหนวดข้าร่วงทั้งยวงได้ข้าคงทำไปแล้ว วะฮ่าๆๆ
"เจ้า เจ้า! ท่าทางสั่นเทิมหญิงชราที่กำลังจะปลอบเด็กน้อยเบื้องหน้ากลับหยุดลง รีบหันหลังเดินเข้ากระโจมไปดูเด็กด้านในทันทีทิ้งไว้ เหลือเพียงชายชรา ที่หยุดขำกลั่นแกล้งนางก่อนจะถอนหายใจนั่ง ลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดูอีกครั้ง ชายชราเงียบไปชั่วครู่ก่อนเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เค้าต้องคอยแบกรับ ความเสียใจจากการสูญเสียผู้คนมากมาย ในสนามรบและศึกนับไม่ถ้วนที่เค้าไปรวมถึงที่ผ่านมาให้เด็กน้อยที่น้ำตาคลอเบ้าอยู่ก่อนจะหันมารับฟังอย่างสนใจในที่สุด เวลาผ่านไปจนแสงแดดเริ่มสาดส่องอ่อนลง มวลเมฆเริ่มเคลื่อนกายมาบดบังเล็กน้อย ลมเย็นเริ่มพัดพาส่งสัญญาณช่วงเวลา เริ่มเข้าสู่ช่วยเย็นค่ำแล้ว
"ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์เราก้าวข้ามไม่ได้หรอก ไป๋ลู่เจ้าเป็นชายอกสามศอกจะมาเศร้าเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ พวกเค้าที่จากไปจะไม่เสียใจหรือ ที่การสูญเสียพวกเค้าต้องมาแลกกับน้ำตาอาวรณ์ของเจ้า พวกเค้ารอรอยยิ้มที่ร่าเริงที่พวกเค้ามักจะเห็นทุกครั้งอยู่นะ เอ้าเร็วเข้า จงมองไปเบื้องบนประกาศให้พวกเค้าได้รับรู้ความต้องการของเจ้า ซะสิเจ้าหนู! ชายชรายื่นมือไปเบื้องฟ้า พร้อมกายเด็กหนุ่มที่รีบลุกขึ้นยืนอย่างหึกเหิมในที่สุด
"ข้าไป๋ลู่ ขอให้สัญญากับพี่! ขอให้พวกท่านเป็นพยานกับการกระทำของข้า ข้าจะอยู่ทำหน้าที่แทนพวกท่าน เป็นร่มเงาดั่งที่พวกท่านทำ และจะฝึกตนไล่ตามพวกท่าน...แก้แค้นให้พวกท่าน สร้างความภาคภูมิใจให้แก่พวกท่านแม้ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน แต่ก็ขอร่วมปณิธานตั้งมั่นดั่งที่ข้าตั้งใจไว้ ว่าจะเป็นชาวยุทธออกท่องโลกและจดบันทึกมาเล่าขานการผจญภัย สิ่งที่ข้าเจอพวกท่านจะได้ไม่เหงาและอยู่ร่วมเดินทางกับข้าตลอดไป!